การผ่อนรถเป็นภาระรายเดือนก้อนใหญ่ที่หลายคนวางแผนไว้ดีแล้ว แต่ชีวิตจริงอาจมีเหตุให้รายได้สะดุด ค่าใช้จ่ายเพิ่ม หรือหมุนเงินไม่ทันจนเริ่มคิดว่า “ผ่อนรถไม่ไหวแล้วควรทำยังไงดี” สิ่งสำคัญที่สุดคืออย่าเพิ่งปล่อยให้ค่างวดค้างสะสม เพราะยิ่งปล่อยไว้นาน ทางเลือกจะยิ่งน้อยลง ทั้งเรื่องค่าปรับ เครดิตบูโร ผู้ค้ำประกัน และความเสี่ยงเรื่องรถถูกยึด
บทความนี้จะพาเช็กทีละขั้นว่า ผ่อนรถไม่ไหวควรทำอะไรก่อน ค้างค่างวดรถกี่งวดถึงเสี่ยงโดนยึด คืนรถไฟแนนซ์ได้ไหม รีไฟแนนซ์ช่วยได้หรือไม่ และมีทางออกไหนที่ควรเลือกให้เหมาะกับสถานการณ์ของตัวเอง
ผ่อนรถไม่ไหว ควรทำอะไรก่อน?
ผ่อนรถไม่ไหว สิ่งแรกที่ควรทำคืออย่าหนีหนี้ ให้รีบติดต่อไฟแนนซ์เพื่อเจรจาหาทางออกร่วมกันโดยเร็วที่สุด โดยแจ้งสถานการณ์อย่างตรงไปตรงมา เช่น รายได้ลด ตกงานชั่วคราว มีค่าใช้จ่ายฉุกเฉิน หรือธุรกิจสะดุด ถ้าสัญญารถมี ผู้ค้ำประกัน ควรแจ้งให้ทราบตั้งแต่เริ่มมีปัญหา ไม่ควรรอให้ไฟแนนซ์ติดต่อไปเอง เพราะผู้ค้ำอาจได้รับผลกระทบตามสัญญา หากผู้เช่าซื้อผิดนัดหรือมีหนี้ส่วนขาดหลังรถถูกขายทอดตลาด การแจ้งผู้ค้ำไม่ใช่เรื่องน่าอาย แต่เป็นการรับผิดชอบร่วมกันอย่างตรงไปตรงมา โดยควรบอกข้อมูลให้ครบ เช่น ค้างกี่งวด ยอดค้างเท่าไร กำลังเจรจาอะไรกับไฟแนนซ์ และมีแผนชำระต่ออย่างไร
ค้างค่างวดรถกี่งวดถึงเสี่ยงโดนยึด?
โดยทั่วไป สัญญาเช่าซื้อรถจะเสี่ยงถูกบอกเลิกเมื่อค้างค่างวดติดต่อกัน 3 งวด และไฟแนนซ์ต้องมีหนังสือบอกกล่าวให้ชำระหนี้ภายในเวลาไม่น้อยกว่า 30 วันก่อน หากผู้เช่าซื้อยังไม่ชำระตามหนังสือบอกกล่าว ไฟแนนซ์จึงมีสิทธิบอกเลิกสัญญาได้ตามหลักเกณฑ์ของประกาศคณะกรรมการว่าด้วยสัญญา
หนังสือแจ้งเตือน 30 วันคืออะไร?
หนังสือแจ้งเตือน 30 วัน คือหนังสือที่ไฟแนนซ์ส่งมาเพื่อแจ้งให้ผู้เช่าซื้อชำระค่างวดที่ค้างภายในเวลาที่กำหนด โดยต้องให้เวลาไม่น้อยกว่า 30 วันนับจากวันที่ผู้เช่าซื้อได้รับหนังสือ หากไม่ชำระภายในเวลานั้น ไฟแนนซ์จึงอาจใช้สิทธิบอกเลิกสัญญาได้
อ้างอิงข้อมูลจาก https://ratchakitcha.soc.go.th/documents/17229725.pdf
ผ่อนรถไม่ไหว ไฟแนนซ์ยึดรถได้เลยไหม?
