หลายคนอาจจะยุ่งจนลืม หรือบางคนอาจจะไม่ได้ขับรถนานเสียจนเพิ่งจะมารู้ตัวว่า “ทะเบียนรถขาดเกิน 3 ปีแล้ว” ซึ่งสิ่งแรกที่ควรจะเร่งดำเนินการโดยด่วนก็คือการแก้ไขให้ทะเบียนรถกลับมาใช้งานได้อีกครั้ง แต่หากคุณคิดว่าเพียงแค่ไปเสียค่าปรับย้อนหลังก็เป็นอันเสร็จสิ้น KTC ขอให้คุณทำความเข้าใจเสียใหม่ เพราะขั้นตอนตามกฎหมายจริง ๆ ไม่ง่ายเช่นนั้น เนื่องจากเมื่อทะเบียนรถขาด หรือภาษีขาดติดต่อกันเกิน 3 ปี ทะเบียนรถนั้น ๆ จะถูกระงับโดยอัตโนมัติทันที ซึ่งหมายความว่า รถของคุณจะกลายเป็นรถผิดกฎหมายที่ไม่สามารถนำมาวิ่งบนท้องถนนได้ และหากยังฝืนนำรถมาใช้ต่อ คุณอาจจะถูกเรียกเก็บค่าปรับบานปลาย รวมถึงต้องเผชิญความยุ่งยากในการทำธุรกรรมต่าง ๆ ตามมาอีกไม่น้อย

และเพื่อให้คุณผู้อ่านที่มีรถขับทุกท่านสามารถแก้ไขปัญหาทะเบียนรถขาดเกิน 3 ปีได้อย่างถูกต้อง ในบทความนี้ KTC จะอยากพาผู้อ่านทุกท่านไปทำความเข้าใจว่า เมื่อทะเบียนรถขาดเกิน  3 ปี จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง และหากต้องการให้รถกลับมาขับขี่ได้อย่างถูกต้องตามกฎหมายจะต้องทำอย่างไร รวบรวมมาให้ตั้งแต่ขั้นตอนแรกจนถึงวันที่ได้ป้ายทะเบียนใหม่กลับบ้าน

 

รถทะเบียนขาดคืออะไร?

รถทะเบียนขาด คือ สภาพที่รถยนต์ไม่ได้ดำเนินการต่ออายุภาษีรถประจำปี หรือที่เรียกกันติดปากว่า “ต่อทะเบียนรถ” ตามระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด ซึ่งการต่อทะเบียนรถนี้เป็นสิ่งที่จำเป็นต้องทำทุกปี สำหรับรถยนต์ทุกคันที่ยังคงใช้งานอยู่บนท้องถนน เพื่อให้รถยังคงสถานะถูกต้องตามกฎหมายและสามารถใช้งานได้อย่างต่อเนื่อง โดยปกติแล้ว เจ้าของรถจะต้องดำเนินการต่อทะเบียนรถล่วงหน้าได้ภายใน 90 วันก่อนวันครบกำหนดชำระภาษี

การปล่อยให้ทะเบียนรถขาดอายุนั้นเป็นสิ่งที่ไม่สมควรทำอย่างยิ่ง เพราะหากขาดการต่อภาษีรถยนต์ไปจะส่งผลกระทบตามมาหลายประการ นอกเหนือจากการเสียค่าปรับอย่างที่หลายคนเข้าใจ โดยหากถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจเรียกตรวจสอบ ผู้ครอบครองรถก็จะมีความผิดตามพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. 2522 มาตรา 11 ที่ระบุว่า รถยนต์คันใดไม่ได้เสียภาษีประจำปีภายในเวลาที่กำหนด ให้เจ้าของรถเสียค่าปรับเพิ่มร้อยละหนึ่งต่อเดือนของจำนวนเงินที่ต้องเสียภาษี

และที่น่ากังวลที่สุดคือ หากรถยนต์ของคุณภาษีขาดเกิน 3 ปี หรือทะเบียนขาดเกิน 3 ปี อย่างต่อเนื่อง ทะเบียนรถคันนั้นจะถูกยกเลิกโดยอัตโนมัติ ตามพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. 2522 มาตรา 43 ซึ่งหมายความว่า รถคันนั้นจะหมดสภาพจากการเป็นรถที่ถูกกฎหมาย ทำให้ไม่สามารถนำมาขับขี่บนท้องถนนได้อีกต่อไป ซึ่งการดำเนินการขอป้ายทะเบียนใหม่ก็จะมีความยุ่งยากและเสียเวลาอย่างมาก ดังนั้น การต่อทะเบียนรถให้ตรงเวลาจึงเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้ามเด็ดขาด

 

ถ้าปล่อยให้ทะเบียนขาดเกิน 3 ปี จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง?

