เมนูขนมหวาน ไม่ว่าจะขนมไทยหรือสไตล์นานาชาติ ต่างก็เป็นอาหารอันโปรดปรานของใครหลาย ๆ คน ประกอบกับคำพูดที่ว่า “กินของหวานแก้เครียด” หรือ “กินขนมแล้วจะอารมณ์ดี” เมนูขนมหวานจึงเป็นอาหารยอดฮิตที่โดนใจคนทุกเพศทุกวัย เพราะเมื่อได้รับความหวานจากน้ำตาลที่เป็นส่วนประกอบของขนมหวานเหล่านี้ สมองจะได้รับการกระตุ้นให้หลั่งสารเอ็นดอร์ฟินและเซโรโทนินที่ช่วยทำให้อารมณ์ดีขึ้น เกิดความผ่อนคลาย และมีความสุข ซึ่งปัจจุบันก็มีตัวเลือกเมนูของหวานอยู่หลากหลายประเภท ทั้งขนมไทย เบเกอรี่ เค้ก เครื่องดื่ม รวมถึงไอศกรีมให้ได้เลือกรับประทานมากมาย และความหลากหลายนี้ก็ทำให้หลาย ๆ ครั้งตัดสินใจไม่ได้ว่าควรจะเลือกรับประทานอะไรดี
ในบทความนี้ KTC จึงอยากอาสาพาคุณผู้อ่านสายหวานไปเปิดพิกัดร้านของหวานใกล้ฉัน ในปี 2569 เพื่อช่วยให้ทุกท่านเดินทางไปกินหวานคลายเครียดกันได้อย่างเต็มที่ ซึ่งรับรองเลยว่าแต่ละร้านที่ KTC ลิสต์มาให้นั้น เป็นร้านของหวานใกล้ฉันที่หารับประทานได้ง่าย ทั้งยังเป็นร้านเด็ดที่อร่อยห้ามพลาด และที่สำคัญคือมีโปรโมชั่นสุดคุ้มค่า ที่จะช่วยให้ทุกการเติมหวานเข้าร่างกายของคุณทั้งอิ่มอร่อยและจ่ายสบายกระเป๋า
ไขข้อสงสัย ทำไมกินของหวานแล้วมีความสุข
อ้างอิงข้อมูลจาก สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เนื่องจากในขนมหวานมักจะมีส่วนผสมของน้ำตาล ซึ่งเป็นหนึ่งในแหล่งพลังงานของมนุษย์ น้ำตาลในปริมาณ 1 ช้อนชา สามารถให้พลังงานได้มากถึง 16 กิโลแคลลอรี่ ซึ่งช่วยให้ร่างกายมีเรี่ยวแรงในการกิจกรรมต่าง ๆ ประกอบกับที่น้ำตาลยังมีส่วนช่วยในเรื่องควบคุมการเต้นของหัวใจ การไหลเวียนของระบบเลือด ระบบประสาท ช่วยให้การส่งข้อมูลของระบบประสาทต่าง ๆ ไปยังสมองมีความถูกต้องแม่นยำมากยิ่งขึ้น และเมื่อใดที่ร่างกายได้รับน้ำตาลหรือความหวานในปริมาณที่เหมาะสมต่อร่างกาย สมองก็จะหลังสารเอ็นดอร์ฟินและเซโรโทนินออกมา ซึ่งสารทั้งสองชนิดนี้จะทำหน้าที่ทางด้านการแสดงอารมณ์ ควบคุมการนอนหลับ ลดความวิตกกังวล และรู้สึกผ่อนคลายทางอารมณ์ ส่งผลให้สภาพร่างกายโดยรวมดีขึ้น มีพละกำลังในการทำสิ่งต่าง ๆ และสภาพจิตใจที่ดีร่วมด้วย สภาพจิตใจที่ดีร่วมด้วย
อย่างไรก็ดี ถึงแม้ของหวานจะมีประโยชน์ต่อร่างกายไม่น้อย แต่ก็ควรรับประทานน้ำตาลในปริมาณแต่พอดี เพราะการรับประทานน้ำตาลในปริมาณที่มากเกินไปอาจตามมาด้วยการเกิดโรคต่าง ๆ เช่น โรคอ้วน โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ภูมิคุ้มกันอ่อนแอ และโรคหัวใจ รวมถึงส่งผลต่อปัญหาสุขภาพภายนอก อย่างเรื่องฟันผุ และเป็นสิว เป็นต้น
(ขอบคุณข้อมูลจาก https://resourcecenter.thaihealth.or.th/)
ของหวานใกล้ฉัน เลือกร้านยังไงให้ “คุ้มค่า และอร่อย”
การจะเติมหวานสักครั้งนั้น แค่ความอยากอย่างเดียวก็อาจจะไม่พอ แต่จำเป็นต้องพิจารณาถึงความสะดวกสบายในการเดินทาง เมนูขนมและเครื่องดื่ม ราคา และโปรโมชั่นสุดพิเศษที่จะทำให้การรับประทานของหวานสักครั้งคุ้มเกินคุ้มด้วย
1. เลือกจาก “โลเคชั่น” ใกล้บ้าน ใกล้ออฟฟิศ
การเริ่มต้นหาร้านของหวานใกล้ฉันที่ดีที่สุด ควรเริ่มจากการเลือกตามระยะทางก่อนเสมอ เพราะเมื่อใดที่ร้านขนมหวานอยู่ไกลหรือต้องใช้เวลาเดินทางนาน ความอยากกินอาจแปรเปลี่ยนอารมณ์หงุดหงิดแทนได้ และเคล็ดลับในการหาพิกัดร้านของหวานที่ดีที่สุด คือ การค้นหาบน Google ด้วยคำว่า “ร้านของหวานใกล้ฉัน” หรืออาจต่อท้ายด้วยชื่อสถานที่แบบเฉพาะเจาะจง เช่น ของหวานใกล้ BTS สถานี… และเมื่อได้ผลลัพธ์ชื่อร้านขนมหวานแล้วจึงค่อยตรวจสอบพิกัดของร้านนั้น ๆ บน Google Maps ดูอีกครั้ง