ไฟแนนซ์จะยึดรถได้ก็ต่อเมื่อ ค้างครบ 3 งวด และ เลยกำหนดเวลาในหนังสือเตือนอีก 30 วันแล้วเท่านั้น และการยึดรถต้องทำอย่างละมุนละม่อม เจ้าหน้าที่ไม่มีสิทธิ์ข่มขู่ บุกรุกขืนใจ หรือใช้กำลัง หากคุณไม่ยินยอมส่งมอบรถ ไฟแนนซ์จะต้องไปฟ้องร้องต่อศาลเพื่อบังคับคดีตามกฎหมายต่อไป
ผ่อนรถไม่ไหว มีทางออกอะไรบ้าง?
ผ่อนรถไม่ไหวไม่ได้มีทางเดียวคือปล่อยให้รถถูกยึด แต่ยังมีหลายทางออก เช่น ขอปรับโครงสร้างหนี้ รีไฟแนนซ์ ขายรถปิดหนี้ โอนสัญญาให้คนอื่นผ่อนต่อ หรือคืนรถไฟแนนซ์ ทางเลือกที่เหมาะที่สุดขึ้นอยู่กับยอดหนี้ มูลค่ารถ รายได้ปัจจุบัน จำนวนงวดค้าง และความจำเป็นในการใช้รถ
ผ่อนรถไม่ไหว รีไฟแนนซ์รถยนต์ช่วยได้ไหม?
รีไฟแนนซ์รถยนต์ คือการนำรถที่ยังมีมูลค่ามาใช้ขอสินเชื่อใหม่ เพื่อปิดภาระเดิมหรือเปลี่ยนเงื่อนไขการผ่อนให้เหมาะขึ้น เช่น ได้ค่างวดใหม่ที่ต่ำลง ได้ระยะเวลาผ่อนนานขึ้น หรือได้เงินส่วนต่างมาเพิ่มสภาพคล่อง ฉะนั้นการรีไฟแนนซ์รถยนต์อาจช่วยได้ หากรถยังมีมูลค่าเพียงพอและผู้กู้ยังมีความสามารถในการชำระหนี้ แต่ถ้าค้างค่างวดหลายงวดแล้ว รีไฟแนนซ์อาจทำได้ยากขึ้นหรืออาจรีไฟแนนซ์ไม่ได้เลย เพราะผู้ให้สินเชื่อจะพิจารณาประวัติชำระหนี้ รายได้ และสถานะรถประกอบกัน
ผ่อนรถไม่ไหว โอนรถให้คนอื่นผ่อนต่อได้ไหม?
สามารถทำได้ แต่ต้องทำ ให้ถูกวิธีผ่านไฟแนนซ์/ธนาคาร แบบที่ปลอดภัยที่สุดคือ เปลี่ยนสัญญาเช่าซื้อ ให้คนใหม่มารับภาระผ่อนแทน โดยต้องให้ไฟแนนซ์อนุมัติก่อน ไม่ควรทำแบบโอนลอยหรือให้คนอื่นนำรถไปใช้แล้วจ่ายค่างวดแทนกันเอง เพราะหากอีกฝ่ายไม่จ่าย หนี้และความรับผิดตามสัญญายังอาจกลับมาที่ผู้เช่าซื้อเดิม
ผ่อนรถไม่ไหว คืนรถได้ไหม?