อย่างที่กล่าวไปข้างต้นว่า การปล่อยให้ภาษีขาดเกินกำหนด โดยเฉพาะเมื่อทะเบียนขาดเกิน 3 ปีขึ้นไป ถือเป็นเรื่องใหญ่ที่ต้องรีบไปดำเนินการจัดการ เพราะเมื่อใดที่นำรถมาใช้งานบนท้องถนน ผู้ครอบครองรถก็จะถือว่ามีความผิดตามกฎหมายทันที ซึ่งจะนำไปสู่ขั้นตอนการจัดการที่ยุ่งยากและเสียค่าใช้จ่ายจำนวนมาก โดยสิ่งที่จะเกิดขึ้นหากปล่อยให้ทะเบียนรถขาดเกิน 3 ปี สามารถแบ่งออกเป็น 2 กรณี ได้แก่

1. กรณีทะเบียนรถขาดเกิน 3 ปี และโดนแจ้งยอด

หากรถทะเบียนขาดเกิน 3 ปี เจ้าของรถในฐานะผู้มีชื่อเป็นผู้ครอบครองรถตามกฎหมายจะได้รับจดหมายจากกรมการขนส่งทางบกเรื่องการระงับการใช้งานรถ และทะเบียนรถจะถูกยกเลิก ซึ่งหากต้องการต่อทะเบียนรถใหม่ก็ต้องยื่นเอกสาร พร้อมทำตามขั้นตอนเสมือนกับการขอทะเบียนรถครั้งแรก แต่จะมีค่าธรรมเนียมและค่าปรับย้อนหลังด้วยสูงสุด 3 ปี

การปล่อยให้ทะเบียนขาดส่งผลกระทบหลายอย่าง โดยเฉพาะการปล่อยให้ทะเบียนขาดนานเกิน 3 ปี เพราะจำเป็นต้องทำเรื่องของทะเบียนใหม่ ซึ่งยุ่งยากกว่าการต่อทะเบียนรถตามปกติอย่างมาก ดังนั้นจึงควรให้ความสำคัญกับการต่อทะเบียนก่อนหมดอายุ โดยสามารถดำเนินการล่วงหน้าได้ภายใน 90 วันก่อนวันครบกำหนดชำระภาษี

เอกสารที่ต้องเตรียมกรณีขาดต่อทะเบียนเกิน 3 ปี ได้แก่

  • บันทึกการระงับทะเบียน
  • บัตรประชาชนเจ้าของรถ (ตัวจริงและสำเนา)
  • เอกสารการต่อ พ.ร.บ. ใหม่
  • หนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล หรือสำเนาบัตรของผู้มีอำนาจลงนาม (กรณีจดทะเบียนนิติบุคคล)
  • หนังสือสัญญาซื้อขาย (กรณีเปลี่ยนเจ้าของ)
  • หนังสือมอบอำนาจ และสำเนาบัตรประชาชนของผู้มอบอำนาจ (กรณีเจ้าของรถไม่ได้ไปดำเนินการด้วยตนเอง)

2. กรณีทะเบียนรถขาดไม่เกิน 3 ปี

หากรถทะเบียนขาดไม่เกิน 3 ปี เจ้าของรถสามารถยื่นเรื่องขอต่อทะเบียนรถได้เลยทันที พร้อมกับเสียค่าปรับร้อยละ 1 ของค่าธรรมเนียมที่ต้องชำระในแต่ละเดือน จนถึงวันที่มาต่อทะเบียน

เอกสารที่ต้องเตรียมกรณีทะเบียนขาดไม่เกิน 3 ปี

  • คู่มือจดทะเบียนรถ หรือสำเนา
  • เอกสารการต่อ พ.ร.บ. ใหม่
  • ใบรับรองตรวจสภาพรถยนต์ (ตรอ.) กรณีรถอายุเกิน 7 ปี


