ปัญหาใบขับขี่ตลอดชีพสูญหาย เป็นเรื่องที่สร้างความกังวลใจให้กับผู้ใช้รถจำนวนไม่น้อย เนื่องจากใบอนุญาตขับขี่ประเภทนี้เป็นเอกสารรูปแบบพิเศษที่กรมการขนส่งทางบกไม่มีการออกให้กับผู้ขับขี่รายใหม่แล้วในปัจจุบัน หลายคนจึงกลัวว่าหากทำหายไปแล้วจะต้องถูกบังคับให้เปลี่ยนเป็นใบขับขี่ประเภท 5 ปี หรือต้องไปเริ่มต้นสอบใหม่ทั้งหมด
วันนี้ KTC พี่เบิ้ม รถแลกเงิน มีคำตอบและแนวทางแก้ไขปัญหาที่ถูกต้อง แม่นยำ และครบถ้วน มาฝากผู้ถือใบขับขี่ตลอดชีพทุกท่าน เพื่อให้สามารถเตรียมตัวเดินทางไปทำบัตรใหม่และกลับมาใช้งานได้อย่างสบายใจโดยเร็วที่สุด
ใบขับขี่ตลอดชีพ คืออะไร และทำไมจึงไม่มีการออกใหม่อีกแล้ว?
ใบขับขี่ตลอดชีพ คือ ใบอนุญาตขับรถยนต์ส่วนบุคคลหรือรถจักรยานยนต์ส่วนบุคคล ที่ออกตามพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. 2522 (เดิม) ก่อนที่จะมีการแก้ไขกฎหมายในปี พ.ศ. 2546 ความพิเศษสูงสุดของใบขับขี่ประเภทนี้คือ "ไม่มีวันหมดอายุ" ผู้ถือครองจึงไม่จำเป็นต้องเดินทางไปต่ออายุบัตร หรือเข้ารับการทดสอบสมรรถภาพร่างกายและเข้าอบรมใหม่เป็นระยะ ๆ เหมือนกับผู้ถือใบขับขี่ในปัจจุบัน
เหตุผลที่กรมการขนส่งทางบกยกเลิกการออกใบขับขี่ตลอดชีพ เป็นไปตาม พระราชบัญญัติรถยนต์ (ฉบับที่ 12) พ.ศ. 2546 ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 28 กรกฎาคม 2546 เป็นต้นมา โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อยกระดับความปลอดภัยบนท้องถนนให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล เนื่องจากร่างกายของผู้ขับขี่จะมีการเปลี่ยนแปลงและเสื่อมสภาพลงตามอายุ การปรับมาใช้ระบบใบขับขี่อายุ 5 ปี จึงช่วยให้รัฐสามารถคัดกรองและตรวจสอบความพร้อมทางร่างกายของผู้ขับรถได้อย่างสม่ำเสมอ
ข้อเท็จจริงกฎหมาย: แม้จะยกเลิกการออกใบขับขี่ตลอดชีพให้แก่ผู้ขอรายใหม่ไปแล้ว แต่กฎหมายยังคงให้การคุ้มครองและรับรองสิทธิ์ของผู้ที่ได้รับสิทธิ์ใบขับขี่ตลอดชีพเดิมก่อนวันที่ 28 กรกฎาคม 2546 ให้สามารถใช้งานต่อไปได้ตามปกติจนกว่าผู้ถือจะเสียชีวิต หรือมีการแก้ไขกฎหมายระดับพระราชบัญญัติในอนาคต
ทำความเข้าใจประเภทใบขับขี่ในปัจจุบัน
เพื่อให้เห็นภาพการเปรียบเทียบที่ชัดเจน ปัจจุบันระบบใบอนุญาตขับรถในประเทศไทยได้ถูกจัดกลุ่มหลัก ๆ ออกเป็น 3 ประเภท ดังนี้
1. ใบขับขี่ชั่วคราว (อายุ 2 ปี)
- กลุ่มเป้าหมาย: สำหรับผู้ที่สอบใบขับขี่เป็นครั้งแรก
- เงื่อนไข: ต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 18 ปีบริบูรณ์ ผ่านการอบรม ทดสอบข้อเขียน และทดสอบขับรถจริง
- การต่ออายุ: เมื่อครบกำหนด 2 ปี ต้องนำไปเปลี่ยนเป็นใบขับขี่ส่วนบุคคลประเภท 5 ปี (ไม่สามารถต่ออายุชั่วคราวซ้ำได้)
2. ใบขับขี่ส่วนบุคคล (อายุ 5 ปี)
- กลุ่มเป้าหมาย: สำหรับผู้ที่ผ่านการถือใบขับขี่ชั่วคราวมาแล้วครบกำหนด
- เงื่อนไข: ต้องทำการต่ออายุในทุก ๆ 5 ปี โดยจะต้องผ่านการทดสอบสมรรถภาพร่างกาย (เช่น การทดสอบสายตาทางกว้าง สายตาทางลึก การตอบสนองของเท้า และการตาบอดสี) พร้อมทั้งเข้าอบรมความรู้ตามรอบที่กำหนด
3. ใบขับขี่สาธารณะ
- กลุ่มเป้าหมาย: สำหรับผู้ที่ต้องการขับรถเพื่อการพาณิชย์หรือขนส่งผู้โดยสาร (เช่น รถแท็กซี่ รถจักรยานยนต์รับจ้าง)
- เงื่อนไข: ต้องมีอายุและประสบการณ์การขับขี่ตามที่กฎหมายระบุ ผ่านการอบรมเฉพาะทาง และต้องผ่านการตรวจสอบประวัติอาชญากรรมจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติก่อนเสมอ
ใบขับขี่ตลอดชีพหายต้องทำอย่างไร? ต้องสอบใหม่หรือไม่?