สำหรับร้านขนมหวานแบรนด์ใหญ่ หรือร้านขนมหวานชื่อดังที่มีสาขาอยู่ตามห้างสรรพสินค้า หรือสถานที่ท่องเที่ยว สามารถค้นหาพิกัดร้านนั้น ๆ เพื่อหาสาขาที่อยู่ใกล้ที่สุดได้โดยการค้นหาบน Google ด้วยคำว่า “KOI Thé ใกล้ฉัน” หรือ “KOI Thé (ตามด้วยชื่อห้างสรรพสินค้า/สถานที่)” โดยพิกัดที่ได้ก็จะเป็นในรูปแบบของที่ตั้งร้านค้า ชั้นที่อยู่ และโซนที่อยู่ในห้างสรรพสินค้า
2. เช็กราคาเมนูยอดฮิตก่อนตัดสินใจ
ปัจจุบันร้านของหวานมีให้เลือกหลากหลายระดับราคา แต่สำหรับสายหวานที่เติมน้ำตาลเข้าร่างกายเป็นประจำอยู่แล้ว การเลือกร้านของหวานที่ราคาไม่สูงมาก แต่สามารถซื้อรับประทานได้ทุกวันก็จะช่วยให้คุณได้ทั้งความอิ่มอร่อยและราคาสบายกระเป๋า
3. ดูรีวิวและความนิยมบนโซเชียล
ในยุคนี้การเลือกร้านของหวานโดยไม่ดูรีวิวก่อนอาจทำให้คุณได้ลิ้มรสชาติที่ไม่ตรงใจ ดังนั้นแล้ว การดูรีวิวและเช็กความนิยมบนโซเชียลจึงเป็นสิ่งสำคัญ โดยสามารถทำได้ด้วยการค้นหาชื่อร้านของหวานนั้น ๆ บน Google และเลือกเมนู “Reviews” เพื่อเลือกดูภาพถ่ายและข้อความรีวิวของลูกค้าท่านอื่น ๆ แต่สำหรับผู้ที่ชอบการดูรีวิวที่มีรายละเอียดและเห็นภาพชัดเจนยิ่งขึ้น อาจค้นหาชื่อร้านขนมหวานจากบน TikTok เพื่อหาดูรีวิวที่เป็นภาพเคลื่อนไหว หรือค้นหาจาก Instagram เพื่อเช็กภาพเมนูอาหาร และภาพบรรยากาศร้านที่ร้านขนมหวานนั้น ๆ เผยแพร่ไว้ก็ได้เช่นกัน
4. เลือกร้านขนมหวานที่มีโปรโมชั่น
นอกจากรสชาติและทำเลที่ตั้งของร้านแล้ว การเลือกร้านขนมหวานที่มีโปรโมชั่นร่วมกับบัตรเครดิต หรือมีสิทธิพิเศษสำหรับสมาชิกก็เป็นสิ่งสำคัญไม่น้อย เพราะจะช่วยให้การเติมหวานคลายเครียดในทุก ๆ วันของคุณได้รับคุ้มค่าและประหยัดได้มากที่สุด สำหรับสมาชิกบัตรเครดิต KTC สามารถเติมน้ำตาลกันได้อย่างสุดคุ้มด้วยโปรโมชั่นเด็ด ๆ ตลอดทั้งปี ที่ครอบคลุมทั้งการใช้จ่ายในหมวดหมู่ร้านขนม/เครื่องดื่ม, ร้านอาหาร, ร้านชาบู/ปิ้งย่าง, ร้านบุฟเฟ่ต์ และห้องอาหารโรงแรม
40 ร้านของหวานใกล้ฉัน 2569 กินง่าย สบายกระเป๋า
เปิดลิสต์ 40 ร้านของหวานใกล้ฉัน อัพเดทล่าสุด ปี 2569 ที่ทั้งหากินง่าย และจ่ายสบายกระเป๋า มีดังนี้
ภาพจาก : https://www.facebook.com/MisterDonutThailand?locale=th_TH
1. Mister Donut
หนึ่งในแบรนด์โดนัทในดวงใจของใครหลายๆ คน มีสาขามากมายอยู่ทั่วกรุงเทพและจังหวัดต่าง ๆ สำหรับเมนูของร้านก็มีโดนัทหลากหลายรสชาติให้ได้เลือกรับประทาน ที่มาในลักษณะขนมปังโดนัทเนื้อนุ่ม ๆ เคี้ยวเพลิน โดยมีเมนูยอดฮิตเป็นช็อกโกแลตริง ฮันนี่ดิป สตรอว์เบอร์รีริง ช็อกพีนัท ช็อกโคโคนัท ทริโอ และนอกจากโดนัทแล้วยังมีเมนูเครื่องดื่มให้เลือกทานคู่กันอีกด้วย ทั้งเมนูกาแฟ ชา ช็อกโกแลต ชาเขียว เครื่องดื่มแบบร้อนและแบบเย็นก็มีให้ครบ และด้วยราคาเริ่มต้นเพียง 25 - 45 บาทต่อชิ้น จึงเป็นตัวเลือกร้านของหวานที่เหมาะสำหรับทุกวัยโดยเฉพาะคนที่อยากของหวานราคาไม่แรง กินได้ทุกวัน
ภาพจาก : https://www.facebook.com/bonjoursiambakery/?locale=th_TH
2. Bonjour
ร้านเบเกอรี่สไตล์ฝรั่งเศสรสชาติอร่อย ที่มาพร้อมการอบแบบสดใหม่ในทุก ๆ วัน คุณภาพวัตถุดิบระดับนานาชาติ มีเมนูให้เลือกทานหลากหลาย อาทิ เดนิช ขนมปัง บราวนี่ คุกกี้ และพัฟ เพสทรี่ และสำหรับเมนูยอดฮิตตลอดกาลก็คือ ช็อกโก้สติ๊ก ที่ให้สัมผัสกรอบนอกนุ่มในและอัดแน่นไปด้วยช็อกโกแลตชิพ โดย Bonjour ถือเป็นร้านของหวานอีกหนึ่งร้านที่มีเมนูหน้าตาน่ารับประทานให้เลือกสรรในราคาจับต้องได้
