คุณเคยหรือไม่ที่เดินออกมาจากออฟฟิศหลังเลิกงานแล้วพบว่า รถที่จอดไว้ในลานจอดรถโดนเบียดจนเกิดรอยขีดข่วน หรืออาจร้ายแรงถึงขั้นเกิดเป็นรอยบุบที่กันชนหลัง และที่แย่กว่านั้นคือคู่กรณีไม่แม้แต่จะทิ้งเบอร์โทรศัพท์หรือฝากข้อความขอโทษไว้ด้วยซ้ำ ซึ่งสถานการณ์เช่นนี้สามารถเกิดขึ้นได้กับพนักงานออฟฟิศที่ขับรถมาทำงานในทุกวัน และแม้จะเกิดขึ้นในบ่อยครั้ง แต่หลายคนก็ยังเข้าใจผิดว่า หากไม่มีคู่กรณีก็ไม่สามารถเคลมประกันรถยนต์ได้ ทั้งที่ความจริงแล้ว ภาพหลักฐานจากกล้องหน้ารถและความเข้าใจในรายละเอียดเงื่อนไขประกันภัยอย่างถูกต้อง อาจช่วยคุณจากสถานการณ์รถโดนเบียดโดยไม่มีคู่กรณีได้ ทั้งยังช่วยไม่ให้คุณต้องเสียสิทธิ์การเคลมเอาประกันด้วย
รถโดนเบียดแต่ไม่ทราบคู่กรณี เคลมประกันแบบไหนได้บ้าง
ก่อนอื่นจะต้องทำความเข้าใจก่อนว่า การเคลมประกันรถยนต์เมื่อ “ไม่มีคู่กรณี” นั้น สามารถทำได้หรือไม่ ซึ่งคำตอบก็คือ “สามารถทำได้” เพียงแต่รายละเอียดการเคลมจะขึ้นอยู่กับประเภทของกรมธรรม์ ดังนี้
ประกันชั้น 1
ประกันชั้น 1 คือกรมธรรม์ที่ให้ความคุ้มครองครอบคลุมที่สุด ครอบคลุมทั้งกรณีที่รถของคุณเป็นฝ่ายชนผู้อื่นและกรณีที่รถของคุณโดนชนโดยไม่ทราบคู่กรณี หรือแม้แต่กรณีรถเสียหายโดยไม่ทราบสาเหตุ ดังนั้นประกันประเภทนี้จึงเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมที่สุดสำหรับคนที่จำเป็นต้องจอดรถในที่สาธารณะ หรือลานจอดรถออฟฟิศเป็นประจำ
ประกันชั้น 2+ และ 3+
ประกันชั้น 2+ และ 3+ ให้ความคุ้มครองครอบคลุมในกรณีรถชนกับยานพาหนะอื่น แต่การเคลมกรณีไม่มีคู่กรณีอาจทำได้ยากกว่า เพราะต้องพิสูจน์ให้ได้ว่ามีรถอีกคันมาเกี่ยวข้องจริง ซึ่งในสถานการณ์นี้กล้องหน้ารถจึงเป็นตัวแปรสำคัญ เพราะหลักฐานวิดีโอที่บันทึกได้จะช่วยยืนยันว่ามีรถคันอื่นมาชนจริง แม้จะไม่รู้ว่าคู่กรณีที่ขับรถมาชนจะเป็นใครก็ตาม
อย่างไรก็ดี สิ่งสำคัญที่ควรทำทันทีเมื่อพบว่ารถถูกชนในลานจอดโดยไม่มีคู่กรณี คือ ดำเนินการแจ้งความที่สถานีตำรวจในพื้นที่เพื่อรับใบแจ้งความเป็นหลักฐาน ถ่ายภาพความเสียหายทุกมุมพร้อมระบุวันเวลาและสถานที่ให้ชัดเจน รวมถึงตรวจสอบวิดีโอที่กล้องหน้ารถบันทึกไว้ได้ จากนั้นให้ติดต่อบริษัทประกันพร้อมเอกสารที่เกี่ยวข้อง
3 ฟีเจอร์กล้องหน้ารถที่ช่วยให้การเคลม “ไม่มีคู่กรณี” ง่ายขึ้น
ในปัจจุบันเทคโนโลยีกล้องหน้ารถได้พัฒนาก้าวหน้ายิ่งขึ้น มีฟีเจอร์เฉพาะมากมายที่ถูกออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหาการเคลมแบบไม่มีคู่กรณีโดยตรง ไม่ว่าจะเป็นฟีเจอร์ Parking Mode, ฟีเจอร์ GPS Timestamp และฟีเจอร์ 4K และ Night Vision
ฟีเจอร์ที่ 1 : Parking Mode
