มือใหม่ เติมน้ำมัน เทคนิคน่ารู้เติมยังไงให้คุ้มและถูกวิธี
รถยนต์ถือเป็นยานพาหนะสำคัญที่ใช้ในการเดินทางและได้รับความนิยมจากผู้คน สำหรับคนมีรถย่อมรู้กันดีว่าในการใช้งานรถยนต์เองก็มีค่าใช้จ่ายที่ตามมามากมายเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นค่าประกันรถยนต์ ค่าซ่อมบำรุง ค่าภาษี รวมถึงค่าน้ำมันที่ถือเป็นค่าใช้จ่ายหลักที่เกิดขึ้นจากการขับขี่รถยนต์ รวมถึงในช่วงที่ผ่านมาราคาน้ำมันยังคงพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้ส่งผลกระทบต่อค่าใช้จ่ายของหลายคน ดังนั้นบทความนี้ KTC จะมาแนะนำวิธีการเติมน้ำมันรถให้ถูกวิธี ที่ไม่เพียงแต่ช่วยประหยัดเงินในกระเป๋า แต่ยังช่วยถนอมเครื่องยนต์ให้ใช้งานได้ยาวนานและมีประสิทธิภาพ
น้ำมันเชื้อเพลิงแต่ละประเภทแตกต่างกันอย่างไร
น้ำมันรถ หรือ น้ำมันเชื้อเพลิงคือสิ่งสำคัญที่ช่วยให้รถยนต์สามารถขับเคลื่อนได้ ซึ่งรถแต่ละคันมีความต้องการพลังงานเชื้อเพลิงหรือประเภทน้ำมันที่แตกต่างกันออกไป โดยสามารถแบ่งประเภทน้ำมันรถได้ ดังนี้
น้ำมันรถยนต์แต่ละประเภทเหมาะกับรถแบบไหนบ้าง
แก๊สโซฮอล์ 91
น้ำมันที่สามารถใช้ทดแทนน้ำมันเบนซิน 91 ธรรมดาได้ เรียกได้ว่าให้การตอบสนองของรถที่ไม่ต่างจากเบนซิน 91 น้ำมันเชื้อเพลิงที่ได้จากนำน้ำมันเบนซิน 91 ผสมกับเอทิลแอลกอฮอล์ บริสุทธิ์ 99.5% ซึ่งเป็นน้ำมันประเภทเฉพาะที่ควรใช้กับรถยนต์ที่มีการระบุว่าใช้กับน้ำมันแก๊สโซฮอล์ 91 เท่านั้น
แก๊สโซฮอล์ 95
น้ำมันที่สามารถใช้ทดแทนน้ำมันเบนซิน 95 ได้ โดยเป็นการนำน้ำมันเบนซิน 95 ผสมกับเอทิลแอลกอฮอล์ บริสุทธิ์ 99.5% เพื่อทดแทนสาร MTBE (Methyl Tertiary Butyl Ether) เป็นประเภทน้ำมันที่มีการเผาไหม้ได้ดีและมีราคาถูกกว่าน้ำมันเบนซิน 95 เป็นน้ำมันประเภทเฉพาะใช้กับรถยนต์ที่ระบุให้ใช้กับแก๊สโซฮอล์ 95 เท่านั้น
แก๊สโซฮอล์ E20
นํ้ามันที่ได้จากการนำน้ำมันเบนซินไร้สารตะกั่วผสมกับเอทานอลหรือเอทิลแอลกอฮอล์ โดยใช้น้ำมันเบนซิน 95 ผสมกับเอทิลแอลกอฮอล์บริสุทธิ์ 99.5% ในอัตราส่วนน้ำมันเบนซิน 80% ต่อเอทานอล 20% สามารถเผาไหม้ได้ดีในระหว่างขับขี่แทบไม่แตกต่างจากการใช้แก๊สโซฮอล์ 91 หรือแก๊สโซฮอล์ 95 เท่าไหร่ แถมยังมีราคาที่ค่อนข้างถูกอีกด้วย สามารถใช้กับรถยนต์ส่วนใหญ่ได้
แก๊สโซฮอล์ E85
