กรุณา Login เพื่อเข้าสู่ระบบ
   
Start new topic กระดานสนทนา > KTC World Articles > ฆาน เซี๊ยะ ต้าป้า มหากาพย์แห่งแยงซี
หัวข้อ : ฆาน เซี๊ยะ ต้าป้า มหากาพย์แห่งแยงซี
 
Aq5
Post :403
Start :2007-09-12 02:09:51
เขียนเมื่อ : 2008-10-15 08:38:42 "QUOTE"

ถ้าเราเข้าไปดูแผนที่ประเทศจีนแบบ 3 มิติใน Google Earth จะเห็นว่า ทางตอนเหนือลงมาเกือบถึงกลางประเทศ จะมีลักษณะเหมือนแอ่งขนาดมหึมากินอาณาบริเวณเกือบ 1/3 ของประเทศ  มี มังกรยักษ์แยงซี ที่มีความยาวถึง 6,380 กิโลเมตร(ยาวเป็นอันดับ 3 ของโลก  รองจาก ไรน์ และ อเมซอน) ทอดตัวยาวประดุจงูยักษ์ผ่านลงมาจากธิเบต  ตั้งแต่ระดับความสูงประมาณ 7,000 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล ไหลผ่านหุบเขาและทุ่งราบตลอด 8 มณฑล ข้ามประเทศ จากทิศตะวันตกเฉียงเหนือมาลงทะเลทางตะวันออกที่เมืองเซี่ยงไฮ้ 

 

ชีวิตพลเมืองเกือบ 2 ใน 5 ของประเทศล้วนได้รับอิทธิพลจากแม่น้ำสายนี้ ไม่ว่าในยามมังกรยักษ์หลับหรือตื่น อารมณ์ดีหรือร้าย  ยามอารมณ์ดี สายน้ำสีเงินยวงก็ให้ความชุ่มชื้นแก่พื้นที่เกษตรกรรมเกือบ 1/3 ของพื้นที่ประเทศ  แต่ในยามมังกรยักษ์พิโรธ   แยงซีก็ส่งกระแสน้ำเชี่ยวกรากไหลบ่าคร่าชีวิตผู้คนได้คราวละนับแสนคนเช่นกัน  

 

การควบคุมมังกรยักษ์แยงซีให้อยู่ในโอวาท หรือที่รู้จักกันในเวลาต่อมาว่า  ฆาน เซี๊ยะ ต้าป้า จึงเป็นมหากาพย์ยิ่งใหญ่ที่ดร.ซุน ยัดเซ็น วาดฝันมาตั้งแต่ ค.ศ. 1919  มาเสร็จสมจริงเอาเมื่อเวลาผ่านไปเกือบศตวรรษ! 


click picture for full size


คำตอบ :
Aq5
Comment : 1
Post :403
Start :2007-09-12 02:09:51
เขียนเมื่อ : 2008-10-15 08:40:16 "QUOTE"

click picture for full size


กว่าจะได้พาตัวเองดั้นด้นไปชม ฆาน เซี๊ยะ ต้าป้า ก็เมื่อโครงการเขาเสร็จไปกว่าครึ่งค่อนทาง  ทั้งๆ ที่ “ว่าจะไป” ตั้งแต่เขาเริ่มอพยพผู้คน จนบัดนี้บ้านเล็กเมืองน้อยริมฝั่งแยงซี กลายเป็นเมืองบาดาลไปจนเกือบหมดแล้ว    

*แก้ไขครั้งล่าสุดเมื่อ 2008-10-15 10:49:17
Aq5
Comment : 2
Post :403
Start :2007-09-12 02:09:51
เขียนเมื่อ : 2008-10-15 08:46:16 "QUOTE"

 

 

