ในยุคที่ความสะดวกสบายเป็นเรื่องสำคัญ การสั่งอาหารออนไลน์ผ่านแอปพลิเคชั่นเดลิเวอรี่กลายเป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์คนเมืองไปแล้ว แต่จะสั่งอย่างไรให้คุ้มค่าและสบายกระเป๋าที่สุด? หัวใจสำคัญอยู่ที่การใช้โค้ดส่วนลดอย่างมีชั้นเชิง บทความนี้จะพาทุกคนไปเจาะลึกทุกขั้นตอน ประเภทคูปอง และเทคนิคการคำนวณส่วนลดที่จะช่วยให้มื้ออร่อยของคุณในราคาประหยัดที่สุด
วิธีใช้โค้ดส่วนลด ShopeeFood ต้องทำยังไง?
วิธีใช้โค้ดส่วนลด ShopeeFood โดยทั่วไปคือเข้าแอป Shopee กดเข้าเมนู ShopeeFood แล้วเก็บโค้ดที่ต้องการ จากนั้นระบุที่อยู่จัดส่ง เลือกร้านค้าและเมนูอาหารที่สนใจ กดเพิ่มไปยังรถเข็น แล้วไปที่หน้าชำระเงินเพื่อเลือกโค้ดส่วนลดที่คุ้มที่สุด ตรวจสอบข้อมูลยอดสุทธิให้ถูกต้องก่อนกดยืนยันคำสั่งซื้อ เพื่อความสะดวกรวดเร็วสามารถทำตามขั้นตอนระบบได้ทันที
4 ขั้นตอนใช้โค้ด ShopeeFood
Step 1: เข้าเมนูสั่งอาหารและกดเก็บโค้ด
- กดเข้าไปที่แอป Shopee จากนั้นกดเข้าไปที่เมนู “ShopeeFood สั่งอาหาร”
- กดเก็บโค้ดส่วนลดจากเมนู “รวมโค้ดส่วนลด” เพื่อล็อกสิทธิ์ความคุ้มค่าเอาไว้ในบัญชีของคุณเป็นอันดับแรก โดยเฉพาะโค้ดจำกัดเวลาหรือโค้ดลดแรงประจำวัน เพื่อล็อกสิทธิ์ความคุ้มค่าเอาไว้ในบัญชีของคุณเป็นอันดับแรก โดยเฉพาะโค้ดจำกัดเวลาหรือโค้ดลดแรงประจำวัน ให้เก็บทุกโค้ด และเลื่อนลงด้านล่าง โค้ดส่วนลดจากพาร์ทเนอร์
Step 2: ตั้งค่าพิกัดและเลือกร้านอาหาร
- คลิก “ใส่ที่อยู่” เพื่อทำรายการต่อไป
- คลิก “ค้นหาตำแหน่ง” เพื่อค้นหาที่อยู่สำหรับการจัดส่งที่ถูกต้อง
- เลือกสถานที่ในการจัดส่งที่ต้องการ
- หน้าจอจะปรากฏร้านค้าที่อยู่ใกล้ตัวคุณ หรือคุณสามารถกด “ค้นหา” ร้านอาหารที่คุณสนใจได้ตามความต้องการ
- เมื่อคลิกเข้าไปแล้ว สามารถเลือกดูโค้ดส่วนลดที่ต้องการจากร้านอาหารที่สนใจเพิ่มเติมได้เลยทันที
Step 3: เลือกเมนูและปรับแต่งตามใจชอบ
- สามารถกดดูรายละเอียดของเมนูที่สนใจนั้น ๆ ได้
- สามารถคลิกเพื่อดูหมวดหมู่เมนูหรือประเภทอาหารอื่น ๆ ที่สนใจได้อย่างสะดวก
- กด “+” เพื่อเลือกหรือเพิ่มเมนูอาหารที่ต้องการสั่ง โดยสามารถระบุรายละเอียดอื่นเพิ่มเติมได้ เช่น ไม่ใส่พริก ไม่ใส่ผัก เป็นต้น ช่วยให้ได้รสชาติที่ถูกใจเหมือนไปนั่งทานเองที่ร้าน
- จากนั้นคลิก “เพิ่มไปยังรถเข็น”
ขอบคุณรูปภาพจาก : https://shopee.co.th/
Step 4: ใช้โค้ดส่วนลดและกดสั่งซื้อ
- เมื่อกดเลือกรายการอาหารที่จะสั่งเรียบร้อยแล้ว ให้ระบบนำไปสู่หน้าชำระเงิน จากนั้นกดเลือกโค้ดส่วนลดที่ต้องการใช้ ซึ่งจะเป็นโค้ดส่งฟรีหรือส่วนลดค่าอาหารก็ได้ (และสามารถเลือกใช้ร่วมกันเพื่อรับส่วนลด 2 เด้งได้หากเงื่อนไขตรงตามระบบ)
- ตรวจสอบข้อมูล ยอดรวม ค่าจัดส่ง และยอดจ่ายจริงให้เรียบร้อย แล้วกด “สั่งซื้อ” เพียงเท่านี้คุณก็จะได้อาหารในราคาสุดคุ้มส่งตรงถึงหน้าบ้าน
โค้ด ShopeeFood มีกี่ประเภท?