นํ้ามันที่มีส่วนผสมที่ได้จากการนำน้ำมันเบนซินผสมเอทิลแอลกอฮอล์ บริสุทธิ์ 99.5% ในอัตราส่วน เบนซิน 15% ต่อเอทานอล 85% มีราคาค่อนข้างถูกเมื่อเทียบกับน้ำมันประเภทอื่น ๆ แต่สมรรถนะในการขับขี่เทียบกับการใช้น้ำมันเบนซินแบบธรรมดาไม่ได้ ทั้งยังมีการเผาไหม้ที่รวดเร็วส่งผลให้น้ำมันหมดเร็วและเปลืองน้ำมัน จึงไม่ค่อยเป็นที่นิยมเท่าไหร่นัก
ไบโอดีเซล
น้ำมันไบโอดีเซลน้ำมันเชื้อเพลิงที่ใช้กับเครื่องยนต์ดีเซลโดยเฉพาะ คุณสมบัติที่สำคัญของน้ำมันไบโอดีเซลคือ สามารถย่อยสลายได้เองและไม่เป็นพิษต่อสิ่งแวดล้อม มีอัตราการเผาไหม้ที่ดีและมีคุณภาพ โดยสามารถแบ่งออกได้ 3 ประเภท คือ
- น้ำมันดีเซล B7 น้ำมันดีเซลทั่วไป ที่มีสัดส่วนของไบโอดีเซลประมาณ 6.6 – 7% ทางเลือกสำหรับรถที่ไม่รองรับน้ำมัน
- ดีเซลประเภท B10
- น้ำมันดีเซล B10 ที่มีการผสมน้ำมันไบโอดีเซลสัดส่วนที่ 9-10% ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการเผาไหม้ในกระบอกสูบให้เป็นไปอย่างสมบูรณ์ มีราคาถูกกว่าดีเซลแบบธรรมดา สามารถใช้กับรถยนต์ทั่วไปได้หลากหลายรุ่น
- น้ำมันดีเซล B20 ที่มีการผสมน้ำมันไบโอดีเซลสัดส่วนที่ 19-20% ซึ่งเหมาะกับประเภทของรถบรรทุกขนาดใหญ่ รองรับรถกระบะบางรุ่น ซึ่งต้องเป็นรถที่มีการระบุว่าสามารถใช้น้ำมันดีเซล B20 ได้เท่านั้น
เติมน้ำมันยังไงให้คุ้ม คนมีรถควรรู้
เมื่อรู้จักน้ำมันที่ใช้กันแต่ละประเภทแล้ว การเติมน้ำมันรถให้ถูกวิธีถือเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ช่วยทั้งในเรื่องของการประหยัดเงินในกระเป๋า แถมยังช่วยถนอมเครื่องยนต์กับเรื่องน่ารู้ดังนี้
เติมน้ำมันรถให้ถูกวิธีช่วยประหยัดค่าน้ำมัน
1. เติมน้ำมันครึ่งถังประหยัดกว่าเต็มถัง จริงไหม?
หลายคนอาจมีข้อสงสัยว่าระหว่างเติมน้ำมันแค่ครึ่งถังกับเติมน้ำมันเต็มถังแบบไหนจะประหยัดและดีกับเครื่องยนต์มากกว่ากัน ซึ่งก็มีคนไม่น้อยที่มักมองว่าการเติมน้ำมันแค่ครึ่งถังจะช่วยประหยัดเงินได้มากกว่า นั้นเป็นเรื่องจริง แต่แน่นอนว่าการเติมน้ำมันครึ่งถังก็ส่งผลเสียต่อเครื่องยนต์ได้ เพราะกระบวนการทำงานของเครื่องยนต์ต้องอาศัยการทำงานของปั๊มน้ำมันเชื้อเพลิงหรือปั๊มติ๊ก ที่มีหน้าที่ดูดน้ำมันจากตัวถังไปยังเครื่องยนต์ หากน้ำมันรถน้อยจนเกินไปจะทำให้ปั๊มติ๊กทำงานหนักมากยิ่งขึ้น
2. เติมน้ำมันจนล้นถังส่งผลเสียต่อรถไหม?
