การออกตามล่าหาพิกัดร้านของหวานและเครื่องดื่มอร่อย ๆ เพื่อเติมน้ำตาลเข้าร่างกาย ถือเป็นกิจกรรมยามว่างที่ช่วยสร้างความเพลิดเพลินได้ดีไม่ต่างจากการท่องเที่ยวในรูปแบบอื่น ซึ่งแน่นอนว่านอกจากคาเฟ่และร้านกาแฟสวยๆ ที่เป็นจุดเช็กอินยอดฮิตของคนที่หลงใหลในของหวานแล้ว พิกัดจิบชายามบ่าย หรือ Afternoon Tea ได้กลายเป็นจุดเช็กอินยอดฮิตของคนทุกวัยเช่นกัน ที่สำคัญการจิบชายามบ่ายไม่ได้เป็นเพียงวัฒนธรรมที่ช่วยสร้างความรื่นรมย์ในวงสนทนาได้ดีเท่านั้น แต่การจิบชายังช่วยให้ร่างกายรู้สึกผ่อนคลายและช่วยลดความเหนื่อยล้าได้ดีอีกด้วย วันนี้ KTC แจกพิกัด Afternoon Tea กรุงเทพ ที่ช่วยให้สายหวานเติมเต็มความสดชื่นให้ร่างกายผ่านการจิบชาร้อน ๆ คู่กับของว่างแสนอร่อย พร้อมแล้วอย่ารอช้าเตรียมจดลิสต์เปิดวาร์ปกันได้เลย
Afternoon Tea คืออะไร? ทำไมผู้คนถึงให้ความสนใจมากขึ้น
ชา (Tae) จัดว่าเป็นเครื่องดื่มที่ผู้คนทั่วโลกให้ความนิยม โดยเฉพาะในประเทศอังกฤษที่คนส่วนใหญ่นิยมดื่มชากันวันละประมาณ 5 – 6 แก้ว ซึ่งธรรมเนียมการดื่มชายามบ่าย หรือ Afternoon Tea ในประเทศอังกฤษ ถือเป็นวัฒนธรรมเก่าแก่ที่มีจุดเริ่มต้นมาตั้งปี ค.ศ. 1840 เพราะในสมัยนั้นมื้ออาหารหลักของคนอังกฤษมีเพียงแค่ 2 มื้อ คืออาหารมื้อเช้าและมื้อค่ำเท่านั้น เมื่อเวลาอาหารห่างกันนานจึงทำให้ระหว่างวันจำเป็นต้องหาอะไรรองท้องก่อนถึงมื้อค่ำที่เริ่มรับประทานกันในเวลา 2 – 3 ทุ่ม ในตอนนั้นจึงทำให้ดัชเชสแอนนา ดัชเชสลำดับที่ 7 แห่งเบดฟอร์ด (Duchess of Bedford) มีคำสั่งให้ตั้งโต๊ะชา ขนมปัง ขนม และเค้กจัดเสิร์ฟระหว่างวันเพื่อคลายความหิว ทุก ๆ วันเวลา 16.00 – 18.00 น. จากนั้นจึงเริ่มมีการเชิญชวนเพื่อนผู้ดีในสมัยนั้นให้มาร่วมจิบชา กินขนม และสนทนายามบ่ายร่วมกัน นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาจึงทำให้ Afternoon Tea กลายเป็นธรรมเนียมที่ปฏิบัติต่อ ๆ กันมาในสังคมชั้นสูง
วิธีเลือกสถานที่จิบ Afternoon Tea ให้ตรงใจ
บรรยากาศ & วิว
เลือกสถานที่ที่มีบรรยากาศผ่อนคลาย เช่น คาเฟ่สไตล์วินเทจ โรงแรมหรู หรือ Rooftop ที่มองเห็นวิวเมือง จะช่วยให้ช่วงเวลายามบ่ายของคุณพิเศษยิ่งขึ้น
เมนูขนม / เค้ก / ชา
ร้าน Afternoon Tea ที่ดีควรมีความหลากหลายของชา ทั้งชาดำ ชาขาว หรือชาผลไม้ รวมถึงขนมอย่างสโคน มาการอง ทาร์ตผลไม้ ฯลฯ ที่จัดมาเป็นเซ็ตสวยงาม
ราคาต่อหัว
ราคามักอยู่ระหว่าง 500 – 1,500 บาทต่อเซ็ต ขึ้นอยู่กับสถานที่และแบรนด์ ลองเปรียบเทียบความคุ้มค่าก่อนเลือก
ความสะดวกในการเดินทาง
เลือกสถานที่ใกล้ BTS หรือ MRT จะช่วยประหยัดเวลา และเหมาะกับการนัดเพื่อนแบบชิลล์ ๆ
มีมุมถ่ายรูปสวยไหม?
