การผ่อนรถเป็นภาระรายเดือนก้อนใหญ่ที่หลายคนวางแผนไว้ดีแล้ว แต่ชีวิตจริงอาจมีเหตุให้รายได้สะดุด ค่าใช้จ่ายเพิ่ม หรือหมุนเงินไม่ทันจนเริ่มคิดว่า “ผ่อนรถไม่ไหวแล้วควรทำยังไงดี” สิ่งสำคัญที่สุดคืออย่าเพิ่งปล่อยให้ค่างวดค้างสะสม เพราะยิ่งปล่อยไว้นาน ทางเลือกจะยิ่งน้อยลง ทั้งเรื่องค่าปรับ เครดิตบูโร ผู้ค้ำประกัน และความเสี่ยงเรื่องรถถูกยึด

บทความนี้จะพาเช็กทีละขั้นว่า ผ่อนรถไม่ไหวควรทำอะไรก่อน ค้างค่างวดรถกี่งวดถึงเสี่ยงโดนยึด คืนรถไฟแนนซ์ได้ไหม รีไฟแนนซ์ช่วยได้หรือไม่ และมีทางออกไหนที่ควรเลือกให้เหมาะกับสถานการณ์ของตัวเอง

ผ่อนรถไม่ไหว ควรทำอะไรก่อน?

ผ่อนรถไม่ไหว สิ่งแรกที่ควรทำคืออย่าหนีหนี้ ให้รีบติดต่อไฟแนนซ์เพื่อเจรจาหาทางออกร่วมกันโดยเร็วที่สุด โดยแจ้งสถานการณ์อย่างตรงไปตรงมา เช่น รายได้ลด ตกงานชั่วคราว มีค่าใช้จ่ายฉุกเฉิน หรือธุรกิจสะดุด ถ้าสัญญารถมี ผู้ค้ำประกัน ควรแจ้งให้ทราบตั้งแต่เริ่มมีปัญหา ไม่ควรรอให้ไฟแนนซ์ติดต่อไปเอง เพราะผู้ค้ำอาจได้รับผลกระทบตามสัญญา หากผู้เช่าซื้อผิดนัดหรือมีหนี้ส่วนขาดหลังรถถูกขายทอดตลาด การแจ้งผู้ค้ำไม่ใช่เรื่องน่าอาย แต่เป็นการรับผิดชอบร่วมกันอย่างตรงไปตรงมา โดยควรบอกข้อมูลให้ครบ เช่น ค้างกี่งวด ยอดค้างเท่าไร กำลังเจรจาอะไรกับไฟแนนซ์ และมีแผนชำระต่ออย่างไร

 

ค้างค่างวดรถกี่งวดถึงเสี่ยงโดนยึด?

โดยทั่วไป สัญญาเช่าซื้อรถจะเสี่ยงถูกบอกเลิกเมื่อค้างค่างวดติดต่อกัน 3 งวด และไฟแนนซ์ต้องมีหนังสือบอกกล่าวให้ชำระหนี้ภายในเวลาไม่น้อยกว่า 30 วันก่อน หากผู้เช่าซื้อยังไม่ชำระตามหนังสือบอกกล่าว ไฟแนนซ์จึงมีสิทธิบอกเลิกสัญญาได้ตามหลักเกณฑ์ของประกาศคณะกรรมการว่าด้วยสัญญา

หนังสือแจ้งเตือน 30 วันคืออะไร?

หนังสือแจ้งเตือน 30 วัน คือหนังสือที่ไฟแนนซ์ส่งมาเพื่อแจ้งให้ผู้เช่าซื้อชำระค่างวดที่ค้างภายในเวลาที่กำหนด โดยต้องให้เวลาไม่น้อยกว่า 30 วันนับจากวันที่ผู้เช่าซื้อได้รับหนังสือ หากไม่ชำระภายในเวลานั้น ไฟแนนซ์จึงอาจใช้สิทธิบอกเลิกสัญญาได้

อ้างอิงข้อมูลจาก https://ratchakitcha.soc.go.th/documents/17229725.pdf

ผ่อนรถไม่ไหว ไฟแนนซ์ยึดรถได้เลยไหม?