การเดินทางแสนสุขผ่านสามมณฑลครั้งนี้ เริ่มต้นที่ เมืองฉงจิ้ง (Chongqing) ไปจบเอาที่เมืองอู๋ฮั่นหรือหวูฮั่น (Wuhan) ดังนั้น การเดินทางจึงค่อนข้างจะประดักประเดิดอยู่สักหน่อยในขากลับ เพราะยังไม่มีเที่ยวบินที่บินตรงจากหวูฮั่นเข้ากรุงเทพ ต้องไปต่อเครื่องที่กวางโจว  ส่วนการเดินทางไปฉงจิ้ง มีเที่ยวบินตรงจากบ้านเรา  และการเดินทางคงเป็นเช่นนี้ไปอีกสักพัก   ผู้ที่สนใจจะเดินทางไปใช้ช่วงชีวิตแสนสนุก  ก็ต้องเลือกเอาว่า จะเที่ยวตามเส้นทางล่องแยงซีเกียง หรือเที่ยวย้อนทางมาจากหวูฮั่น ซึ่งก็น่าจะสนุกพอกัน  

 

ฉงจิ้ง  ใหญ่กว่า ชานตุง ซึ่งเป็นเมืองหลวงของมณฑลเสฉวนเองเสียอีก  มีพื้นที่ถึง 82,400   ตารางกิโลเมตร  (ประมาณประเทศ Austria)   มีประชากรมากถึง 31 ล้านคน  (1 ใน 3 ของประชากรทั้งมณฑล)  รัฐบาลจีนจึงประกาศให้แยกฉงจิ้งออกจากมณฑลเสฉวน เป็นเขตปกครองพิเศษ  เข้มแข็ง ในฐานะเมืองอุตสาหกรรมรถยนต์  

และเพราะอยู่ไม่ไกลจากซีอาน และจิ้วจ่ายโกว ฉงจิ้ง จึงกลายเป็นเมืองท่องเที่ยวสำคัญทางตะวันตกของจีน    แม้แต่ในเมืองฉงจิ้งเอง ก็มีแหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรมที่มีชื่อเสียงมาก  คือวัด ที่มีภาพจำหลักหินกวนอิมพันมือ  อยู่ห่างจากเมืองแค่นั่งรถออกไปไม่ถึง 2 ชั่วโมง

เสียดายที่หนนี้ ไปถึงฉงจิ้งเอาตอนค่ำ  และออกเดินทางต่อในตอนดึก  จึงไม่มีโอกาสได้ไปชม

Aq5
Comment : 3
Post :403
Start :2007-09-12 02:09:51
เขียนเมื่อ : 2008-10-15 08:52:50 "QUOTE"

ด้วยความที่ไม่เคยมาเที่ยวแถบนี้  จึงออกจะตื่นตาตื่นใจกับเมืองที่มีขนาดใหญ่โต  แถมยังหน้าตาประหลาด เพราะเป็นเมืองในหุบเขาที่อยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเลมาก  ด้านบนของตัวเมือง    แม้จะเป็นที่ราบ แต่ก็ยังมีความสูงแตกต่างกับก้นหุบเขาที่มังกรยักษ์แยงซีทอดตัวสงบนิ่งถึงเกือบสามร้อยเมตร  ทั่วทุกด้านของหุบเขา เต็มไปด้วยตึกระฟ้า ..ต่างระดับลดหลั่นกัน    เห็นแค่นั้นก็ยังตื่นตาตื่นใจ  เพราะไม่ค่อยเห็นสภาพภูมิประเทศของตัวเมืองแบบนี้บ่อยนัก .. จะบอกว่าเป็นเมืองในเหวก็คงไม่ผิด 