เปรียบเทียบทะเบียนขาดน้อยกว่า 3 ปี vs ทะเบียนขาดเกิน 3 ปี

ทะเบียนขาดน้อยกว่า 3 ปี

ทะเบียนขาดเกิน 3 ปี

สถานะทะเบียน

ยังคงใช้งานได้

ถูกระงับ ทะเบียนรถถูกยกเลิก

วิธีการแก้ไข

ยื่นขอต่อทะเบียนรถได้ตามปกติ

ยื่นเรื่องขอจดทะเบียนรถใหม่เท่านั้น

ค่าใช้จ่าย

ภาษีคงค้าง และค่าปรับในอัตราร้อยละ 1 ต่อเดือน ของยอดภาษีที่ต้องชำระ

ภาษีคงค้าง และค่าปรับในอัตราร้อยละ 1 ต่อเดือน ของยอดภาษีที่ต้องชำระ และค่าจดทะเบียนรถใหม่

โอนรถ หรือทำธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับรถ

ยังคงทำได้ แต่จะต้องชำระค่าปรับ ต่อภาษี และ พ.ร.บ. ให้เรียบร้อยก่อน

ไม่สามารถทำได้

ทำประกันภัยรถยนต์

ยังคงทำได้

ไม่สามารถทำได้

ตรวจสภาพที่ ตรอ.

สามารถตรวจได้ที่ ตรอ. (สถานตรวจสภาพรถเอกชน)

ไม่สามารถตรวจที่ ตรอ. โดยจะต้องนำรถไปตรวจสภาพที่กรมการขนส่งทางบกเท่านั้น

 

อยากให้รถทะเบียนขาดกลับมาถูกกฎหมาย ต้องทำอะไรบ้าง?

เมื่อทะเบียนรถขาดต่อเนื่องนานเกิน 3 ปี การยื่นเรื่องขอต่อทะเบียนรถตามปกติจะไม่สามารถทำได้ เนื่องจากทะเบียนรถนั้น ๆ ถูกระงับและยกเลิกใช้งานแล้ว ซึ่งวิธีเดียวที่จะให้รถยนต์คันนั้นกลับมาใช้งานบนท้องถนนได้อีกครั้งคือจะต้อง “จดทะเบียนรถใหม่” เท่านั้น และนั่นเท่ากับว่าเจ้าของรถจะไม่สามารถใช้เลขทะเบียนเดิมได้อีก ทั้งยังจะต้องส่งคืนเล่มทะเบียนเดิมและแผ่นป้ายทะเบียนเดิมด้วย โดยขั้นตอนสำหรับยื่นเรื่องขอทะเบียนรถใหม่ ในกรณีทะเบียนขาดเกิน 3 ปี เป็นดังนี้

  1. ตรวจสอบสถานะทะเบียน โดยจะต้องดำเนินการยืนยันกับกรมการขนส่งว่า ทะเบียนรถถูกระงับและถูกยกเลิกแล้วจริง ก่อนดำเนินการขั้นตอนอื่น ๆ ซึ่งสามารถทำได้โดยการไปที่สำนักงานขนส่งในพื้นที่ หรือตรวจสอบผ่านระบบออนไลน์ของกรมการขนส่งทางบก เพื่อยืนยันสถานะทะเบียนและรับทราบยอดภาษีค้างทั้งหมดที่ต้องชำระ
  2. การส่งคืนเล่มทะเบียนและแผ่นป้ายทะเบียนเดิม ซึ่งเป็นหน้าที่ตามกฎหมายที่เจ้าของรถต้องดำเนินการ หากไม่ส่งคืนอาจมีโทษปรับเพิ่มเติม และอาจทำให้กระบวนการจดทะเบียนใหม่ล่าช้า
  3. ดำเนินการชำระภาษีย้อนหลังที่คงค้างนาน 3 ปี และชำระค่าปรับตามที่กฎหมายกำหนด โดยจำนวนภาษีที่ต้องชำระย้อนหลังสูงสุด 3 ปี พร้อมด้วยค่าปรับเพิ่มตามอัตราที่กฎหมายกำหนด ซึ่งยอดรวมขึ้นอยู่กับประเภทและขนาดเครื่องยนต์ของรถ
  4. นำรถยนต์เข้าตรวจสภาพรถที่กรมการขนส่งทางบกโดยตรง ซึ่งในช่วงระยะเวลาที่ทะเบียนยังขาดและถูกระงับใช้งานเช่นนี้  การนำรถเข้าตรวจสภาพที่กรมการขนส่งทางบกอาจจะต้องเป็นในรูปแบบของการใช้รถสไลด์ หรือรถลากจูงแทนการขับขี่ไปที่กรมการขนส่งทางบกด้วยตนเอง
  5. ยื่นเรื่องขอจดทะเบียนรถใหม่ หลังจากที่ผ่านการตรวจสภาพรถที่กรมการขนส่งทางบกแล้ว ซึ่งเจ้าของรถก็จะได้รับเล่มทะเบียนรถใหม่ และแผ่นป้ายทะเบียนใหม่ จากนั้นรถก็จะกลับมาใช้ขับขี่บนท้องถนนได้เหมือนเดิม

