เคทีซีสร้างจุดต่างรุกหมวดกีฬาและงานอดิเรก เผยยอดใช้จ่ายทะลุเป้าเติมเต็มความสุขสมาชิก ชอบกีฬา หนังสือ สัตว์เลี้ยง และของเล่น

เคทีซีเดินหน้ารุกทำการตลาดในหมวดกีฬา (Sports and Outdoor) และงานอดิเรก โฟกัสสามกลุ่มหลัก หมวดหนังสือ (Reading and Learning) หมวดสัตว์เลี้ยง (Pet Lover) และหมวดของเล่นและของสะสม (Toys and Games) ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ให้สมาชิกได้ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์สูงสุด และมอบความสุขจากงานหลักสู่งานอดิเรกหลังตัวเลขการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตเคทีซีในทุกหมวดดังกล่าวในปี 2016 ปรับตัวสูงขึ้น
    
“เคทีซี” หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) โดยนายชัยพล กฤตยาวาณิชย์ ผู้ช่วยประธานเจ้าหน้าที่บริหาร – ธุรกิจบัตรเครดิต กล่าวว่า “เคทีซียังคงสานต่อการทำตลาดที่เจาะเข้าถึงไลฟ์สไตล์ของสมาชิก ที่มีการเติบโตอย่างโดดเด่นในปีที่ผ่านมา และมีศักยภาพที่จะเพิ่มสูงขึ้นได้อีกในปี 2017 ประกอบด้วย
 
หมวดกีฬา (Sports and Outdoor) ยอดใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตเคทีซีในปี 2016 เปรียบเทียบกับปี 2015 เติบโตประมาณ 27% โดยปี 2017 นี้ ภาพรวมของตลาดมีแนวโน้มทีดี ตัวเลขยังเป็นบวก แต่อาจไม่โดดเด่นเท่าช่วงสองสามปีที่ผ่านมา ซึ่งเป็นช่วงที่กีฬาเริ่มบูมใหม่ๆ ปีนี้องค์การภาครัฐยังคงสนับสนุนให้ประชาชนออกกำลังกายและดูแลสุขภาพ ทางด้านแบรนด์แฟชั่นต่างๆ ก็ผลิตคอลเล็คชั่นที่เป็นแนวกีฬา รวมถึงกระแสการแต่งชุด หรือรองเท้ากีฬาแบบลำลองในชีวิตประจำวันเพิ่มมากขึ้น ที่สำคัญปีนี้ ช่องทางการขายแบบออนไลน์น่าจะเติบโตขึ้น พันธมิตรรายใหญ่ๆ จะโฟกัสตลาดนี้อย่างจริงจัง และตลาดผลิตภัณฑ์ประเภทอุปกรณ์เฉพาะหรือ gadget ต่างๆ ที่มีการอัพเกรดโมเดลออกมาอย่างต่อเนื่อง จะแข่งขันกันสูงและเติบโตไปได้อีกมาก
 
หมวดของเล่นและของสะสม (Toys and Games) ยอดใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตเคทีซีในปี 2016 เปรียบเทียบกับปี 2015 เติบโตประมาณ 29% หมวดนี้น่าจะเติบโตไปในทิศทางเดียวกับการเติบโตของ Content ของซีรี่ย์ดังๆ หรือ อะนิเมชั่นต่างๆ ที่ทยอยเผยแพร่ออกมา รวมถึงภาครัฐได้ให้การสนับสนุนการจัดงานทอยเอ็กซ์โปขนาดใหญ่ เป็นการส่งเสริมให้เยาวชน และผู้ประกอบการไทยมีความคิดสร้างสรรค์ โดยช่องทางออนไลน์น่าจะโตได้มาก จากกลุ่มเป้าหมายที่เป็นเจนเนอร์เรชั่นใหม่ๆ ที่คุ้นเคยกับการทำธุรกรรมออนไลน์
 
