ปาลาวัน เพชรเม็ดงามแห่งเอเชีย สวรรค์ของคนรักทะเล

THE_HOMETOWN_OF_MATCHA1.jpg

BRING YOU TO MATCHA LIFE

เมืองเก่าเล็ก ๆ แห่งนี้ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของเกียวโต ระหว่างเมืองเกียวโตและเมืองนารา เมืองแห่งวิถีชีวิต นี้เต็มไปด้วยสถาปัตยกรรมทางประวัติศาสตร์มากมายที่ แอบซ่อน รอคอยผู้คนเดินทางเข้าไปสัมผัส ทั้งยังเป็นที่ตั้ง ของหนึ่งในมรดกโลกอย่างวัดเบียวโดอิน ที่งดงามไปด้วย ศิลปะที่วิจิตร บอกเล่าเรื่องราวของประวัติศาสตร์ไว้อย่าง ชัดเจน และเมืองอุจิแห่งนี้ยังเป็นต้นกำเนิดของชาเขียว ญี่ปุ่นขนานแท้ที่เลื่องลือไปไกลทั่วโลกอีกด้วย

THE_HOMETOWN_OF_MATCHA2.jpg

ส่วนทีเด็ดที่เรียกว่าเป็นสัญลักษณ์ของเมืองอุจิ ที่ทำให้ ผู้คนหลั่งไหลมานั้นคงจะหนีไม่พ้นวิถีแห่งชาเขียวแบบ ต้นตำรับ เพราะที่นี่เต็มไปด้วยไร่ชาเขียวคุณภาพดี ที่ปลูกอย่างตั้งใจในพื้นที่ที่มีอุณหภูมิและอากาศเหมาะสม ที่สุดในการปลูกชาเขียวทั้งยังมีบ้านบางหลังที่ นักท่องเที่ยวสามารถเข้าไปทดลองศึกษาวัฒนธรรมการชงชา และฝึกชงชาตามแบบญี่ปุ่นโบราณได้อีกด้วย และนี่ยัง เป็นต้นกำเนิดของนวนิยายเรื่องดังของญี่ปุ่นอย่าง Genji Monogatari อีกด้วย โดยมี The Tale of Genji Museum ที่ตั้งอยู่ใกล้ ๆ กับสะพานอุจิไว้ให้ผู้ที่สนใจได้เข้าไป ศึกษาตำนานและความเป็นมาของนิยายเรื่องนี้ ถัดจากสะพานไปไม่ไกลนัก จะผ่านถนนเส้นเล็ก ที่ปกคลุมไปด้วยต้นไม้เขียวเย็นตาทั้งสองข้างทาง นำ ไปสู่ศาลเจ้า Ujikami - jinja ที่ถือเป็นศาลเจ้า สำคัญที่เก่าแก่ของเมืองอุจิ โดยเล่าต่อกันมาว่า ศาลเจ้าแห่งนี้เป็นศาลเจ้าที่เก่าแก่ที่สุดในญี่ปุ่น

HOW TO GO

THE_HOMETOWN_OF_MATCHA3.jpg

สามารถนั่งรถไฟสาย JR Nara Line จากสถานีเกียวโต (Kyoto Station) ถึง สถานีอุจิ (Uji Station) ได้อย่างสะดวกสบายโดยไม่ต้องเปลี่ยนขบวน ระยะเวลาในการเดินทางประมาณ 30 นาที ค่าโดยสาร 240 เยน / เที่ยว หรือจะเลือก ใช้บริการแท็กซี่ก็ได้ โดยมีค่าใช้จ่ายประมาณ 4,500 - 5,000 เยน ขึ้นอยู่กับเส้นทางและสภาพ การจราจรใช้เวลาในการเดินทางอย่างน้อย 30 นาที

THE_HOMETOWN_OF_MATCHA4.jpg

จากศาลเจ้า Ujikami - jinja ข้ามแม่น้ำอุจิมาอีกฝั่ง จะพบกับวัดเบียวโดอิน วัดสำคัญอันดับต้น ๆ ของญี่ปุ่น ที่สร้างขึ้นในราวปี ค.ศ. 1052 โดย ตระกูลขุนนางฟุจิวาระ ที่แห่งนี้เคยถูกใช้เป็นที่พักก่อนจะ เปลี่ยนเป็นวัด และมีชื่อเสียงจนกลายเป็นไฮไลท์ของเมือง อุจิในปัจจุบัน ในวัดถูกแบ่งออกเป็นสองส่วน คือส่วนของ พิพิธภัณฑ์ Hoshokan ตั้งอยู่ในบริเวณวัด ในส่วนนี้นักท่อง เที่ยวจะสามารถชื่นชมวัตถุโบราณของทางวัดทั้งพระพุทธรูป ประติมากรรม รูปแกะสลัก เทพเจ้า สิ่งศักดิ์สิทธิ์ต่าง ๆ พร้อมรูปสักการะที่เป็นที่เคารพของชาวเมือง วัสดุที่ใช้ ในการตกแต่งเป็นแบบดั้งเดิมที่ถูกรักษาให้มีสภาพสมบูรณ์ ดังเดิม อีกหนึ่งที่ห้ามพลาดของวัดนั่นก็คือศาลา Hoo - do ที่มีชื่อเสียงและอยู่คู่กับวัดแห่งนี้มาช้านาน จนกลายเป็น สัญลักษณ์บนเหรียญ 10 เยน ศาลาแห่งนี้มีชื่อ เรียกง่าย ๆ อีกชื่อว่า Phoenix Hall เพราะตัวศาลามีปีก ยื่นออกไปด้านข้างทั้งสองข้างจนดูคล้ายนกกำลังบิน แถมยังเป็นศาลเดียวในวัดที่รอดพ้นจากสงคราม และไฟไหม้ใหญ่อยู่หลายครั้ง จนถูกขนานนามให้เป็น สถาปัตยกรรมที่ดั้งเดิมและเก่าแก่ที่สุดในเกียวโต

