สำหรับผู้ขับขี่ในกรุงเทพฯ หรือในเมืองใหญ่ คงเคยเผชิญกับสถานการณ์รถติดยาวบนทางด่วน ท่ามกลางแดดจ้าและอากาศร้อนอบอ้าว จนเป็นเหตุให้เข็มวัดอุณหภูมิค่อย ๆ ไต่สูงขึ้นจนน่ากังวล ซึ่งความรู้สึกนั้นไม่ต่างจากการนั่งดูระเบิดเวลากำลังนับถอยหลัง และหากถ้าปล่อยไว้โดยไม่รู้วิธีจัดการและรับมือ รถคู่ใจของคุณก็อาจดับกลางทางด่วนจนนำไปสู่ปัญหาแสนวุ่นวายอีกมากมาย โดยหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้รถดับกลางทางที่พบบ่อยที่สุดก็คือ “ปัญหาระดับน้ำหล่อเย็น” ทั้ง ๆ ที่เป็นการตรวจเช็กรถขั้นพื้นฐานที่เจ้าของรถสามารถทำได้ด้วยตนเองโดยไม่จำเป็นต้องนำรถเข้าอู่ให้เสียเวลา


ทำไมรถถึงชอบความร้อนขึ้น (Overheat) ตอนรถติด?

เชื่อว่าหลาย ๆ คนคงสงสัยว่า “ทำไมรถถึงร้อนขึ้นตอนรถติด ทั้งที่จริง ๆ แล้วรถก็แทบไม่ได้วิ่งเลย” สำหรับคำถามนี้สามารถอธิบายได้ด้วยหลักการทำงานของระบบระบายความร้อน โดยในขณะที่รถวิ่งด้วยความเร็วปกติ ลมจากการขับเคลื่อนไปจะพัดผ่านหม้อน้ำด้านหน้ารถ ซึ่งจะช่วยระบายความร้อนออกจากระบบเครื่องยนต์ได้อย่างต่อเนื่อง แต่เมื่อรถหยุดนิ่งหรือเคลื่อนที่ในอัตราความเร็วที่น้อยมาก เนื่องจากสภาพการจราจร ลมธรรมชาติที่พัดผ่านเข้ามาที่เครื่องยนต์ก็จะไม่เพียงพอต่อการระบายความร้อน แม้จะไม่ได้เคลื่อนที่ แต่เครื่องยนต์ก็ยังคงทำงานอยู่ และยังคงสร้างความร้อนอยู่เรื่อย ๆ

ซึ่งจะสัมพันธ์กับระบบหล่อเย็น หากระบบหล่อเย็นทำงานได้ไม่สมบูรณ์ อาทิ ในกรณีที่น้ำหล่อเย็นมีปริมาณน้อยเกินไป พัดลมไฟฟ้าทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ หรือรังผึ้งหม้อน้ำอุดตัน ความร้อนก็จะสะสมอยู่ในระบบเครื่องยนต์ และเมื่อถึงจุดหนึ่งความร้อนก็จะสูงเกินขีดจำกัดของเครื่องยนต์ ผลที่ตามมาคือเครื่องยนต์มีภาวะโอเวอร์ฮีท (Overheat) และในกรณีที่แย่ที่สุดก็คือเครื่องยนต์เสียหายถาวร ซึ่งอาจทำให้ต้องนำรถส่งซ่อมที่อู่และต้องเสียค่าใช้จ่ายหลักหมื่นถึงหลักแสนบาทเลยทีเดียว

 

3 ขั้นตอนเช็กน้ำหล่อเย็น “แบบมือโปร” ที่คุณก็ทำเองได้

และเพื่อไม่ให้รถยนต์ซึ่งเป็นเพื่อนร่วมเดินทางของคุณต้องเกิดการโอเวอร์ฮีท (Overheat) จนนำไปสู่ความเสียหายอื่น ๆ ที่ทำให้ต้องสูญทั้งเวลาอันมีค่าและสูญทั้งเงินจำนวนไม่น้อย KTC จึงอยากแบ่งปัน 3 ขั้นตอนการเช็กระดับน้ำหล่อเย็นด้วยตนเอง ที่รับรองว่ามือใหม่ก็สามารถทำได้ไม่ต่างจากมือโปร

