การผ่อนรถยนต์เป็นทางเลือกที่นิยมสำหรับผู้ที่ต้องการเป็นเจ้าของรถยนต์สักคัน แต่ไม่สะดวกชำระเงินสด เงินก้อนทีเดียวทั้งหมด การเตรียมความพร้อมล่วงหน้า และการทำความเข้าใจข้อกำหนดและเงื่อนไขต่างๆ ในการผ่อนรถยนต์นั้นจะช่วยให้คุณได้เปรียบ และสามารถวางแผนการเงิน รวมถึงหลีกเลี่ยงปัญหาที่อาจเกิดขึ้นได้ในอนาคตได้


ข้อควรรู้ก่อนตัดสินใจผ่อนรถยนต์

การตัดสินใจผ่อนรถยนต์สักคันนั้นต้องพิจารณาถึงปัจจัยต่างๆ อย่างรอบคอบ ดังนี้


1.ประเมินรายรับ รายจ่าย

ก่อนตัดสินใจซื้อ และผ่อนรถยนต์ สิ่งแรกเลยต้องประเมินรายรับและรายจ่ายของตัวเองในแต่ละเดือนอย่างละเอียด ไม่ว่าจะเป็นรายได้ประจำ ค่าใช้จ่ายประจำเดือน และหนี้สินที่มีอยู่แล้ว เพื่อคำนวณดูว่ามีเงินเหลือพอสำหรับผ่อนรถยนต์หรือไม่ รวมถึงต้องพิจารณาค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่นอกเหนือจากการผ่อนรถด้วย เช่น ค่าประกันรถยนต์ ค่าน้ำมัน ค่าทางด่วน ค่าบำรุงรักษารถยนต์ ทั้งนี้ค่าผ่อนรถยนต์ไม่ควรเกิน 1 ใน 3 ของรายรับ หรือไม่เกินครึ่งหนึ่งของรายรับ


2.ระยะเวลาผ่อนชำระ

โดยทั่วไปไฟแนนซ์บางแห่งจะเสนอระยะเวลาผ่อนรถยนต์ให้กับลูกค้าตั้งแต่ 4 - 7 ปี หากเลือกระยะเวลาผ่อนรถนาน ค่างวดรถที่ต้องจ่ายแต่ละเดือนก็จะต่ำลง แต่จะต้องจ่ายดอกเบี้ยมากขึ้นในระยะยาว ดังนั้นควรพิจารณาให้ดีก่อนว่าจะผ่อนรถนานแค่ไหน โดยให้คำนึงถึงงบประมาณและความสามารถในการผ่อนชำระตนเองเป็นหลัก


3.อัตราดอกเบี้ย

อัตราดอกเบี้ยเป็นปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อค่าใช้จ่ายตลอดระยะเวลาผ่อนรถ ซึ่งแต่ละธนาคารหรือสถาบันการเงินที่มอบสินเชื่อกู้รถยนต์นั้นจะมีอัตราดอกเบี้ยแตกต่างกัน โดยจะขึ้นอยู่กับจำนวนเงินดาวน์ และจำนวนงวดที่ผ่อน ดังนั้นควรเปรียบเทียบอัตราดอกเบี้ยจากหลายๆ แห่ง รวมถึงโปรโมชั่น และข้อเสนอพิเศษต่างๆ เพื่อเลือกสิ่งที่คุ้มค่าที่สุด


4.ค่าใช้จ่ายแรกเริ่ม

นอกจากค่างวดรถที่ต้องผ่อนในแต่ละเดือนแล้ว คุณจะต้องเสียค่าใช้จ่ายอื่นๆ ในการซื้อรถด้วย เช่น ค่าจดทะเบียน ค่าประกันภัยรถยนต์ ค่าธรรมเนียมต่างๆ ดังนั้นต้องคำนวณให้ดีตั้งแต่แรกด้วย


5.การบำรุงรักษา

รถยนต์นั้นจำเป็นต้องได้รับการตรวจเช็กสภาพ เพื่อบำรุงรักษาหรือซ่อมแซม ตามระยะทางและอายุการใช้งาน รถบางรุ่นอาจมีค่าใช้จ่ายสูง ซึ่งบางเดือนจะทำให้คุณมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นมาจากค่าผ่อนรถยนต์ด้วย


ผ่อนรถยนต์ต้องใช้อะไรบ้าง ?