คืนรถไฟแนนซ์ได้ แต่ไม่ได้แปลว่าหนี้จะจบเสมอไป เพราะหลังไฟแนนซ์รับรถคืน อาจนำรถไปขายหรือประมูล หากขายได้ต่ำกว่ายอดหนี้และค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้อง ผู้เช่าซื้ออาจยังต้องรับผิดชอบส่วนต่าง ดังนั้นก่อนคืนรถควรขอเอกสารสรุปยอดหนี้ เงื่อนไขการคืนรถ และผลกระทบต่อเครดิตให้ชัดเจน
ขั้นตอนการติดต่อไฟแนนซ์ก่อนคืนรถ
1. ติดต่อไฟแนนซ์ให้เร็วที่สุด
หากเริ่มผ่อนไม่ไหว ควรรีบแจ้งไฟแนนซ์ก่อนผิดนัดชำระหลายงวดหรือก่อนถูกบอกเลิกสัญญา โดยอธิบายสถานการณ์รายได้ ภาระค่าใช้จ่าย และความสามารถในการผ่อนต่อเดือน เพื่อให้ไฟแนนซ์เสนอทางเลือกที่เหมาะสม เช่น ปรับโครงสร้างหนี้ ลดค่างวดชั่วคราว หรือคืนรถเพื่อปิดภาระบางส่วน
2. สอบถามยอดหนี้ให้ละเอียด
ควรถามให้ชัดเจนว่า ณ วันที่ติดต่อ มียอดค้างชำระเท่าไร ยอดปิดบัญชีเท่าไร เหลืองวดอีกกี่งวด มีค่าปรับ ค่าทวงถาม ค่าธรรมเนียม หรือค่าใช้จ่ายอื่นใดหรือไม่ และควรขอรายละเอียดทั้งหมดเป็นลายลักษณ์อักษร เพื่อใช้ตรวจสอบภายหลัง
3. เช็กว่าการคืนรถจะทำให้ยังมีหนี้ส่วนต่างหรือไม่
ประเด็นสำคัญคือ หากไฟแนนซ์รับรถคืนแล้วนำรถไปขายทอดตลาดหรือประมูล และขายได้ราคาต่ำกว่ามูลหนี้ที่เหลือ ผู้เช่าซื้ออาจยังต้องรับผิดชอบหนี้ส่วนต่าง แต่หากขายได้เกินกว่ามูลหนี้ ผู้บริโภคมีสิทธิได้รับเงินส่วนเกินคืน ทั้งนี้ หลังบอกเลิกสัญญา ไฟแนนซ์ไม่ควรเรียกเก็บดอกเบี้ยเช่าซื้อของงวดที่ยังไม่ถึงกำหนดชำระ
4. เตรียมเอกสารที่เกี่ยวข้อง
เอกสารที่ควรเตรียม ได้แก่ บัตรประชาชน สัญญาเช่าซื้อ ใบเสร็จหรือหลักฐานการชำระค่างวด เอกสารการติดต่อกับไฟแนนซ์ และเอกสารเกี่ยวกับรถที่ผู้เช่าซื้อมีอยู่ ส่วนเล่มทะเบียนรถโดยทั่วไปมักอยู่กับไฟแนนซ์จนกว่าจะผ่อนครบ จึงควรสอบถามไฟแนนซ์อีกครั้งว่าต้องใช้เอกสารใดบ้างในวันส่งมอบรถ
5. นัดหมายวันและสถานที่ส่งมอบรถ
ควรนัดหมายกับไฟแนนซ์เป็นลายลักษณ์อักษร เช่น ผ่านอีเมล หนังสือ หรือช่องทางที่ตรวจสอบย้อนหลังได้ โดยระบุวัน เวลา สถานที่ส่งมอบรถ และชื่อเจ้าหน้าที่ผู้รับเรื่อง เพื่อป้องกันปัญหาว่าเป็นการนำรถไปทิ้งไว้โดยไม่มีผู้รับมอบ