ไฟแนนซ์จะยึดรถได้ก็ต่อเมื่อ ค้างครบ 3 งวด และ เลยกำหนดเวลาในหนังสือเตือนอีก 30 วันแล้วเท่านั้น และการยึดรถต้องทำอย่างละมุนละม่อม เจ้าหน้าที่ไม่มีสิทธิ์ข่มขู่ บุกรุกขืนใจ หรือใช้กำลัง หากคุณไม่ยินยอมส่งมอบรถ ไฟแนนซ์จะต้องไปฟ้องร้องต่อศาลเพื่อบังคับคดีตามกฎหมายต่อไป


ผ่อนรถไม่ไหว มีทางออกอะไรบ้าง?

ผ่อนรถไม่ไหวไม่ได้มีทางเดียวคือปล่อยให้รถถูกยึด แต่ยังมีหลายทางออก เช่น ขอปรับโครงสร้างหนี้ รีไฟแนนซ์ ขายรถปิดหนี้ โอนสัญญาให้คนอื่นผ่อนต่อ หรือคืนรถไฟแนนซ์ ทางเลือกที่เหมาะที่สุดขึ้นอยู่กับยอดหนี้ มูลค่ารถ รายได้ปัจจุบัน จำนวนงวดค้าง และความจำเป็นในการใช้รถ

ทางออก

เหมาะกับใคร

ข้อดี

ข้อควรระวัง

ขอปรับโครงสร้างหนี้

คนที่ยังมีรายได้ แต่จ่ายค่างวดเดิมไม่ไหว

ลดแรงกดดันระยะสั้น มีโอกาสรักษารถไว้

อาจทำให้ระยะเวลาผ่อนยาวขึ้น และดอกเบี้ยรวมเพิ่มขึ้น

ขอขยายระยะเวลาผ่อน

คนที่อยากลดค่างวดต่อเดือน

ค่างวดเบาลง บริหารเงินง่ายขึ้น

ต้องดูยอดรวมทั้งสัญญาว่าเพิ่มขึ้นมากไหม

รีไฟแนนซ์รถยนต์

คนที่รถมีมูลค่าและประวัติชำระยังพอไหว

อาจได้เงินก้อนหรือค่างวดใหม่เบาลง

ถ้าค้างหลายงวดอาจขอผ่านยาก

ขายรถเองเพื่อปิดหนี้

คนที่ไม่จำเป็นต้องใช้รถแล้ว

อาจได้ราคาดีกว่าปล่อยให้ขายทอดตลาด

ต้องคุยกับไฟแนนซ์เรื่องขั้นตอนปิดบัญชีและโอนรถ

เปลี่ยนสัญญาให้คนอื่นผ่อนต่อ

คนที่มีผู้รับช่วงต่อที่น่าเชื่อถือ

ลดภาระผ่อนรายเดือน

ต้องให้ไฟแนนซ์อนุมัติก่อน ห้ามโอนลอย

คืนรถไฟแนนซ์

คนที่ผ่อนต่อไม่ไหวจริง ๆ และไม่มีทางเลือกอื่น

หยุดภาระการดูแลรถ

อาจยังมีหนี้ส่วนต่างหลังขายรถ

หาเงินก้อนปิดยอดค้าง

คนที่ติดขัดชั่วคราวและยังอยากใช้รถต่อ

ช่วยหยุดการค้างและลดความเสี่ยง

ต้องกู้เท่าที่จำเป็น และมั่นใจว่าผ่อนหนี้ใหม่ไหว

 

ผ่อนรถไม่ไหว รีไฟแนนซ์รถยนต์ช่วยได้ไหม?

รีไฟแนนซ์รถยนต์ คือการนำรถที่ยังมีมูลค่ามาใช้ขอสินเชื่อใหม่ เพื่อปิดภาระเดิมหรือเปลี่ยนเงื่อนไขการผ่อนให้เหมาะขึ้น เช่น ได้ค่างวดใหม่ที่ต่ำลง ได้ระยะเวลาผ่อนนานขึ้น หรือได้เงินส่วนต่างมาเพิ่มสภาพคล่อง ฉะนั้นการรีไฟแนนซ์รถยนต์อาจช่วยได้ หากรถยังมีมูลค่าเพียงพอและผู้กู้ยังมีความสามารถในการชำระหนี้ แต่ถ้าค้างค่างวดหลายงวดแล้ว รีไฟแนนซ์อาจทำได้ยากขึ้นหรืออาจรีไฟแนนซ์ไม่ได้เลย เพราะผู้ให้สินเชื่อจะพิจารณาประวัติชำระหนี้ รายได้ และสถานะรถประกอบกัน


ผ่อนรถไม่ไหว โอนรถให้คนอื่นผ่อนต่อได้ไหม?

