อาหารญี่ปุ่นยังคงเป็นหนึ่งในของกินยอดฮิตของคนกรุงเทพฯ มาอย่างต่อเนื่อง และในปี 2026 กระแสก็ยังแรงไม่มีตก ไม่ว่าจะเป็นร้านโอมากาเสะ ราเมง ซูชิ หรืออิซากายะ ต่างก็มีร้านใหม่เปิดขึ้นตลอด พร้อมเมนูและไอเดียใหม่ ๆ ที่ทำให้สายกินยังตื่นเต้นได้เสมอ และด้วยความที่มีร้านใหม่ ๆ เกิดขึ้นมากมายนี่เอง ทำให้หลายคนไม่ได้มองแค่หน้าตาอาหารหรือความชื่อเสียงของร้าน แต่มองลึกไปถึงความคุ้มค่า ไม่ว่าจะเป็นคุณภาพวัตถุดิบ รสชาติ บรรยากาศ และราคาที่สมเหตุสมผล กินแล้วรู้สึกว่าเงินที่จ่ายไปไม่เสียเปล่า ใครที่กำลังหาร้านอาหารญี่ปุ่นในกรุงเทพฯ ที่อร่อยจริง บรรยากาศดี และคุ้มค่ากับทุกมื้อ ลิสต์ 30 ร้านอาหารญี่ปุ่นต่อจากนี้อาจกลายเป็นร้านโปรดใหม่ของคุณก็ได้
แนะนำ 20 ร้านอาหารญี่ปุ่นกรุงเทพฯ สุดคุ้ม ที่ไม่ควรพลาดในปี 2026
ขอบคุณรูปภาพจาก Gyukatsu Kyoto Katsugyu
1. Gyukatsu Kyoto Katsugyu
Gyukatsu ร้านเนื้อชุบเกล็ดขนมปังทอดสไตล์ญี่ปุ่นระดับตำนานจากเกียวโต โดดเด่นด้วยการทอดอย่างพิถีพิถันจนเกล็ดขนมปังกรอบสีทองสวย ขณะที่เนื้อด้านในยังคงนุ่มฉ่ำกำลังดี ความพิเศษคือทางร้านมีเตาเล็ก ๆ ให้ลูกค้าได้จี่เนื้อเพิ่มเอง เพื่อเลือกระดับความสุกได้ตามชอบ ทำให้แต่ละคำได้ทั้งความหอมของเนื้อและความร้อนสดใหม่แบบพอดี ๆ
- เมนูแนะนำ: กิวคัตสึคุโรฮานะวากิว A5
- ราคาต่อคน: 400–1,600 บาท
- เบอร์โทรศัพท์: 0655174825 (ICONSIAM)
- ที่ตั้ง: สยามเซ็นเตอร์ ชั้น 2 , เอ็มควอเทียร์ ชั้น 6 (Helix Sky Dining) และไอคอนสยาม ชั้น 6
ขอบคุณรูปภาพจาก Shushi den
2.ซูชิ เด็น
เป็นร้านอาหารญี่ปุ่นที่เด่นเรื่องซูชิและซาชิมิวัตถุดิบสด มีเมนูให้เลือกค่อนข้างหลากหลายตั้งแต่ปลาโอโทโร่ ฮามาจิ ไปจนถึงโรลและดงบุริ บรรยากาศร้านสไตล์ญี่ปุ่นร่วมสมัย นั่งสบาย เหมาะทั้งมื้อจริงจังและแวะกินระหว่างช้อปในห้างสรรพสินค้า เพราะโลเคชั่นของร้านมักตั้งอยู่ในห้างใจกลางเมือง เดินทางสะดวก
- เมนูแนะนำ: แซลมอนซาชิมิ
- ราคาต่อคน: 200-400 บาท
- เบอร์โทรศัพท์: 0618826746
- ที่ตั้ง: มีหลายสาขาในกรุงเทพฯ
o เซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 7
o ICONSIAM): ชั้น 6
o Mega Bangna: ชั้น 2
o เทอร์มินอล 21 ชั้น LG
o สีลมคอมเพล็กซ์ ชั้น 4
o เซ็นทรัล เฟสติวัล อีสต์วิลล์ ชั้น 2
o เซ็นทรัลพลาซา พระราม 9 ชั้น 7
o เซ็นทรัลพลาซา พระราม 2 ชั้น 3
ขอบคุณรูปภาพจาก Ramen Kagetsu Arashi