1. จอดรถในที่ราบและรอให้เครื่องยนต์เย็นสนิทดีก่อน

การจอดรถในที่ราบและรอให้เครื่องยนต์เย็นสนิทดีก่อน อย่างน้อย 30 นาที ถึง 1 ชั่วโมงหลังดับเครื่อง ถือเป็นสิ่งสำคัญอย่างมาก เพราะหากเครื่องยนต์ยังร้อนอยู่ แรงดันภายในจะสูงมาก การเปิดฝาหม้อน้ำขณะเครื่องยนต์ยังร้อนอาจทำให้น้ำเดือดพุ่งออกมาและทำให้เกิดอันตรายได้ นอกจากนี้การวัดระดับน้ำหล่อเย็นในขณะที่เครื่องร้อนอยู่จะทำให้ได้ค่าที่ไม่แม่นยำด้วย

2. สังเกตหม้อพักน้ำสำรอง (Reservoir Tank) ไม่ต้องเปิดฝาหม้อน้ำหลัก

หม้อพักน้ำสำรองจะเป็นกระปุกพลาสติกสีใสหรือสีขาวนวลที่อยู่ข้าง ๆ กับหม้อน้ำหลัก โดยทั้งสองหม้อน้ำจะมีสายยางเล็ก ๆ ต่อเชื่อมกัน ซึ่งบนกระปุกพลาสติกจะมีขีดบอกระดับน้ำ 2 ขีด ได้แก่ “MIN” และ “MAX” โดยระดับน้ำหล่อเย็นที่ปกติควรจะอยู่ระหว่างทั้งสองขีดนี้ แต่หากน้ำหล่อเย็นอยู่ระดับต่ำกว่าขีด MIN หมายความว่าจำเป็นต้องเติมน้ำหล่อเย็น และถ้าหากน้ำหล่อเย็นลดลงรวดเร็วผิดปกติภายในเวลาไม่กี่วัน นั่นอาจเป็นสัญญาณที่บ่งบอกว่าระบบน้ำหล่อเย็นอาจมีการรั่วซึม ทั้งนี้ ควรรีบนำรถไปเข้าอู่เพื่อให้ช่างที่มีความเชี่ยวชาญช่วยตรวจสอบ

3. ตรวจเช็กสีของน้ำหล่อเย็น

น้ำหล่อเย็นที่ใหม่และดีจะต้องมีสีสันสดใส โดยส่วนใหญ่จะเป็นสีเขียว สีชมพูหรือสีแดง และสีฟ้า สีส้ม หรือสีเหลือง หรือส้ม ขึ้นอยู่กับเทคโนโลยี สารเคมี หรือผู้ผลิต แต่หากเมื่อใดที่น้ำหล่อเย็นมีลักษณะเป็นสีน้ำตาลขุ่นคล้ายสนิม หรือมีตะกอนลอยอยู่ นั่นหมายความว่าน้ำหล่อเย็นอาจเสื่อมสภาพ และจำเป็นต้องเปลี่ยนถ่ายโดยเร็วที่สุด เพราะน้ำหล่อเย็นที่เสื่อมสภาพจะสูญเสียคุณสมบัติในการป้องกันสนิมและระบายความร้อน ส่งผลให้ระบบเครื่องยนต์สึกหรอเร็วขึ้น


สัญญาณเตือน “ระบบหล่อเย็น” มีปัญหา ใกล้ได้เวลาเสียเงินซ่อม

ก่อนที่รถยนต์ของคุณจะโอเวอร์ฮีทหนักจนดับกลางทาง ผู้ขับขี่สามารถสังเกตได้จากอาการเหล่านี้

 