เพื่อให้กระบวนการอนุมัติสินเชื่อรถยนต์เป็นไปอย่างราบรื่น การเตรียมความพร้อมด้านเอกสารและหลักฐานต่างๆ เป็นสิ่งจำเป็น เพราะสิ่งเหล่านี้จะช่วยให้ธนาคารหรือสถาบันการเงินอนุมัติสินเชื่อกู้รถได้ง่ายขึ้น และนี่คือสิ่งที่คุณจำเป็นจะต้องเตรียม

  1. เอกสารประจำตัวได้แก่ บัตรประจำตัวประชาชน ทะเบียนบ้าน สำเนาทะเบียนสมรส (ถ้ามี) เพื่อยืนยันตัวตนและสถานภาพของผู้ผ่อนชำระ
  2. หลักฐานการทำงาน ได้แก่ หนังสือรับรองการทำงาน สลิปเงินเดือนย้อนหลัง 3 เดือน หรือหนังสือรับรองของบริษัทในกรณีที่ผู้ขอสินเชื่อเป็นนิติบุคคล หรือหนังสือรับรองกิจการในกรณีผู้ขอสินเชื่อเป็นเจ้าของกิจการ ซึ่งต้องเป็นหนังสือรับรองกิจการที่มีอายุไม่เกิน 3 เดือน หรือเอกสารแสดงรายได้อื่นๆ เพื่อแสดงให้เห็นถึงแหล่งที่มาของรายได้และความสามารถในการผ่อนชำระนั่นเอง
  3. หลักฐานทางการเงิน ได้แก่ Statement บัญชีเงินฝาก สมุดบัญชีเงินฝาก เพื่อแสดงสถานะทางการเงินและความน่าเชื่อถือ
  4. หลักประกัน โดยบางกรณีบางธนาคารหรือสถาบันการเงินอาจขอหลักประกัน ไม่ว่าจะเป็นบุคคลค้ำประกัน หรือหลักทรัพย์ เช่น บ้านหรือที่ดิน เพื่อเป็นการป้องกันความเสี่ยง
  5. ข้อมูลรถยนต์ คุณจำเป็นต้องระบุรุ่น ยี่ห้อ รายละเอียดของรถที่ต้องการซื้อ พร้อมทั้งราคา เพื่อให้ธนาคารหรือสถาบันการเงินสามารถคำนวณค่างวดรถ และเงื่อนไขการผ่อนชำระได้อย่างถูกต้อง
  6. ค่าใช้จ่ายเบื้องต้น เช่น ค่าจองรถ ค่าประกันภัยรถยนต์ ค่าธรรมเนียมต่างๆ ซึ่งโดยปกติจะต้องจ่ายในวันทำสัญญาผ่อนซื้อ
  7. หลักประกันภัยบางธนาคารหรือสถาบันการเงินอาจกำหนดให้ต้องทำประกันภัยรถยนต์ประเภท 1 เพื่อเป็นหลักประกันตลอดระยะเวลาผ่อนชำระ

ผ่อนรถยนต์ คํานวณอย่างไร ?

หากคุณสงสัยว่า ผ่อนรถยนต์ คํานวณอย่างไร เราได้รวบรวมวิธีการคำนวณมาให้เรียบร้อยแล้ว


ราคาเต็มของรถ - เงินดาวน์ = ยอดจัดไฟแนนซ์

ยอดจัดไฟแนนซ์ x อัตราดอกเบี้ย* = ดอกเบี้ยทั้งหมด

ดอกเบี้ยทั้งหมด x จำนวนปีที่เลือกผ่อน = ดอกเบี้ยรายปี

ยอดจัดที่ได้จากไฟแนนซ์ ÷ ดอกเบี้ยรายปี = ค่าผ่อนรถทั้งหมด

ยอดผ่อนรถทั้งหมด ÷ จำนวนเดือนที่ต้องผ่อนรถ = ค่างวดรถที่ต้องผ่อนทุกเดือน

ยกตัวอย่างกรณีซื้อรถยนต์และต้องการผ่อน

  • ค่ารถ 800,000 บาท
  • ดาวน์ 20% หรือ 160,000 บาท
  • อัตราดอกเบี้ย 5%
  • ระยะเวลาผ่อนรถ 48 งวด (4 ปี)