click picture for full size

คนทื่นี่ นิยามเมืองฉงจิ้ง(อย่างภูมิอกภูมิใจ) ว่า เป็นเมืองที่มี 6 H  คือ Hazy, Hilly, Humid, Huge, Hot และ Hot Pod   5H แรก พอจะเข้าใจ ว่าเป็นไปตามลักษณะภูมิประเทศ  แต่ H สุดท้าย ต้องรอจนค่ำถึงได้ร้องอ๋อ  เมื่อเขาพาไปเลี้ยงอาหารขึ้นชื่อของเมือง ที่เป็นหม้อไฟ มีอาหารสดหลายสิบอย่างให้ลวกจิ้ม แต่พิเศษกว่าคือในหม้อไฟอื่นๆ ก็ตรงที่เขาแบ่งหม้อไฟออกเป็นสองส่วน มีทั้งน้ำ และน้ำมันงาแดงแช้ดให้เลือกลวกจิ้ม  ทานแล้วก็อร่อยสมใจ  แต่ที่ไม่รู้แน่ก็คือ สรรพสิ่งที่ส่งเข้าปากไปนั้นมีอะไรบ้าง ซึ่งก็คงพิศดารอยู่ตามสมควร เพราะบางชนิดทานแล้วชาไปทั้งปาก   อิ่มหนำสำราญแล้วก็ไปนั่งรถชมเมืองอีกหน่อย  จนห้าทุ่ม ถึงได้ลงเรือ เข้าห้องนอนแสนสบาย    

 

Aq5
Comment : 4
Post :403
Start :2007-09-12 02:09:51
เขียนเมื่อ : 2008-10-15 09:01:52 "QUOTE"

click picture for full size

ที่จริง  โดยธรรมชาติของการใช้ชีวิต   ผมจะนอนในเรืออย่างน้อยก็สักปีละเดือน   คือไปลงนอนใน Liveaboard เมื่อไปดำน้ำ  ซึ่งบางลำ แม้จะหรูหรา แต่ก็ไม่ได้ใหญ่โต   ส่วนการลงเรือสำราญแบบ Cruise  นั้น  ผมไม่ค่อยถนัดกับการใส่สูทสามชิ้นทานอาหารค่ำ ..  มันไม่อร่อย

 

มาคราวนี้ เรือที่พาผมล่องแยงซีเกียง เป็นเรือสำราญของบริษัท New Century Cruise ดำเนินงานร่วมกับ Viking River Cruise ถือเป็น  Inland cruise ที่ใหญ่ และทันสมัยที่สุดในโลก บางลำ รับนักท่องเที่ยวได้ตั้ง 3-400 คน  .. รับประทานอาหารแบบโต๊ะจีนทุกมื้อ    อร่อย และไม่ขัดเขินอย่างเรือสำราญที่เล่าตอนแรกครับ 

ห้องนอน ก็หรูหรากว้างขวางกว่า Liveaboard  ที่ใช้ประจำ 

   

การเดินทางท่องเที่ยวทางน้ำเส้นทางนี้ อยู่ระหว่าง ฉงจิ้ง  ไปจนถึงช่องเขานานกิงในเมืองอี้ฉาง (Yichang)  จังหวัดหูเป่ย(Hubei)  ระยะทางประมาณ 193 ก.ม.  ใช้เวลาเดินทาง 3 คืน 2 วัน ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวนานาชาติ และจากชาวจีนมาก  ต้องจองคิวกันข้ามปี 

Aq5
Comment : 5
Post :403
Start :2007-09-12 02:09:51
เขียนเมื่อ : 2008-10-15 09:05:00 "QUOTE"

การท่องเที่ยวด้วยเรือสำราญนี่ ดูไปก็เพลิดเพลินดี  แม้จะผิดธรรมชาติการใช้ชีวิตของตัวผม  ที่มักต้องนำสังขารไปหาแหล่งท่องเที่ยว  แต่คราวนี้นั่งอยู่เฉยๆ ของสวยๆ งามๆ ก็ผ่านเข้ามาให้เห็น  แบบว่า  นั่งพิมพ์คอมพิวเตอร์อยู่ที่โต๊ะทำงานในห้องนอน  เปิดม่านทิ้งไว้  เงยหน้าขึ้นทีไร ภาพนอกประตูกระจกก็ปลี่ยนไปทุกครั้ง .. มีความสุขไปอีกแบบ 