อาการที่พบ

สาเหตุที่เป็นไปได้

ระยะเวลาความเร่งด่วน

ค่าซ่อมโดยประมาณ

เข็มวัดอุณหภูมิไม่อยู่ในตำแหน่งกลางของมาตรวัด และอยู่ในระดับสูงใกล้สีแดง

น้ำหล่อเย็นน้อย / พัดลมทำงานผิดปกติ

ควรรีบซ่อมภายใน 1 - 2 วัน

500 - 2,000 บาท

น้ำหล่อเย็นลดระดับเร็วผิดปกติ

ระบบหล่อเย็นรั่วซึม

ควรรีบซ่อมภายใน 1 - 2 วัน

2,000 - 8,000 บาท

มีไอน้ำออกจากฝากระโปรงรถ

เครื่องร้อนจัด / ปะเก็นฝาสูบเริ่มเสีย

หยุดรถทันที ห้ามขับต่อ

10,000 - 30,000 บาท

น้ำมันเครื่องมีสีขาวขุ่นคล้ายนม

ฝาสูบรั่ว / เสื้อสูบรั่ว / น้ำเข้าปะเก็นยาง

ฉุกเฉิน ต้องซ่อมด่วน

15,000 - 50,000 บาท

เครื่องยนต์ดับกลางทาง สตาร์ทรถไม่ได้

เครื่องยนต์โอเวอร์ฮีทรุนแรง

ต้องลากรถเข้าอู่ทันที

20,000 - 100,000 บาท

ทั้งนี้ จะเห็นได้ว่ายิ่งปล่อยให้รถเกิดปัญหานานมากเท่าไหร่ ค่าซ่อมก็ยิ่งบานปลายขึ้นเรื่อย ๆ การสังเกตอาการตั้งแต่เนิ่น ๆ และหมั่นตรวจเช็กระดับน้ำหล่อเย็นด้วยตนเองเป็นประจำจะให้รู้เท่าทันปัญหาเครื่องยนต์ และช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้มากกว่าที่คิด

รถพังช่วงเงินขาดมือ? “สินเชื่อรถแลกเงิน” คือทางออกที่ช่วยให้คุณไปต่อได้

หนึ่งในความจริงของชีวิตคนมีรถก็คือ รถพังมักไม่เลือกเวลา และค่าซ่อมรถก็มักไม่เคยมาพร้อมกับเงินในกระเป๋าที่พร้อม โดยเฉพาะเมื่อเครื่องยนต์เกิดความเสียหายจากการโอเวอร์ฮีทหนัก ที่ค่าซ่อมอาจสูงถึงหลักหมื่นหรือหลักแสนบาท และสำหรับผู้เป็นเจ้าของรถยนต์ที่กำลังเผชิญกับปัญหาค่าใช้จ่ายก้อนโตที่ไม่ได้วางแผนไว้ หากมีรถยนต์อีกคันที่สภาพดี สินเชื่อ KTC พี่เบิ้ม รถแลกเงิน คือทางออกที่ตอบโจทย์อย่างตรงจุด เพราะสามารถช่วยให้คุณเปลี่ยนรถให้กลายเป็นเงินก้อนสำหรับจ่ายค่าซ่อมให้กับรถยนต์อีกคันได้ทันที

 

ทำไมคนมีรถถึงเลือกสินเชื่อ KTC พี่เบิ้ม รถแลกเงิน เมื่อต้องการเงินด่วน?

  • อนุมัติไว มีบริการถึงบ้าน : ไม่ต้องเสียเวลาเดินทางไปสาขาเพื่อตรวจเช็กรถ เพราะสินเชื่อ KTC พี่เบิ้ม รถแลกเงิน มีเจ้าหน้าที่บริการไปหาถึงหน้าบ้าน หรือตามสถานที่นัดพบที่ผู้สมัครสินเชื่อจะสะดวก
  • รับเงินทันทีเมื่ออนุมัติ : อนุมัติไวใน 1 ชั่วโมง รับเงินทันที ในกรณีที่จัดเตรียมเอกสารครบถ้วนถูกต้อง และคุณสมบัติตรงตามเงื่อนไขกำหนด ซึ่งจะช่วยอำนวยความสะดวกให้สามารถวางแผนบริหารจัดการค่าซ่อมรถได้เลยทันทีโดยไม่ต้องรอ
  • ไม่ต้องมีคนค้ำประกัน : เอื้อประโยชน์แก่พนักงานบริษัทหรือคนทำงานอิสระที่มีรายได้ประจำเริ่มต้นเพียง 8,000 บาท
  • วงเงินสูง ดอกเบี้ยเป็นธรรม : เหมาะสำหรับคนไทยที่มีอายุระหว่าง 20 - 65 ปี ที่มีรถยนต์ บิ๊กไบค์ และมอเตอร์ไซค์เป็นของตนเอง โดยวงเงินสูงสุดอยู่ที่ 1,000,000 บาท (วงเงินอนุมัติเป็นไปตามความสามารถในการชำระหนี้และราคาประเมินมูลค่ารถ)

 

FAQ : ตอบข้อสงสัยเกี่ยวกับระดับน้ำหล่อเย็นและปัญหารถโอเวอร์ฮีท

Q : ใช้น้ำเปล่าเติมแทนน้ำหล่อเย็นได้ไหม?