สามารถทำได้ แต่ต้องทำ ให้ถูกวิธีผ่านไฟแนนซ์/ธนาคาร แบบที่ปลอดภัยที่สุดคือ เปลี่ยนสัญญาเช่าซื้อ ให้คนใหม่มารับภาระผ่อนแทน โดยต้องให้ไฟแนนซ์อนุมัติก่อน ไม่ควรทำแบบโอนลอยหรือให้คนอื่นนำรถไปใช้แล้วจ่ายค่างวดแทนกันเอง เพราะหากอีกฝ่ายไม่จ่าย หนี้และความรับผิดตามสัญญายังอาจกลับมาที่ผู้เช่าซื้อเดิม

ผ่อนรถไม่ไหว คืนรถได้ไหม?

คืนรถไฟแนนซ์ได้ แต่ไม่ได้แปลว่าหนี้จะจบเสมอไป เพราะหลังไฟแนนซ์รับรถคืน อาจนำรถไปขายหรือประมูล หากขายได้ต่ำกว่ายอดหนี้และค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้อง ผู้เช่าซื้ออาจยังต้องรับผิดชอบส่วนต่าง ดังนั้นก่อนคืนรถควรขอเอกสารสรุปยอดหนี้ เงื่อนไขการคืนรถ และผลกระทบต่อเครดิตให้ชัดเจน

ขั้นตอนการติดต่อไฟแนนซ์ก่อนคืนรถ

1.    ติดต่อไฟแนนซ์ให้เร็วที่สุด
หากเริ่มผ่อนไม่ไหว ควรรีบแจ้งไฟแนนซ์ก่อนผิดนัดชำระหลายงวดหรือก่อนถูกบอกเลิกสัญญา โดยอธิบายสถานการณ์รายได้ ภาระค่าใช้จ่าย และความสามารถในการผ่อนต่อเดือน เพื่อให้ไฟแนนซ์เสนอทางเลือกที่เหมาะสม เช่น ปรับโครงสร้างหนี้ ลดค่างวดชั่วคราว หรือคืนรถเพื่อปิดภาระบางส่วน

2.    สอบถามยอดหนี้ให้ละเอียด
ควรถามให้ชัดเจนว่า ณ วันที่ติดต่อ มียอดค้างชำระเท่าไร ยอดปิดบัญชีเท่าไร เหลืองวดอีกกี่งวด มีค่าปรับ ค่าทวงถาม ค่าธรรมเนียม หรือค่าใช้จ่ายอื่นใดหรือไม่ และควรขอรายละเอียดทั้งหมดเป็นลายลักษณ์อักษร เพื่อใช้ตรวจสอบภายหลัง

3.    เช็กว่าการคืนรถจะทำให้ยังมีหนี้ส่วนต่างหรือไม่
ประเด็นสำคัญคือ หากไฟแนนซ์รับรถคืนแล้วนำรถไปขายทอดตลาดหรือประมูล และขายได้ราคาต่ำกว่ามูลหนี้ที่เหลือ ผู้เช่าซื้ออาจยังต้องรับผิดชอบหนี้ส่วนต่าง แต่หากขายได้เกินกว่ามูลหนี้ ผู้บริโภคมีสิทธิได้รับเงินส่วนเกินคืน ทั้งนี้ หลังบอกเลิกสัญญา ไฟแนนซ์ไม่ควรเรียกเก็บดอกเบี้ยเช่าซื้อของงวดที่ยังไม่ถึงกำหนดชำระ

4.    เตรียมเอกสารที่เกี่ยวข้อง
เอกสารที่ควรเตรียม ได้แก่ บัตรประชาชน สัญญาเช่าซื้อ ใบเสร็จหรือหลักฐานการชำระค่างวด เอกสารการติดต่อกับไฟแนนซ์ และเอกสารเกี่ยวกับรถที่ผู้เช่าซื้อมีอยู่ ส่วนเล่มทะเบียนรถโดยทั่วไปมักอยู่กับไฟแนนซ์จนกว่าจะผ่อนครบ จึงควรสอบถามไฟแนนซ์อีกครั้งว่าต้องใช้เอกสารใดบ้างในวันส่งมอบรถ

