ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2568 เป็นต้นไป ผู้ประกันตนตามมาตรา 33 และมาตรา 39 จะได้รับสิทธิเงินสงเคราะห์บุตรเพิ่มขึ้นเป็น 1,000 บาทต่อเดือนต่อบุตร 1 คน จากเดิม 800 บาท ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 2567 เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระค่าครองชีพของครอบครัว โดยสามารถยื่นขอรับสิทธิผ่านเว็บไซต์ได้ง่าย ๆ เพียง 6 ขั้นตอน และเงินจะถูกโอนเข้าบัญชีผ่านระบบพร้อมเพย์ทุกสิ้นเดือน ทั้งนี้สิทธิประโยชน์ดังกล่าวมีผลตั้งแต่เดือนมกราคม 2568 เป็นต้นไป สำหรับผู้ประกันตนที่มีบุตรและต้องการใช้สิทธิ สามารถตรวจสอบเงื่อนไขและขั้นตอนการลงทะเบียนได้ตามรายละเอียดด้านล่าง


เงื่อนไขลงทะเบียนรับเงินสงเคราะห์บุตรในปี 2568

  1. ต้องเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 33 หรือ มาตรา 39
  2. จ่ายเงินสมทบมาแล้วไม่น้อยกว่า 12 เดือน ภายในระยะเวลา 36 เดือน ก่อนเดือนที่มีสิทธิ์ได้รับประโยชน์ทดแทน
  3. ต้องเป็นบุตรที่ชอบด้วยกฎหมาย ยกเว้น บุตรบุญธรรมหรือบุตรซึ่งยกให้เป็นบุตรบุญธรรมของบุคคลอื่น
  4. อายุตั้งแต่แรกเกิดจนถึง 6 ปีบริบูรณ์ จำนวนคราวละไม่เกิน 3 คน เว้นแต่ผู้ประกันตนเป็นผู้ทุพพลภาพหรือถึงแก่ความตาย ในขณะที่บุตรมีอายุแรกเกิดจนถึง 6 ปีบริบูรณ์ จะมีสิทธิ์ได้รับประโยชน์ทดแทนต่อจนอายุ 6 ปีบริบูรณ์


ยื่นสงเคราะห์บุตรใช้เอกสารอะไรบ้าง ?

การยื่นขอรับเงินสงเคราะห์บุตรจำเป็นต้องใช้เอกสารหลายรายการ เพื่อยืนยันสถานะของผู้ปกครองและบุตร รวมถึงยืนยันสิทธิ์ในการรับเงินสงเคราะห์ ซึ่งมีดังต่อไปนี้

  1. แบบคำขอรับประโยชน์ทดแทนกองทุนประกันสังคม (สปส. 2-01)
  2. กรณีผู้ประกันตนเคยยื่นใช้สิทธิ์แล้วและประสงค์จะใช้สิทธิ์สำหรับบุตรคนเดิม ให้ใช้หนังสือขอใช้สิทธิ์บุตรคนเดิมกรณีกลับเข้าเป็นผู้ประกันตน จำนวน 1 ฉบับ
  3. กรณีผู้ประกันตนหญิงใช้สิทธิ์
    • สำเนาสูติบัตรบุตร (กรณีคลอดบุตรแฝดให้แนบสำเนาสูติบัตรของคู่แฝดด้วย) จำนวน 1 ชุด
  4. กรณีผู้ประกันตนชายใช้สิทธิ์
    • สำเนาทะเบียนสมรส หรือสำเนาทะเบียนหย่าพร้อมบันทึกแนบท้ายของผู้ประกันตนหรือสำเนาทะเบียนรับรองบุตร หรือสำเนาคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลให้เป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมาย จำนวน 1 ชุด
    • สำเนาสูติบัตรบุตร (กรณีคลอดบุตรแฝดให้แนบสำเนาสูติบัตรของคู่แฝดด้วยจำนวน 1 ชุด)
  5. กรณีเปลี่ยนชื่อ ชื่อสกุล ให้แนบสำเนาเอกสารใบเปลี่ยนชื่อ ชื่อสกุลด้วย จำนวน 1 ชุด
  6. กรณีผู้ประกันตนต่างชาติขอรับประโยชน์ทดแทน ให้ใช้สำเนาบัตรประกันสังคมและสำเนาหนังสือเดือนทาง (passport) หรือสำเนาหนังสือเดินทางชั่วคราวหรือเอกสารรับรองบุคคลที่ทางราชการออกให้ จำนวน 1 ชุด
  7. สำเนาสมุดบัญชีเงินฝากธนาคารประเภทออมทรัพย์หน้าแรกที่มีชื่อและเลขที่บัญชีของผู้ยื่นคำขอ จำนวน 1 ฉบับ ผ่านทางบัญชีธนาคารของผู้ประกันตน 11 ธนาคาร ดังนี้
    • ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน)
    • ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน)
    • ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน)
    • ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน)
    • ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน)
    • ธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน)
    • ธนาคารธนชาต จำกัด (มหาชน)
    • ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย
    • ธนาคารซีไอเอ็มบีไทย จำกัด (มหาชน)
    • ธนาคารออมสิน
    • ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.)
  8. เอกสารประกอบการยื่นคำขอฯ ที่เป็นสำเนาให้รับรองความถูกต้องของสำเนาทุกฉบับ และแสดงเอกสารที่เป็นต้นฉบับเมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ขอตรวจสอบ กรณีเอกสารหลักฐานสำคัญต่อการพิจารณาเป็นภาษาต่างประเทศ ให้จัดทำคำแปลเป็นภาษาไทยและรับรองความถูกต้องให้ครบถ้วน