โค้ด ShopeeFood มีทั้งหมด 4 ประเภทหลัก ได้แก่ โค้ดส่วนลดร้านซูเปอร์คุ้ม โค้ดส่วนลดพิเศษ โค้ดส่วนลดบริการพิเศษ และโค้ดส่วนลดพาร์ทเนอร์ การรู้จักประเภทของโค้ดจะช่วยให้คุณเลือกกดเก็บและนำมาใช้จับคู่คอมโบในหน้าชำระเงินได้อย่างแม่นยำและคุ้มค่าที่สุด
การจำแนกประเภทโค้ดช่วยให้เราวางแผนการจ่ายเงินได้ง่ายขึ้น โค้ดบางประเภทถูกออกแบบมาให้ใช้ได้กับทุกช่องทางการชำระเงิน ในขณะที่โค้ดจากพาร์ทเนอร์จะมอบสิทธิ์พิเศษให้เฉพาะผู้ที่ชำระผ่านบัตรที่กำหนด ดังนั้น การตรวจสอบเงื่อนไขของแต่ละโค้ดก่อนกดสั่งซื้อจึงเป็นสิ่งสำคัญ
- โค้ดส่วนลดร้านซูเปอร์คุ้ม : เป็นโค้ดส่วนลดจากร้านค้าและสาขาที่เข้าร่วมรายการโดยตรง ซึ่งภายในเมนูจะมีทั้งโค้ดส่วนลดสำหรับค่าอาหารและโค้ดส่งฟรีให้เลือกเก็บไปใช้งานคู่กัน
- โค้ดส่วนลดพิเศษ: อีกหนึ่งโค้ดที่คุ้มไม่แพ้กัน คือ โค้ดส่วนลดพิเศษที่บอกได้เลยว่าสายกินต้องปลื้ม เพราะเป็นโค้ดที่สามารถใช้ได้กับร้านเด็ด ๆ ที่สายกินถูกใจ แถมยังสามารถใช้ได้กับทุกช่องทางการชำระเงินอีกด้วย
- โค้ดส่วนลดบริการพิเศษ: โค้ดที่ใช้สำหรับบริการเฉพาะ เช่น รับอาหารที่ร้าน, สั่งล่วงหน้า หรือ คำสั่งซื้อแบบกลุ่ม ช่วยให้ประหยัดค่าใช้จ่ายในรูปแบบการสั่งที่แตกต่างจากการจัดส่งทั่วไป โดยควรตรวจสอบเงื่อนไขและบริการที่ร่วมรายการก่อนใช้งานทุกครั้ง
- โค้ดส่วนลดจากพาร์ทเนอร์: คือ โค้ดส่วนลดจาก บัตรเครดิต KTC VISA โดยจะมอบส่วนลดสุดคุ้มมูลค่าสูงเป็นจำนวนบาทที่แน่นอนให้กับลูกค้าที่ชำระค่าอาหารผ่านบัตรเครดิต KTC VISA สิทธิ์มักจะเต็มช้ากว่าโค้ดสาธารณะ
ตารางเปรียบเทียบโค้ด ShopeeFood แต่ละประเภทเหมาะกับใคร
ใช้โค้ด ShopeeFood ยังไงให้คุ้มที่สุด?