หมวดสัตว์เลี้ยง (Pet Lover) ยอดใช้จ่ายผ่านบัตรเคทีซีในปี 2016 เปรียบเทียบกับปี 2015 เติบโตประมาณ 24% ในปี 2017 ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับสัตว์เลี้ยงยังมีอนาคตสดใส จากแนวโน้มสังคมไทยที่ก้าวเข้าสู่สังคมสูงอายุและสังคมเดี่ยวมากขึ้น รวมถึงวิถีคนโสดหรือครอบครัวขนาดเล็กที่ไม่นิยมมีลูก การเลี้ยงสัตว์จึงเป็นส่วนที่เติมเต็ม ประกอบกับมีธุรกิจที่ให้บริการเกี่ยวกับสัตว์เกิดขึ้นหลากหลาย คนเลี้ยงเองยินดี และยอมลงทุน จ่ายค่าผลิตภัณฑ์หรือบริการที่มีราคาสูง เพื่อสัตว์เลี้ยงที่รัก เสมือนหนึ่งในสมาชิกของครอบครัวไปแล้ว
 
หมวดหนังสือ (Reading and Learning) ยอดใช้จ่ายผ่านบัตรเคทีซีในปี 2016 เปรียบเทียบกับปี 2015 เติบโตประมาณ 13% ซึ่งคิดเป็นสองเท่าโดยประมาณของปีที่ผ่านมา โดยปรับตัวสูงขึ้นจากงานเทศกาลหนังสือต่างๆ และการที่ประชาชนหาซื้อหนังสือที่เกี่ยวข้องกับพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่เก้า เพื่อเก็บสะสมโดยในปี 2017 คาดว่าการเติบโตในหมวดนี้จะทรงตัว เนื่องจากปัจจุบันพฤติกรรมการอ่านของผู้บริโภคเปลี่ยนไป ช่องทางการรับรู้ข่าวสารมีหลากหลายมากขึ้น โดยเฉพาะสื่อออนไลน์ที่เข้าถึงง่าย ผู้ประกอบการต่างๆ จึงเร่งหาโมเดลธุรกิจ หรือรูปแบบการตลาดที่ยังคงช่วยกระตุ้นให้คนไทยรักการอ่าน และหาความรู้เสริมให้ตัวเอง
 
ในปี 2017 ทางเคทีซีจะดำเนินกลยุทธ์ทุกมิติ เพื่อสนับสนุนการเติบโตของกลุ่มที่กล่าวมา โดยหลักๆ จะเน้นประสานความร่วมมือกับพันธมิตรต่างๆ เพื่อให้ได้สิทธิประโยชน์ที่จับต้องได้ ครอบคลุมและคุ้มค่ามากที่สุดรวมถึงการมอบสิทธิพิเศษจากพันธมิตรร้านค้ากลุ่มใหม่ๆ ที่อยู่ในกระแส โดยใช้คะแนนสะสมKTC FOREVER REWARDS แลกรับส่วนลดเป็นอาวุธหลัก เสริมด้วยบริการแบ่งชำระ KTC FLEXI 0% โดยได้ทดลองทำตลาด และสมาชิกให้การตอบรับใช้บริการแบ่งชำระสินค้าหรือบริการในหมวดดังกล่าวแบบระยะสั้นๆ มากขึ้น เช่น ค่าหนังสือ และค่ารองเท้ากีฬา เป็นต้น นอกจากนี้ ตลาดออนไลน์ ก็เป็นอีกหนึ่งช่องทางที่สามารถเติบโตได้ดีเช่นกัน เคทีซียังได้วางแผนการจัดกิจกรรมให้กับสมาชิกตลอดปี อาทิ งานอีเวนท์ด้านกีฬา ที่ชวนให้สมาชิกหันมาสนใจการออกกำลังกายหรืองานเวิร์คช้อปต่างๆ ในกลุ่มสัตว์เลี้ยง หรือของเล่น โดยร่วมมือกับกูรู ผู้เชี่ยวชาญและพันธมิตรต่างๆ ให้กลุ่มสมาชิกที่มีความสนใจในเรื่องเดียวกัน ได้มีโอกาสทำกิจกรรมร่วมกัน 
 
เคทีซีคาดหวังว่าสิ้นปีนี้ ยอดใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตเคทีซีในหมวดกีฬา (Sports and Outdoor) และงานอดิเรก สามกลุ่มหลัก หมวดหนังสือ (Reading and Learning) หมวดสัตว์เลี้ยง (Pet Lover) และหมวดของเล่นและของสะสม (Toys and Games) ในภาพรวมจะเติบโตไม่น้อยกว่าปีที่ผ่านมา” นายชัยพลกล่าวทิ้งท้าย