ในวันที่งานหนัก การประชุมยาวนานหลายชั่วโมง หรือเดดไลน์กำลังไล่หลัง ชานมแก้วโปรดกลายเป็น Reward เล็ก ๆ น้อย ๆ ให้ชาวออฟฟิศหลายคนก่อนกลับไปลุยงานต่ออีกครั้ง แต่ในปัจจุบันนี้การเลือกชานมไม่ได้เป็นแค่การดับความอยากด้วยความหวานอีกต่อไป เพราะหลายคนเริ่มมองหาความคุ้มค่าที่มากกว่า ทั้งรสชาติที่ชัดเจน ความพิถีพิถันของวัตถุดิบ และด้วยเหตุนี้เองที่ทำให้ KOI Thé กลายเป็นหนึ่งในตัวเลือกยอดนิยมของพนักงานออฟฟิศหลาย ๆ คน ด้วยจุดเด่นด้านชาคุณภาพจากไต้หวันและภาพลักษณ์ความพรีเมียมที่เข้าถึงได้ แต่สำหรับใครที่ไม่รู้จะเลือกเมนูไหนดี บทความในวันนี้จะมาแนะนำเมนูสุดฮิตจาก KOI Thé พร้อมทริคในการซื้อแบบคุ้ม ๆ สำหรับพนักงานออฟฟิศ

ทำไม KOI Thé ยังเป็นเครื่องดื่มแก้วโปรดของชาวออฟฟิศ

1.รสชาติที่หลากหลาย เข้าถึงทุกวัย

ไม่ใช่แค่พนักงานออฟฟิศ แต่เพราะ KOI Thé มีเมนูที่ตอบโจทย์คนหลากหลายช่วงอายุ ไม่ว่าจะเป็นชานมไข่มุกธรรมดา รสชาติหวาน หอม หรือจะชาใสผสมผลไม้ ที่มาพร้อมเนื้อผลไม้แท้ ๆ ทำให้ตั้งแต่เด็กมหาวิทยาลัย ไปจนถึงพนักงานบริษัทที่กำลังหาความผ่อนคลายระหว่างวัน

2.สไตล์การตกแต่งร้าน ทันสมัยและเรียบหรู

หลายสาขาของ KOI Thé ตั้งอยู่ในทำเลที่เดินทางสะดวก เช่น ใกล้รถไฟฟ้า ห้างสรรพสินค้า หรือสำนักงาน พร้อมการตกแต่งที่เรียบง่าย แต่ดูดี เหมาะสำหรับการนั่งชิลหรือหยิบเครื่องดื่มไปนั่งทำงาน ใครเป็นสายถ่ายรูป ก็ถ่ายลงโซเชี่ยลได้ไม่มีตกเทรนด์

3.ใช้วัตถุดิบคุณภาพสูง

KOI Thé ให้ความสำคัญกับความสดใหม่ของวัตถุดิบ ไม่ว่าจะเป็นใบพรีเมียม ไข่มุก หรือครีม ทำให้ยังครองใจลูกค้าอยู่เสมอ

4.ถูกใจสายรักสุขภาพ

ปัจจุบันเทรนด์รักสุขภาพกำลังมาแรง หลายคนเริ่มมองหาเครื่องดื่มที่ดื่มได้โดยไม่รู้สึกผิดมาก โดย KOI Thé ก็มีระดับความหวานให้เลือก ทั้ง 25% สำหรับคนยังได้ความหวานอยู่เล็กน้อย หรือ 0% สำหรับคนที่ไม่ต้องการความหวานเลย นอกจากนี้ยังเลือกใช้ Plant-based Milk เพื่อสุขภาพ แต่ยังคงรสชาติ Signature ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่แบรนด์อื่นเลียนแบบได้ยาก

 