3. Ramen Kagetsu Arashi
ราเมนอันดับต้น ๆ จากญี่ปุ่นที่ขึ้นชื่อเรื่องความเข้มข้นจัดจ้านของน้ำซุปกระดูกหมูสูตรพิเศษที่เคี่ยวพร้อมกระเทียมจนหอมมันโรยด้วยพริกไทยดำเอกลักษณ์เฉพาะตัว เหมาะสำหรับคนที่ชอบรสชาติหนักแน่นแบบต้นตำรับแท้ ๆ โดยไม่ต้องปรุงเพิ่ม
- เมนูแนะนำ: Arashi Genkotsu Ramen
- ราคาต่อคน: 200-400 บาท
- เบอร์โทรศัพท์: 065 504 5630
- ที่ตั้ง เซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 6 และ เทอร์มินอล 21 อโศก ชั้น 5
ขอบคุณรูปภาพจาก Nabezo premium
4. Nabezo Premium
เป็นร้านชาบู–สุกี้ยากี้สไตล์ญี่ปุ่นระดับพรีเมียม เน้นเสิร์ฟเป็นเซ็ตด้วยวัตถุดิบคุณภาพอย่างวากิว คุโรบูตะ และปูทาราบะ น้ำซุปมีให้เลือกทั้งชาบูและสุกี้ยากี้ พร้อมผักสดเติมได้ไม่อั้น
- เมนูแนะนำ: ชุดเนื้อโอมิกิว A5
- ราคาต่อคน: 1,000+ บาท
- เบอร์โทรศัพท์: 0986693174 (พารากอน)
- ที่ตั้ง: สาขาเซ็นทรัล เอ็มบาสซี ชั้น 5, สาขาเกษรวิลเลจ ชั้น 3 และสาขาสยามพารากอน ชั้น G
ขอบคุณรูปภาพจาก Shabu & Co.
5.ชาบูแอนด์โค
ร้านชาบูพรีเมียมสไตล์โมเดิร์นที่ยกระดับการกินชาบูให้พิเศษกว่าเดิม โดดเด่นด้วยการคัดสรรวัตถุดิบคุณภาพเยี่ยม โดยเฉพาะเนื้อวัวลายหินอ่อนนุ่มละลายในปาก และหมูคุโรบุตะเกรดพรีเมียม ทานคู่กับน้ำซุปสูตรเข้มข้นที่มีให้เลือกหลากหลาย และน้ำจิ้มรสเด็ดที่เป็นเอกลักษณ์
- เมนูแนะนำ: เซ็ตเนื้อ A5 ซากะกิว
- ราคาต่อคน: 500-1,200 บาท
- เบอร์โทรศัพท์: 0645671966
- ที่ตั้ง: 11 ชั้น 2 ซอยสาทร 12
ขอบคุณรูปภาพจาก teppen
6.เท็ปเป็น
เป็นร้านอาหารญี่ปุ่นสไตล์อิซากายะที่ขึ้นชื่อเรื่องบรรยากาศสนุกและการเสิร์ฟแบบ Food Entertainment ที่เน้นความสนุกสนานและบรรยากาศที่เป็นกันเอง โดดเด่นด้วยวัตถุดิบคุณภาพสูง โดยเฉพาะเมนูข้าวด้ง และอาหารย่าง
- เมนูแนะนำ: ข้าวด้งหน้าซาชิมิรวม
- ราคาต่อคน: 400-1,600 บาท
- เบอร์โทรศัพท์: 02-237-2537 หรือ 063-192-1249 (สาทร), 064-986-5307 (เอกมัย)
- ที่ตั้ง: สาขาสาทร เลขที่ 48 ซอยสาทร8 และ สาขาเอกมัย 14/2 ซอยสุขุมวิท61
ขอบคุณรูปภาพจาก Genki Sushi Thailand
7.เกนกิ ซูชิ
GENKI SUSHI เป็นร้านซูชิสายพานจากญี่ปุ่นที่โดดเด่นด้วยระบบเสิร์ฟอาหารผ่านรถไฟความเร็วสูง ทำให้ได้ฟีลสนุกแบบร้านซูชิสมัยใหม่ มีเมนูอาหารญี่ปุ่นให้เลือกหลากหลายทั้งซูชิ ซาชิมิ ข้าวหน้าต่าง ๆ และของกินเล่นสไตล์ญี่ปุ่น
- เมนูแนะนำ: ซูชิแซลมอล