     

สายๆวันรุ่งขึ้น เรือมาทอดสมอหน้าเมืองเผิงตู  เขาก็พาขึ้นบก นั่งรถไปชมถ้ำมรกตประมาณ 3 ชั่วโมง  แล้วก็กลับมาทานอาหารบนเรือที่อร่อยทุกมื้อ  


click picture for full size


 

Aq5
Comment : 6
Post :403
Start :2007-09-12 02:09:51
เขียนเมื่อ : 2008-10-15 09:07:59 "QUOTE"

click picture for full size

Hi-Light ของทริพ  เริ่มตั้งแต่เช้าตรู่เช้าวันที่สอง  เมื่อเรือแล่นผ่านช่วงที่สวยที่สุดของเส้นทาง ซึ่งเป็นโตรกผาและหุบเขา 3 ช่วง ที่อีกไม่นานนัก  จะกลายเป็นอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ฆาน เซี๊ยะ ต้าป้า  ได้ชื่อมาจากบริเวณนี้แหละครับ

 

อากาศข้างนอก แค่ 5 องศา  ยืนตากลมถ่ายรูปได้ไม่นานก็ต้องเผ่นกลับเข้ามาผิง heater   อุ่นดีแล้วก็กลับออกไปใหม่ 

 

  

Aq5
Comment : 7
Post :403
Start :2007-09-12 02:09:51
เขียนเมื่อ : 2008-10-15 09:11:07 "QUOTE"

click picture for full size

นักท่องเที่ยวเวลาน้อย จะเลือกใช้บริการเรือด่วน Hydrofoil  ที่เป็นเรือด่วนหลัก ติดต่อระหว่างเมืองต่างๆบริเวณนี้ก็ได้  สนุกเหมือนกัน  แต่ก็จะไม่ได้ใช้ชีวิตละเมียดละไมเหมือนลงเรือสำราญ   
Aq5
Comment : 8
Post :403
Start :2007-09-12 02:09:51
เขียนเมื่อ : 2008-10-15 09:13:31 "QUOTE"

เรือแล่นผ่านสะพานโค้งรูปสายรุ้ง เข้าสู่หุบเขาแรก ชื่อ กู้ต้าง (Qutang) ยาว 8 ก.ม.  ตื่นตาตื่นใจด้วยภาพภูเขาหินสลับซับซ้อนสูงตะหง่าน แหงนจนคอตั้งบ่าก็ยังมองไม่ทั่ว แล่นพ้นออกมาแล้วสองชั่วโมง ก็ถึงหุบเขาที่สอง ชื่อหวู่ (Wu)  ซึ่งมีความสูงเกือบ 1,700 เมตร แม้ระยะทางจะสั้นกว่าหุบเขาแรก  ยาว 4.5 ก.ม. แต่ก็มีความ  สวยงามอย่างมหัศจรรย์  ผมนึกในใจว่าถ้าเก่งภูมิศาสตร์กว่านี้อีกหน่อยก็คงจะยิ่งสนุกมากกว่านี้ (ดูภาพแรกที่แอบเอาไปใช้ตั้งกระทู้)  

