FRANCE CHARMING LAVENDER SURROUNDED

ลาเวนเดอร์ (Lavender) มาจากภาษาลาตินว่า “Lavare” หมายถึงการชำระล้าง เนื่องจากใน อดีต เคยเกิดโรคระบาดในกลุ่มชาว เปอรเ์ซียน กรีก และโรมัน ได้มีการนำ กิ่งลาเวนเดอร์มาเผารมควันให้ทั่ว เพื่อเป็นการฆ่าเชื้อและป้องกันการ ติดต่อของโรค และยังมีสรรพคุณ ป้องกันแมลงได้ด้วย

Blossom_in_FRANCE2.jpg

ดินแดนแห่งลาเวนเดอร์ Lavender Field

Blossom_in_FRANCE2.jpg

แคว้นทางตอนใต้ที่งดงามที่สุดของ ฝรั่งเศส เชื่อมระหว่างเทือกเขาแอลป์ กับทะเลเมดิเตอร์เรเนียน และเนื่องจาก เคยเป็นส่วนหนึ่งของอาณาจักรโรมัน อันศักดิ์สิทธิ์ที่แผ่ขยายอำนาจไปทั่วยุโรป ทำให้ยังมีอารยธรรมเก่าแก่ยุคโรมัน หลงเหลือให้ได้เห็น อาชีพหลักของเมืองคือการปลูกทุ่งดอกลาเวนเดอร์ และ การทำไร่องุ่นเพื่อผลิตไวน์ ทิวทัศน์ของ เมืองนี้ จึงเต็มไปด้วยทุ่งดอกไม้สีม่วง และไร่องุ่นสุดลูกหูลูกตา แซมด้วยบ้าน หลังเล็กๆสีสดใสของชาวไร่ เป็นเมือง ตากอากาศยอดฮิตของชาวฝรั่งเศสและ นักท่องเที่ยวในช่วงฤดูร้อนาว

การเดินทางไปประเทศฝรั่งเศสต้อง ยื่นเรื่องขอทำวีซ่า ล่วงหน้าประมาณ 1-2 เดือน โดยเอกสารประกอบการทำ วีซ่าต้องเป็นภาษาอังกฤษเท่านั้นและ Medical Insurance ต้องทำกับบริษัท ที่ทางสถานทูตรับรองเท่านั้น

Blossom_in_FRANCE3

ช่วงเวลาชม ทุ่งลาเวนเดอร์
ที่นี่จะเริ่มปลูกดอกลาเวนเดอร์ตั้งแต่ เดือนมิถุนายน ช่วงเวลาที่ดอกไม้จะ เบ่งบานและสวยงามที่สุดคือประมาณ ปลายเดือนมิถุนายน ถึงเดือนกรกฎาคม และจะเริ่มเก็บเกี่ยวตั้งแต่ปลายเดือน กรกฎาคมจนถึงกันยายน เพราะเป็น ช่วงที่ดอกลาเวนเดอร์ผลิต Essential Oil ได้มากที่สุดและมีคุณภาพสูงที่สุด

หมู่บ้านเลโบเดอโพรวองซ์ Les Baux de Provence

Blossom_in_FRANCE4.jpg

หมู่บ้านเก่าแก่บนยอดเขาสร้างด้วยหิน ห่างออกไปประมาณ 1 ชั่วโมงทางทิศ ตะวันตกของโพรวองซ์ ให้อารมณ์ เหมือนหลุดเข้าไปในยุคอัศวิน มีทางเดิน เป็นตรอกเล็กๆตามซอกซอยลดหลั่น ตามความชันของยอดเขา ไม่สามารถ นำรถยนต์เข้ามาได้ ต้องใช้วิธีเดินหรือ ปั่นจักรยานเท่านั้น ตึกรามบ้านช่อง ตกแต่งสไตล์หมู่บ้านชนบท เปิดเป็น ร้านขายของฝากผลิตภัณฑ์จาก ดอกลาเวนเดอร์และไวน์ มีคาเฟ่เล็กๆ ให้นั่งพักจิบกาแฟ หมู่บ้านนี้กลายเป็น แหล่งท่องเที่ยวแบบเต็มรูปแบบไปแล้ว เพราะส่วนใหญ่จะมีแต่นักท่องเที่ยวมา เดินช้อปปิ้งถ่ายรูป ไม่ค่อยเห็นชาวบ้าน ออกมาเดินสักเท่าไหร่ ในอดีตเมืองนี้ เคยเป็นป้อมปราการสำคัญมาก่อน มี ปราสาท Château des Baux de Provence ที่ถูกสร้างขึ้นในศตวรรษที่ 10 บนพื้นที่กว้างถึง 7 เอเคอร์ ของ อดีตเจ้าเมือง ซึ่งปัจจุบันเปิดเป็นพิพิธภันฑ์ ให้นักท่องเที่ยวเข้าชม จากจุดนี้สามารถ มองเห็นวิวทุ่งดอกลาเวนเดอร์เบื้องล่าง ได้อย่างชัดเจน (ค่าตั๋วเข้าชมปราสาท Château des Baux de Provence ราคา 10 ยูโรต่อคน) หมู่บ้านนี้อยู่ห่าง จากสถานีรถไฟ TGV Aix ประมาณ 70 กิโลเมตร สามารถนั่งรถโดยสารมาได้ ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง

การเดินทาง จากปารีสไปสู่แคว้นโพรวองซ์ สามารถขึ้นเครื่องบินมาลงสนามบินมาร์กเซย (Marseille) หรืออีกวิธีคือขึ้นรถไฟ ด่วนพิเศษ TGV ใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง สามารถลงที่สถานีมาร์กเซย หรือเลยไปลงสถานีเอ็กซองโพรวองซ์ (Aix en Provence) ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการท่องเที่ยวโพรวองซ์ แล้วแต่ว่าอยากจะเที่ยวชมเมืองไหนบ้าง โดยมาร์กเซยและเอ็กซองโพรวองซ์ ใช้ เวลาเดินทางถึงกันเพียง 30 นาทีเท่านั้น (ข้อมูลเพิ่มเติม : www.tgv.com)

บทความจากนิตยสาร My World นิตยสารเพื่อการท่องเที่ยวและไลฟ์สไตล์รายสองเดือน คลิกอ่านฉบับเต็ม