ลงทะเบียนรับเงินสงเคราะห์บุตรออนไลน์ ทำสะดวกได้ง่ายๆ เพียง 8 ขั้นตอน


ลงทะเบียนรับเงินสงเคราะห์บุตรออนไลน์อย่างไร ?

สำหรับวิธีการยื่นสงเคราะห์บุตรออนไลน์ สามารถทำได้ ดังนี้

  1. เข้าเว็บไซต์ประกันสังคม www.sso.go.th
  2. กด "เข้าสู่ระบบผู้ประกันตน"
  3. เลือกระบบ "e-Self Service"
  4. เลือก "ขอรับประโยชน์ทดแทนกองทุนประกันสังคม"
  5. เลือก "สงเคราะห์บุตร"
  6. กรอกข้อมูลให้ครบถ้วน พร้อมอัพโหลดเอกสารยื่นสงเคราะห์บุตรออนไลน์
  7. ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลและยืนยันการลงทะเบียน
  8. รอการตรวจสอบและอนุมัติจากเจ้าหน้าที่


ข้อควรรู้ต่างๆ เกี่ยวกับการรับเงินสงเคราะห์บุตร

นอกจากวิธีการและเอกสารยื่นสงเคราะห์บุตรออนไลน์ที่ต้องทราบแล้ว ยังมีข้อควรรู้ต่างๆ เกี่ยวกับการรับเงินสงเคราะห์บุตร ดังนี้

  1. การหมดสิทธิ์รับเงินกรณีสงเคราะห์บุตร
    • เมื่อบุตรมีอายุครบ 6 ปีบริบูรณ์
    • บุตรเสียชีวิต
    • ยกบุตรให้เป็นบุตรบุญธรรมของคนอื่น
    • ความเป็นผู้ประกันตนสิ้นสุดลง
  2. สามารถรับเงินสงเคราะห์บุตรได้ไม่เกิน 3 คน เว้นแต่ผู้ประกันตนเป็นผู้ทุพพลภาพหรือถึงแก่ความตาย ในขณะที่บุตรมีอายุแรกเกิดจนถึง 6 ปีบริบูรณ์ จะมีสิทธิ์ได้รับประโยชน์ทดแทนต่อจนอายุ 6 ปีบริบูรณ์
  3. กำหนดการจ่ายเงินสงเคราะห์บุตร
    1. กรณียื่นครั้งแรกและการใช้เอกสารยื่นสงเคราะห์บุตรคนเดิม กรณีกลับเข้าเป็นผู้ประกันตน หากยื่นเอกสารครบถ้วน มีคุณสมบัติเป็นไปตามเงื่อนไข และไม่ติดสถานะค้างชำระ กรณีประกันสังคมติดตามเงินประโยชน์ทดแทนเกินสิทธิ์ เจ้าหน้าที่จะตรวจสอบสิทธิ์และเงินสมทบ ข้อมูลการเข้า-ออกงานของผู้ประกันตนภายใน 3 เดือน โดยเงินจะเข้าบัญชีธนาคารภายในสิ้นเดือนที่ 4 เช่น ผู้ประกันตนมีสิทธิ์เดือนมกราคม เงินสงเคราะห์บุตรของเดือนมกราคมจะโอนเข้าบัญชีธนาคารให้ผู้ประกันตนในสิ้นเดือนเมษายน
    2. กรณีบุตรที่เกิดนานแล้ว และมีเงินสมทบตามเงื่อนไข เมื่อมายื่นขอใช้สิทธิ์กรณีสงเคราะห์บุตรภายหลัง จะได้รับสิทธิ์ย้อนหลังไม่เกิน 2 ปี ตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไข


นอกจากการได้รับเงินสงเคราะห์บุตรแล้ว คุณพ่อ คุณแม่ ยังสามารถวางแผนการเงินเพื่อครอบครัวได้ดียิ่งขึ้นด้วยบัตรเครดิต KTC ไม่ว่าจะเป็นค่าการศึกษาสำหรับบุตร ค่ารักษาพยาบาล ค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน ด้วยบัตรเครดิต KTC ที่มาพร้อมโปรโมชั่นและสิทธิพิเศษอีกมากมายสำหรับผู้ถือบัตร สำหรับใครที่สนใจสามารถสมัครบัตรเครดิต KTC ผ่านทางออนไลน์ได้ทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง


ใช้จ่าย คุ้มค่า นึกถึงบัตรเครดิต KTC