หากคุณทำใบขับขี่ตลอดชีพสูญหาย คำตอบคือ ไม่ต้องสอบใหม่ ไม่ต้องเข้าอบรม และไม่ต้องทดสอบสมรรถภาพร่างกายใด ๆ ทั้งสิ้น
เนื่องจากระบบฐานข้อมูลกลางของกรมการขนส่งทางบกได้บันทึกประวัติการถือครองใบอนุญาตขับรถของประชาชนทุกคนไว้ในระบบคอมพิวเตอร์อย่างถาวรแล้ว เมื่อเดินทางไปยื่นคำขอ เจ้าหน้าที่จะทำการดึงข้อมูลเดิมขึ้นมาพิมพ์บัตรใบใหม่ให้ทันที โดยบัตรใหม่ที่ได้รับจะถูกเปลี่ยนเป็นบัตรรูปแบบ สมาร์ตการ์ด (Smart Card) ที่ทันสมัย ซึ่งมีความทนทาน มีระบบป้องกันการปลอมแปลง มีภาษาอังกฤษกำกับเพื่อนำไปใช้ขับขี่ในกลุ่มประเทศสมาชิกอาเซียนได้ และที่สำคัญที่สุดคือ ยังคงระบุสถานะเป็น "ตลอดชีพ" ตามสิทธิ์เดิมทุกประการ
สรุปเอกสารที่ต้องใช้ (อัปเดตล่าสุด: ไม่ต้องแจ้งความ ไม่ต้องใช้ใบรับรองแพทย์)
การขอใบแทนใบขับขี่สูญหายในปัจจุบันได้รับปรับลดขั้นตอนทางราชการให้มีความสะดวกรวดเร็วมากยิ่งขึ้น โดยมีเงื่อนไขเรื่องเอกสารดังนี้
- บัตรประจำตัวประชาชนตัวจริง (ที่ยังไม่หมดอายุ)
- หลักฐานการเปลี่ยนชื่อ - นามสกุล (เฉพาะในกรณีที่ชื่อหรือนามสกุลในปัจจุบันไม่ตรงกับข้อมูลเดิมที่เคยทำใบขับขี่ไว้)
ข้อควรระวัง
- ไม่ต้องใช้ใบแจ้งความจากสถานีตำรวจ โดยผู้ขับขี่สามารถยื่นคำขอรับใบแทนและเซ็นคำให้การเรื่องบัตรสูญหายได้โดยตรงที่สำนักงานขนส่ง
- ไม่ต้องใช้ใบรับรองแพทย์ เนื่องจากการขอใบแทนกรณีชำรุดหรือสูญหายไม่ใช่การตรวจประเมินสุขภาพเพื่อต่ออายุหรือทำบัตรใหม่
อัตราค่าธรรมเนียมที่ต้องชำระจริง
การคำนวณค่าธรรมเนียมสำหรับการออกใบแทนใบอนุญาตขับรถยนต์และรถจักรยานยนต์ตามกฎกระทรวง จะประกอบด้วยค่าคำขอ ค่าใบแทน และค่าบริการพิมพ์บัตรสมาร์ตการ์ด โดยมีรายละเอียดแยกตามประเภทรถดังนี้
ขั้นตอนการขอทำใบขับขี่ตลอดชีพใหม่ผ่านระบบออนไลน์
เพื่อความสะดวกและไม่ต้องไปนั่งรอคิวเป็นเวลานาน กรมการขนส่งทางบกแนะนำให้ผู้ขับขี่ทำการจองคิวล่วงหน้าผ่านแอปพลิเคชันตามขั้นตอนดังต่อไปนี้
- ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน DLT Smart Queue (รองรับทั้งระบบ iOS และ Android)
- ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ โดยกรอกเลขบัตรประจำตัวประชาชนและตั้งรหัสผ่าน