เปิด 10 เมนู KOI Thé ยอดฮิต 2026 ที่ต้องลองสักครั้ง


1.Brown sugar milk tea

ชานมผสมไซรัปน้ำตาลทรายแดงเคี่ยวจนหอมกลิ่นไหม้เป็นเอกลักษณ์ ทริคคือต้องเขย่าแก้วก่อนดื่มเพื่อให้ความหวานกระจายตัว แนะนำสั่งหวาน 50% เพื่อไม่ให้หวานแหลมเกินไป และควรเพิ่มท้อปปิ้งเป็น Golden Bubble จะเข้ากับรสชาติน้ำตาลไหม้ได้ดีที่สุด


2.Golden bubble milk tea

เมนู Signature ที่เป็นชานมสูตรต้นตำรับมาพร้อมไข่มุกสีทองเคี้ยวหนึบ แนะนำให้สั่งความหวานแค่ 25% หรือ 50% เพื่อให้ได้กลิ่นชาที่ชัดเจน ไฮไลต์อยู่ที่ตัวมุกที่มีรสหวานในตัวอยู่แล้ว เป็นเมนูมาตรฐานที่สั่งกินได้เรื่อยๆ แบบไม่ต้องลุ้น

 


3. Orh Nee Salted Green Milk Tea

ชาเขียวนมที่ท็อปด้วยเผือกกวนเนื้อเนียนและมีความเค็มตัดเลี่ยนเบาๆ ทริคคือสั่งความหวานแค่ 25% ก็พอเพราะเนื้อเผือกมีความหวานนวลอยู่แล้ว เมนูนี้เน้น Texture ของเผือกเป็นหลัก ไม่ต้องใส่ท็อปปิ้งเพิ่มก็อร่อย

 

 



4. Uji Matcha Macchiato

มัทฉะรสเข้มข้นเลเยอร์มากับครีมนมแมคคิอาโต้ด้านบน ทริคการกินคือ ห้ามใช้หลอด แต่ให้ใช้มีดจิ๋วกรีดฝาแล้วยกดื่มเพื่อให้ชาไหลผ่านชั้นครีม แนะนำสั่งหวาน 50% จะช่วยตัดความขมปลายของมัทฉะให้กลมกล่อมพอดี

 


5.bitcuit cream milk tea

ชานมท็อปด้วยครีมนมเข้มข้นแล้วโรยผงบิสกิตกรุบกรอบเพิ่มสัมผัสเวลาดื่ม แนะนำสั่งหวานน้อยที่ 25% เพราะทั้งครีมและบิสกิตมีความนัวหวานอยู่แล้ว ทริคคืออย่าเพิ่งคนบิสกิตให้ละลาย ให้ลองยกดื่มหรือตักกินแบบกรอบๆ ก่อนจะฟินมาก


6.red grape green milk tea

ชาเขียวนมผสมน้ำองุ่นแดง ให้รสชาติออกเปรี้ยวหวานนวลๆ อารมณ์คล้ายนมเปรี้ยวองุ่นแบบพรีเมียม สั่งความหวานที่ 50% จะได้รสชาติที่ลงตัวที่สุด เป็นเมนูทางเลือกสำหรับคนที่เบื่อชานมแบบเดิมๆ และอยากได้ความสดชื่นเพิ่มขึ้น

 

 



7. Honey Green Tea

ชาเขียวใสใส่น้ำผึ้งแท้ ให้ความสดชื่นและกลิ่นหอมน้ำผึ้งชัดเจน ความหวานจากจากน้ำผึ้งช่วยเสริมรสชาติของชาให้อร่อยยิ่งขึ้น ทริคเพิ่มความอร่อยคือต้องสั่งท้อปปิ้ง บุก Konjac Jelly  จะเข้ากับความใสของชาได้ดีกว่าไข่มุก

 



