เรียกว่ากำลังมาแรง กับ “รถยนต์ไฟฟ้า” ที่ช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย เพราะใช้ไฟฟ้าแทนการเติมน้ำมัน ซึ่งมีราคาสูงมากขึ้นทุกวัน ทั้งยังเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ไม่มีการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และมลพิษจากท่อไอเสีย ช่วยลดปัญหาภาวะโลกร้อนและมลพิษทางอากาศ มาพร้อมการขับเคลื่อนที่เงียบกว่า ที่สำคัญสามารถติดตั้งจุดชาร์จรถไฟฟ้าไว้ที่บ้านได้ด้วย ทำให้สะดวกสบายยิ่งขึ้นไปอีก แต่จะมีข้อควรรู้อย่างไรบ้าง ไปดูกัน


ติด EV Charger เตรียมไฟบ้านยังไง ต้องติดตั้งอะไรบ้าง

อยากติดตั้งที่ชาร์จรถไฟฟ้า หรือ EV Charger ที่บ้านไม่ใช่เรื่องยาก แต่ก่อนที่จะนัดช่างเข้ามาติดตั้ง อาจจะต้องเตรียมสถานที่ และตรวจเช็กรายละเอียดให้พร้อม ตามขั้นตอนดังต่อไปนี้

  1. ตรวจมิเตอร์ไฟที่ใช้ในบ้าน สิ่งสำคัญอันดับแรกคือเช็กปริมาณการใช้ไฟฟ้าในบ้านทั้งหมด ถ้าหากว่ามีมิเตอร์ที่น้อยกว่า 30 แอมป์ ให้ดำเนินการขอมิเตอร์ไฟใหม่ให้มีขนาด 30 แอมป์ขึ้นไป และอย่าลืมดูเฟสไฟฟ้า หรือแรงดันไฟฟ้า ว่าควรใช้ 1 เฟส หรือว่า 3 เฟส ถ้าเป็น 3 เฟส ให้ใช้มิเตอร์ไฟขนาด 45 แอมป์ขึ้นไป ทั้งนี้จะขึ้นอยู่กับรุ่นรถที่คุณเลือก
  2. เช็กสายไฟเมน สำหรับสายไฟเมนก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่สำคัญ ซึ่งสายไฟเมนก็คือสายไฟฟ้าที่เดินตรงจากมิเตอร์ไฟฟ้ามาเข้าที่แผงเมนสวิตช์ ให้ใช้สายไฟเมนที่มีขนาด 25 มิลลิเมตร และอย่าลืมเช็กตู้ Main Circuit Breaker (MCB) ต้องรองรับกระแสไฟได้สูงสุดไม่เกิน 100 แอมป์
  3. ตรวจเช็กเครื่องตัดไฟรั่ว หรือ Residual Current Devices (RDC) เพราะการที่ไฟฟ้ารั่ว หรือไฟฟ้าลัดวงจรนั้นอาจจะเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ แนะนำให้เช็กเครื่องตัดไฟรั่ว ว่าใช้งานได้หรือไม่ และต้องมีพิกัดขนาดกระแสไฟฟ้ารั่วไม่เกิน 30 mA ตัดไฟได้ในระยะเวลา 0.04 วินาทีเท่านั้น อย่างน้อยควรมีระบบตัดไฟ RCD Type B หรือว่าเทียบเท่า
  4. เช็กเต้ารับสำหรับชาร์จ เนื่องจากเต้ารับของที่ชาร์จรถไฟฟ้าจะไม่เหมือนกับเต้ารับของเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน ซึ่งการเสียบชาร์จของ EV Charger ควรใช้แบบสามรู ใช้สายดินที่แยกออกจากสายดินของไฟบ้าน และสายต่อหลักดินต้องเป็นสายหุ้มฉนวน มีขนาดไม่ต่ำกว่า 10 ตารางมิลลิเมตร
  5. จุดติดตั้งที่ชาร์จรถไฟฟ้า ไม่ควรอยู่ห่างจากที่จอดรถเกินกว่า 5 เมตร และควรอยู่ใกล้กับตู้ควบคุมไฟฟ้าระบบหลัก ที่สำคัญคือต้องมีหลังคากันแดดกันฝนในจุดที่ชาร์จรถ ถึงแม้ว่าทางแบรนด์จะเคลมว่าตู้ EV Charger กันน้ำได้ก็ตาม