การใช้โค้ด ShopeeFood ให้คุ้มที่สุดควรเริ่มจากการกดเก็บโค้ดล่วงหน้าจากทุกเมนูเป้าหมาย จากนั้นคำนวณยอดรวมของอาหารให้ถึงเกณฑ์ขั้นต่ำ และใช้ระบบ Code Stacking ในหน้าชำระเงิน โดยทดลองจับคู่คูปองประเภทต่าง ๆ ร่วมกัน เพื่อเปรียบเทียบยอดสุทธิที่ต้องจ่ายจริงด้านล่างสุดให้เหลือตัวเลขนิดเดียว
อย่ามองแค่ตัวเลขเปอร์เซ็นต์ส่วนลด เช่น ลด 50% แล้วคิดว่าคุ้มที่สุด เพราะมักจะมี "เพดานลดสูงสุด" กำหนดไว้ เช่น ลดสูงสุด 40 บาท การสลับไปใช้โค้ดพาร์ทเนอร์หรือโค้ดส่วนลดสุดปังที่ลดเป็นจำนวนบาทตรง ๆ (เช่น ลด 60 บาท เมื่อสั่งขั้นต่ำตามเกณฑ์) อาจทำให้คุณจ่ายเงินน้อยกว่าในท้ายที่สุด
- ดูยอดสุทธิ ไม่ใช่ดูเปอร์เซ็นต์ส่วนลด: ให้เช็กยอดจ่ายจริงในตารางราคาก่อนกดยืนยันเสมอ โค้ดที่เขียนว่าลดเยอะ อาจมีเพดานต่ำจนสู้โค้ดส่วนลดแบบคงที่ไม่ได้
- จับคู่คอมโบ "โค้ดส่งฟรี + โค้ดลดราคา" ให้ได้ส่วนลด 2 เด้ง: เนื่องจากระบบเปิดให้สามารถ Stack โค้ดร่วมกันได้ คุณจึงควรเลือกโค้ดส่งฟรีพื้นฐานยืนพื้นไว้ตัวหนึ่ง แล้วลองสลับใส่โค้ดลดค่าอาหารหรือโค้ดจากพาร์ทเนอร์เป็นใบที่สอง เพื่อให้ได้ส่วนลดทั้งค่าส่งและค่าอาหารพร้อมกัน
- สั่งให้ถึงยอดขั้นต่ำแบบไม่ซื้อเกินจำเป็น: หากขาดอีกเพียง 5-10 บาทจะถึงเกณฑ์ลด ให้ใช้ฟังก์ชันกด "+" เพิ่มเครื่องดื่มหรือของทานเล่นราคาประหยัดเข้าไป เพื่อปลดล็อกโค้ดลดราคามูลค่าใหญ่ ซึ่งจะทำให้ราคาสุทธิโดยรวมถูกลงกว่าเดิม
- ใช้ช่องทางชำระเงินที่ตรงกับเงื่อนไข: โค้ดลดแรงหลายตัวเปิดกว้างให้ใช้ได้ทุกช่องทาง แต่สำหรับโค้ดจากพาร์ทเนอร์ ต้องตั้งค่าจ่ายด้วยบัตรเครดิตหรือเดบิตที่กำหนดเท่านั้น จึงต้องเช็กให้ดีก่อนทำรายการ
ทำไมโค้ด ShopeeFood ใช้ไม่ได้?