การเติมน้ำมันเต็มถังจนล้นส่งผลเสียทั้งต่อตัวเครื่องยนต์และตัวถังรถยนต์ เนื่องจากไอระเหยของน้ำมันเมื่อเติมน้ำมันจนเต็มจะเข้าไปทำให้ระบบของเครื่องยนต์มีปัญหาได้ บวกกับแรงดันในถังน้ำมันที่เกิดในขณะที่รถยนต์กำลังขับเคลื่อนมีโอกาสที่น้ำมันจะไหลซึมออกมาจากตัวถังน้ำมัน ทำให้ตัวสีรถได้รับความเสียหายได้
3. เติมให้เกิน 3 ใน 4 ของถัง ดีต่อเครื่องยนต์ที่สุดจริงไหม?
วิธีการเติมน้ำมันที่ถูกต้องคือการเติมน้ำมันให้เกิน 3 ใน 4 ส่วนของถังน้ำมันและใช้จนกว่าน้ำมันจะเหลือเพียง 1 ใน 4 ส่วนของตัวถังน้ำมันแล้วจึงทำการเติมน้ำมัน เป็นวิธีที่ดีที่สุดเพราะช่วยให้เครื่องยนต์สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและเป็นการถนอมเครื่องยนต์ไปในตัว ทั้งนี้ยังช่วยประหยัดงบประมาณในการเติมน้ำมันอีกด้วย
4. น้ำมันเกรดพรีเมียมช่วยให้รถยนต์มีประสิทธิภาพดียิ่งขึ้นจริงไหม?
หลายคนมักมีความเข้าใจว่าการเลือกใช้น้ำมันเกรดพรีเมียมจะยิ่งส่งผลดีต่อสมรรถนะของเครื่องยนต์และมีอัตราเผาไหม้ที่ดี แต่หากมองในเรื่องของความคุ้มค่าทางการใช้จ่ายแล้วถือว่าไม่จำเป็น เพราะผู้คนส่วนใหญ่แล้วจะเน้นการใช้งานแบบประหยัดมากกว่า อีกทั้งการใช้งานรถยนต์ภายในเมืองไม่ค่อยได้ใช้ความเร็วเท่าไหร่นัก ทั้งน้ำมันแต่ละประเภทก็มีมาตรฐานที่รองรับในระดับเดียวกัน ทำให้คนส่วนใหญ่เลือกเติมน้ำมันให้ตรงตามรูปแบบการขับขี่และช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายจึงดีที่สุด
5. เติมน้ำมันแบบไหน ประหยัด
ในยุคที่น้ำมันมีราคาสูงแต่ก็ไม่สามารถหลีกเลี่ยงการใช้งานรถยนต์ได้ ดังนั้นวิธีการเติมน้ำมันให้ประหยัดจึงเป็นสิ่งสำคัญที่ควรรู้ด้วยทริกง่าย ๆ ดังนี้
เติมน้ำมันรถก่อนน้ำมันจะหมดถัง : โดยช่วงที่ดีที่สุดคือเมื่อระดับน้ำมันอยู่ที่ประมาณ 1 ส่วน 4 ของถังน้ำมัน และควรเติมขึ้นมาให้อยู่ในระดับ 3 ของถังน้ำมันเท่านั้น ซึ่งทางที่ดีควรศึกษาความจุถังน้ำมันรถยนต์ของตนเองว่ามีปริมาณเท่าไหร่ เพื่อกะปริมาณการเติมน้ำมันได้อย่างถูกต้อง