อีกหนึ่งจุดสำคัญคือมุมถ่ายรูป ไม่ว่าจะเป็นโต๊ะจัดเซ็ตน่ารัก ฉากหลังสไตล์อังกฤษ หรือแสงธรรมชาติที่ทำให้ภาพออกมาสวยแบบไม่ต้องแต่งเพิ่ม
อัพเดท 10 Afternoon Tea ในกรุงเทพฯ น่านั่ง ปี 2026
1. โรงแรมอนันตรา สยาม กรุงเทพ ห้องอาหาร The Lobby Lounge
ขอบคุณรูปภาพจาก https://www.anantara.com/th/siam-bangkok/restaurants/the-lobby-lounge
ห้องอาหาร The Lobby Lounge เป็นสถานที่สุดคลาสสิกในโรงแรมหรูใจกลางกรุง ตกแต่งสไตล์ยุโรปผสมไทยร่วมสมัย ให้ความรู้สึกสงบและหรูหราเหมาะแก่การพักผ่อน จิบชาและเพลิดเพลินกับขนม Afternoon Tea ที่เสิร์ฟในชุด 3 ชั้น อัดแน่นด้วยสโคนอบใหม่ มาการอง ทาร์ตผลไม้ และแซนด์วิชหลากรส พร้อมชาคุณภาพดีจากทั่วโลก เหมาะทั้งสายชิลล์และสายถ่ายรูป
- เวลาเปิด: ทุกวัน 14.00 – 18.00 น.
- BTS ราชดำริ
- ราคา: ประมาณ 1,607++ บาท/เซ็ต
2. โรงแรม Bangkok Marriott Marquis Queen’s Park ห้องอาหาร The Lobby Lounge
ขอบคุณรูปภาพจาก https://www.marriott.com/en-us/dining/restaurant-bar/bkkqp-bangkok-marriott-marquis-queens-park/5869910-the-lobby-lounge.mi
Afternoon Tea ที่นี่เน้นความหรูหราและความร่วมสมัย พร้อมเมนูที่เปลี่ยนไปตามฤดูกาล ภายในตกแต่งด้วยโทนสีอบอุ่น บรรยากาศเป็นกันเอง มีชาให้เลือกหลากหลายเบลนด์ จับคู่กับขนมหวานสไตล์ยุโรป เช่น สโคน แซนด์วิช ทาร์ต และของหวานฟิวชัน เหมาะสำหรับมานั่งชิลล์หรือนัดพบปะในวันหยุด
- เวลาเปิด: ทุกวัน 13.00 – 17.00 น.
- ใกล้ BTS พร้อมพงษ์
- ราคา: ประมาณ 1,350++ บาท สำหรับ 2 คน
3. โรงแรม Banyan Tree Bangkok ห้องอาหาร Vertigo TOO
ขอบคุณรูปภาพจาก https://www.banyantree.com/thailand/bangkok/dining/vertigo-too
ห้องอาหาร Vertigo TOO ตั้งอยู่บนชั้นสูงของโรงแรม ให้วิวพาโนรามาของกรุงเทพฯ ที่สวยงามมาก โดยเฉพาะช่วงเย็นก่อนพระอาทิตย์ตก ชุด Afternoon Tea ที่นี่เน้นความหรูหราในแบบร่วมสมัย มีทั้งขนมไทยฟิวชันและขนมฝรั่ง พร้อมชาคุณภาพดี เสิร์ฟอย่างพิถีพิถัน เหมาะสำหรับเดต หรือฉลองโอกาสพิเศษ
- เวลาเปิด: วันเสาร์-วันอาทิตย์ 13.00 - 16.00 น.