5.    นัดหมายวันและสถานที่ส่งมอบรถ
ควรนัดหมายกับไฟแนนซ์เป็นลายลักษณ์อักษร เช่น ผ่านอีเมล หนังสือ หรือช่องทางที่ตรวจสอบย้อนหลังได้ โดยระบุวัน เวลา สถานที่ส่งมอบรถ และชื่อเจ้าหน้าที่ผู้รับเรื่อง เพื่อป้องกันปัญหาว่าเป็นการนำรถไปทิ้งไว้โดยไม่มีผู้รับมอบ

ขั้นตอนส่งมอบรถคืนไฟแนนซ์

1.    นำรถไปส่งมอบตามจุดนัดหมาย
ในวันส่งมอบควรนำรถ กุญแจสำรอง คู่มือรถ และอุปกรณ์ที่มากับรถไปให้ครบ หากมีผู้ค้ำประกัน ควรแจ้งให้ผู้ค้ำประกันทราบด้วย เพราะหากยังมีหนี้ส่วนต่าง ผู้ค้ำประกันอาจได้รับผลกระทบตามเงื่อนไขในสัญญา

2.    ตรวจสภาพรถร่วมกับเจ้าหน้าที่
ควรอยู่ร่วมขณะตรวจสภาพรถ ถ่ายรูปหรือวิดีโอรอบคัน เก็บเลขไมล์ สภาพภายนอก ภายใน ยาง เครื่องยนต์ และอุปกรณ์ต่าง ๆ ไว้เป็นหลักฐาน หากมีรายการเสียหาย ควรให้ระบุในเอกสารตรวจรับรถอย่างชัดเจน

3.    ขอเอกสารรับรถคืนเป็นลายลักษณ์อักษร
ห้ามคืนรถโดยไม่มีหลักฐาน ควรขอเอกสารรับมอบรถที่ระบุวันที่คืนรถ เลขทะเบียนรถ เลขตัวถัง เลขเครื่อง ชื่อผู้รับมอบ สภาพรถโดยสรุป และข้อความว่าไฟแนนซ์ได้รับรถไว้แล้ว หากมีข้อตกลงเลิกสัญญาหรือข้อตกลงชำระหนี้ส่วนที่เหลือ ควรขอสำเนาเก็บไว้ทุกฉบับ

4.    ขอหนังสือสรุปภาระหนี้หลังคืนรถ
หลังส่งมอบรถแล้ว ควรติดตามหนังสือสรุปยอดหนี้ว่าไฟแนนซ์จะดำเนินการอย่างไรต่อ จะนำรถไปขายทอดตลาดหรือไม่ ราคาเปิดประมูลเท่าไร และหลังขายรถแล้วเหลือหนี้ส่วนต่างหรือมีเงินส่วนเกินคืนหรือไม่

5.     ตรวจสอบการขายทอดตลาดหรือประมูลรถ
หากไฟแนนซ์บอกเลิกสัญญาและนำรถออกประมูลหรือขายทอดตลาด ต้องมีหนังสือแจ้งผู้เช่าซื้อและผู้ค้ำประกันให้ใช้สิทธิปิดบัญชีไม่น้อยกว่า 30 วัน และต้องแจ้งราคาเปิดประมูลล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 15 วันตามเงื่อนไขที่กำหนด

ค่าใช้จ่ายที่อาจเกิดขึ้นหลังคืนรถ

การคืนรถอาจมีค่าใช้จ่ายหลายส่วน ขึ้นอยู่กับสถานะสัญญาและเงื่อนไขของไฟแนนซ์ เช่น

  • ค่างวดที่ค้างชำระก่อนคืนรถ
  • เบี้ยปรับหรือค่าปรับจากการผิดนัดชำระ
  • ค่าทวงถามหนี้ตามที่กฎหมายกำหนด
  • ค่าเสียหายจากสภาพรถ หากรถเสียหายเกินการใช้งานตามปกติ
  • หนี้ส่วนต่าง หากรถถูกขายทอดตลาดแล้วได้ราคาต่ำกว่ายอดหนี้คงเหลือ

คืนรถให้ไฟแนนซ์เสียเครดิตไหม?