8. Strawberry Cream Milk Tea

ชานมผสมสตรอว์เบอร์รีท็อปด้วยครีมนม รสชาติจะหวานหอมนุ่มนวลเหมือนนมสตรอว์เบอร์รีพรีเมียม แนะนำสั่งความหวานแค่ 25% เพื่อไม่ให้เลี่ยน ทริคคือใส่ Golden Bubble เพิ่มเข้าไปจะช่วยให้แก้วนี้เคี้ยวสนุกขึ้น



9. Passion Fruit Green Tea

ชาเขียวใสผสมเสาวรสสดที่มีเมล็ดเสาวรสให้เคี้ยวกรุบๆ รสชาติออกเปรี้ยวนำช่วยให้ตื่นตัว แนะนำสั่งหวาน 50% หรือ 70% เพื่อบาลานซ์ความเปรี้ยว ทริคเด็ดคือต้องสั่งใส่วุ้นว่านหางจระเข้จะเข้ากับน้ำเสาวรสที่สุด

 



10. Oolong Tea Macchiato

ชาอูหลงใสรสเข้มท็อปด้วยครีมนมแมคคิอาโต้ ทริคคือต้องยกดื่มเพื่อให้ได้รสฝาดของชาผสมกับความมันของครีมพร้อมกัน แนะนำสั่งหวาน 50% จะได้รสชาติที่กลมกล่อมพอดี ไม่หวานโดดและไม่ฝาดจนเกินไป

 

ทริคสำหรับสายสุขภาพ เลือกเมนูยังไงให้ดื่มแล้วไม่รู้สึกผิด

1.เลือกแก้วไซส์ S
แก้วไซส์ S เป็นขนาดเล็กที่สุดของร้าน เหมาะกับสายสุขภาพหรือคนที่อยากดื่มแค่พอหายอยาก เพราะเมื่อขนาดแก้วเล็กลง ปริมาณส่วนผสมต่าง ๆ อย่างน้ำเชื่อมหรือท็อปปิ้งก็จะลดลงตามไปด้วย

2. สั่งหวาน 0% หรือ 25%
โดยปกติเราไม่สามารถเห็นปริมาณน้ำเชื่อมหรือนมที่ใส่ลงไปในแต่ละเมนูได้อย่างชัดเจน จึงแนะนำให้เลือกระดับความหวานที่ 25% หรือไม่หวานเลย ทั้งนี้บางเมนูมีความหวานจากวัตถุดิบอยู่แล้ว เช่น ผลไม้หรือน้ำผึ้ง อีกทั้งการลดความหวานยังช่วยให้ได้กลิ่นและรสของชาอย่างแท้จริง โดยไม่ถูกกลบด้วยนมหรือน้ำเชื่อม

3.  เลือกเมนูชาใส (Flavored Tea)
หากต้องการคุมแคลอรี แนะนำให้เลือกเมนูชาใสแทนชานมหรือเมนูที่มีครีม เพราะคำว่า “หวาน 0%” หมายถึงไม่เติมน้ำตาลหรือน้ำเชื่อมเพิ่มเท่านั้น แต่ในชานมยังมีแหล่งพลังงานอื่น เช่น ครีมเทียมหรือครีมที่ให้พลังงานสูง รวมถึงนม ซึ่งแม้จะเป็นนมสดก็ยังมีน้ำตาลธรรมชาติ (แลคโตส) และหากเป็นนมข้นหรือนมข้นหวานก็จะยิ่งมีทั้งน้ำตาลและไขมันสูง


4.ไม่เพิ่มท้อปปิ้ง

ตัวท็อปปิ้งมักมีน้ำตาลแฝงอยู่ เช่น ไข่มุก มีคาร์บกับน้ำตาล หรือพวกเจลลี่ / พุดดิ้ง ก็มีน้ำตาลแฝง แนะนำว่าถ้าอยากกินท็อปปิ้งให้เป็นบุก วุ้นว่านหาง หรือ ไอยูเจลลี่ ที่ทำจากเมล็ดผลไม้ของไต้หวันที่เรียกว่า “อ้ายอวี้” หวานน้อย แต่อร่อยมาก แถมแคลอรีต่ำอีกด้วย