จุดติดตั้งที่ชาร์จรถไฟฟ้าไม่ควรอยู่ห่างจากที่จอดรถเกินกว่า 5 เมตร


ติดตั้งที่ชาร์จรถไฟฟ้าที่บ้าน มีค่าใช้จ่ายเท่าไหร่

ค่าใช้จ่ายในการติดตั้งที่ชาร์จรถไฟฟ้าที่บ้านจะถูกแบ่งออกเป็น 3 ส่วนด้วยกัน คือ

  1. ค่า EV Charger โดยค่า EV Charger จะขึ้นอยู่กับยี่ห้อ ฟังก์ชัน และสเปคที่คุณเลือก ราคาเริ่มต้นตั้งแต่ 35,000 - 80,000 บาท แต่ถ้าออกรถไฟฟ้าป้ายแดง ทางผู้ขายมักจะมีโปรโมชั่นแถมที่ชาร์จพร้อมค่าติดตั้งฟรีถึงบ้าน
  2. ค่าเปลี่ยนมิเตอร์ ติดตั้งที่ชาร์จรถไฟฟ้าที่บ้าน การไฟฟ้านครหลวง (MEA) นั้นจะมีค่าตรวจสอบ และขอเพิ่มมิเตอร์ในราคา 700-2,500 บาท และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) จะมีค่าใช้จ่ายในการตรวจสอบประมาณ 700-1,500 บาท แต่ถ้าหากไม่สามารถปรับปรุงระบบไฟฟ้าเพิ่มเติมได้ ก็จะต้องขอเพิ่มมิเตอร์ลูกที่ 2 ขึ้นมาแทน ส่วนใครที่อยากได้ค่าไฟแบบอัตรา TOU (หรือ Time of Use Tariff คือ อัตราค่าไฟฟ้า ที่คิดตามช่วงเวลาการใช้งานของผู้ใช้ไฟฟ้า) จะต้องเสียเงินเพิ่ม สำหรับการไฟฟ้านครหลวง (MEA) อยู่ที่ 6,640-7,350 บาท และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) ราคาอยู่ที่ 3,740-5,340 บาท ทั้งนี้จะขึ้นอยู่กับมิเตอร์ที่ขอไป
  3. ค่าเดินสายเมน วางระบบไฟใหม่ และติดตั้งอุปกรณ์ สามารถเลือกผู้ให้บริการติดตั้งการวางระบบไฟใหม่สำหรับการชาร์จรถไฟฟ้าได้ โดยค่าใช้จ่ายจะอยู่ที่ประมาณ 10,000-20,000 ขึ้นไป แล้วแต่ว่าต้องมีจุดไหนบ้างที่ต้องติดตั้งเพิ่ม


ติดตั้งที่ชาร์จรถไฟฟ้าที่บ้าน โดยการไฟฟ้านครหลวง (MEA)

สำหรับผู้ที่อยู่ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร นนทบุรี และสมุทรปราการ ต้องการติดตั้งที่ชาร์จรถไฟฟ้าที่บ้าน การไฟฟ้านครหลวง (MEA) จะมีแพ็กเกจหลักให้เลือกสองแบบด้วยกัน

รายการติดตั้ง

แพ็กเกจที่ 1
7.4 kw 1 Phase EV Charger

แพ็กเกจที่ 2
22 kw 3 Phase EV Charger

ติดตั้งสายเมนที่ 2 สำหรับระยะ 20 เมตร

อุปกรณ์ป้องกันกระแสเกินหลัก Main CB 40A

อุปกรณ์ป้องกันกระแสไฟรั่ว RCD Type B 40A

ระบบสายดิน

ราคาเริ่มต้น

29,000 บาท

46,000 บาท


หมายเหตุ :

  1. หากระยะติดตั้งเกิน 20 เมตร จะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มดังนี้ แพ็กเกจที่ 1 เมตรละ 400 บาท และแพ็กเกจที่ 2 เมตรละ 800 บาท
  2. ฟรี ค่าบริการขอเพิ่มขนาดมิเตอร์
  3. ราคาข้างต้นไม่รวมค่าเครื่อง EV Charger
  4. ราคาข้างต้นรวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว

หากสนใจติดตั้งที่ชาร์จรถไฟฟ้าที่บ้าน สามารถติดต่อไปที่การไฟฟ้านครหลวงได้เลย สำหรับกรณีที่ต้องเพิ่มขนาดมิเตอร์ไฟฟ้า โดยเลือกคิดเป็นอัตรา TOU ขนาดเครื่องวัดเป็นแรงต่ำ ราคาจะอยู่ที่ 6,640 บาท และขนาดเครื่องวัดเป็นแรงสูง ราคาจะอยู่ที่ 7,350 บาท


ติดตั้งที่ชาร์จรถไฟฟ้าที่บ้าน โดยการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA)

หากไม่ได้อยู่อาศัยในพื้นที่กรุงเทพฯ นนทบุรี และสมุทรปราการ จะต้องติดตั้งที่ชาร์จรถไฟฟ้าที่บ้าน กับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) ซึ่งจะสามารถขอมิเตอร์ลูกที่ 2 แยกมาสำหรับการชาร์จรถไฟฟ้าโดยเฉพาะได้ โดยจะมีค่าบริการดังนี้

ค่าตรวจสอบการติดตั้งอุปกรณ์ไฟฟ้าภายใน

ราคา

มิเตอร์ขนาด 15(45)A 1-Phase, 30(100)A 1-Phase, 15(45)A 3-Phase

700 บาท

มิเตอร์ขนาด 30(100)A 3-Phase

1,500 บาท

หมายเหตุ : สำหรับผู้ที่สนใจติดตั้งที่ชาร์จรถไฟฟ้าที่บ้าน ต้องดำเนินเรื่องขอติดตั้งมิเตอร์เพิ่มเติม ซึ่งจะต้องยื่นเอกสารและทำเรื่อง โดยสามารถติดต่อที่สำนักงานการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคได้โดยตรง และค่าใช้จ่ายทางการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจะเป็นผู้พิจารณา

สำหรับกรณีที่ต้องเพิ่มขนาดมิเตอร์ไฟฟ้า โดยเลือกคิดเป็นอัตรา TOU สำหรับมิเตอร์ขนาด 15(45)A 1-Phase, 30(100)A 1-Phase ราคาจะอยู่ที่ 3,740 บาท และสำหรับมิเตอร์ขนาด 15(45)A 3-Phase, 30(100)A 3-Phase ราคาจะอยู่ที่ 5,340 บาท




ติดตั้งที่ชาร์จรถไฟฟ้าที่บ้าน จากพลังงานโซล่าเซลล์ ช่วยประหยัดค่าไฟได้มากขึ้น


ติดตั้งที่ชาร์จรถไฟฟ้าที่บ้าน จากโซล่าเซลล์

ถ้าบ้านใครติดโซล่าเซลล์อยู่แล้ว สามารถใช้โซล่าเซลล์กับเครื่องชาร์จรถไฟฟ้าได้เลย เมื่อโซล่าเซลล์ได้รับพลังงานแสงอาทิตย์ จะเปลี่ยนพลังงานนั้นให้กลายเป็นพลังงานไฟฟ้า และส่งต่อพลังงานนั้นมายังตู้ควบคุมไฟฟ้าภายในบ้าน และส่งไปยังเครื่อง EV Charger อีกทอดหนึ่ง ข้อดีก็คือจะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายจากที่อาจจะต้องจ่ายค่าชาร์จรถไฟฟ้าด้วยไฟบ้านธรรมดา 3,000-4,000 บาทต่อเดือน ก็อาจลดลงมาประมาณ 1,000-2,000 บาทต่อเดือน ทำให้การติดตั้ง EV Charger ที่ใช้พลังงานแสงอาทิตย์จากโซล่าเซลล์เป็นที่นิยมมากขึ้น สำหรับโซล่าเซลล์ให้ติดตั้งที่ประมาณ 1,000-1,500 วัตต์เป็นต้นไป


การใช้รถไฟฟ้านั้นประหยัดกว่ารถเติมน้ำมันอย่างแน่นอน ซึ่งถ้าหากอยากควบคุมค่าใช้จ่ายให้ถูกลงอีก ใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิต KTC มีโปรโมชั่นรับส่วนลด เครดิตเงินคืน และผ่อน 0% นานสูงสุดถึง 10 เดือน ณ ร้านค้าที่ร่วมรายการ สามารถสมัครบัตรเครดิต KTC ผ่านช่องทางออนไลน์ได้ตลอด 24 ชั่วโมง


ใช้จ่าย คุ้มค่า นึกถึงบัตรเครดิต KTC