โค้ด ShopeeFood อาจใช้ไม่ได้เกิดจากหลายปัจจัย เช่น ยอดสั่งซื้ออาหารยังไม่ถึงเกณฑ์ขั้นต่ำ ร้านค้าหรือสาขานั้นไม่ได้เข้าร่วมรายการโปรโมชั่น สิทธิ์โควตาการใช้งานเต็ม หรือเลือกวิธีชำระเงินไม่ตรงตามที่เงื่อนไขของโค้ดระบุไว้ การตรวจสอบรายละเอียดของคูปองในหน้าชำระเงินจะช่วยระบุสาเหตุที่แท้จริงได้
- ยอดสั่งซื้อไม่ถึงขั้นต่ำ: เงื่อนไขส่วนใหญ่จะคิดจากราคาอาหารสุทธิในตะกร้าก่อนรวมค่าบริการจัดส่ง หากยอดอาหารขาดไปเพียงบาทเดียว โค้ดก็จะไม่แสดงขึ้นมาให้เลือก
- ร้านอาหารไม่เข้าร่วมรายการ: โค้ดบางประเภท เช่น โค้ดส่วนลดร้านซูเปอร์คุ้ม หรือ โค้ดส่วนลดพิเศษ จะจำกัดให้ใช้ได้เฉพาะสาขาและร้านที่ลงทะเบียนเข้าร่วมแคมเปญเท่านั้น
- โค้ดหมดอายุหรือสิทธิ์เต็ม: โค้ดที่มีมูลค่าส่วนลดสูงมักมีจำนวนจำกัดต่อวัน แม้เราจะกดเก็บเข้าบัญชีสำเร็จแล้ว แต่ถ้ามีคนอื่นใช้สิทธิ์ชำระเงินสำเร็จครบโควตาก่อน โค้ดนั้นก็จะสิทธิ์เต็มทันที
- ใช้วิธีชำระเงินไม่ตรงเงื่อนไข: โดยเฉพาะอย่างยิ่ง "โค้ดส่วนลดจากพาร์ทเนอร์" ที่ระบบจะล็อกสิทธิ์ไว้ให้ผู้จัดชำระผ่านบัตรเครดิตหรือบัตรเดบิตตามหน้าโปรโมชั่นเท่านั้น หากตั้งค่าเป็นเก็บเงินปลายทางหรือช่องทางอื่นจะไม่สามารถเปิดใช้โค้ดได้
โค้ดส่งฟรี ShopeeFood ใช้ยังไงให้คุ้ม?
โค้ดส่งฟรี ShopeeFood จะคุ้มค่าที่สุดเมื่อนำไปใช้สั่งร้านอาหารที่อยู่ไกลออกไป หรือใช้พ่วงร่วมกับโค้ดลดราคาค่าอาหารในคำสั่งซื้อเดียวกัน โดยต้องตรวจสอบเพดานการช่วยซับค่าส่งของโค้ดนั้น ๆ เนื่องจากบางคูปองเป็นการลดค่าจัดส่งบางส่วนตามระยะทาง ไม่ได้เป็นการจัดส่งฟรีทั้งหมด 100%
- ส่งฟรีจริงหรือแค่ลดค่าส่งบางส่วน: ควรสังเกตเงื่อนไขเสมอว่าโค้ดนั้นช่วยลดค่าส่งสูงสุดกี่บาท (เช่น ลดสูงสุด 30 บาท) หากระยะทางไกลมากและค่าส่งพุ่งสูงเกินเพดาน คุณจะยังคงเห็นยอดส่วนต่างค่าส่งที่ต้องจ่ายเหลืออยู่เล็กน้อย
- ควรใช้โค้ดส่งฟรีเมื่อไหร่: เหมาะสำหรับมื้อเดี่ยวที่ยอดสั่งซื้อไม่สูงพอจะใช้โค้ดลดค่าอาหารขนาดใหญ่ หรือสั่งจากร้านโปรดที่อยู่ไกลบ้านเพื่อให้โค้ดช่วยตัดต้นทุนส่วนต่างค่าระยะทางออกไปให้ได้มากที่สุด
- โค้ดส่งฟรีใช้ร่วมกับโค้ดอื่นได้ไหม: สามารถใช้ร่วมกันได้ โดยคุณสามารถนำโค้ดส่งฟรีไปจับคู่ร่วมกับโค้ดส่วนลดราคาอาหารจากหน้าร้านค้า หรือโค้ดสุดปังอื่น ๆ ในหน้าสรุปคำสั่งซื้อเพื่อรับความคุ้มค่าแบบสองต่อ
เปรียบเทียบใช้โค้ด ShopeeFood แบบไหนคุ้มกว่ากัน?