 

ทะเบียนขาดเกิน 3 ปี ต้องเสียค่าปรับเท่าไหร่?

สำหรับค่าใช้จ่ายในการขอยื่นจดทะเบียนรถใหม่ ในกรณีที่ทะเบียนเดิมขาดนานเกิน 3 ปี มีรายละเอียดเป็นดังนี้

ภาษีรถยนต์ที่ค้างชำระย้อนหลัง

เจ้าของรถจะต้องชำระภาษีรถยนต์ที่ค้างอยู่ทั้งหมดสูงสุด 3 ปี นับตั้งแต่วันที่ทะเบียนขาดไปจนถึงวันที่ทำการยื่นเรื่อง ซึ่งอัตราภาษีจะขึ้นอยู่กับขนาดเครื่องยนต์ (CC) โดย 600 CC แรก จะต้องชำระ CC ละ 0.50 บาท และ 601 - 1,800 CC จำต้องชำระ CC ละ 1.50 บาท แต่หากเกิน 1,800 CC จะต้องชำระ CC ละ 4.00 บาท 

ค่าปรับ

อัตราค่าปรับจะคิดเป็นร้อยละ 1 ต่อเดือน ของจำนวนเงินค่าภาษีที่ค้างชำระ เท่ากับว่ายิ่งทะเบียนขาดนานเท่าไหร่ ค่าปรับส่วนนี้ก็จะยิ่งสูงขึ้น

ค่าปรับแจ้งระงับทะเบียน

เมื่อทะเบียนขาดเกิน 3 ปี กรมการขนส่งทางบกจะทำการยกเลิกทะเบียนรถคันนั้นโดยอัตโนมัติ แต่หากไม่นำป้ายทะเบียนและสมุดทะเบียนส่งคืนกรมขนส่งทางบก เพื่อแจ้งระงับทะเบียนภายใน 30 วัน ก็จะถูกปรับเพิ่มในจำนวนไม่เกิน 1,000 บาท

ค่าธรรมเนียมการจดทะเบียนรถใหม่

เนื่องจากทะเบียนเดิมถูกยกเลิก เจ้าของรถจะต้องดำเนินการจดทะเบียนรถใหม่ ซึ่งจะมีค่าธรรมเนียม ดังนี้

  • คำขอจดทะเบียน ฉบับละ 5 บาท
  • ค่าตรวจสภาพรถยนต์ ฉบับละ 50 บาท
  • ค่าแผ่นป้ายทะเบียนรถ ฉบับละ 100 บาท
  • ใบคู่มือจดทะเบียนรถ ฉบับละ 100 บาท
  • ค่าธรรมเนียมอื่น (กรณีบ้านอยู่ต่างจังหวัด) ฉบับละ 20 บาท
  • ค่าภาษีตามชนิดรถยนต์ที่ขอทะเบียน

(ข้อมูลจาก https://uthai.dlt.go.th/manual/Manual04.pdf)