A : สามารถเติมน้ำเปล่าแทนได้ในกรณีฉุกเฉิน เพื่อให้รถยนต์พอขับไปถึงอู่หรือปั๊มน้ำมันได้ แต่ไม่แนะนำให้ใช้เป็นประจำหรือเติมต่อเนื่องในระยะยาว เพราะน้ำเปล่ามีจุดเดือดต่ำกว่าน้ำหล่อเย็น ทั้งยังไม่มีสารป้องกันสนิม ซึ่งจะทำให้เกิดตะกรันสะสมในหม้อน้ำและท่อทางน้ำ ส่งผลให้ระบบหล่อเย็นเสื่อมสภาพเร็วขึ้นในระยะยาว

 

Q : สตาร์ทรถแล้วแอร์ไม่เย็น เข็มวัดอุณหภูมิทะยานสูงขึ้น เกิดจากอะไร?

A : ส่วนใหญ่เกิดได้จาก 2 สาเหตุหลัก ๆ ได้แก่ พัดลมระบายความร้อนหน้าหม้อน้ำทำงานผิดปกติหรือเสีย หรืออาจเกิดจากปัญหารังผึ้งหม้อน้ำอุดตันจากสิ่งสกปรกหรือตะกรัน ซึ่งทั้งสองกรณีส่งผลให้ความร้อนระบายออกได้ไม่ดี และเมื่อเปิดแอร์ที่ยิ่งจะทำให้เครื่องยนต์ทำงานหนักขึ้น อุณหภูมิรถก็จะพุ่งสูงขึ้นเร็วกว่าปกติมากขึ้นไปอีก

 

Q : ติดบูโรสมัครสินเชื่อรถแลกเงินได้ไหม?

A : ปัจจัยที่สินเชื่อ KTC พี่เบิ้ม รถแลกเงิน จะใช้ในการพิจารณาอนุมัติสินเชื่อ ได้แก่

  1. สภาพรถที่ต้องเป็นไปตามเงื่อนไขกำหนด
  2. รายได้ของผู้สมัครที่เป็นไปตามกำหนดของแต่ละกลุ่มอาชีพ
  3. ระยะเวลาครอบครองหลักประกัน สำหรับรถยนต์และบิ๊กไบค์จะต้องมีระยะครอบครองไม่น้อยกว่า 3 เดือน และมอเตอร์ไซค์จะต้องมีระยะครอบครองไม่น้อยกว่า 30 วัน
  4. ประวัติการชำระหนี้ แต่ถึงอย่างนั้นผู้ที่ติดบูโรก็ยังยื่นสมัครสินเชื่อรถแลกเงินได้ ทั้งนี้ แนะนำให้ลองปรึกษากับเจ้าหน้าที่โดยตรง เพื่อประเมินคุณสมบัติเบื้องต้น และปัจจัยร่วมอื่น ๆ

 

การตรวจเช็กระดับน้ำหล่อเย็นอย่างสม่ำเสมอเป็นสิ่งที่สามารถทำได้ด้วยตนเอง ทั้งยังใช้เวลาเพียงไม่นาน แต่กลับช่วยป้องกันความเสียหายที่จะเกิดขึ้นกับรถ ที่อาจทำให้คุณต้องเสียเงินหลักหมื่นหรือหลักแสนในการส่งซ่อม หมั่นตรวจเช็กระดับน้ำหล่อเย็นทุกเดือนหรือก่อนออกเดินทางไกล เพียงเท่านี้ก็สามารถช่วยยืดอายุการใช้งานเครื่องยนต์ได้มากเลยทีเดียว อย่างไรก็ดี ในยามเกิดเหตุไม่คาดฝันและต้องการเงินก้อนสำหรับซ่อมรถโดยเร็ว สินเชื่อ KTC พี่เบิ้ม รถแลกเงิน พร้อมเป็นตัวช่วยด้วยวงเงินก้อนใหญ่ อนุมัติไว และขั้นตอนการสมัครที่ไม่ยุ่งยาก เพียงมีรถยนต์ บิ๊กไบค์ หรือมอเตอร์ไซค์เป็นของตนเอง ก็สามารถยื่นสมัครเพื่อรับโอกาสทางการเงินนี้ได้

ตอบโจทย์ผู้ไม่ต้องการโอนเล่ม KTC พี่เบิ้ม รถแลกเงิน วงเงินสูง อนุมัติไว

*วงเงินอนุมัติเป็นไปตามความสามารถในการชำระหนี้และราคาประเมินมูลค่ารถ

*อนุมัติไวใน 1 ชั่วโมง รับเงินทันที เมื่อเอกสารครบถ้วนถูกต้องและโอนเงินเข้าบัญชีกรุงไทยหรือพร้อมเพย์

*กู้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนไหว อัตราดอกเบี้ย 21%-24% ต่อปี