- ถนนสาทรใต้
- ราคา: ประมาณ 1,400++ บาท สำหรับ 2 คน
4. โรงแรม Capella Bangkok ห้องอาหาร ที เลานจ์ (Tea Lounge)
ขอบคุณรูปภาพจาก https://capellahotels.com/th/capella-bangkok/dining/tea-lounge
Tea Lounge ของ Capella เป็นหนึ่งในโลเคชันสุดหรูริมแม่น้ำเจ้าพระยา ตกแต่งสไตล์รีสอร์ตอบอุ่น พร้อมบรรยากาศผ่อนคลายและเป็นส่วนตัว เสิร์ฟ Afternoon Tea สไตล์อังกฤษร่วมสมัย โดยมีขนมและชาที่ผ่านการคัดสรรมาอย่างดี จุดเด่นคือการเลือกใช้วัตถุดิบตามฤดูกาล และการจัดจานที่สวยเหมือนงานศิลปะ
- เวลาเปิด: ทุกวัน 12.00 – 18.00 น.
- เจริญกรุง
- ราคา: เริ่มต้น 3,200++ บาท สำหรับ 2 คน
5. โรงแรม The St. Regis Bangkok ห้องอาหาร The Drawing Room
ขอบคุณรูปภาพจาก https://www.myclubmarriott.com/hotel/restaurantdetail/en/the-drawing-room
The Drawing Room คือจุดจิบชา Afternoon Tea ที่หรูหราที่สุดแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ ตั้งอยู่บนชั้น 12 ของโรงแรม The St. Regis Bangkok โดดเด่นด้วยวิวสนามกอล์ฟราชกรีฑาสโมสรและเส้นขอบฟ้ากรุงเทพฯ ภายในตกแต่งสไตล์คลาสสิกโมเดิร์นในโทนอบอุ่น พร้อมบริการ Afternoon Tea ที่เสิร์ฟอย่างพิถีพิถันในเซ็ต 3 ชั้น ไฮไลต์คือขนมหวานแบบฝรั่งเศสผสมความเป็นไทย เช่น เค้กยูซุ, สโคนอบสด เสิร์ฟพร้อมแยมและ clotted cream และเมนูคาว เช่น ฟัวกราส์ทาร์ตและแซนด์วิชรมควัน นอกจากนี้ยังมีชา Ronnefeldt เบลนด์พิเศษให้เลือกหลากหลาย เหมาะสำหรับผู้ที่มองหาความหรูหราและประสบการณ์ระดับ 5 ดาว
เวลาเปิด: ทุกวัน 14.30 – 17.00 น.
BTS ราชดำริ (ทางเชื่อมตรงถึงโรงแรม)
ราคา: ประมาณ 2,696++ บาท สำหรับ 2 คน
6. โรงแรม Dusit Thani Bangkok ห้องอาหาร Grand Lobby Bar
ขอบคุณรูปภาพจาก https://www.dusit.com/dusitthani-bangkok/th/dining/
การกลับมาของ Dusit Thani ในเวอร์ชันใหม่ยังคงความคลาสสิกเอาไว้ครบถ้วน Grand Lobby Bar ตกแต่งในสไตล์ร่วมสมัยที่หรูหราและอบอุ่น ชุด Afternoon Tea ที่นี่มีทั้งขนมไทยและตะวันตก อาทิ ข้าวตังหน้าตั้ง ซาลาเปาทอด และมาการอง เหมาะสำหรับคนที่มองหาประสบการณ์ Afternoon Tea ที่มีเอกลักษณ์
- เวลาเปิด: ทุกวัน 14.00 – 17.00 น.
- MRT สีลม
- ราคา: เริ่มต้น 2,450++บาท
7. โรงแรม Conrad Bangkok ห้องอาหาร Diplomat Bar
ขอบคุณรูปภาพจาก https://www.hilton.com/en/hotels/bkkcici-conrad-bangkok/dining/diplomat-bar/
Diplomat Bar เป็นอีกหนึ่งจุดยอดนิยมของสาย Afternoon Tea บรรยากาศหรูแบบลักชัวรี่ในโทนเข้ม สงบ เหมาะกับการคุยธุรกิจเบา ๆ หรือพบปะเพื่อนสนิท ชุด Afternoon Tea มีทั้งขนมฝรั่งเศสและไทยประยุกต์ พร้อมชาหอมกรุ่นหลากชนิด เสิร์ฟบนถาด 3 ชั้นที่ตกแต่งอย่างประณีต
- เวลาเปิด: ทุกวัน 14.30 – 17.30 น.