Parking Mode หรือโหมดเฝ้าระวังขณะจอด คือฟีเจอร์ที่สำคัญอย่างยิ่ง โดยเฉพาะในสถานการณ์รถโดนเบียดชนขณะจอดรถ ซึ่งกล้องหน้ารถที่มีโหมดนี้จะยังคงทำงานต่อเนื่องแม้ดับเครื่องยนต์แล้ว โดยอาศัยพลังงานจากแบตเตอรี่รถหรือแบตเตอรี่สำรองภายในกล้อง เมื่อมีการเคลื่อนไหวหรือแรงสั่นสะเทือนกระทบกับตัวรถ กล้องจะเริ่มบันทึกทันทีโดยอัตโนมัติ ทำให้ถึงแม้คนชนจะรีบขับหนีไป ก็ยังมีโอกาสสูงมากที่จะจับภาพทะเบียนรถและเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้
ฟีเจอร์ที่ 2 : GPS Timestamp และ Location Tagging
กล้องหน้ารถรุ่นใหม่มากมายมีการบันทึก GPS ลงบนไฟล์วิดีโอโดยตรง ทำให้ทุกคลิปมีข้อมูลวันที่ เวลา และพิกัดที่ตั้งแนบมาด้วยอย่างแม่นยำ ข้อมูลเหล่านี้จะมีประโยชน์อย่างยิ่งเมื่อต้องใช้หลักฐานในการแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือนำข้อมูลไปยื่นเคลมกับบริษัทประกัน
ฟีเจอร์ที่ 3 : ความละเอียดสูง 4K และ Night Vision
ด้วยความที่ลานจอดรถหลาย ๆ แห่งอาจเป็นพื้นที่ที่มีแสงสว่างน้อย อย่างลานจอดใต้ดิน หรือลานจอดรถที่เกือบจะปิดทึบ ซึ่งกล้องที่มีความละเอียด 4K และมีฟีเจอร์ Night Vision จะสามารถบันทึกภาพทะเบียนรถของคู่กรณีได้อย่างชัดเจนแม้เหตุการณ์จะเกิดขึ้นในพื้นที่แสงน้อย
ถ้าประกันไม่ครอบคลุมหรือรถต้องซ่อมหนักจนเงินไม่พอ ควรทำอย่างไร?
แน่นอนว่าคงไม่ใช่พนักงานออฟฟิศทุกคนที่จะทำประกันรถยนต์ชั้น 1 ไว้ และแม้แต่คนที่มีประกันชั้น 1 ก็อาจจะต้องเผชิญกับค่าซ่อมที่สูงกว่าที่คิด โดยเฉพาะกับรุ่นยนต์รุ่นใหม่ ๆ ที่มีระบบเซ็นเซอร์และกล้องรอบคันติดมากับกันชน ทำให้ค่าซ่อมยิ่งพุ่งสูงขึ้น และเมื่อเกิดสถานการณ์จอดรถในออฟฟิศแล้วโดนเบียด แต่ไม่สามารถเคลมได้ หรือเคลมได้ไม่เต็มจำนวน ทำให้ต้องจ่ายส่วนต่างของค่าซ่อมที่เกินวงเงินด้วยตนเอง การเลือกใช้ตัวช่วยทางการเงินอาจเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์ที่สุด ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือ “สินเชื่อ KTC พี่เบิ้ม รถแลกเงิน” ที่จะเปลี่ยนรถที่มีอยู่แล้วให้เป็นหลักประกันเพื่อขอสินเชื่อ
ทำไมพนักงานออฟฟิศถึงเลือก “KTC พี่เบิ้ม รถแลกเงิน” เมื่อขาดสภาพคล่อง
เมื่อต้องรับภาระค่าซ่อมรถที่เกิดขึ้นอย่างไม่คาดคิด สิ่งที่พนักงานออฟฟิศต้องการมากที่สุดคือ เงินที่ได้เร็ว ขั้นตอนดำเนินการไม่ยุ่งยาก และไม่กระทบกับเวลาทำงาน ด้วยเหตุนี้ สินเชื่อ KTC พี่เบิ้ม รถแลกเงิน จึงเป็นตัวเลือกที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของพนักงานออฟฟิศมากที่สุด อีกทั้งตลอดระยะเวลาของสัญญาสินเชื่อ ยังคงใช้งานรถได้ตามปกติอีกด้วย หมดกังวลว่าจะกระทบต่อการดำเนินชีวิตประจำวัน ประกอบกับเงื่อนไขคุณสมบัติของผู้สมัครที่มีความยืดหยุ่น รองรับผู้มีรายได้ประจำตั้งแต่ 8,000 บาทต่อเดือนขึ้นไป อายุผู้สมัครไม่เกิน 65 ปี และมีรถเป็นของตัวเอง สินเชื่อ KTC พี่เบิ้ม รถแลกเงิน จึงเป็นอีกหนึ่งทางออกสำหรับพนักงานออฟฟิศที่ขาดสภาพคล่องทางการเงิน
FAQ : รวมคำถามยอดฮิตเกี่ยวกับการเคลมประกันรถและการสมัครสินเชื่อ
Q : รถโดนชนในลานจอดแต่ไม่มีกล้องหน้ารถ ยังเคลมได้ไหม?