การเปรียบเทียบโค้ด ShopeeFood ให้คุ้มค่าที่สุดขึ้นอยู่กับขนาดของมื้ออาหารและระยะทางของร้านค้า หากเป็นมื้อเล็กคนเดียวควรเน้นคอมโบโค้ดส่งฟรีร่วมกับโค้ดร้านค้าพิเศษ แต่หากเป็นมื้อใหญ่สั่งเป็นกลุ่ม การใช้โค้ดส่วนลดสุดปังหรือโค้ดพาร์ทเนอร์บัตรเครดิตร่วมกับโค้ดส่งฟรีจะช่วยลดราคาสุทธิลงได้มากที่สุด
ตารางสรุป: เลือกคอมโบโค้ดตามสถานการณ์จริง
ใช้บัตรเครดิต KTC กับ ShopeeFood อย่างไรให้คุ้ม?
การใช้บัตรเครดิต KTC กับ ShopeeFood ให้คุ้มค่าควรเลือกใช้ในหมวด "โค้ดส่วนลดจากพาร์ทเนอร์" โดยกรอกโค้ดหรือเลือกใช้คูปองที่ตรงตามเงื่อนไขแคมเปญ ผูกบัตรเพื่อตัดชำระเงินออนไลน์แทนการใช้เงินสด เพื่อรับส่วนลดค่าอาหารตรงตัว และสะสมคะแนน KTC FOREVER ไปใช้ต่อยอดไลฟ์สไตล์ด้านอื่น ๆ
- สิทธิ์เต็มช้ากว่า ได้ความคุ้มค่านิ่งกว่า: เนื่องจากเป็นโค้ดส่วนลดจากพาร์ทเนอร์เฉพาะผู้ถือบัตรเครดิตที่ร่วมรายการ ทำให้โควตาตัวเลขสิทธิ์ไม่หมดไวเท่าโค้ดสาธารณะ ช่วยให้คุณกดสั่งอาหารในช่วงเวลาเร่งด่วนได้อย่างมั่นใจ
- สะสมคะแนน KTC FOREVER จากมื้อประจำวัน: ทุกการตัดจ่ายค่าอาหารผ่านบัตรเครดิตจะถูกเปลี่ยนเป็นคะแนนสะสมที่ไม่มีวันหมดอายุ สามารถรวบรวมนำไปแลกรับสิทธิประโยชน์ในหมวดไลฟ์สไตล์ ไม่ว่าจะเป็นส่วนลดคาเฟ่ ตั๋วภาพยนตร์ หรือการช้อปปิ้งออนไลน์ในชีวิตประจำวันได้อย่างคุ้มค่า
- ทริคควบคุมงบเดลิเวอรี่ไม่ให้บานปลาย: ควรกำหนดงบอาหารในแต่ละเดือนไว้ล่วงหน้า พร้อมทั้งเปิดฟังก์ชันแจ้งเตือนยอดใช้จ่ายผ่านแอปพลิเคชั่นในโทรศัพท์ทันทีหลังจากมีการชำระเงิน และสแกนตรวจสอบรายการประวัติการสั่งซื้ออย่างสม่ำเสมอเพื่อวางแผนทางการเงินอย่างมีระบบ
สรุป โค้ดส่วนลด ShopeeFood ใช้ยังไงให้คุ้มก่อนสั่งอาหารออนไลน์?
โค้ดส่วนลด ShopeeFood จะช่วยให้คุณอิ่มท้องสบายกระเป๋าแบบสุด ๆ เมื่อเลือกใช้งานอย่างเข้าใจระบบ ตั้งแต่การกดเก็บโค้ดจากเมนูรวมโค้ดล่วงหน้า การตรวจสอบเงื่อนไขช่องทางการชำระเงิน และการเลือกจับคู่ Stack โค้ดส่งฟรีร่วมกับโค้ดลดราคาอาหารอย่างถูกคู่ เพื่อให้ยอดสรุปสุทธิตอนท้ายประหยัดเงินได้มากที่สุดก่อนกดยืนยันคำสั่งซื้อ
สำหรับผู้ที่ชื่นชอบการสั่งอาหารเดลิเวอรี่เป็นประจำ การเลือกใช้เครื่องมือทางการเงินอย่าง บัตรเครดิต KTC เข้ามาเป็นตัวช่วยในการตัดชำระเงิน นอกจากจะช่วยปลดล็อกโค้ดส่วนลดพิเศษจากพาร์ทเนอร์ที่คุ้มค่าแล้ว ทุกยอดการใช้จ่ายยังถูกแปรเปลี่ยนเป็นคะแนนสะสม KTC FOREVER แบบไม่มีวันหมดอายุ ช่วยให้เงินทุกบาทที่คุณจ่ายไปกับมื้ออร่อยเติบโตเป็นสิทธิประโยชน์ด้านไลฟ์สไตล์อื่น ๆ ได้อย่างเป็นระบบ สมัครบัตรเครดิต KTC เพื่อให้ทุกการสั่งอาหารออนไลน์คุ้มค่าเหนือระดับกว่าที่เคย
FAQ: คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับโค้ดส่วนลด ShopeeFood
Q: ค่าบริการส่งอาหารของ ShopeeFood คิดคำนวณอย่างไร?