- ราคาต่อคน: 200-400 บาท
- เบอร์โทรศัพท์: 080-058-6214
- ที่ตั้ง: เซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 5
ขอบคุณรูปภาพจาก Honomi Shabu & Omakase | Bangkok
8. โฮโนมิ ชาบู แอนด์ โอมากาเสะ
Honomi Shabu & Omakase เป็นร้านที่จับเอาสองสายอาหารญี่ปุ่นมารวมกันทั้งสุกี้ยากี้ชาบูพรีเมียมสไตล์คันไซและโอมากาเสะแบบไฟน์ไดนิ่ง ร้านให้ความสำคัญเรื่องวัตถุดิบ โดยเฉพาะเนื้อและอาหารทะเลนำเข้าที่จัดเสิร์ฟแบบประณีตมากกว่าร้านชาบูทั่วไป
- เมนูแนะนำ: เนื้อวานิวพรีเมียม
- ราคาต่อคน: 600-1,600 บาท
- เบอร์โทรศัพท์: 0638527525
- ที่ตั้ง: he Nine Center Rama 9 ชั้น 2
ขอบคุณรูปภาพจาก Akimitsu Tendon Thailand
9.อะคิมิสึ เทนด้ง
Akimitsu Tendon เป็นร้านข้าวหน้าเทมปุระระดับตำนานจากย่านอาซากุสะ โตเกียวที่ขึ้นเรื่องแป้งเทมปุระบางกรอบและซอสสูตรเข้มข้นสไตล์เอโดะ จุดเด่นของร้านคือการเสิร์ฟข้าวหน้าเทมปุระแบบชามใหญ่ เครื่องแน่น ให้ฟีลอาหารญี่ปุ่นดั้งเดิม
- เมนูแนะนำ: Ebi Tempura
- ราคาต่อคน: 400-600 บาท
- เบอร์โทรศัพท์: 0649719555
- ที่ตั้ง: เซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 3
ขอบคุณรูปภาพจาก Tajimaya
10. Tajimaya thailand
เป็นร้านยากินิกุและชาบูที่ต่อยอดมาจากแบรนด์เนื้อวากิวเก่าแก่จากเมืองโกเบ ซึ่งถือเป็นอันดับต้น ๆ ของประเทศญี่ปุ่น ทำให้ร้านนี้โดดเด่นในรื่องคุณภาพของเนื้อวัวที่แน่นและหอมเป็นเอกลักษณ์ รวมถึงความหลากหลายของเนื้อเพราะเป็นผู้จำหน่ายเอง
- เมนูแนะนำ: เนื้อ Hitachi Wagyu A4
- ราคาต่อคน: 600-1,800 บาท
- เบอร์โทรศัพท์: 022522565
- ที่ตั้ง: Tajimaya Shabu สาขาสยามสแควร์ ชั้น 5, Tajimaya Shabu สาขาเซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 6 และ Tajimaya Yakiniku สาขาเซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 7
ขอบคุณรูปภาพจาก Tsuta Thailand
11.ซึตะราเมง
Tsuta Ramen คือร้านราเมนชื่อดังจากโตเกียวที่เคยสร้างประวัติศาสตร์เป็นร้านราเมนร้านแรกของโลกที่ได้ดาวมิชลิน จุดเด่นของร้านอยู่ที่การผสมผสานเทคนิคอาหารไฟน์ไดนิ่งเข้ากับราเมนญี่ปุ่นแบบดั้งเดิม
- เมนูแนะนำ: Tsuta Signature Shoyu Soba
- ราคาต่อคน: 400-600 บาท
- เบอร์โทรศัพท์: 0645872254
- ที่ตั้ง: เซ็นทรัลเวิร์ด ชั้น 3
ขอบคุณรูปภาพจาก kurofune unagi
12. อูนาจิ คุโรฟูเนะ