หลังทะเบียนรถถูกกฎหมาย ควรวางแผนอย่างไรไม่ให้ปัญหาเกิดซ้ำ

จากขั้นตอนความยุ่งยากในการยื่นขอทะเบียนรถใหม่ และการยกเลิกทะเบียนรถเก่า ในกรณีที่ทะเบียนขาดนานเกิน 3 ปีแล้วนั้น เจ้าของรถยังต้องเสียค่าใช้จ่ายอีกมากมายในการทำให้รถยนต์กลับมาขับขี่บนท้องถนนได้ดังเดิม ซึ่งหากขาดการวางแผนทางการเงินที่ดี ปัญหาค่าใช้จ่ายที่สะสมมานานถึง 3 ปีนี้ก็อาจจะกลายเป็นวิกฤตที่กระทบต่อสภาพคล่องทางการเงินได้ ดังนั้นวิธีที่สุดคือการยับยั้งปัญหาตั้งแต่ที่ต้นเหตุเพื่อไม่ให้เกิดซ้ำอีก

3 สิ่งที่ต้องทำหลังได้ทะเบียนรถใหม่

  • ตั้งค่าแจ้งเตือนต่อภาษีล่วงหน้า : อาจเป็นการตั้งค่าในโทรศัพท์หรือปฏิทินไว้ล่วงหน้า 2 - 3 เดือน ก่อนถึงกำหนดต่อภาษีในทุกปี
  • พิจารณาประกันภาคสมัครใจที่ครอบคลุมและคุ้มค่ากับอายุและมูลค่าของรถ เพื่อรักษารถให้ยังคงใช้งานได้นาน
  • วางแผนค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับรถเป็นประจำทุกปี : จัดสรรเงินเก็บไว้ส่วนหนึ่งสำหรับค่าภาษีรถและค่าบำรุงรักษารถไว้ล่วงหน้าทุกปี เพื่อให้มั่นใจว่ามีเงินพร้อมเสมอเมื่อถึงยามจำเป็น

 


ทางเลือกเงินหมุนเวียน สำหรับรถที่ต่อทะเบียนอย่างถูกกฎหมาย

สำหรับผู้ที่มีรถในครอบครองและมองหาทางเลือกเงินหมุนเวียนโดยการเปลี่ยนทรัพย์สินที่มีอยู่ให้กลายเป็นเงินก้อน “สินเชื่อ KTC พี่เบิ้ม รถแลกเงิน” เป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์อย่างมาก เพราะสามารถเปลี่ยนรถของคุณให้กลายเป็นเงินก้อนพร้อมใช้ได้ทันที เพียงแต่จะต้องเป็นรถที่สามารถนำมาใช้ขับขี่บนท้องถนนได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งนั่นหมายความว่า รถที่ทะเบียนขาดเกิน 3 ปี จะไม่สามารถนำมาใช้ยื่นสมัครสินเชื่อรถแลกเงินได้

 

ทำไม “สินเชื่อ KTC พี่เบิ้ม รถแลกเงิน” ถึงเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์?

สินเชื่อ KTC พี่เบิ้ม รถแลกเงิน เป็นผลิตภัณฑ์ทางการเงินในรูปแบบ “รถแลกเงิน” ที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ผู้ที่ต้องการเงินก้อนอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะกลุ่มที่มีรถยนต์ รถจักรยานยนต์ หรือบิ๊กไบค์เป็นทรัพย์สินในครอบครอง แต่ยังไม่ต้องการขายทรัพย์สินนี้เพื่อให้ได้เงินก้อนกลับมา โดยสินเชื่อ KTC พี่เบิ้ม รถแลกเงิน เปิดโอกาสให้ผู้กู้สามารถนำเล่มทะเบียนรถมาใช้เป็นหลักประกันในการขอวงเงินกู้ โดยยังสามารถนำรถไปใช้งานได้ตามปกติในชีวิตประจำวัน ผ่านการเปลี่ยนทรัพย์สินให้เป็นเงินทุน สำหรับช่วยเพิ่มสภาพคล่องทางการเงิน ไม่ว่าจะเป็นการใช้จ่ายฉุกเฉิน การหมุนเงินต่อยอดธุรกิจ หรือการต่อยอดรายได้ โดยผู้สมัครสินเชื่อจะได้รับวงเงินสินเชื่อตามมูลค่าประเมินของรถ ซึ่งมีวงเงินสูงสุดที่ 1 ล้านบาท ขึ้นอยู่กับสภาพรถและการพิจารณาความสามารถในการชำระหนี้ของผู้กู้