A : ยังมีโอกาสเคลมได้ แต่กระบวนการอาจซับซ้อนและหลายขั้นตอนมากกว่า โดยคุณสามารถขอภาพกล้องวงจรปิดของลานจอดรถนั้นได้โดยการติดต่อฝ่ายบริหารอาคารหรือนายจ้าง เพื่อใช้ประกอบเป็นหลักฐาน แต่ข้อจำกัดคือกล้อง CCTV ของอาคารมักมีมุมกล้องที่ไม่ครอบคลุมทุกจุด หรือไฟล์วิดีโออาจถูกลบภายใน 24-72 ชั่วโมง
Q : ถ้ามีกล้องหน้ารถแต่ไม่ได้เปิดโหมด Parking Mode จะสามารถใช้เป็นหลักฐานได้ไหม?
A : แน่นอนว่า “ไม่ได้” ในกรณีที่รถถูกชนขณะจอดดับเครื่อง เพราะกล้องหน้ารถปกติจะหยุดทำงานทันทีที่ดับเครื่อง ดังนั้นการเปิดใช้งานฟีเจอร์ Parking Mode จึงเป็นสิ่งสำคัญ โดยเฉพาะเมื่อต้องจอดรถในพื้นที่ที่มีรถหนาแน่นอย่างลานจอดของออฟฟิศ
Q : สมัครสินเชื่อ KTC พี่เบิ้ม รถแลกเงิน ต้องใช้เอกสารอะไรบ้าง?
A : เอกสารการสมัครสำหรับพนักงานออฟฟิศ ได้แก่ 1. บัตรประชาชนตัวจริง 2. สำเนาทะเบียนบ้าน 3. สเตทเม้นย้อนหลัง 6 เดือน 4. เอกสารแสดงรายได้ 5. เอกสารแสดงการประกอบอาชีพ และ 6. สำเนาหน้าแรกของสมุดบัญชีธนาคารกรุงไทย (กรณีโอนเงินผ่านพร้อมเพย์ ใช้หมายเลขบัตรประชาชนเท่านั้น)
Q : ถ้ารถยังผ่อนอยู่ สมัครสินเชื่อรถแลกเงินได้ไหม?
A : ในกรณีที่รถยังติดไฟแนนซ์อยู่ สามารถสมัครสินเชื่อ KTC พี่เบิ้ม รถแลกเงิน “ได้” เพียงแต่จะเป็นในรูปแบบของการที่ KTC จะเป็นผู้ปิดหนี้เดิมให้ก่อน จากนั้นผู้กู้ก็จะสามารถนำส่วนต่างที่เหลือจากการปิดยอดหนี้กับไฟแนนซ์เดิมไปใช้จ่ายตามต้องการ โดยภายหลังจากปิดยอดหนี้รถและได้รับเงินค่าส่วนต่างแล้ว ผู้กู้จะต้องเปลี่ยนมาผ่อนชำระยอดหนี้กับ KTC แทน
Q: อนุมัติใน 1 ชั่วโมงหมายความว่าอย่างไร? รับเงินทันทีหรือไม่?
A : หากเตรียมเอกสารครบถ้วนและถูกต้องตามข้อกำหนด จะสามารถทราบผลการอนุมัติไวใน 1 ชั่วโมง และเมื่อผ่านการอนุมัติแล้ว ต่อไปจะเป็นกระบวนการรับเงินสด โดยเงินจะโอนเข้าบัญชีกรุงไทยหรือพร้อมเพย์ในทันที ทำให้สามารถนำไปชำระค่าซ่อมรถหรือใช้จ่ายในกรณีฉุกเฉินได้ทันทีโดยไม่ต้องรอข้ามวัน
การจอดรถในออฟฟิศแล้วโดนเบียดโดยไม่มีคู่กรณีเป็นปัญหาที่จัดการได้ กล้องหน้ารถที่มีฟีเจอร์ Parking Mode จะช่วยเก็บภาพหลักฐานเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และความรู้ความเข้าใจในเรื่องประกันภัยรถยนต์คือตัวช่วยไม่ให้เสียสิทธิ์การเคลมประกัน และสินเชื่อ KTC พี่เบิ้ม รถแลกเงิน คือทางออกทางการเงินที่พร้อมรองรับเมื่อสถานการณ์การเงินไม่เป็นไปตามแผน
มีรถปลอดภาระกู้สินเชื่อ KTC พี่เบิ้ม รถแลกเงินได้ วงเงินสูง อนุมัติเร็ว
*วงเงินอนุมัติเป็นไปตามความสามารถในการชำระหนี้และราคาประเมินมูลค่ารถ
*อนุมัติไวใน 1 ชั่วโมง รับเงินทันที เมื่อเอกสารครบถ้วนถูกต้องและโอนเงินเข้าบัญชีกรุงไทยหรือพร้อมเพย์
*เมื่อวงเงินกู้ 200,000 บาทขึ้นไป สามารถเลือกผ่อนชำระได้นานสูงสุด 84 เดือน
*กรณีรถยนต์ติดไฟแนนซ์ อนุมัติและโอนเงินหลังจากกรรมสิทธิ์ในรถเป็นชื่อผู้กู้เรียบร้อยแล้ว
*กู้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนไหว อัตราดอกเบี้ย 21%-24% ต่อปี