Unagi Kurofune เป็นร้านข้าวหน้าปลาไหลที่มีหลายสาขาในประเทศญี่ปุ่น ปลาไหลด้วยไฟตรงจนหนังกรอบและมีกลิ่นหอมชัดกว่าสไตล์ทั่วไป แต่เนื้อในยังชุ่มฉ่ำไม่แห้งกระด้าง เสิร์ฟมาแบบล้นชามคู่กับข้าวญี่ปุ่นเม็ดสวยและซอสรสเข้มข้น
- เมนูแนะนำ: Unaju Tokujo
- ราคาต่อคน: 800-1,400 บาท
- เบอร์โทรศัพท์: 0611347789
- ที่ตั้ง: 24 ชั้น 1 ซอยสุขุมวิท 31
ขอบคุณรูปภาพจาก 5 yen izakaya
13. 5 เยน อิซากายะ
เป็นร้านอิซากายะที่โดดเด่นด้วยเมนูไก่ทอดโออิตะจับคู่กับเบียร์สไตล์ญี่ปุ่นได้อย่างลงตัว แต่ภายในร้านยังมีเมนูให้เลือกอีกหลากหลาย ทั้งเมนูย่างและข้าวหน้าต่าง ๆ ตัวร้านเปิดให้บริการช่วงเย็น ถ่ายทอดบรรยากาศการสังสรรค์แบบ Nomikai หรือวัฒนธรรมการดื่มกินหลังเลิกงานของญี่ปุ่น เหมาะสำหรับการนัดเพื่อนหรือมานั่งชิลหลังเลิกงาน
- เมนูแนะนำ: 5 Yen Tebasaki รสชาติเปลี่ยนทุกเดือน
- ราคาต่อคน: 600-800 บาท
- เบอร์โทรศัพท์: 0941305445
- ที่ตั้ง: 593 2 ชั้น 2 ถนนสุขุมวิท
ขอบคุณรูปภาพจาก Seiniku-ten
14.เซนิกุเทน
เป็นร้านบุฟเฟต์ปิ้งย่างยากินิกุสไตล์โอซาก้าที่เปิดให้บริการมานาน มีจุดเด่นที่การใช้เตาถ่านและวัตถุดิบคุณภาพดี ทั้งเนื้อวัวนำเข้า ซีฟู้ด และอาหารญี่ปุ่น ที่นอกจากจะคุณภาพดีแล้วยังบรรยากาศดีอีกด้วย
- เมนูแนะนำ: เนื้อฮารามิ
- ราคาต่อคน: 600-1,200 บาท
- เบอร์โทรศัพท์: 0819256663 (เอกมัย), 0899882345 (อารีย์)
- ที่ตั้ง: สาขาเอกมัย ซอย 6, สาขาอารีย์ พหลโยธิน 7
ขอบคุณรูปภาพจาก SATO NO UDON - Thailand
15. ซาโตะ โนะ อุด้ง
เป็นร้านอุด้งที่มีชื่อเสียงโด่งดังมาจากเมืองฟูจิซาวะ จังหวัดคานางาวะ ประเทศญี่ปุ่น เส้นอุด้งของที่นี่เป็นเส้นโฮมเมด ทำสดวันต่อวัน ขึ้นชื่อเรื่องความเหนียวนุ่ม มีให้เลือกทั้งแบบร้อนในน้ำซุปดาชิรสกลมกล่อม หรือแบบเย็นที่ทานแล้วสดชื่น น้ำซุปรสชาติเป็นเอกลักษณ์เฉพาะ
- เมนูแนะนำ: อุด้งร้อนเทมปุระ
- ราคาต่อคน: 200-400 บาท
- เบอร์โทรศัพท์: 026585890 (The Mercury Ville), 022598790 (Emporium)
- ที่ตั้ง: The Mercury Ville ชั้น 3, Emporium ชั้น 4
ขอบคุณรูปภาพจาก Serina Japanese Teppanyaki
16. เซรีน่า เทปันยากิ
Serina Japanese Teppanyaki ร้านอาหารญี่ปุ่นสไตล์เทปันยากิสุดคลาสสิคที่เปิดมานาน โดยเทปันยากิเป็นการทำอาหารญี่ปุ่นที่ปรุงบนกระทะเหล็กแบน ที่ร้อนจัด โดยเชฟจะผัด ย่าง หรือทอดอาหารต่อหน้าลูกค้าแล้วเสิร์ฟแบบร้อน ๆ เพื่อให้ความอร่อย