การคืนรถอาจกระทบเครดิตได้ หากก่อนคืนรถมีประวัติค้างชำระ ผิดนัดชำระ หรือหลังคืนรถแล้วยังมีหนี้ส่วนต่างที่ไม่ได้ชำระ เพราะเครดิตบูโรจะบันทึกข้อมูลการชำระหนี้ตามข้อเท็จจริง แต่ถ้าผู้เช่าซื้อติดต่อไฟแนนซ์ก่อนผิดนัด มีเอกสารการคืนรถถูกต้อง และจัดการภาระหนี้คงเหลือเรียบร้อย ผลกระทบต่อเครดิตอาจน้อยกว่าการปล่อยให้ค้างหลายงวดจนถูกติดตามยึดรถหรือถูกบอกเลิกสัญญา ทั้งนี้ ข้อมูลเครดิตโดยทั่วไปจัดเก็บย้อนหลัง 36 เดือน และจะอัพเดทตามข้อมูลที่สถาบันการเงินรายงานเข้ามา

ข้อควรระวังก่อนตัดสินใจคืนรถ

ก่อนคืนรถควรเปรียบเทียบให้ครบว่า ทางเลือกไหนเสียหายน้อยที่สุด ระหว่างผ่อนต่อ ปรับโครงสร้างหนี้ เปลี่ยนสัญญา หรือคืนรถ เพราะเงินดาวน์และค่างวดที่ผ่อนมาแล้วโดยทั่วไปจะไม่ได้รับคืน และหากรถขายได้ต่ำกว่ายอดหนี้ อาจยังต้องจ่ายหนี้ส่วนต่างต่อ

ดังนั้น ก่อนเซ็นเอกสารใด ๆ ควรอ่านรายละเอียดให้ครบ โดยเฉพาะข้อความเกี่ยวกับการเลิกสัญญา การยอมรับหนี้ส่วนต่าง ค่าใช้จ่ายหลังขายทอดตลาด และภาระของผู้ค้ำประกัน หากไม่มั่นใจควรขอเอกสารกลับมาตรวจสอบก่อน หรือปรึกษาหน่วยงานคุ้มครองผู้บริโภค/ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายก่อนตัดสินใจ

 

ผ่อนรถไม่ไหว กระทบเครดิตบูโรไหม?

ผ่อนรถไม่ไหวและเริ่มค้างชำระมีโอกาสกระทบเครดิตบูโร เพราะรายงานข้อมูลเครดิตจะแสดงสถานะบัญชีและประวัติการชำระหนี้ เช่น ชำระตรง ชำระล่าช้า หรือผิดนัดชำระ ข้อมูลเหล่านี้มีผลต่อการพิจารณาสินเชื่อในอนาคต ทั้งบัตรเครดิต สินเชื่อบ้าน สินเชื่อส่วนบุคคล และสินเชื่อรถคันใหม่

ค้างชำระกี่วันเริ่มเสียประวัติ?

โดยหลักแล้วรายงานเครดิตจะแสดงข้อมูลตามที่สถาบันการเงินสมาชิกนำส่ง เช่น สถานะปกติ ค้างไม่เกิน 30 วัน ค้าง 60 วัน ค้าง 90 วัน หรือมากกว่านั้น ข้อมูลเครดิตจึงสะท้อนความจริงของการชำระหนี้ในแต่ละช่วงเวลา

FAQ ผ่อนรถไม่ไหว

Q: ผ่อนรถไม่ไหว ควรหยุดจ่ายเลยไหม?

A: ไม่ควรหยุดจ่ายโดยไม่ติดต่อไฟแนนซ์ เพราะจะทำให้ยอดค้างสะสม มีค่าปรับ และเสี่ยงกระทบเครดิตบูโร ควรโทรแจ้งปัญหา ขอทราบยอดหนี้ และขอทางเลือกในการปรับแผนชำระก่อน

Q: ค้างค่างวดรถ 1 งวด รถจะถูกยึดไหม?

A: โดยทั่วไปค้าง 1 งวดยังไม่ใช่จุดที่รถจะถูกยึดทันที แต่จะเริ่มมีการติดตามทวงถามและอาจมีค่าปรับ ควรรีบจ่ายหรือเจรจาก่อนกลายเป็นค้างหลายงวด

Q: ค้างค่างวดรถ 3 งวด จ่าย 1 งวดก่อนได้ไหม?

A: อาจทำได้ในบางกรณี ขึ้นอยู่กับสถานะสัญญาและเงื่อนไขของไฟแนนซ์ หากยังไม่ได้ถูกบอกเลิกสัญญา ควรรีบติดต่อเพื่อขอยอดที่ต้องชำระให้ชัดเจน ไม่ควรโอนเงินเองโดยไม่รู้ว่ายอดถูกนำไปตัดค่าอะไรบ้าง

Q: คืนรถแล้วหนี้จบไหม?