เพราะภาพการเปลี่ยนแปลงของเปลือกโลกและหินแต่ละชั้นที่ปริแยกจากกันราวกับเนื้อขนมเค้กผสมไม่ได้ส่วนที่อยู่ริมสายน้ำมันช่างแปลกประหลาดเสียจริงๆ  ผมจำได้คลับคล้ายคลับคลาว่าเคยเห็นภาพเหล่านี้ในสารคดีมาก่อน แต่ในความทรงจำเลือนๆ นั้น เขาถ่อเรือเล็กๆ มากันนี่นา  ทำไมผมมาคราวนี้ ป้ายระดับน้ำบอกว่าลึกตั้งร้อยกว่าเมตร!!  อดรนทนไม่ไหว ต้องเข้าไปนั่งอ่านหนังสือ ถึงได้รู้ว่า แต่เดิมนั้น  แม่น้ำแยงซี ช่วงที่ไหลผ่านหุบเขานี้ จะมีความลึกประมาณ 1-6 เมตร  กระทั่งปี 2003 หลังจากเขื่อน Three Gorges เริ่มเก็บกักน้ำได้  แม่น้ำแยงซี  มีความลึก 25 -30 เมตร  เรือขนาด 10,000 ตัน สามารถแล่นผ่านได้โดยตลอด   และเมื่อถึงปี 2009 ซึ่งโครงการจะเสร็จสมบูรณ์  แม่น้ำแยงซีบริเวณที่ผ่านหุบเขาทั้งสามแห่ง  จะมีความลึกตั้ง 175 เมตร

Aq5
Comment : 9
Post :403
Start :2007-09-12 02:09:51
เขียนเมื่อ : 2008-10-15 09:14:53 "QUOTE"

click picture for full size

เก็บความตื่นเต้นเอาไว้ก่อน  เพราะเขามาตามไปทานอาหารกลางวัน (อีกแล้ว)   พอบ่ายสักหน่อย  ก็เดินทางมาถึงปากทางเข้าหุบเขาที่สาม  ชื่อ ซี่หลิง  (Xiling) ยาว 66 ก.ม.  ที่ถูกแทรกด้วยลำน้ำเซิ่นหนง(Shernnong Stream) ลำน้ำสาขาของแยงซี  เรือใหญ่เข้าไปไม่ได้  ต้องลงเรือเล็กเข้าไปเที่ยว 
Aq5
Comment : 10
Post :403
Start :2007-09-12 02:09:51
เขียนเมื่อ : 2008-10-15 09:17:11 "QUOTE"

click picture for full size

ลงเรือเล็ก(ที่ไม่ได้เล็กจริง) แล่นลัดเลาะไปตามลำน้ำ  ที่ครั้งหนึ่งเมื่อไม่นานมานี้เอง สองฟากฝั่ง ยังเป็นโตรกผาสูงชันของหุบเขาซี่หลิง กับลำธารสายเล็กๆ  
Aq5
Comment : 11
Post :403
Start :2007-09-12 02:09:51
เขียนเมื่อ : 2008-10-15 09:22:47 "QUOTE"

click picture for full size


บริเวณนี้ มีสภาพภูมิประเทศงดงาม และเคยเป็นถิ่นที่อยู่ของคนโบราณเมื่อหลายพันปีก่อน ที่มีประเพณีนำโลงศพไปบรรจุ .. เรียกว่า “เสียบ” ไว้ตามปากถ้ำบนหน้าผาดูจึงจะดูสมจริงกว่า ที่จริง ประเพณีแบบนี้ บ้านเราก็มีถมไป อย่างที่แม่ฮ่องสอน ที่เรียกกันว่า "ถ้ำผีแมน"   

ปัจจุบัน ทางการย้ายโลงศพเหล่านี้จำนวนมากไปเก็บรักษาไว้เกือบหมดแล้ว  แต่ก็ยังคงมีให้เห็นอยู่บ้าง   

 

เดินทางมาได้สักสองชั่วโมง  ลำน้ำเซิ่นหนงเริ่มแคบลงเรื่อยๆ 

Aq5
Comment : 12
Post :403
Start :2007-09-12 02:09:51
เขียนเมื่อ : 2008-10-15 09:25:13 "QUOTE"

click picture for full size

ในที่สุด ก็ต้องเปลี่ยนลงเรือสำปั้นเล็กๆ  อีกทอดหนึ่ง  คราวนี้ยิ่งเพลินหนัก  เพราะเงียบสนิท  ได้ยินแต่เพียงเสียงพายกระทบน้ำ ...        