- เลือกสำนักงานขนส่ง ที่ท่านสะดวกเดินทางไปใช้บริการ
- เลือกประเภทงานบริการ โดยกดเลือกที่หัวข้อ "งานใบอนุญาต" จากนั้นเลือกประเภทรถ และกดเลือกไปที่ "อื่นๆ" หรือ "เอกสารชำรุด/สูญหาย (ขอใบแทน)"
- เลือกวันและช่วงเวลา ที่ต้องการเข้าดำเนินการ จากนั้นกดยืนยันและบันทึกหน้าจอหลักฐานการจองคิวไว้
- เดินทางไปสำนักงานขนส่ง ตามวันและเวลานัดหมาย ยื่นแสดงหลักฐานการจองคิวพร้อมบัตรประชาชนตัวจริงแก่เจ้าหน้าที่ เพื่อเข้ารับบัตรคิวถ่ายรูป
- ถ่ายรูป ชำระค่าธรรมเนียม และรอรับใบขับขี่ตลอดชีพสมาร์ตการ์ดใบใหม่ได้ทันทีภายในเวลาไม่กี่นาที
ใบขับขี่ตลอดชีพดิจิทัลบนสมาร์ตโฟน
เมื่อคุณเปลี่ยนใบขับขี่ตลอดชีพมาเป็นแบบสมาร์ตการ์ดเรียบร้อยแล้ว ด้านหลังของบัตรจะมี QR Code ติดอยู่ ซึ่งคุณสามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน DLT QR Licence ของกรมการขนส่งทางบกมาลงทะเบียนใช้งานได้ ระบบจะแสดงใบอนุญาตขับรถเสมือนจริงบนหน้าจอมือถือ ซึ่งสามารถใช้แสดงต่อเจ้าพนักงานจราจรได้ตามกฎหมาย มีผลเทียบเท่ากับการพกพาการ์ดจริง ช่วยเพิ่มความสะดวกและลดความเสี่ยงจากการลืมพกกระเป๋าสตางค์ได้อย่างดีเยี่ยม
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับใบขับขี่ตลอดชีพ
Q1: ใบขับขี่ตลอดชีพแบบเก่าที่เป็นกระดาษหรือแบบเคลือบพลาสติก ถ้ายังไม่หายจำเป็นต้องไปเปลี่ยนไหม?
A: ในทางกฎหมายไม่มีความจำเป็นต้องเปลี่ยนครับ หากบัตรเดิมยังมีสภาพสมบูรณ์ ตัวหนังสือชัดเจน และรูปถ่ายมองเห็นได้ชัด ก็สามารถใช้ควบคุมรถได้ตลอดไป แต่ทางกรมการขนส่งทางบกแนะนำให้เปลี่ยนเป็นแบบสมาร์ตการ์ด เพื่อความทนทาน และเพื่อรับสิทธิ์ในการใช้ใบขับขี่ดิจิทัลรวมถึงการนำไปใช้ในประเทศกลุ่มอาเซียน
Q2: ถ้าใบขับขี่ตลอดชีพหาย แล้วจำเลขใบขับขี่เดิมไม่ได้ จะยังทำใหม่ได้ไหม?
A: ทำได้แน่นอนครับ เพราะเจ้าหน้าที่จะใช้เพียง "บัตรประจำตัวประชาชนตัวจริง" ของคุณในการคีย์ค้นหาประวัติในฐานข้อมูลระบบกลาง ข้อมูลใบขับขี่ทุกใบที่คุณเคยทำไว้จะลิงก์อยู่กับเลขบัตรประชาชน 13 หลักอยู่แล้วครับ
Q3: ขนส่งจะบังคับให้เปลี่ยนใบขับขี่ตลอดชีพเป็นแบบ 5 ปีในตอนที่ไปทำบัตรใหม่ไหม?