MUST TRY

THE_HOMETOWN_OF_MATCHA5

อีกหนึ่งร้านเด็ดที่ไม่ว่าใครมาเยือนเมืองอุจิก็ต้องแวะ มาเยี่ยมเยียน นั่นก็คือ ร้าน Nakamura Tokichi เมนู ร้านนี้เป็นภาษาอังกฤษเข้าใจได้ง่าย และเมนูที่ต้องสั่ง คงจะหนีไม่พ้น Buckwheat Matcha Noodle Set ที่ประกอบไปด้วยเส้นโซบะที่มีส่วนประกอบของ ชาเขียว ข้าวโรย Furikake และ Matcha Jelly ที่มีถั่วแดงกับโมจิเพิ่มสัมผัสความเป็นญี่ปุ่นและ ทีเด็ดของร้านอย่าง Macha Hojicha Parfait ขนมหวานแสนอร่อย ที่หาทานได้แค่ที่ร้านนี้เท่านั้น พิกัด : ร้านตั้งอยู่ตรงข้ามสถานี JR Uji Station ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.tokichi.jp

DO YOU KNOW?
วัดเบียวโดอิน ค่าเข้าชม 600 เยน (www.byodoin.or.jp/english.html) The tale of Genji Museum ค่าเข้าชม 500 เยน (www.uji-genji.jp/en)

THE REAL TASTE OF JAPAN
MATCHA

THE_HOMETOWN_OF_MATCHA6.jpg

อีกหนึ่งที่แนะนำที่คนรักการกินต้องไม่พลาดนั่นก็คือ “ถนนชาเขียว” หรือ ถนน Byodo - In Omotesando ซึ่งห่างจากวัดเบียวโดอินเพียงแค่ 5 นาที สามารถ เดินเล่นเพลิน ๆ มาได้สบาย ๆ ระหว่างทางเดินใน เมืองเรียงรายไปด้วยร้านอาหารและร้านขนมมากมาย ที่เต็มไปด้วยผลิตภัณฑ์และเมนูที่มีส่วนประกอบของ ชาเขียว ทั้งโซบะชาเขียว ข้าวญี่ปุ่นหอมนุ่มโรยด้วย ผงมัทฉะที่ให้สัมผัสแปลกใหม่ชวนลิ้มลอง ซอฟต์ครีม นุ่มละมุนลิ้น เชื้อเชิญให้คุณแวะชิมพร้อมนั่งชื่นชม วิถีชีวิตของผู้คน หรือจะเลือกเดินซื้อของที่ระลึกก็ได้เช่นกัน

นอกจากนี้บริเวณริมแม่น้ำอุจิ ในช่วงฤดูร้อนจะมีกิจกรรม ล่องเรือและตกปลา เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยว มีโชว์วิธี การจับปลาแบบโบราณ หรือ การตกปลาแบบยูไค (Ukai) ที่หาชมได้ยาก โดยใช้นกกาในการจับปลาจากชาวประมง ท้องถิ่นให้คุณได้ตื่นตาตื่นใจกับวิถีชีวิตที่มีมายาวนาน กว่า 1,000 ปีอีกด้วย ริมสองฝั่งของแม่น้ำเต็มไป ด้วยโรงน้ำชา และร้านอาหารเรียงรายให้เลือก มากมาย และยังมีร้านที่จำหน่าย ชาอุจิ (Uji Tea) และผลิตภัณฑ์จากชาอุจิที่ขึ้นชื่อมากมาย ทั้ง โซบะ รสชาเชียว ไอศกรีมชาเขียว เป็นต้น ระหว่างแม่น้ำมี สะพานข้ามไปยังเกาะเล็ก ๆ ที่สามารถนั่งชมวิว เดินเล่น หรือปิกนิก สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว อีกที่ที่ไม่ควรพลาดเลยเมื่อมาเยือนเมืองอุจิคือไร่ชา เขียวชื่อดังของเมืองอย่างที่ตั้งอยู่บนเนินเขาด้าน หลังของชุมชนเมืองอุจิ และกำลังขยายพื้นที่อย่าง รวดเร็วเพื่อคัดคุณภาพชั้นยอดของชา ก็สามารถเดิน ทางไปเที่ยวชมเก็บบรรยากาศสวย ๆ ได้ง่ายเช่นกัน

DO YOU KNOW ?
สมาชิกบัตรเครดิต KTC เที่ยวญี่ปุ่นแสนสะดวก จองตั๋วเครื่องบินตรงสู่โอซาก้า ที่พัก ตั๋วรถไฟเจอาร์ เช่า Pocket Wifi ประกันการเดินทาง ได้ที่ KTC World Travel Service โทร 02 123 5050