ภาพจาก : https://www.facebook.com/koithethailand?locale=th_TH
3. KOI Thé
หากพูดถึงเมนูเครื่องดื่มแก้วโปรด หลายคนคงจะยกชานมไข่มุกให้เป็นอันดับหนึ่งในดวงใจ โดยเฉพาะร้านชานมไข่มุกสัญชาติไต้หวันยอดนิยม อย่าง KOI Thé ที่โดดเด่นเรื่องคุณภาพระดับพรีเมี่ยมและไข่มุกสีทองที่เคี้ยวเพลิน โดยในร้านมีเครื่องดื่มชาคุณภาพดีให้เลือกหลายเมนู ซึ่งเมนูยอดฮิตก็ได้แก่ Milk Tea, Brown Sugar Fresh Milk, Signature Macchiato และ Tea latte และพิเศษสำหรับสายหวานน้อย ทางร้านมีตัวเลือกความหวานของเครื่องดื่มให้เลือกได้ตามความต้องการด้วย
ภาพจาก : https://www.facebook.com/profile.php?id=61557673142882
4. Oh! Juice (โอ้จู๊ซ)
ร้านน้ำผลไม้และสมูทตี้เพื่อสุขภาพสัญชาติไทย ในเครือโอ้กะจู๋ ที่กำลังมาแรงมากในปี 2569 เน้นเครื่องดื่มที่สกัดจากผลไม้และผักสดใหม่ 100% โดยไม่เติมน้ำตาล ทำให้ดื่มแล้วสดชื่นและได้ประโยชน์จริง ราคาเริ่มต้น 85 บาท สำหรับไซส์ Petite เหมาะสำหรับคนที่ต้องการเติมหวานแบบเบา ๆ แต่ก็ยังอยากดูแลสุขภาพอยู่
ภาพจาก : https://www.facebook.com/HaagenDazsThai
5. Häagen-Dazs
ไอศกรีมร้านโปรดของหลายคนที่ไม่พูดถึงไม่ได้ Häagen-Dazs แบรนด์ไอศกรีมพรีเมี่ยมระดับโลก โดดเด่นที่การใช้วัตถุดิบแท้จากธรรมชาติมาทำให้เป็นไอศกรีมเนื้อเนียน รสชาติอร่อยลงตัว โดยมีรสชาติยอดฮิตที่ต้องสั่ง ได้แก่ Chocolate, Strawberry, Caremel, Cookie&Cream, Matcha Green Tea, Macadamia Nut และ Lime&Mint Sorbet ที่รับรองว่าไม่มีผิดหวัง ฟินทุกครั้งที่ได้ทานอย่างแน่นอน โดยราคาจะเริ่มต้นที่หนึ่งร้อยต้น ๆ สำหรับขนาดเล็ก และจะสูงขึ้นสำหรับขนาดที่ใหญ่ขึ้นไป
ภาพจาก : https://www.facebook.com/coldstonethailand
6. Cold Stone Creamery
แบรนด์ไอศกรีมยอดฮิตอีกหนึ่งแบรนด์ที่สายไอศกรีมเลิฟเวอร์ห้ามพลาด Cold Stone Creamery แบรนด์ดังเก่าแก่จากประเทศสหรัฐอเมริกาที่เปิดให้ได้ลิ้มลองความอร่อยมายาวนานถึง 30 ปีแล้ว เรียกได้ว่าเป็นไอศกรีมระดับ Super Premium ที่มีให้เลือกหลากหลายรสชาติ โดยรสชาติยอดนิยมคือ Cheesecake Mixed Berry, Chocolate Devotion, Heaven of Fruits, Mint Mint Chocolate Chocolate Chip, Cookie & Cream Icecream Mix, Shizuoka Matcha Ice Cream Mix และ Cheesecake Fantasy
ภาพจาก : https://www.facebook.com/weloveswensens?locale=th_TH
7. Swensen's
สเวนเซ่นส์ หนึ่งในแบรนด์ไอศกรีมในดวงใจของคนไทย ที่มีเมนูคลายร้อนให้เลือกหลากหลาย พร้อมกับมีรสชาติไอศกรีมใหม่ ๆ มาให้ลิ้มลองกันตามแต่ละฤดูกาลอยู่เสมอ สเวนเซ่นส์เป็นร้านของหวานราคาสบายกระเป๋า ทานได้เพลิดเพลินทั้งครอบครัว ทั้งเมนูซันเด ไอศกรีมเค้ก และไอศกรีมสกู๊ปรสชาติต่าง ๆ และสำหรับรสชาติยอดฮิตก็ได้แก่ มิดไนท์บราวนี่ ร็อคกี้โรด ม็อคค่าอัลมอนด์ฟัดจ์ สติกกี้ชูวี่ช็อกโกแลต แมคคาเดเมีย เวรี่สตรอว์เบอร์รี มิ้นท์ช็อกโกแลตชิพ มะม่วงซอเบท์ บับเบิ้ลกัม สตรอเบอร์รี่ชีสเค้ก และมัทฉะกรีนที
ภาพจาก : https://www.facebook.com/Dunkinthai?locale=th_TH
8. Dunkin' (Dunkin' Donuts)
ดังกิ้น โดนัทร้านโปรดในวัยเด็กของทุกคน มีเมนูโดนัทรสชาติอร่อยให้เลือกทานมากมาย รสชาติ อาทิ เกลซด์ ช็อกโกแลต ฟลาวเวอร์ ช็อกโกแลตบัตเตอร์นัท ช็อกโกแลตโคโคนัท สตรอว์เบอร์รีทาร์ท สมายล์ โดนัทบาวาเรี่ยน บอสตันครีม โมจิริง รวมถึงมันชกิ้น โดนัท ซึ่งมาพร้อมคุณภาพความสดใหม่ และรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ ทำให้เป็นตัวเลือกยอดนิยมสำหรับการเป็นของว่างเติมน้ำตาลในระหว่างวัน