Aq5
Comment : 13
Post :403
Start :2007-09-12 02:09:51
เขียนเมื่อ : 2008-10-15 09:26:35 "QUOTE"

ลำน้ำสายนี้แต่เดิม บางช่วงตอนมีความลึกเพียง 1 เมตร  และเป็นธรรมเนียมที่ว่า  เรือที่ขึ้น-ล่องในลำน้ำสายนี้ จะต้องส่งลูกเรือลงมาลากเรือให้พ้นเกาะแก่งที่ตื้นเขินเหล่านั้น ซึ่งชาวเรือก็จะลงมากันทั้งโป๊ๆ ล่อนจ้อนอย่างนั้นเอง  ต่อมา มีนักท่องเที่ยวมาใช้เส้นทางนี้มากขึ้น  ชาวเรือก็เลยแต่งกันรัดกุมมากขึ้น 


click picture for full size


      

Aq5
Comment : 14
Post :403
Start :2007-09-12 02:09:51
เขียนเมื่อ : 2008-10-15 09:33:53 "QUOTE"

click picture for full size

แม้ในปัจจุบัน  สายน้ำจะมีความลึกมากแล้ว   แต่ทางการ ก็ยังรักษา “อารมณ์” และ “เสน่ห์” ของการท่องเที่ยวแบบดั้งเดิมไว้   และผมว่า เขาทำความฝันให้เป็นความจริงได้เยี่ยมยอดมากจริงๆ 

ลองนึกถึงสภาพภูมิประเทศอย่างที่ผมเล่าให้ฟังสิครับ ว่า  แต่เดิม แม่น้ำช่วงนี้ตื้นนิดเดียว และที่สำคัญ  อยู่ต่ำลงไปกว่าสภาพปัจจุบันตั้งยี่สิบกว่าเมตร   ดังนั้น  การเก็บอารมณ์ "ลากเรือในลำธารตื้นไว้ให้ได้" นั้น ก็แปลว่า  ต้องเสริมหรือ “ถม”ช่องเขา ให้ลำธารที่มีระดับความลึกเพียง 20-30 ซ.ม.  

อีกไม่นาน  หรือเรียกได้ว่าแทบจะทุกปี  ระดับน้ำในช่องเขานี้ก็จะสูงขึ้นเรื่อยๆ   ลำธารตื้น สายนี้  ก็ต้องถมเพิ่มไปทุกปี  

เก่งจริงหรอ พ่อคุณ   

กิจกรรมลากเรือ  สนุกสนานมาก มีการร้องเพลงเรือตามธรรมเนียมโบราณ ด้วยคำร้องในจังหวะต่างๆ (แบบบ้านเราร้อง ฮุย ..เล..ฮุย) ทำให้นักท่องเที่ยวได้รับความประทับใจเป็นพิเศษ     ยิ่งตอนนั่งเรือกลับ เพลงเรือ ก็จะเปลี่ยนบท และท่วงทำนองแบบชมธรรมชาติ  หรือคิดถึงบ้าน คิดถึงคนรัก อะไรแบบนั้น     ฟังแล้วซาบซึ้งจริงๆ   

Aq5
Comment : 15
Post :403
Start :2007-09-12 02:09:51
เขียนเมื่อ : 2008-10-15 09:35:49 "QUOTE"

นั่งเรือเล็กครึ่งวันเต็ม จนเย็นค่ำ จึงได้กลับเรือใหญ่  อิ่มอารมณ์ทั้งจากความงาม และประสบการณ์ที่ได้รับ 

คืนนั้น  เป็นคืนสุดท้ายในเรือ  เขาก็มีจัดให้มีการแสดงต่างๆ จนดึกดื่น โดยนักแสดง ก็เป็นลูกเรือที่ดูแลเราอยู่ในห้องอาหารบ้าง พ่อครัวบ้าง    เด็กๆ ก็สนุกสนาน ส่วนคนแก่ๆ พอง่วงตาเหล่ ก็แยกย้ายไปพักผ่อนกันสะดวก