- ถนนวิทยุ
- ราคา: ประมาณ 1,500++ บาท สำหรับ 2 คน
8. House of Eden
ขอบคุณรูปภาพจาก https://www.facebook.com/houseofeden.th
คาเฟ่สีพาสเทลหวานละมุนแห่งนี้เป็นที่โปรดของสายถ่ายรูป เพราะตกแต่งด้วยโทนสีชมพู-ทอง พร้อมพร็อพสุดแฟนตาซี เหมาะกับลุคหวาน ๆ หรือใครที่อยากสร้างคอนเทนต์ลงโซเชียล เซ็ต Afternoon Tea ของที่นี่จัดมาอย่างน่ารัก มีทั้งสโคน ช็อกโกแลต มาการอง และของหวานหน้าตาดี เสิร์ฟพร้อมชาและกาแฟที่เลือกได้ตามใจ
เวลาเปิด: ทุกวัน 10.00 – 22.00 น.
ชั้น 2 CentralWorld
ราคา: ประมาณ 790 บาท สำหรับ 2 คน
9. โรงแรม The Sukhothai Bangkok ห้องอาหาร Lobby Salon
ขอบคุณรูปภาพจาก https://bangkok.sukhothai.com/th/dining/lobby-salons/
ห้องอาหาร Lobby Salon ของโรงแรม The Sukhothai โดดเด่นด้วยบรรยากาศสงบ หรูหรา และแวดล้อมด้วยสถาปัตยกรรมไทยร่วมสมัยแบบมินิมอล มีบ่อน้ำและสวนล้อมรอบ ให้ความรู้สึกผ่อนคลายเหมือนอยู่รีสอร์ต ชุด Afternoon Tea ที่นี่เป็นสไตล์ “Sukhothai High Tea” นำเสนอเมนูขนมไทยประยุกต์อย่างงดงาม เช่น ขนมชั้น ช่อม่วง รวมถึงเบเกอรี่แบบตะวันตก เช่น มาการอง และทาร์ตผลไม้ พร้อมชาจาก Ronnefeldt ให้เลือกหลากหลายสายพันธุ์ เหมาะสำหรับคนที่มองหาประสบการณ์ Afternoon Tea ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว และถ่ายรูปได้ในมุมสงบเป็นธรรมชาติ
- เวลาเปิด: ทุกวัน 13.30 – 16.30 น.
- ถนนสาทรใต้ ใกล้ MRT ลุมพินี
- ราคา: ประมาณ 1,450++ บาท สำหรับ 1 คน
10. The Westin Grande Sukhumvit ห้องอาหาร Zest Bar & Terrace
ขอบคุณรูปภาพจาก https://www.facebook.com/ZestBarTerrace/
Zest Bar & Terrace ตั้งอยู่ชั้น 7 ของโรงแรม The Westin Grande Sukhumvit ให้บริการ Afternoon Tea ในบรรยากาศโมเดิร์นกึ่งเอาต์ดอร์ เห็นวิวเมืองย่านอโศก เหมาะทั้งสำหรับนั่งจิบชาช่วงบ่ายแบบชิลล์ ๆ หรือจะนัดเพื่อนมาพักผ่อนหลังเลิกงานก็ลงตัว เมนู Afternoon Tea ที่นี่มาในธีม “Westin Afternoon Delight” เสิร์ฟขนมหวาน เช่น มาการอง เค้กช็อกโกแลต สโคน พร้อมซอสโฮมเมด และแซนด์วิชสไตล์ฝรั่ง เสริมด้วยชาหอมกรุ่นจาก Ronnefeldt ให้เลือกหลายรสชาติ จุดเด่นคือการจัดจานเรียบหรู และราคาที่เข้าถึงง่ายเมื่อเทียบกับโรงแรมระดับเดียวกัน
- เวลาเปิด: ทุกวัน 12.00 – 18.00 น.