ภาพจาก : https://www.facebook.com/MezzoCoffee?locale=th_TH
9. Mezzo
เมซโซ่ คอฟฟี่ แบรนด์อาหารและเครื่องดื่มสัญชาติไทยที่ปัจจุบันมีให้บริการกว่า 100 สาขา ที่สำคัญยังถูกใจคอกาแฟเพราะมีเมล็ดกาแฟพันธุ์ไทยแท้เกรดพรีเมี่ยมจากภาคเหนือ นำมาคั่วด้วยสูตรพิเศษจนเกิดกลิ่นหอมและรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ทำให้หลายคนชื่นชอบ รวมถึงยังมีเมนูเรื่องดื่มอื่น ๆ อีกมากมาย ทั้งช็อกโกแลต ชา น้ำผลไม้รสชาติเข้มข้น และเมนูเบเกอรี่อย่างเค้ก ขนมปัง ครัวซองส์ที่ทานคู่กันแล้วเข้าแบบสุด ๆ
ภาพจาก : https://www.facebook.com/thealleythailand?locale=th_TH
10. The Alley
ดิ แอลลี่ ชานมไข่มุกสูตรต้นตำรับจากไต้หวัน ที่มาพร้อมเมนูชานมไข่มุกรสชาติเข้มข้นที่อัดแน่นไปด้วยชาคุณภาพดี มีเมนูเครื่องดื่มให้เลือกหลากหลาย รับรองถูกใจสายชื่นชอบความหวานของชานมไข่มุกอย่างแน่นอน โดยมีเมนูยอดฮิตที่พลาดไม่ได้อย่าง Brown Sugar Deerioca Puff & Fresh Milk, Royal No.9 Milk Tea, Lemongrass With Lemon Lulu และ Original Purple Rice Yogurt
ภาพจาก : https://www.facebook.com/BlackCanyonThailand?locale=th_TH
11. BLACK CANYON
ร้านกาแฟและอาหารไทยสไตล์อเมริกันระดับตำนานที่ไม่ได้มีดีแค่กาแฟเย็นรสเข้มข้น แต่ยังมีเมนูของหวานและเครื่องดื่มปั่นที่หลากหลายในราคาเริ่มต้น 80 - 180 บาท โดยจุดเด่นคือการเลือกใช้กาแฟคุณภาพสูงจากโครงการหลวง การรักษามาตรฐานรสชาติกาแฟที่เป็นเอกลักษณ์ และมีเมนูที่ผสมผสานวัตถุดิบคุณภาพในราคาที่เข้าถึงได้ เหมาะสำหรับครอบครัวหรือกลุ่มเพื่อนที่ต้องการทานทั้งอาหารคาวและของหวานครบจบในร้านเดียว
ภาพจาก : https://www.facebook.com/bellinee?locale=th_TH
12. Bellinee's
ร้านเบเกอรี่สไตล์ยุโรปที่เน้นความพรีเมี่ยมในราคาย่อมเยา โดดเด่นด้วยครัวซองต์เนยสดที่อบใหม่ทุกวันจนหอมฟุ้งและกรอบนอกนุ่มใน บรรยากาศร้านตกแต่งอย่างหรูหราน่านั่งพักผ่อนหรือนั่งทำงานยาว ๆ เหมาะสำหรับสายหวานที่หลงรักขนมอบคุณภาพเยี่ยมในบรรยากาศคาเฟ่ที่มีสไตล์
ภาพจาก : https://www.facebook.com/cpscoffee?locale=th_TH
13. CPS Coffee
คาเฟ่สุดเท่จากแบรนด์แฟชั่นชั้นนำ อย่าง CPS ที่ได้นำเสนอความมินิมอลผ่านงานดีไซน์ร้านและรสชาติกาแฟเข้มข้น เครื่องดื่มมีความสร้างสรรค์และตกแต่งอย่างมีสไตล์ ในราคาเริ่มต้นที่ 100 - 200 บาท โดดเด่นที่การคัดสรรเมล็ดกาแฟคุณภาพดี และการนำเสนอที่ดูทันสมัยในทุกรายละเอียด เหมาะสำหรับสายแฟชั่นและคนที่ชอบเสพงานดีไซน์ไปพร้อมกับการจิบเครื่องดื่มรสชาติพรีเมี่ยม
ภาพจาก : https://www.facebook.com/ddbkk?locale=th_TH
14. Dean & DeLuca
แบรนด์อาหารและขนมชื่อดังจากนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา ที่รวบรวมความอร่อยระดับสากลมาไว้ที่ประเทศไทย โดดเด่นด้วยเค้กชิ้นโตและเครื่องดื่มรสชาติเข้มข้นสไตล์อเมริกันแท้ ในราคาเริ่มต้นที่ 120 - 350 บาท จุดเด่นอยู่ที่การใช้วัตถุดิบนำเข้าชั้นดีและการรักษามาตรฐานความอร่อยระดับโลก เหมาะสำหรับคนที่ชอบรสชาติขนมหวานที่มีความเข้มข้นแบบฉบับต้นตำรับ
ภาพจาก : https://www.facebook.com/missmamon?locale=th_TH
15. Miss Mamon