หลีกเลี่ยงการเข้าปั๊มเมื่อเห็นรถบรรทุกน้ำมัน : หากเห็นรถบรรทุกน้ำมันกำลังถ่ายน้ำมันเข้าสู่ถังกักเก็บใต้ดินในปั๊ม หากยังไม่ถึงจุดที่ควรเติมน้ำมันจริง ๆ ควรทำการหลีกเลี่ยงเนื่องจากในช่วงเวลาที่รถส่งน้ำมันถ่ายน้ำมันจะทำให้ตะกอนที่อยู่ใต้ถังเก็บน้ำมันลอยขึ้นมา ซึ่งหากเติมเข้าไปอาจจะได้ในส่วนของตะกอนเหล่านี้เข้าสู่ถังน้ำมันไปด้วย แถมยังต้องเสียเวลาในการรอคอยการเปลี่ยนถ่ายน้ำมัน
ควบคุมปริมาณของน้ำมันตามระยะทางที่ใช้จริง : หนึ่งในวิธีที่ช่วยประหยัดน้ำมันได้เป็นอย่างดี เนื่องจากราคาน้ำมันมีการปรับขึ้นลงอยู่ตลอดเวลา ดังนั้นควรควบคุมปริมาณของน้ำมันตามระยะทางที่ใช้
6. เติมน้ำมันยังไงให้คุ้ม
การเติมน้ำมันให้คุ้มค่าแนะนำให้เติมในช่วงเวลาเช้ามืดและช่วงที่ดีที่สุดคือช่วงเวลากลางคืน เนื่องจากทำให้น้ำมันมีความควบแน่นสูง เพราะอุณหภูมิภายนอกที่ต่ำลงเมื่อเทียบกับช่วงเวลาอื่น ๆ ที่มีอุณหภูมิที่สูงกว่า ดังนั้นเมื่อทำการเติมน้ำมันจะได้น้ำมันแบบเต็ม ๆ และคุ้มค่ามากกว่าช่วงเวลาอื่น
7. จ่ายค่าน้ำมันด้วยบัตรเครดิต
หนึ่งในวิธีที่ช่วยให้การเติมน้ำมันคุ้มค่ามากยิ่งขึ้นคือการจ่ายค่าน้ำมันผ่านบัตรเครดิต เนื่องจากบัตรเครดิตแต่ละใบจะมีสิทธิประโยชน์และส่วนลดมากมาย รวมถึงการสะสมคะแนนต่าง ๆ ดังนั้นเมื่อเติมน้ำมันที่ปั๊มก็จะได้ในส่วนของคะแนนสะสมเพื่อนำไปแลกใช้เป็นส่วนลดหรือแลกรับของสมนาคุณต่าง ๆ รวมถึงรับโปรโมชั่นบัตรเครดิตจากการเติมน้ำมันสำหรับพาร์ทเนอร์ที่ร่วมรายการได้อีกด้วย
จากที่กล่าวมาข้างต้นเห็นได้ว่าวิธีการเติมน้ำมันให้ได้ราคาถูกและช่วยดูแลรักษาเครื่องยนต์ ให้มีประสิทธิภาพในการขับเคลื่อนได้อย่างดีนั้นไม่ใช่เรื่องยาก โดยสามารถเริ่มต้นทำได้ง่าย ๆ ด้วยตัวเอง ทั้งยังรับความคุ้มค่าได้มากยิ่งขึ้นจากการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตเติมน้ำมัน 2566 ที่ให้สามารถรับสิทธิประโยชน์จากการใช้จ่ายค่าน้ำมันได้เพิ่มมากขึ้น ทั้งการสะสมคะแนน หรือรับส่วนลดต่าง ๆ จากการเติมน้ำมันเพื่อให้ทุกการใช้จ่ายในชีวิตประจำวันมีความคุ้มค่ามากยิ่งขึ้น