Aq5
Comment : 16
Post :403
Start :2007-09-12 02:09:51
เขียนเมื่อ : 2008-10-15 09:37:59 "QUOTE"

click picture for full size

เช้าตรู่วันรุ่งขึ้น  ก็ถึงฆานเซี๊ยะต้าป้า หรือ TGP (Three Gorges Project) เขื่อนยักษ์สารพัดประโยชน์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก  ตัวเขื่อนมีความยาวถึง 2,300 เมตร  สูง 185 เมตร   อีกไม่กี่ปี โครงการก็จะเสร็จสมบูรณ์ สามารถเก็บกักน้ำได้มากถึง  39,300,000,000  ลูกบาศก์เมตร สามารถผลิตไฟฟ้าได้ 18,200 เมกะวัตต์ หรือ 5% ของไฟฟ้าที่ใช้ในประเทศจีน รวมทั้งส่งไปใช้ถึงฮ่องกง

รัฐบาลจีน ใช้เงินไปในโครงการนี้รวม  23,000.- ล้านเหรียญสหรัฐ    55% เป็นค่าก่อสร้าง  ส่วนอีก 45% ใช้เป็นค่าเวนคืน และชดใช้ความเสียหายแก่ราษฎร ประมาณ 1 ล้านครอบครัว  ที่ได้รับผลกระทบทั้งที่อยู่อาศัย และพื้นที่เกษตร  ทั้งสร้างเมืองใหม่  สร้างอาชีพใหม่ ให้การศึกษาแก่บุตรหลานของราษฎรผู้ได้รับผลกระทบ

 

วัตถุประสงค์สำคัญที่สุดของการสร้างเขื่อน ก็เพื่อควบคุมปัญหาน้ำท่วม เพราะในอดีตที่ผ่านมา ในหน้าร้อนและหน้าฝน น้ำในแม่น้ำแยงซี จะไหลบ่าท่วมสองฟากฝั่งเกิดความเสียหายอย่างมาก บางปี มีผู้เสียชีวิตนับแสนคน   และเพราะเก็บกักน้ำไว้ได้แล้ว จึงถือโอกาสทำไฟฟ้าพลังน้ำเสียเลยอย่างที่เล่าไปแล้ว  นอกจากนั้นแล้ว ก็ยังส่งผลไปถึงการคมนาคมขนส่งทางน้ำ ทำให้เรือขนาดหนึ่งหมื่นตันสามารถแล่นได้ตลอดแม่น้ำแยงซี   แม้เมื่อมาถึงหน้าเขื่อน ก็สามารถใช้คลองลด-เพิ่มระดับที่สร้างไว้อยู่ด้านข้าง ถึง 5 ระดับทำให้เรือสามารถผ่านออกไป-มาถึงกันได้ ในเวลาเพียง 3 ชั่วโมง ที่มหัศจรรย์ก็คือ เขากำลังก่อสร้างลิฟต์ขนาดใหญ่  ที่สามารถยกเรือขนาด 3 พันตัน ขึ้น-ลง ที่ระดับต่างกันถึง 150 เมตรได้  

นอกจากนั้นแล้ว ยังทำให้มีการขยายพันธุ์สัตว์น้ำที่มีอยู่มากมายในแยงซี  (ยกเว้น Yangze Sturgeon ที่ไม่อาจเดินทางขึ้นไปวางไข่เหนือเขื่อนได้)  รวมทั้งช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวทางน้ำ การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และระบบชลประทาน ที่มีปริมาณน้ำอย่างเพียงต่อความต้องการในการเกษตรกรรมและการใช้สอย สามารถส่งน้ำจืดจากอ่างเก็บน้ำเหนือเขื่อนแห่งนี้ไปใช้ถึงกรุงปักกิ่งที่อยู่ห่างออกไปถึงเกือบ 2 พันกิโลเมตร