 

เคล็ดลับอัพเกรดความคุ้มค่า: ใช้คะแนน KTC FOREVER แลกรับความสดชื่น

วิธีดื่ม KOI Thé ให้คุ้มค่าที่สุด คือการวางแผนสะสมคะแนนให้ได้สองต่อ โดยแนะนำให้ใช้บัตรเครดิต KTC ผูกกับ Wallet ที่ร่วมรายการ เพื่อรับทั้งคะแนน KTC FOREVER และคะแนนสะสมจากหน้าร้านผ่าน KOI Leaf Program พร้อมกัน

เมื่อสะสมคะแนนได้แล้ว ยังสามารถนำคะแนน KTC FOREVER ไปแลกรับส่วนลดหรือเครื่องดื่มฟรีผ่านแอป KTC Mobile เมื่อมีโปรโมชั่นได้อีกด้วย ทำให้ทุกการซื้อไม่ได้เป็นแค่ค่าใช้จ่าย แต่กลายเป็นการสะสมสิทธิประโยชน์กลับมาใช้งานต่อได้จริง

สำหรับพนักงานออฟฟิศที่ซื้อเครื่องดื่มเป็นประจำ วิธีนี้จึงเป็นหนึ่งในทางเลือกที่ช่วยลดค่าใช้จ่ายเล็ก ๆ ในแต่ละวันได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยไม่ต้องเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิตมากนัก

 

คำถามที่พบบ่อย (People Also Ask)

Q: ควรสั่ง KOI Thé หวานกี่เปอร์เซ็นต์ดีที่สุด?

A: หากเน้นสุขภาพ แนะนำระดับความหวาน 0–25% เพื่อให้ได้รสชาติชาที่ชัดเจนมากขึ้น แต่ถ้าอยากได้รสชาติแบบมาตรฐานของแบรนด์ ระดับ 50% ถือว่าให้ความกลมกล่อมกำลังดี

Q: ไข่มุกของ KOI Thé ทำจากอะไร?

A: ไข่มุกทำจากแป้งมันสำปะหลังคุณภาพสูง ไม่ใส่สารกันบูด และมีการต้มใหม่ทุก 2 ชั่วโมง เพื่อให้ได้เนื้อสัมผัสหนึบหนับตามแบบฉบับ Golden Ratio

Q: บัตรเครดิต KTC มีโปรกับ KOI Thé บ่อยแค่ไหน?

A: โดยทั่วไปจะมีโปรโมชันออกมาตลอดทั้งปี ไม่ว่าจะเป็นการใช้คะแนนแลกรับส่วนลด หรือรับเครดิตเงินคืนเมื่อมียอดใช้จ่ายตามเงื่อนไข

 

เพราะความสุขเล็ก ๆ จากการการดื่มชานมแก้วโปรดคือการเติมพลังให้พร้อมลุยงานต่อ และอย่าลืมใช้บัตรเครดิต KTC เพื่อรับโปรโมชั่นดี ๆ จาก KOI Thé และร้านค้าชั้นนำอีกมากมาย และทุกการใช้จ่ายก็สามารถเปลี่ยนเป็นคะแนน KTC FOREVER ยิ่งใช้มากก็ยิ่งได้รับคะแนนมาก และคะแนนก็สามารถนำไปแลกเป็นเครดิตเงินคืน, ส่วนลด หรือเมนูเครื่องดื่มฟรีได้อีก สิทธิประโยชร์มากมายตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนทำงานยุคใหม่อย่างลงตัว ใครยังไม่มีบัตรเครดิต KTC สามารถสมัครบัตรเครดิตออนไลน์ ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

 

ขอบคุณรูปภาพจาก https://www.facebook.com/koithethailand

 

ใช้จ่าย คุ้มค่า นึกถึงบัตรเครดิต KTC