A: ไม่มีการบังคับอย่างแน่นอนครับ การขอใบแทนกรณีสูญหายคือการออกเอกสารทดแทนสิทธิ์เดิมที่มีอยู่ ดังนั้นในระบบและบนหน้าบัตรใหม่ของคุณจะยังคงพิมพ์คำว่า "ตลอดชีพ" เช่นเดิมครับ
Q4: สามารถให้บุคคลอื่นไปดำเนินการขอใบแทนใบขับขี่ตลอดชีพแทนได้ไหม?
A: ไม่สามารถมอบอำนาจให้ผู้อื่นทำแทนได้ครับ เนื่องจากในขั้นตอนการออกบัตรสมาร์ตการ์ดใบใหม่ ผู้ขอจะต้องเข้ารับการถ่ายรูปสด ณ เคาน์เตอร์ของสำนักงานขนส่งเพื่อพิมพ์ลงบนหน้าบัตร จึงจำเป็นต้องเดินทางไปด้วยตนเองเท่านั้น
Q5: หากผู้ถือใบขับขี่ตลอดชีพมีอายุมากแล้ว มีข้อควรระวังอย่างไรบ้าง?
A: แม้กฎหมายจะไม่ได้บังคับให้ผู้ถือสิทธิ์ตลอดชีพต้องเข้าทดสอบร่างกายตามรอบปี แต่เพื่อความปลอดภัยของตัวคุณเอง ครอบครัว และเพื่อนร่วมทาง แนะนำให้ผู้สูงอายุตรวจสุขภาพตาและระบบประสาทสั่งการอย่างสม่ำเสมอ หากพบว่าสภาพร่างกายเริ่มไม่เอื้ออำนวยต่อการขับขี่อย่างปลอดภัย ควรหลีกเลี่ยงการขับรถทางไกลหรือการขับรถในช่วงเวลากลางคืนครับ
การทำใบขับขี่ตลอดชีพหายไม่ใช่เรื่องน่ากังวลอย่างที่คิด ปัจจุบันกระบวนการทำใหม่นั้นง่ายและรวดเร็วมาก เพียงจองคิวผ่านแอปพลิเคชัน DLT Smart Queue เตรียมบัตรประชาชนตัวจริงไปเพียงใบเดียว โดยไม่ต้องใช้ใบแจ้งความหรือใบรับรองแพทย์ และเสียค่าธรรมเนียมเพียง 155 บาทสำหรับรถยนต์ (หรือ 105 บาทสำหรับรถจักรยานยนต์) คุณก็จะได้บัตรสมาร์ตการ์ดใบใหม่ที่คงสิทธิ์ตลอดชีพตามเดิมกลับมาใช้งานได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย
สำหรับผู้ใช้รถท่านใดที่สิทธิ์ใบขับขี่พร้อม รถพร้อม แต่กำลังประสบปัญหาติดขัดด้านการเงินหรือต้องการเงินทุนหมุนเวียนไปใช้ในยามฉุกเฉิน KTC พี่เบิ้ม รถแลกเงิน พร้อมเป็นที่พึ่งให้คุณ ด้วยวงเงินสินเชื่อก้อนใหญ่ สมัครง่าย ไม่ยุ่งยาก และมีบริการ พี่เบิ้ม Delivery เดินทางไปประเมินสภาพรถให้ถึงหน้าบ้าน อนุมัติไวใน 1 ชั่วโมง รับเงินก้อนทันทีโดยไม่ต้องมีคนค้ำประกัน ผ่อนได้สบายยาวนานสูงสุด 84 เดือน และยังได้รับบัตรกดเงินสด KTC พี่เบิ้ม ไปพกติดตัวไว้รูดหรือกดเงินสดใช้อุ่นใจในกรณีฉุกเฉินฟรี โดยไม่มีค่าธรรมเนียมหากไม่ได้เดินรายการ สมัครเลยวันนี้เพื่อเพิ่มความคล่องตัวทางการเงินให้ชีวิตเดินหน้าต่อไม่มีสะดุด!
*กรุณาศึกษาข้อมูลผลิตภัณฑ์ก่อนทำการสมัคร*
*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ และธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด*
*วงเงินอนุมัติเป็นไปตามความสามารถในการชำระหนี้และราคาประเมินมูลค่ารถ
*อนุมัติไวใน 1 ชั่วโมง รับเงินทันที เมื่อเอกสารครบถ้วนถูกต้องและโอนเงินเข้าบัญชีกรุงไทยหรือพร้อมเพย์
*เมื่อวงเงินกู้ 200,000 บาทขึ้นไป สามารถเลือกผ่อนชำระได้นานสูงสุด 84 เดือน
*กู้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนไหว อัตราดอกเบี้ย 21%-24% ต่อปี*