ต้นตำรับขนมมาม่อนเค้กที่ขึ้นชื่อเรื่องความนุ่มเบาราวกับปุยเมฆและไม่ใส่สารกันเสีย ท็อปปิ้งมีความหลากหลายทั้งหน้าชีส ฝอยทอง และธัญพืช ในราคาเริ่มต้น 35 - 90 บาท โดดเด่นที่รสชาติหวานน้อยและดีต่อสุขภาพมากกว่าขนมทั่วไป เหมาะสำหรับคนรักสุขภาพหรือผู้ที่มองหาขนมหวานรสสัมผัสเบา ๆ ทานคู่กับเครื่องดื่มยามบ่ายได้แบบไม่รู้สึกผิด
ภาพจาก : https://www.facebook.com/gussdamngood/
16. Guss Damn Good
คราฟต์ไอศกรีมที่แต่ละรสชาติมีเรื่องราวและชื่อเรียกสุดสร้างสรรค์ เนื้อไอศกรีมมีความเนียนละเอียดและรสสัมผัสที่ชัดเจน ในราคาเริ่มต้นประมาณ 85 บาทต่อสกู๊ป จุดเด่นอยู่ที่ความคิดสร้างสรรค์ในการออกรสชาติใหม่ ๆ ที่หาทานที่อื่นไม่ได้ เหมาะสำหรับคนรุ่นใหม่ที่ชอบลองสิ่งใหม่ ๆ และหลงใหลในศิลปะของไอศกรีมรสชาติหวาน ๆ ที่มีความแปลกใหม่แต่ลงตัว
ภาพจาก : https://www.facebook.com/KyoRollEn?locale=th_TH
17. Kyo Roll En
ร้านของหวานสไตล์เกียวโตที่โดดเด่นด้วยเมนูโรลเค้กถ่านไม้ไผ่และซอฟต์เสิร์ฟมัทฉะรสชาติเข้มข้น ที่เสิร์ฟมาพร้อมการตกแต่งจานที่มีความสวยงามตามแบบฉบับญี่ปุ่น ในราคาเริ่มต้นหลักร้อย จุดเด่นอยู่ที่การใช้ผงมัทฉะคุณภาพสูงจากอูจิและรสชาติที่ไม่หวานจนเกินไป เหมาะสำหรับสายมัทฉะและคนที่ชอบขนมหวานญี่ปุ่นหน้าตาสวยงามระดับพรีเมี่ยม
ภาพจาก : https://www.facebook.com/profile.php?id=61567189881015&locale=th_TH
18. Molly Tea (มอลลี่ ที)
ร้านชาสัญชาติจีนที่กำลังได้รับความนิยมอย่างมากทั้งในประเทศไทยและในเอเชีย โดดเด่นด้วยการใช้ใบชาพรีเมี่ยมชงสดถ้วยต่อถ้วย มีกลิ่นหอมดอกไม้ที่เป็นเอกลักษณ์ ท็อปด้วยวิปครีมนุ่มละมุน ในราคาเริ่มต้นที่ 100 บาท จุดเด่นอยู่ที่ความสดชื่นและความหอมของชาที่ชัดเจน เหมาะสำหรับคนที่ชอบดื่มชาที่มีความชัดเจนในเรื่องกลิ่นและรสชาติ
ภาพจาก : https://www.facebook.com/miltoasthouseth?locale=th_TH
19. Mil Toast House
ร้านขนมปังนึ่งชื่อดังจากเกาหลีที่นำเสนอความเรียบง่ายแต่เปี่ยมด้วยคุณภาพ ขนมปังถูกนึ่งในซึ้งไม้ไผ่ทำให้คงความนุ่มน่ารับประทาน ซึ่งจะอร่อยยิ่งขึ้นเมื่อทานคู่กับนมรสชาติต่าง ๆ จุดเด่นอยู่ที่รสสัมผัสที่นุ่มนวลและการนำเสนอสไตล์มินิมอลอบอุ่น เหมาะสำหรับคนที่ชอบทานขนมปังร้อน ๆ และต้องการคาเฟ่ที่มีบรรยากาศผ่อนคลายสไตล์เกาหลี
ภาพจาก : https://www.facebook.com/thewhitestory?locale=th_TH
20. White Story (ไวท์ สตอรี่)
ร้านอาหารชื่อดังที่รวมความอร่อยแบบครบวงจร ตั้งแต่อาหารคาวไปจนถึงขนมหวาน โดยมีขนมปังหน้าเนยสดเยิ้มเป็นเมนูยอดฮิตที่ขึ้นชื่อเรื่องความนุ่มหอมเนย จุดเด่นคือการไม่ใช้สารกันเสียและใช้วัตถุดิบคุณภาพดีเสมือนทำทานเองที่บ้าน เหมาะสำหรับแม่บ้าน คนทำงาน หรือใครก็ตามที่อยากซื้อขนมหวานคุณภาพดีกลับไปฝากคนที่บ้าน
ภาพจาก : https://www.facebook.com/gagabkk/
21. กาก้า (Gaga)
แบรนด์เครื่องดื่มที่โดดเด่นเรื่องความเข้มข้นของรสชาติชาและท็อปปิ้งแบบล้นแก้ว มีเมนูเด็ดอย่างมูสช็อกโกแลตเข้มข้นและไข่มุกเคี้ยวสนุก ในราคาเริ่มต้นที่ 70 บาท จุดเด่นอยู่ที่รสชาติที่เข้มข้นถึงใจและการตกแต่งเครื่องดื่มที่ดูมีสไตล์โดดเด่น เหมาะสำหรับคนรุ่นใหม่ที่ชอบเครื่องดื่มรสชาติเข้มข้นและมีรสสัมผัสที่หลากหลายในแก้วเดียว
ภาพจาก : https://www.facebook.com/kamukamu.tea?locale=th_TH
22. KAMU
ชานมไข่มุกสไตล์ญี่ปุ่นที่มีสาขาเยอะทั้งในห้างสรรพสินค้าและตามสถานีรถไฟฟ้า โดดเด่นด้วยเมนูชีสทีที่มีความหอมมันตัดกับรสชาได้อย่างลงตัว รวมถึงเมนูไมโลโรงเรียนที่เป็นรสชาติในความทรงจำ ในราคาเริ่มต้นที่ 60 บาท จุดเด่นคือความคุ้มค่าและมาตรฐานรสชาติ เหมาะสำหรับนักเรียน นักศึกษา และวัยทำงานที่ต้องการเครื่องดื่มหวาน ๆ เพิ่มพลังในราคาสบายกระเป๋า