สามารถคำนวณได้ ดังนี้

  • ยอดจัดไฟแนนซ์ : 800,000 - 160,000 = 640,000 บาท
  • ดอกเบี้ยทั้งหมด : 640,000 x 5% = 32,000 บาท
  • ดอกเบี้ยรายปี : 32,000 x 4 = 128,000 บาท
  • ค่าผ่อนรถทั้งหมด : 640,000 + 128,000 = 768,000 บาท
  • ค่างวดรถที่ต้องผ่อนทุกเดือน : 800,000 ÷ 48 = 16,667 บาท


แนะนำโปรโมชั่นที่น่าสนใจเมื่อใช้บัตรเครดิตผ่อนรถยนต์

หลายธนาคาร และผู้ให้บริการสินเชื่อรถยนต์มักจัดโปรโมชั่นพิเศษ สำหรับการซื้อและผ่อนรถยนต์ด้วยบัตรเครดิต โดยเฉพาะบัตรเครดิต KTC ที่มีโปรโมชั่นมากมายเมื่อใช้บัตรเครดิตออกรถยนต์หรือผ่อนรถยนต์ เช่น


สิทธิพิเศษสำหรับสมาชิกบัตรฯ KTC ที่โชว์รูมในเครือ V Group Cars

ออกรถใหม่ที่โชว์รูมภายใต้ V Group Cars แบรนด์ Mazda, Mitsubishi, Ford, MG, Hyundai, Nissan รับสิทธิพิเศษ ผ่อนชำระ 0% นาน 6 เดือน + รับเครดิตเงินคืนสูงสุด 16%

สิทธิพิเศษ 1 ผ่อนชำระ 0% + รับเครดิตเงินคืนสูงสุด 3%

ผ่อนชำระ 0% นาน 6 เดือน ค่าจองรถยนต์ใหม่ มูลค่า 5,000 บาทขึ้นไป และค่าดาวน์รถยนต์ใหม่ มูลค่า 20,000 บาทขึ้นไป จำกัดยอดสูงสุด 100,000 บาท

สิทธิพิเศษ 2 ชำระเต็มจำนวน หรือ ผ่อนชำระ แลกคะแนนรับเครดิตเงินคืน 13%

รายการใช้จ่ายตั้งแต่ 1,000 บาทขึ้นไป ใช้คะแนน KTC FOREVER ทุก 1,000 คะแนน แลกรับส่วนลด 130 บาท เฉพาะบัตรเครดิต KTC ที่มีคะแนนสะสม KTC FOREVER สามารถเข้าร่วมโปรโมชั่นได้

ระยะเวลาโปรโมชั่น : 1 พ.ย. 68 – 30 เม.ย. 69

โปรโมชั่น ออกรถใหม่วันนี้ แลกคะแนนรับเครดิตเงินคืน 13% ที่โชว์รูมรถยนต์ที่ร่วมรายการ กับบัตรเครดิต KTC

ชำระเงินจอง หรือเงินดาวน์สำหรับออกรถใหม่ ใช้คะแนนแลกรับเครดิตเงินคืน 13%
เมื่อใช้จ่ายผ่านบัตรฯ KTC ตั้งแต่ 1,000 บาทขึ้นไป / เซลส์สลิป + ใช้คะแนน KTC FOREVER ทุก 1,000 คะแนน แลกรับเครดิตเงินคืน 130 บาท

ระยะเวลาโปรโมชั่น: 1 พ.ย. 68 – 30 เม.ย. 69


จะเห็นได้ว่าบัตรเครดิต KTC นั้นมอบสิทธิพิเศษในการออกรถใหม่และผ่อนชำระผ่านบัตรเครดิต KTC ได้ อีกทั้งมีโปรโมชั่นพิเศษกับหลากหลายตัวแทนจำหน่ายรถ ดังนั้นสำหรับใครที่กำลังมีแพลนจะซื้อรถใหม่ สามารถให้บัตรเครดิต KTC เป็นตัวช่วยทางการเงินของคุณได้ และสำหรับใครที่ยังไม่มีบัตรเครดิต KTC สามารถสมัครบัตรเครดิต KTC ออนไลน์ได้ง่ายๆ ตลอด 24 ชั่วโมง


ใช้จ่าย คุ้มค่า นึกถึงบัตรเครดิต KTC