Aq5
Comment : 17
Post :403
Start :2007-09-12 02:09:51
เขียนเมื่อ : 2008-10-15 09:40:27 "QUOTE"

click picture for full size

หลังจากเที่ยวชมเขื่อน เป็นอันว่าจบการท่องเที่ยวทางน้ำ  เริ่มเที่ยวทางบกต่อไปยังเมือง Chinchaw  เป็นเมืองเก่าแก่ มีอายุกว่า 2,700 ปี เคยเป็นเมืองหลวงของ Chue Empire ถือกันว่า เป็นเมืองเกษตรกรรม และทำประมงที่สำคัญที่สุดของลุ่มน้ำแยงซี  เขาอวดเลยว่า จะสามารถพบพันธุ์ปลาทุกชนิดที่มีในแม่น้ำแยงซีได้ที่เมืองนี้  และอาจจะด้วยเหตุนี้ ที่ทำให้อาหารกลางวันแสนอร่อยทั้งเมนูในมื้อนี้ ล้วนทำจากเนื้อปลารสเลิศ อิ่มปลาเสียจนแทบต้องว่ายน้ำไปขึ้นรถโค้ชเดินทางต่อไปยังหวูฮั่น (Wuhan)ซึ่งเคยรุ่งเรืองที่สุดแห่งหนึ่งในอดีต  ปัจจุบัน เมืองอุตสาหกรรมรถยนต์ และเป็นเมืองที่ใช้เป็นสนามแข่งขันฟุตบอล ในกีฬาโอลิมปิค  ที่เพิ่งจบไปเมื่อไม่นานมานี้เอง 

 

เหน็ดเหนื่อยเต็มประดา  แต่เพื่อไม่ให้เสียศักดิ์ศรีคนไทย  ผมยังคงทู่ซี้ออกไปชอปปิ้งเสียจนตีหนึ่ง ถึงได้ค่อยๆ คลานกลับห้องพัก  เพื่อที่จะเดินทางต่ออีกเต็มวันกว่าจะกลับถึงบ้าน              

Aq5
Comment : 18
Post :403
Start :2007-09-12 02:09:51
เขียนเมื่อ : 2008-10-15 09:41:48 "QUOTE"

หมายเหตุท้ายเรื่อง :

แม้การล่องแยงซีเกียง  จะเป็นการท่องเที่ยวระดับ 5 ดาว  แต่สำหรับตัวผม  เนื่องจากเลือกไปในช่วงต้นปี ที่อากาศอยู่ระหว่าง 0-8 องศา  จึงค่อนข้างทรมานอยู่เล็กน้อยในการถ่ายภาพ   ส่วนท่านที่สนใจ สามารถเลือกไปเยี่ยมความงามหลายแบบ ดังนี้

มีนาคม – เมษายน  เป็นช่วงเปลี่ยนจากฤดูหนาว เป็นฤดูใบไม้ผลิ   สีสันสดใสและแดดอุ่น  

มิถุนายน – กันยายน  ช่วงฤดูร้อน  มีความหนาแน่นของนักท่องเที่ยวจำนวนมาก

ตุลาคม – พฤศจิกายน ฤดูใบไม้ร่วง   ใบใม้เปลี่ยนสี  อากาศไม่หนาวจัด  เป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุด  นอกจากนั้น  ในบริเวณใกล้เคียง  ยังมีแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจอื่นๆ  เช่น  จิ้วจ่ายโกว ซีอาน  ทำให้นักท่องเที่ยวผนวกการเดินทางต่อจากการท่องเที่ยวล่องแยงซี

ppana
Comment : 19
Post :487
Start :2007-12-01 14:30:09
เขียนเมื่อ : 2008-11-19 17:23:33 "QUOTE"
                     เป็นหนึ่งในประเทศที่น่าท่องเที่ยวอันดับ 1 ในใจค่ะ
Start new topicKTC World Articles> ฆาน เซี๊ยะ ต้าป้า มหากาพย์แห่งแยงซี
 ^ TOP
} }else{ return ""; } } ?>