ที่สำคัญ สินเชื่อ KTC พี่เบิ้ม รถแลกเงิน สามารถยื่นสมัครขอสินเชื่อด้วยตนเองได้ง่าย ๆ เพียงกรอกข้อมูลบนเว็บไซต์ https://www.ktc.co.th/ktc-p-berm เพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับ และหลังจากยื่นเอกสารถูกต้องครบถ้วน ก็สามารถทราบผลอนุมัติไว ภายใน 1 ชั่วโมง พร้อมโอนเงินเข้าบัญชีทันทีเมื่อผ่านการอนุมัติ  นอกจากนี้ยังไม่ต้องมีผู้ค้ำประกัน และเปิดโอกาสให้ผู้ที่มีอาชีพหลากหลาย เช่น พนักงานประจำ ฟรีแลนซ์ หรือเจ้าของกิจการ สามารถสมัครได้

 

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับทะเบียนรถขาด (FAQ)

Q : ทะเบียนขาดเกิน 3 ปี แค่จ่ายภาษีย้อนหลังได้ไหม?

A : ไม่ได้ เพราะตามกฎหมายแล้ว การขาดต่อทะเบียนรถติดต่อกันเกิน 3 ปี “ทะเบียนจะถูกระงับ” ซึ่งหมายความว่าเลขทะเบียนเดิมจะถูกยกเลิกไป การจะทำให้ถูกกฎหมายจึงไม่ใช่แค่การจ่ายเงินภาษีย้อนหลัง แต่จำเป็นต้องขอจดเลขทะเบียนใหม่เท่านั้น

 

Q : ทะเบียนขาดเกิน 3 ปี แต่อยากขายรถคันทิ้ง สามารถโอนลอยได้ไหม?

A : โอนลอยไม่ได้ เพราะรถที่จะทำการโอนกรรมสิทธิ์ได้นั้น ทะเบียนรถจะต้องอยู่ในสถานะปกติ ไม่ถูกระงับ และต้องไม่มีภาษีค้างชำระ ดังนั้นผู้ขายที่เป็นเจ้าของรถจะต้องไปทำเรื่องชำระภาษีย้อนหลังและค่าปรับ รวมถึงขอเลขทะเบียนรถใหม่ให้เรียบร้อยดีก่อน จึงจะสามารถทำเรื่องโอนกรรมสิทธิ์ให้ผู้ซื้อได้ตามกฎหมาย

 

ผู้อ่านท่านใดที่รถต่อทะเบียนอย่างถูกต้องแล้ว สินเชื่อ KTC พี่เบิ้ม รถแลกเงิน พร้อมเป็นตัวช่วยเคียงข้างคุณเพื่อขอสินเชื่อรถยนต์ ไม่ว่าจะเป็นรถปลอดภาระ หรือยังผ่อนอยู่ก็สามารถยื่นกู้ได้ ให้วงเงินสูงสุด 1 ล้านบาท เปิดโอกาสให้ผู้สมัครทุกอาชีพ อีกทั้งยังมีบริการเดินทางตรวจสภาพรถถึงที่โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ทราบผลอนุมัติไวใน 1 ชั่วโมง รับเงินทันที (ในกรณีที่เอกสารการสมัครครบถ้วนถูกต้อง) โดยไม่ต้องมีคนค้ำประกัน และผ่อนชำระได้นานสูงสุด 84 งวดเดือน

 

สินเชื่อ KTC พี่เบิ้ม รถแลกเงิน วงเงินสูง อนุมัติไว

*วงเงินอนุมัติเป็นไปตามความสามารถในการชำระหนี้และราคาประเมินมูลค่ารถ

*อนุมัติไวใน 1 ชั่วโมง รับเงินทันที เมื่อเอกสารครบถ้วนถูกต้องและโอนเงินเข้าบัญชีกรุงไทยหรือบัญชีพร้อมเพย์

*เมื่อวงเงินกู้  200,000  บาทขึ้นไป สามารถเลือกผ่อนชำระได้นานสูงสุด  84  เดือน 

*กรณีรถยนต์ติดไฟแนนซ์ อนุมัติและโอนเงินหลังจากกรรมสิทธิ์ในรถเป็นชื่อผู้กู้เรียบร้อยแล้ว

*กู้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนไหว อัตราดอกเบี้ย 21%-24% ต่อปี