ขั้นตอนส่งมอบรถคืนไฟแนนซ์
1. นำรถไปส่งมอบตามจุดนัดหมาย
ในวันส่งมอบควรนำรถ กุญแจสำรอง คู่มือรถ และอุปกรณ์ที่มากับรถไปให้ครบ หากมีผู้ค้ำประกัน ควรแจ้งให้ผู้ค้ำประกันทราบด้วย เพราะหากยังมีหนี้ส่วนต่าง ผู้ค้ำประกันอาจได้รับผลกระทบตามเงื่อนไขในสัญญา
2. ตรวจสภาพรถร่วมกับเจ้าหน้าที่
ควรอยู่ร่วมขณะตรวจสภาพรถ ถ่ายรูปหรือวิดีโอรอบคัน เก็บเลขไมล์ สภาพภายนอก ภายใน ยาง เครื่องยนต์ และอุปกรณ์ต่าง ๆ ไว้เป็นหลักฐาน หากมีรายการเสียหาย ควรให้ระบุในเอกสารตรวจรับรถอย่างชัดเจน
3. ขอเอกสารรับรถคืนเป็นลายลักษณ์อักษร
ห้ามคืนรถโดยไม่มีหลักฐาน ควรขอเอกสารรับมอบรถที่ระบุวันที่คืนรถ เลขทะเบียนรถ เลขตัวถัง เลขเครื่อง ชื่อผู้รับมอบ สภาพรถโดยสรุป และข้อความว่าไฟแนนซ์ได้รับรถไว้แล้ว หากมีข้อตกลงเลิกสัญญาหรือข้อตกลงชำระหนี้ส่วนที่เหลือ ควรขอสำเนาเก็บไว้ทุกฉบับ
4. ขอหนังสือสรุปภาระหนี้หลังคืนรถ
หลังส่งมอบรถแล้ว ควรติดตามหนังสือสรุปยอดหนี้ว่าไฟแนนซ์จะดำเนินการอย่างไรต่อ จะนำรถไปขายทอดตลาดหรือไม่ ราคาเปิดประมูลเท่าไร และหลังขายรถแล้วเหลือหนี้ส่วนต่างหรือมีเงินส่วนเกินคืนหรือไม่
5. ตรวจสอบการขายทอดตลาดหรือประมูลรถ
หากไฟแนนซ์บอกเลิกสัญญาและนำรถออกประมูลหรือขายทอดตลาด ต้องมีหนังสือแจ้งผู้เช่าซื้อและผู้ค้ำประกันให้ใช้สิทธิปิดบัญชีไม่น้อยกว่า 30 วัน และต้องแจ้งราคาเปิดประมูลล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 15 วันตามเงื่อนไขที่กำหนด
ค่าใช้จ่ายที่อาจเกิดขึ้นหลังคืนรถ
การคืนรถอาจมีค่าใช้จ่ายหลายส่วน ขึ้นอยู่กับสถานะสัญญาและเงื่อนไขของไฟแนนซ์ เช่น
- ค่างวดที่ค้างชำระก่อนคืนรถ
- เบี้ยปรับหรือค่าปรับจากการผิดนัดชำระ
- ค่าทวงถามหนี้ตามที่กฎหมายกำหนด
- ค่าเสียหายจากสภาพรถ หากรถเสียหายเกินการใช้งานตามปกติ
- หนี้ส่วนต่าง หากรถถูกขายทอดตลาดแล้วได้ราคาต่ำกว่ายอดหนี้คงเหลือ
คืนรถให้ไฟแนนซ์เสียเครดิตไหม?