- เมนูแนะนำ: เซ็ตอาหารกลางวัน เนื้อเทนเดอร์ลอยน์
- ราคาต่อคน: 2,000+ บาท
- เบอร์โทรศัพท์: 02 2338988
- ที่ตั้ง: ซอยสุริยวงศ์ 1
ขอบคุณรูปภาพจาก Shugetsu ramen
17. ชูเก็ทสึ ราเมน
ชูเก็ทสึ ราเมน ร้านดังจากมัตสึยาม่าที่มีสาขาครอบคลุมทั้งญี่ปุ่นและต่างประเทศ จุดเด่นที่ไม่เหมือนใครคือการเลือกใช้ซอสถั่วเหลืองบ่มพิเศษจากเอฮิเมะ เสิร์ฟคู่กับเส้นราเมงทำสดใหม่ทุกวัน เพิ่มมิติของรสชาติด้วยการย่างเตาถ่านแบบดั้งเดิม การันตีคุณภาพด้วยรางวัล Michelin Guide 10 ปีซ้อน
- เมนูแนะนำ: สึเคเมน, อาบุระโซบะ
- ราคาต่อคน: 300-500 บาท
- เบอร์โทรศัพท์: 0971155157
- ที่ตั้ง: The 49 Terrace ซ.สุขุมวิท 49
ขอบคุณรูปภาพจาก Sushi Kiraku
18. ซูชิ คิราคุ
Sushi Kiraku เป็นร้านซูชิบาร์กึ่งอิซากายะที่ให้บรรยากาศแบบญี่ปุ่นดั้งเดิม โดดเด่นด้วยซาชิมิและซูชิปั้นสดฝีมือเชฟชาวญี่ปุ่น ใช้วัตถุดิบสดใหม่คุณภาพดี นอกจากนี้ยังมีเมนูสไตล์อิซากายะให้เลือกอีกหลากหลาย เหมาะทั้งสำหรับมานั่งกินจริงจังหรือแวะสังสรรค์หลังเลิกงาน
- เมนูแนะนำ: แก้มปลามากุโระ, ซูชิเซ็ตมากิ
- ราคาต่อคน: 600-1,400 บาท
- เบอร์โทรศัพท์: 020619415
- ที่ตั้ง: 24/5 ซ.สุขุมวิท 23
ขอบคุณรูปภาพจาก YAWA Modern Japanese Cuisine
19. ยาวะ โมเดิร์น เจแปนนีส คูซีน
YAWA Modern Japanese Cuisine ร้านอาหารญี่ปุ่นสไตล์โมเดิร์น โดดเด่นด้วยวัตถุดิบพรีเมียมนำเข้าและเมนูหลากหลายทั้งซูชิ ซาชิมิ เทมปุระ ราเมง ไปจนถึงสเต๊กและข้าวหน้าต่าง ๆ รังสรรค์โดยเชฟมากประสบการณ์กว่า 10 ปี ภายในร้านอบอุ่นสไตล์โฮมมี่ พร้อมเคาน์เตอร์บาร์สำหรับชมการปรุงอาหารแบบใกล้ชิด
- เมนูแนะนำ: มันปูทาราบะย่าง
- ราคาต่อคน: 200-1,200 บาท
- เบอร์โทรศัพท์: 0881098000
- ที่ตั้ง: ซอยรามคำแหง 24 แยก 20
ขอบคุณรูปภาพจาก Izumidai
20. อิซุมิได
อิซุมิได ร้านอาหารญี่ปุ่นที่มาพร้อมกับความสดความอร่อย วัตถุดิบคัดคุณภาพเกรดพรีเมี่ยม ส่งตรงจากญี่ปุ่น บรรยากาศและการตกแต่งร้านก็เหมือนยกจากญี่ปุ่นมาไว้ที่ไทยเลยทีเดียว บรรยากาศร้านอบอุ่นเป็นกันเอง เหมาะสำหรับสายซูชิและคนรักอาหารญี่ปุ่นที่มองหารสชาติอร่อย ๆ
- เมนูแนะนำ: เซ็ตรวมซาชิมิ 6 อย่าง, เนื้อวากิวย่างใบโฮบะ
- ราคาต่อคน: 400-800 บาท
- เบอร์โทรศัพท์: 021171786
- ที่ตั้ง: สาขา โครงการ The Alley รามอินทรา