ภาพจาก : https://www.facebook.com/punthaicoffee?locale=th_TH
23. ร้านกาแฟพันธุ์ไทย (Punthai Coffee)
ร้านกาแฟแบรนด์ไทยที่นำเอาวัตถุดิบพื้นถิ่นมาสร้างสรรค์เมนูเครื่องดื่มได้อย่างน่าสนใจ เช่น กาแฟผสมน้ำตาลโตนดหรือน้ำส้มมะปี๊ด ในราคาเริ่มต้นไม่ถึงหนึ่งร้อยบาท จุดเด่นอยู่ที่รสชาติกาแฟไทยที่เข้มข้นและโปรโมชั่นสำหรับสมาชิกที่คุ้มค่ามาก เหมาะสำหรับคนเดินทางและผู้ที่ชื่นชอบรสชาติเครื่องดื่มที่มีกลิ่นอายความเป็นไทย
ภาพจาก : https://www.facebook.com/timhortonsth/
24. Tim Hortons (ทิม ฮอร์ตันส์)
แบรนด์กาแฟและโดนัทระดับโลกจากแคนาดาที่โดดเด่นเรื่องการรักษามาตรฐานคุณภาพ โดยมีทิมบิทส์ (Timbits) โดนัทลูกกลมขนาดพอดีคำเป็นเมนูซิกเนเจอร์ ทานคู่กับกาแฟดริปสูตรเฉพาะ โดยจุดเด่นของ ทิม ฮอร์ตันส์ อยู่ที่ความหลากหลายของเมนู เหมาะสำหรับคนทำงานที่มองหามื้อเช้าหรือขนมหวานทานเล่นระหว่างวัน
ภาพจาก : https://www.facebook.com/onetotwocoffee
25. 1:2 Coffee
ร้านกาแฟ Specialty ที่ชูคอนเซปต์คุณภาพสูงในราคาที่ทุกคนเข้าถึงได้ มีเมล็ดกาแฟให้เลือกหลากหลายและฝีมือการชงที่ได้มาตรฐานบาริสต้า ในราคาเริ่มต้นไม่ถึงหนึ่งร้อยบาท จุดเด่นของร้านอยู่ที่ความเรียบง่ายที่เน้นรสชาติกาแฟที่แท้จริง เหมาะสำหรับคอกาแฟตัวจริงที่ต้องการกาแฟคุณภาพดีเยี่ยมในราคาย่อมเยาเพื่อดื่มได้เป็นประจำทุกวัน
ภาพจาก : https://www.facebook.com/AuntieAnnesThailand
26. Auntie Anne's
เจ้าตำรับเพรทเซลรูปอานม้าที่ปั้นและอบสดใหม่ให้เห็นกันหน้าร้าน ส่งกลิ่นหอมเนยและอัลมอนด์ยวนใจ ในราคาเริ่มต้นที่ 35 บาท จุดเด่นอยู่ที่ความกรอบนอกนุ่มในของแป้งเพรทเซลและน้ำเลมอนเนดคั้นสดรสเปรี้ยวหวานสดชื่น เหมาะสำหรับคนที่ชอบขนมอบร้อน ๆ ทานง่าย และมองหาของว่างแสนอร่อย
ภาพจาก : https://www.facebook.com/Bottomless.es/
27. Bottomless (บอททอมเลส)
คาเฟ่ชื่อดังที่โดดเด่นด้วยการคัดสรรเมล็ดกาแฟระดับแชมป์และเครื่องชงระดับไฮเอนด์ พร้อมทั้งมีเมนูขนมหวานอย่างครัวซองต์ที่ได้ถูกเลือกมาให้ทานคู่กับกาแฟได้อย่างลงตัว จุดเด่นคือความเท่ของการตกแต่งร้านโทนสีดำตัดกับอิฐสีแดง และรสชาติกาแฟที่มีมิติลุ่มลึก เหมาะสำหรับผู้ที่หลงใหลในกาแฟและชอบบรรยากาศคาเฟ่สไตล์โมเดิร์น
ภาพจาก : https://www.facebook.com/mikkacoffeeroasters?locale=th_TH
28. Mikka Coffee Roasters
ร้านกาแฟและเครื่องดื่มสไตล์มินิมอลที่เน้นการซื้อแบบ Grab & Go บรรยากาศร้านโทนสีขาวสะอาดตาดูทันสมัย เมนูมีความสร้างสรรค์ทั้งชื่อและรสชาติที่มาในราคาน่ารัก จุดเด่นอยู่ที่การดีไซน์ที่ดูดีและรสชาติเครื่องดื่มที่ทานง่าย เหมาะสำหรับคนทำงานในเมืองที่ต้องการเครื่องดื่มคุณภาพดีในราคาประหยัดและรวดเร็ว
ภาพจาก : https://www.facebook.com/mytaroto?locale=th_TH
29. Taroto
ร้านขนมหวานสไตล์ไต้หวันเพื่อสุขภาพที่เน้นการใช้ธัญพืชอย่างเผือก มันม่วง และเฉาก๊วยเป็นองค์ประกอบหลักของเมนู โดยเมนูส่วนใหญ่จะมีความหวานน้อยและอุดมด้วยประโยชน์ จุดเด่นอยู่ที่รสสัมผัสที่นุ่มนวลและรสชาติที่ความเป็นธรรมชาติ เหมาะสำหรับคนรักสุขภาพ ผู้สูงอายุ หรือใครก็ตามที่อยากทานขนมหวานแต่ยังอยากรักษาสุขภาพไปพร้อม ๆ กัน
ภาพจาก : https://www.facebook.com/kennscoffeeandcroissant?locale=th_TH
30. Kenn's Coffee & Croissant