- BTS อโศก / MRT สุขุมวิท เดินทางสะดวก
- ราคา: ประมาณ 1,400++ บาท สำหรับ 2 คน
เคล็ดลับถ่ายรูปให้สวยกับเซ็ต Afternoon Tea
Afternoon Tea ไม่ได้มีดีแค่รสชาติ แต่ยังเต็มไปด้วยความสวยงามที่เหมาะแก่การถ่ายภาพเก็บไว้เป็นความทรงจำหรือแชร์บนโซเชียล ลองทำตามเคล็ดลับเหล่านี้ รับรองว่ารูปของคุณจะดู “โปร” ขึ้นทันตา!
1. เลือกมุมแสงธรรมชาติ
หากร้านมีแสงธรรมชาติเข้า ให้เลือกที่นั่งใกล้หน้าต่างหรือมุมที่แสงอ่อน ๆ ส่องถึง จะช่วยให้ภาพดูนุ่มนวล สีของขนมและชาออกมาสดใสแบบไม่ต้องแต่งเยอะ
2. จัดเซ็ตขนมให้ดู “บาลานซ์”
อย่าถ่ายแค่ด้านบน ลองมองหามุมเฉียง 45 องศา หรือซูมเฉพาะบางจุด เช่น สโคนกับแยม หรือถ้วยชาสวย ๆ เพื่อให้ภาพดูหลากหลายและมีมิติ
3. เพิ่มพร็อพเบา ๆ
แว่นตา ดอกไม้ หนังสือ หรือแม้แต่เมนูร้าน ก็ช่วยเพิ่มเรื่องราวให้ภาพได้ ลองวางบนโต๊ะให้เข้ากับโทนสีของร้าน แล้วถ่ายให้ดูสบายตา ไม่รก
4. แต่งตัวให้ “เข้าโทน”
ถ้าอยากให้ภาพดูละมุน แนะนำเสื้อผ้าโทนพาสเทล ขาว เบจ หรือโทนเอิร์ธโทน จะช่วยให้เข้ากับบรรยากาศ Afternoon Tea ได้ดี และทำให้รูปดูแพงขึ้นโดยไม่ต้องพยายาม
5. ถ่าย “ก่อนกิน” เสมอ
ขนมและชาจะดูดีที่สุดตอนเพิ่งเสิร์ฟใหม่ ๆ เพราะยังไม่มีรอยตักหรือละลาย การถ่ายทันทีจะทำให้ได้ภาพที่ดูสดใหม่และน่ากินที่สุด
สำหรับใครที่กำลังมองหาโปรโมชั่นดีๆก่อนไปจิบชายามบ่าย KTC มีโปรโมชั่นมาแนะนำ
หากคุณกำลังมองหาวิธีพักผ่อนในยามบ่ายแบบมีสไตล์ Afternoon Tea ในกรุงเทพฯ คือคำตอบที่ลงตัวที่สุด ไม่ว่าจะเป็นบรรยากาศหรู วิวสวย ขนมละมุน และชาเบลนด์พิเศษที่คัดสรรมาอย่างดี บรรดาโรงแรมและคาเฟ่ชื่อดังต่างก็จัดชุดน้ำชายามบ่ายให้เป็นมากกว่ามื้อของว่าง แต่เป็นประสบการณ์สุดประทับใจ โดยเฉพาะเมื่อคุณรู้เคล็ดลับการเลือกสถานที่และถ่ายรูปให้ออกมาสวยทุกมุม ที่สำคัญ อย่าลืม สมัครบัตรเครดิต KTC เพื่อรับสิทธิพิเศษเมื่อใช้จ่ายที่ร้านอาหารหรือโรงแรมที่ร่วมรายการ ไม่ว่าจะเป็นส่วนลดสุดคุ้ม เครดิตเงินคืน หรือโปรโมชั่นสุดเอ็กซ์คลูซีฟที่ให้ช่วงเวลายามบ่ายของคุณพิเศษยิ่งขึ้น
ใช้จ่ายคุ้มค่า นึกถึงบัตรเครดิต KTC