A: ค่าบริการส่งอาหารจะขึ้นอยู่กับระยะทางจริงระหว่างพิกัดที่ตั้งของลูกค้ากับร้านค้าที่สั่งซื้อ ซึ่งระบบจะคำนวณราคาให้อัตโนมัติในหน้าสั่งซื้อ โดยลูกค้าสามารถบรรเทาค่าใช้จ่ายส่วนนี้ได้โดยการเลือกใช้โปรโมชั่นหรือโค้ดส่งฟรีตามแต่ละช่วงเวลาที่มีแจกในแพลตฟอร์ม
Q: หากกดสั่งซื้อไปแล้ว มีวิธีการยกเลิกคำสั่งซื้ออย่างไรบ้าง?
A: ระบบจะแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ คำสั่งซื้อประเภทเตรียมอาหารทันที ผู้สั่งซื้อจะสามารถกดยกเลิกในแอปพลิเคชั่นได้ด้วยตนเองภายในเวลา 5 วินาทีหลังกด “สั่งซื้อ” เท่านั้น หากเลยกำหนดต้องติดต่อฝ่ายบริการลูกค้า ส่วนคำสั่งซื้อทั่วไป ผู้สั่งซื้อจะสามารถกดยกเลิกได้เองก่อนที่ระบบของแอปพลิเคชั่นจะค้นหาคนขับ (ไรเดอร์) ได้สำเร็จ หากระบบหาคนขับได้แล้วและต้องการยกเลิก ต้องติดต่อทางฝ่ายบริการลูกค้าเพื่อประสานงานต่อ
Q: สามารถปรับเปลี่ยนรายการอาหารหรือโน้ตเพิ่มเติมหลังจากที่กดสั่งไปแล้วได้หรือไม่?
A: สำหรับคำสั่งซื้อแบบเตรียมอาหารทันที ให้ลูกค้ารีบติดต่อทางร้านอาหารโดยตรงเพื่อปรับเปลี่ยนคำสั่งซื้อ โดยร้านค้าจะสามารถกดยอมรับและแก้ไขคำสั่งซื้อให้คุณได้เพียงครั้งเดียวเท่านั้น ส่วนคำสั่งซื้อทั่วไป ให้ลูกค้าติดต่อประสานงานกับคนขับเพื่อแจ้งปรับเปลี่ยนรายการอาหาร โดยต้องแจ้งก่อนที่คนขับจะดำเนินรายการสั่งซื้ออาหารกับหน้าร้านจริงสำเร็จ
Q: มีวิธีการตรวจสอบคำสั่งซื้อ และ ตำแหน่งพิกัดของไรเดอร์อย่างไร?
A: คุณสามารถตรวจสอบความคืบหน้าได้ง่าย ๆ โดยเข้าไปที่หน้าเมนู “คำสั่งซื้อของฉัน” > เลือกหมวด “รอดำเนินการ” > จากนั้นกดเข้าไปในรายการคำสั่งซื้อปัจจุบัน ตัวแอปพลิเคชั่นจะเปิดหน้าจอแผนที่และแสดงสถานะพร้อมตำแหน่งพิกัดการเดินทางของไรเดอร์ให้คุณเห็นแบบ Real-time ตั้งแต่เริ่มรับออเดอร์จนถึงหน้าประตูบ้านคุณ