ร้านเบเกอรี่ที่ยืนหนึ่งเรื่องครัวซองต์สไตล์ฝรั่งเศสแท้ ๆ ด้วยชั้นแป้งบางกรอบและหอมกลิ่นเนยเกรดพรีเมี่ยม ที่เมื่อทานคู่กับกาแฟสดรสชาติดีในราคาสบายกระเป๋า รับรองได้ว่าไม่ว่าใครก็ต้องติดใจ จุดเด่นของร้าน Kenn's Coffee & Croissant คือความพิถีพิถันในการอบขนมที่ได้มาตรฐานทุกชิ้น เหมาะสำหรับคนที่หลงใหลในครัวซองต์คุณภาพพรีเมี่ยมและอยากสัมผัสรสชาติความกรอบหอมแบบต้นตำรับ
ภาพจาก : https://www.facebook.com/Jiancha.tea/
31. JIANCHA (เจี้ยนชา)
ร้านชาจีนร่วมสมัยที่ยกระดับใบชาพรีเมี่ยมมาทำเป็นเครื่องดื่มรสชาติสไตล์โมเดิร์น โดยเฉพาะชาองุ่นปั่นที่ใส่เนื้อองุ่นปอกมือแบบสด ๆ ให้แบบจัดเต็ม จุดเด่นอยู่ที่ความหอมของใบชาจีนที่ผสมผสานกับความหวานฉ่ำของผลไม้สดได้อย่างพรีเมียม เหมาะสำหรับคนที่เบื่อชานมแบบเดิม ๆ และอยากลองดื่มชาที่ให้ความสดชื่นและมีกลิ่นหอม
ภาพจาก : https://www.facebook.com/TrueCoffeeTH?locale=th_TH
32. True Coffee (ทรูคอฟฟี่)
คาเฟ่จากทรูที่ผสมผสานเทคโนโลยีและไลฟ์สไตล์เข้าด้วยกัน มีเมนูเครื่องดื่มรสชาติดีและเบเกอรี่หลากหลายให้เลือกทาน ในราคาเริ่มต้นที่ 75 - 180 บาท จุดเด่นคือการมีสาขาให้เลือกมากมาย ที่มาพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกอย่าง Wi-Fi และปลั๊กไฟ เหมาะสำหรับนักศึกษาหรือคนทำงานที่มองหาพื้นที่ทำงานนั่งสบาย พร้อมกับมีเมนูขนมหวานและกาแฟให้รับประทานเพลิน ๆ
ภาพจาก : https://www.facebook.com/profile.php?id=100084793028010
33. SOURI (ซูรี)
ร้านมาการองชื่อดังสัญชาติไทย ที่โดดเด่นเรื่องความพรีเมี่ยมของรสชาติคุกกี้มาการองและครีมเนื้อละมุน มีรสชาติให้เลือกหลากหลายและสีสันที่สวยงามน่ารักจนอดไม่ได้ที่จะยกโทรศัพท์ขึ้นมาถ่าย โดยจุดเด่นอยู่ที่ขนาดมาการองที่ใหญ่กว่ามาการองทั่วไปและรสชาติที่เข้มข้นจัดเต็มในทุกคำ เหมาะสำหรับสายคอนเทนต์ที่ชอบขนมสวยงามและคนที่ชอบทานขนมหวานรสชาติชัดเจนมีเอกลักษณ์
ภาพจาก : https://www.facebook.com/afteryoucafe?locale=th_TH
34. After You
ร้านขนมหวานอันดับหนึ่งที่ยังคงครองความนิยมด้วยเมนูฮันนี่โทสต์และคากิโกริที่รสชาติเป็นเอกลักษณ์ยากจะหาใครเทียบ ในราคาเริ่มต้นที่ 135 บาท จุดเด่นคือความคิดสร้างสรรค์ในการออกเมนูใหม่ ๆ และการรักษามาตรฐานรสชาติให้ยอดเยี่ยมอยู่เสมอ เหมาะสำหรับเพื่อนฝูงหรือคู่รักที่ต้องการทานขนมหวานแสนอร่อยในบรรยากาศร้านที่น่านั่ง
ภาพจาก : https://www.facebook.com/MoltoPremiumGelato/
35. MOLTO GELATO
คราฟต์เจลาโต้ฝีมือคนไทยที่มีรสชาติให้เลือกมากมายและใส่ท็อปปิ้งมาแบบจัดเต็ม โดยเนื้อไอศกรีมจะมีความเหนียวหนึบและให้รสสัมผัสเข้มข้น จุดเด่นอยู่ที่ความหลากหลายของรสชาติที่เข้าถึงทุกความต้องการ ตั้งแต่สายช็อกโกแลตไปจนถึงสายผลไม้ เหมาะสำหรับคนรักไอศกรีมที่ชอบค้นหารสชาติใหม่ ๆ ที่สนุกและไม่เหมือนร้านไหน ๆ
ภาพจาก : https://www.facebook.com/AuBonPainThailand?locale=th_TH
36. Au Bon Pain (โอ บอง แปง)
คาเฟ่เบเกอรี่แนวนิยมสุขภาพที่เน้นเมนูที่ปราศจากไขมันทรานส์ โดดเด่นด้วยเบเกิลเนื้อหนึบและซุปในถ้วยขนมปัง ในราคาเริ่มต้น 70 - 250 บาท จุดเด่นอยู่ที่การเป็นทางเลือกที่ดีต่อสุขภาพมากกว่าคาเฟ่ทั่วไปและบรรยากาศร้านที่กว้างขวางนั่งสบาย เหมาะสำหรับวัยทำงานที่ต้องการมื้อเบาๆ ที่มีคุณค่าทางโภชนาการ
ภาพจาก : https://www.facebook.com/BakeBrothers/
37. BAKE BROS