การคืนรถอาจกระทบเครดิตได้ หากก่อนคืนรถมีประวัติค้างชำระ ผิดนัดชำระ หรือหลังคืนรถแล้วยังมีหนี้ส่วนต่างที่ไม่ได้ชำระ เพราะเครดิตบูโรจะบันทึกข้อมูลการชำระหนี้ตามข้อเท็จจริง แต่ถ้าผู้เช่าซื้อติดต่อไฟแนนซ์ก่อนผิดนัด มีเอกสารการคืนรถถูกต้อง และจัดการภาระหนี้คงเหลือเรียบร้อย ผลกระทบต่อเครดิตอาจน้อยกว่าการปล่อยให้ค้างหลายงวดจนถูกติดตามยึดรถหรือถูกบอกเลิกสัญญา ทั้งนี้ ข้อมูลเครดิตโดยทั่วไปจัดเก็บย้อนหลัง 36 เดือน และจะอัพเดทตามข้อมูลที่สถาบันการเงินรายงานเข้ามา
ข้อควรระวังก่อนตัดสินใจคืนรถ
ก่อนคืนรถควรเปรียบเทียบให้ครบว่า ทางเลือกไหนเสียหายน้อยที่สุด ระหว่างผ่อนต่อ ปรับโครงสร้างหนี้ เปลี่ยนสัญญา หรือคืนรถ เพราะเงินดาวน์และค่างวดที่ผ่อนมาแล้วโดยทั่วไปจะไม่ได้รับคืน และหากรถขายได้ต่ำกว่ายอดหนี้ อาจยังต้องจ่ายหนี้ส่วนต่างต่อ
ดังนั้น ก่อนเซ็นเอกสารใด ๆ ควรอ่านรายละเอียดให้ครบ โดยเฉพาะข้อความเกี่ยวกับการเลิกสัญญา การยอมรับหนี้ส่วนต่าง ค่าใช้จ่ายหลังขายทอดตลาด และภาระของผู้ค้ำประกัน หากไม่มั่นใจควรขอเอกสารกลับมาตรวจสอบก่อน หรือปรึกษาหน่วยงานคุ้มครองผู้บริโภค/ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายก่อนตัดสินใจ
ผ่อนรถไม่ไหว กระทบเครดิตบูโรไหม?
ผ่อนรถไม่ไหวและเริ่มค้างชำระมีโอกาสกระทบเครดิตบูโร เพราะรายงานข้อมูลเครดิตจะแสดงสถานะบัญชีและประวัติการชำระหนี้ เช่น ชำระตรง ชำระล่าช้า หรือผิดนัดชำระ ข้อมูลเหล่านี้มีผลต่อการพิจารณาสินเชื่อในอนาคต ทั้งบัตรเครดิต สินเชื่อบ้าน สินเชื่อส่วนบุคคล และสินเชื่อรถคันใหม่
ค้างชำระกี่วันเริ่มเสียประวัติ?
โดยหลักแล้วรายงานเครดิตจะแสดงข้อมูลตามที่สถาบันการเงินสมาชิกนำส่ง เช่น สถานะปกติ ค้างไม่เกิน 30 วัน ค้าง 60 วัน ค้าง 90 วัน หรือมากกว่านั้น ข้อมูลเครดิตจึงสะท้อนความจริงของการชำระหนี้ในแต่ละช่วงเวลา
FAQ ผ่อนรถไม่ไหว
Q: ผ่อนรถไม่ไหว ควรหยุดจ่ายเลยไหม?
A: ไม่ควรหยุดจ่ายโดยไม่ติดต่อไฟแนนซ์ เพราะจะทำให้ยอดค้างสะสม มีค่าปรับ และเสี่ยงกระทบเครดิตบูโร ควรโทรแจ้งปัญหา ขอทราบยอดหนี้ และขอทางเลือกในการปรับแผนชำระก่อน
Q: ค้างค่างวดรถ 1 งวด รถจะถูกยึดไหม?
A: โดยทั่วไปค้าง 1 งวดยังไม่ใช่จุดที่รถจะถูกยึดทันที แต่จะเริ่มมีการติดตามทวงถามและอาจมีค่าปรับ ควรรีบจ่ายหรือเจรจาก่อนกลายเป็นค้างหลายงวด
Q: ค้างค่างวดรถ 3 งวด จ่าย 1 งวดก่อนได้ไหม?
A: อาจทำได้ในบางกรณี ขึ้นอยู่กับสถานะสัญญาและเงื่อนไขของไฟแนนซ์ หากยังไม่ได้ถูกบอกเลิกสัญญา ควรรีบติดต่อเพื่อขอยอดที่ต้องชำระให้ชัดเจน ไม่ควรโอนเงินเองโดยไม่รู้ว่ายอดถูกนำไปตัดค่าอะไรบ้าง
Q: คืนรถแล้วหนี้จบไหม?