A: ไม่เสมอไป หากไฟแนนซ์นำรถไปขายแล้วได้เงินน้อยกว่ายอดหนี้คงเหลือ ผู้เช่าซื้ออาจยังต้องจ่ายหนี้ส่วนต่าง จึงควรขอเอกสารสรุปยอดหนี้และเงื่อนไขให้ชัดก่อนคืนรถ

Q: ถ้าไม่มีเงินจ่ายหนี้ส่วนต่างเลย จะติดคุกไหม?

A: ไม่ติด หนี้รถยนต์เป็น คดีแพ่ง ไม่ใช่คดีอาญา ไม่มีโทษจำคุก แต่ไฟแนนซ์มีสิทธิ์ฟ้องร้องเพื่อยึดทรัพย์สินอื่นๆ หรืออายัดเงินเดือนเพื่อนำมาใช้หนี้ได้

Q: รถยังผ่อนไม่หมด ขายต่อได้ไหม?

A: ขายได้ในบางกรณี แต่ต้องดำเนินการผ่านไฟแนนซ์อย่างถูกต้อง เช่น ปิดบัญชีก่อนโอน หรือให้ผู้ซื้อทำเรื่องเปลี่ยนสัญญาตามเงื่อนไข ไม่ควรขายแบบโอนลอย เพราะผู้เช่าซื้อเดิมยังอาจรับผิดชอบหนี้อยู่

Q: รีไฟแนนซ์รถช่วยลดค่างวดได้จริงไหม?

A: อาจช่วยลดค่างวดได้ หากได้รับอนุมัติวงเงินใหม่และขยายระยะเวลาผ่อน แต่ต้องดูดอกเบี้ยรวมและค่าใช้จ่ายตลอดสัญญา เพราะค่างวดที่ลดลงอาจแลกมากับระยะเวลาผ่อนที่ยาวขึ้น

Q: ผ่อนรถไม่ไหวแต่ยังต้องใช้รถทำงาน ควรเลือกทางไหนดี?

A: ควรเริ่มจากติดต่อไฟแนนซ์เพื่อขอปรับโครงสร้างหนี้หรือขยายระยะเวลาผ่อนก่อน เพราะช่วยรักษารถไว้ใช้ทำงานได้ หากยังไม่พอ อาจพิจารณารีไฟแนนซ์หรือหาเงินก้อนมาเคลียร์ยอดค้าง แต่ต้องกู้เท่าที่จำเป็นและมั่นใจว่าจ่ายไหว

 

หากรถของคุณยังผ่อนดีอยู่ หรือผ่อนใกล้หมดแล้ว และต้องการเงินก้อนไปหมุนเวียนเพื่อเพิ่มสภาพคล่อง สินเชื่อ KTC พี่เบิ้ม รถแลกเงิน เป็นอีกทางเลือกสำหรับผู้ที่มีรถและต้องการใช้เล่มทะเบียนเป็นหลักประกัน โดยยังสามารถใช้รถได้ตามปกติ ทั้งนี้ควรตรวจสอบคุณสมบัติ เงื่อนไข อัตราดอกเบี้ย และความสามารถในการชำระหนี้ก่อนสมัครทุกครั้ง

 

เลือก KTC พี่เบิ้ม รถแลกเงิน ที่ตรงใจคุณ

 

  • วงเงินอนุมัติเป็นไปตามความสามารถในการชำระหนี้และราคาประเมินมูลค่ารถ
  • อนุมัติไวใน 1 ชั่วโมง รับเงินทันที เมื่อเอกสารครบถ้วนถูกต้องและโอนเงินเข้าบัญชีกรุงไทยหรือบัญชีพร้อมเพย์
  • เมื่อวงเงินกู้ 200,000 บาทขึ้นไป สามารถเลือกผ่อนชำระได้นานสูงสุด 84 เดือน
  • กรณีรถยนต์ติดไฟแนนซ์ อนุมัติและโอนเงินหลังจากกรรมสิทธิ์ในรถเป็นชื่อผู้กู้เรียบร้อยแล้ว
  • กู้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนไหว อัตราดอกเบี้ย 21%-24% ต่อปี