ร้านขนมปังและกาแฟที่เน้นความพิถีพิถันในสไตล์โฮมเมด ขนมอบของร้าน BAKE BROS มีความนุ่มนวลและรสชาติที่กลมกล่อมเข้ากับกาแฟสดได้อย่างลงตัว จุดเด่นคือความสดใหม่ของขนมปังที่อบอย่างตั้งใจและราคาที่สมเหตุสมผล เหมาะสำหรับคนที่ชอบร้านคาเฟ่บรรยากาศอบอุ่นและให้ความสำคัญกับรสชาติที่ได้คุณภาพ
ภาพจาก : https://www.facebook.com/leleofficial.bkk/
38. Lele Juice Bar (เลเล่ จูซ บาร์)
บาร์น้ำผลไม้สกัดเย็นและสมูทตี้โบวล์ที่เน้นความสดใหม่จากธรรมชาติแท้ 100% โดยไม่เติมน้ำตาล จุดเด่นอยู่ที่การคัดสรรผลไม้คุณภาพดีมาผสมผสานเป็นสูตรเครื่องดื่มที่ช่วยเติมวิตามินและสารต้านอนุมูลอิสระ เหมาะสำหรับสายเฮลตี้และคนที่ต้องการเครื่องดื่มรสชาติหวาน ๆ จากผลไม้ที่ช่วยให้ร่างกายรู้สึกสดชื่นและแข็งแรงจากภายใน
ภาพจาก : https://www.facebook.com/tpteathailand?locale=th_TH
39. TP TEA (ทีพี ที)
ร้านชานมไข่มุกต้นตำรับรายแรกของโลกจากไต้หวัน ที่ยังคงรักษาเอกลักษณ์การชงชาที่ลุ่มลึกและมีกลิ่นหอมคั่วที่เป็นเอกลักษณ์ ในราคาเริ่มต้นที่ 90 บาท จุดเด่นอยู่ที่คุณภาพของใบชาและความละมุนของชานมที่ไม่หวานแหลมจนเกินไป เหมาะสำหรับคนรักชาตัวจริงที่ต้องการสัมผัสรสชาติชานมไข่มุกแบบต้นตำรับที่เป็นตำนานของโลก
ภาพจาก : https://www.facebook.com/yuzuhouse.honeymoni/
40. Yuzu House
สวรรค์ของคนรักส้มยูซุที่นำเข้าวัตถุดิบจากเกาะ Shikoku, Kyushu และ Okinawa ประเทศญี่ปุ่น มาสร้างสรรค์เป็นเครื่องดื่มและขนมหวานที่มีกลิ่นหอมอันเป็นเอกลักษณ์ ในราคาเริ่มต้นไม่ถึงหนึ่งร้อยบาท จุดเด่นอยู่ที่ความเปรี้ยวอมหวานที่สดชื่นถึงใจและกลิ่นหอมที่ช่วยให้ผ่อนคลาย เหมาะสำหรับคนที่ต้องการความสดชื่นในวันร้อน ๆ หรือผู้ที่ชื่นชอบรสชาติผลไม้ตระกูลซีตรัสเป็นพิเศษ
เทคนิคกินของหวานให้คุ้มกว่าเดิม สำหรับสายกินตัวจริง
เมื่อได้ร้านของหวานที่ถูกใจแล้ว อันดับต่อมาคือการเลือกซื้อเมนูขนมหวานให้ได้ราคาที่คุ้มค่ามากที่สุด เพราะสายกินตัวจริงต้องไม่ใช่แค่กินอร่อย แต่ต้องกินได้อย่างประหยัดและคุ้มค่าด้วย
- เลือกช่วงโปรโมชั่น / วันแคมเปญ โดยบางร้านอาจมีโปรโมชั่นลดราคาเฉพาะวันจันทร์ - ศุกร์ หรือช่วง Happy Hour หรืออาจมีโปรโมชั่นลดแลกแจกแถมในวันเทศกาล เช่น วันวาเลนไทน์ วันสงกรานต์ หรือวันเกิดแบรนด์
- ใช้สิทธิ์ส่วนลดแพลตฟอร์ม Delivery เช่น Grab หรือ LINEMAN ที่มักจะโค้ดส่วนลดให้เก็บและเลือกใช้ โดยเฉพาะสำหรับผู้ใช้ใหม่หรือช่วงแคมเปญพิเศษ
- โปรโมชั่นจากบัตรเครดิต เช่น บัตรเครดิต KTC ที่มักจะมีโปรโมชั่นรับส่วนลด หรือรับเมนูพิเศษ โดยการแลกคะแนน KTC FOREVER ตามเงื่อนไขที่กำหนด ซึ่งจะช่วยให้การกินของหวานในชีวิตประจำวันไม่ต้องจ่ายเต็มราคาทุกครั้งเสมอไป
ไม่ว่าจะเป็นวันธรรมดาที่อยากหาของหวานเล็ก ๆ หลังมื้อกลางวัน หรือวันหยุดที่อยากไปพักผ่อนสบาย ๆ ที่คาเฟ่กับคนที่คุณรัก ลิสต์ร้านของหวานทั้ง 40 ร้านที่ KTC ได้รวบรวมมาไว้ในบทความนี้จะช่วยตอบโจทย์ทุกความต้องการของคุณในทุกโอกาสสำคัญ ทุกงบประมาณ และทุกรสนิยมการรับประทานของหวาน สำหรับใครที่เป็นสายของหวานเลิฟเวอร์ และเป็นสมาชิกบัตรเครดิต KTC ห้ามพลาดรับสิทธิประโยชน์และโปรโมชั่นสุดคุ้มที่ KTC ร่วมกับพาร์ทเนอร์ชั้นนำ ที่สามารถใช้คะแนนสะสมมาแลกรับส่วนลดหรือเมนูโปรดได้ในราคาพิเศษ
สำหรับผู้ที่ยังไม่มีบัตรเครดิต สามารถ สมัครบัตรเครดิต KTC ออนไลน์ได้ทุกที่ทุกเวลา ไม่มีค่าธรรมเนียมแรกเข้า พร้อมรับความคุ้มค่าในทุกการใช้จ่ายกับคะแนน KTC FOREVER ที่สะสมได้ไม่จำกัดและไม่มีวันหมดอายุ
ใช้จ่าย คุ้มค่า นึกถึงบัตรเครดิต KTC









