ความสนุกของการกินอาหารญี่ปุ่นไม่ได้อยู่แค่ที่จานอาหาร แต่อยู่ที่การได้รับประสบการณ์ที่ "คุ้มค่า" ในทุกมิติ และสำหรับคนที่ชื่นชอบร้านอาหารญี่ปุ่นเป็นประจำ การเลือกชำระด้วยบัตรเครดิตที่มีสิทธิพิเศษสำหรับร้านอาหารญี่ปุ่นโดยเฉพาะ อาจทำให้มื้อโปรดของคุณ "ให้มากกว่าที่คิด" ไม่ว่าจะเป็นคะแนนสะสม สิทธิลุ้นรับรางวัลต่าง ๆ ที่ใช้แล้วรู้สึกได้ทันทีว่าทุกมื้อที่จ่ายไปมันมีความหมายมากกว่าแค่อิ่มท้อง
เข้าร้านญี่ปุ่นให้ได้มากที่สุด ด้วยเทคนิคที่คนส่วนใหญ่ไม่รู้
1.เลี่ยงช่วง Peak ด้วยการเลือกเวลาให้ถูก ร้านอาหารญี่ปุ่นส่วนใหญ่จะแน่นที่สุดในช่วง 12.00–13.30 น. และ 18.30–20.00 น. หากเข้าก่อนหรือหลังช่วงนี้เพียง 30–45 นาที โอกาสที่จะได้โต๊ะทันทีสูงมากโดยไม่ต้องรอคิว
2. จองล่วงหน้าผ่านแอปฯ ได้ส่วนลดและสิทธิพิเศษ หลายร้านในปัจจุบันเปิดให้จองผ่านแอปฯ เพราะมักมีส่วนลดพิเศษหรือโปรโมชั่น Early Bird สำหรับผู้จองล่วงหน้า บางร้านให้ส่วนลดสูงถึง 50% ในช่วง Off-peak
3.อ่านรีวิวก่อนเลือก ดูให้ถูกจุด ก่อนตัดสินใจเข้าร้าน ลองเช็กรีวิวใน Google Maps หรือ Wongnai โดยกรองเฉพาะรีวิวที่พูดถึง "คุณภาพต่อราคา" หรือ "ความสดของวัตถุดิบ" จะได้ภาพที่ตรงกว่าดูแค่คะแนนดาวอย่างเดียว
4.เลือกบัตรชำระให้ตรงกับร้านที่ไป บางร้านมีสิทธิพิเศษเฉพาะกับบัตรเครดิตบางประเภท ก่อนไปลองเช็กว่าร้านที่เลือกมีโปรโมชั่นบัตรอะไรอยู่บ้าง จะได้ไม่พลาดส่วนลดหรือสิทธิสะสมคะแนนที่ควรได้รับ
ร้านอาหารญี่ปุ่นในวันนี้ไม่ได้มีดีแค่เรื่องรสชาติ แต่ยังเต็มไปด้วยรายละเอียดเล็ก ๆ ที่ทำให้แต่ละมื้อมีความหมายมากขึ้น ทั้งบรรยากาศ การบริการ ไปจนถึงความตั้งใจในทุกจาน สิ่งนั้นร้านอาหารญี่ปุ่นมักมีเสน่ห์บางอย่างที่ทำให้เราอยากกลับไปซ้ำเสมอ และถ้ามื้ออร่อยเหล่านั้นยังมาพร้อมสิทธิประโยชน์หรือความคุ้มค่าที่ช่วยให้กินได้สบายใจขึ้น ก็ยิ่งทำให้การออกไปกินแต่ละครั้งเป็นความสุขที่ครบกว่าเดิม สำหรับสมาชิกบัตรเครดิต KTC อย่าลืมใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตเพื่อรับสิทธิพิเศษมากมาย ไม่ว่าจะเป็นส่วนลด หรือแลกคะแนนรับเครดิตเงินขึ้น รวมถึงของรางวัลต่าง ๆ เพื่อให้การใช้จ่ายของคุณคุ้มค่ายิ่งขึ้น ใครสนใจแต่ยังไม่มีสามารถสมัครบัตรเครดิต KTC ผ่านช่องทางออนไลน์ได้ตลอด 24 ชั่วโมง นอกจากโปรโมชั่นตลอดปีแล้วยังมีคะแนน KTC FOREVER ให้ได้สะสมเพื่อใช้แลกรับเป็นเครดิตเงินคืนหรือส่วนลดได้แบบไม่จำกัดอีกด้วย
ใช้จ่าย คุ้มค่า นึกถึงบัตรเครดิต KTC





