A: ไม่เสมอไป หากไฟแนนซ์นำรถไปขายแล้วได้เงินน้อยกว่ายอดหนี้คงเหลือ ผู้เช่าซื้ออาจยังต้องจ่ายหนี้ส่วนต่าง จึงควรขอเอกสารสรุปยอดหนี้และเงื่อนไขให้ชัดก่อนคืนรถ
Q: ถ้าไม่มีเงินจ่ายหนี้ส่วนต่างเลย จะติดคุกไหม?
A: ไม่ติด หนี้รถยนต์เป็น คดีแพ่ง ไม่ใช่คดีอาญา ไม่มีโทษจำคุก แต่ไฟแนนซ์มีสิทธิ์ฟ้องร้องเพื่อยึดทรัพย์สินอื่นๆ หรืออายัดเงินเดือนเพื่อนำมาใช้หนี้ได้
Q: รถยังผ่อนไม่หมด ขายต่อได้ไหม?
A: ขายได้ในบางกรณี แต่ต้องดำเนินการผ่านไฟแนนซ์อย่างถูกต้อง เช่น ปิดบัญชีก่อนโอน หรือให้ผู้ซื้อทำเรื่องเปลี่ยนสัญญาตามเงื่อนไข ไม่ควรขายแบบโอนลอย เพราะผู้เช่าซื้อเดิมยังอาจรับผิดชอบหนี้อยู่
Q: รีไฟแนนซ์รถช่วยลดค่างวดได้จริงไหม?
A: อาจช่วยลดค่างวดได้ หากได้รับอนุมัติวงเงินใหม่และขยายระยะเวลาผ่อน แต่ต้องดูดอกเบี้ยรวมและค่าใช้จ่ายตลอดสัญญา เพราะค่างวดที่ลดลงอาจแลกมากับระยะเวลาผ่อนที่ยาวขึ้น
Q: ผ่อนรถไม่ไหวแต่ยังต้องใช้รถทำงาน ควรเลือกทางไหนดี?
A: ควรเริ่มจากติดต่อไฟแนนซ์เพื่อขอปรับโครงสร้างหนี้หรือขยายระยะเวลาผ่อนก่อน เพราะช่วยรักษารถไว้ใช้ทำงานได้ หากยังไม่พอ อาจพิจารณารีไฟแนนซ์หรือหาเงินก้อนมาเคลียร์ยอดค้าง แต่ต้องกู้เท่าที่จำเป็นและมั่นใจว่าจ่ายไหว
หากรถของคุณยังผ่อนดีอยู่ หรือผ่อนใกล้หมดแล้ว และต้องการเงินก้อนไปหมุนเวียนเพื่อเพิ่มสภาพคล่อง สินเชื่อ KTC พี่เบิ้ม รถแลกเงิน เป็นอีกทางเลือกสำหรับผู้ที่มีรถและต้องการใช้เล่มทะเบียนเป็นหลักประกัน โดยยังสามารถใช้รถได้ตามปกติ ทั้งนี้ควรตรวจสอบคุณสมบัติ เงื่อนไข อัตราดอกเบี้ย และความสามารถในการชำระหนี้ก่อนสมัครทุกครั้ง
เลือก KTC พี่เบิ้ม รถแลกเงิน ที่ตรงใจคุณ
- วงเงินอนุมัติเป็นไปตามความสามารถในการชำระหนี้และราคาประเมินมูลค่ารถ
- อนุมัติไวใน 1 ชั่วโมง รับเงินทันที เมื่อเอกสารครบถ้วนถูกต้องและโอนเงินเข้าบัญชีกรุงไทยหรือบัญชีพร้อมเพย์
- เมื่อวงเงินกู้ 200,000 บาทขึ้นไป สามารถเลือกผ่อนชำระได้นานสูงสุด 84 เดือน
- กรณีรถยนต์ติดไฟแนนซ์ อนุมัติและโอนเงินหลังจากกรรมสิทธิ์ในรถเป็นชื่อผู้กู้เรียบร้อยแล้ว
- กู้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนไหว อัตราดอกเบี้ย 21%-24% ต่อปี



