กระแสเกาหลีอยู่กับคนไทยมานานเกือบยี่สิบปี ไม่ว่าจะเป็นซีรีส์ เพลง หรือวัฒนธรรมด้านต่าง ๆ ที่ยังคงได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง เช่นเดียวกับอาหารเกาหลีที่ครองใจคนไทยมาโดยตลอด ด้วยรสชาติที่ถูกปาก เมนูที่หลากหลาย และเอกลักษณ์การกินที่แตกต่าง ไม่ว่าจะเป็นการย่างเนื้อบนเตา เครื่องเคียงที่เสิร์ฟมาเต็มโต๊ะ หรือบรรยากาศร้านที่ชวนให้นึกถึงการนั่งกินอยู่ในกรุงโซล
แน่นอนว่าร้านอาหารเกาหลีแต่ละแห่งก็มีเสน่ห์แตกต่างกันไป ทั้งร้านปิ้งย่างต้นตำรับ ร้านไก่ทอดชื่อดัง ร้านอาหารโฮมเมด สำหรับใครที่กำลังมองหาร้านอาหารเกาหลีรสชาติดี บรรยากาศน่านั่ง และให้ฟีลเหมือนได้บินไปเช็กอินที่เกาหลี KTC ได้รวบรวมพิกัดร้านน่าสนใจมาไว้ให้แล้วในบทความนี้
รวม 10 ร้านอาหารเกาหลีในไทย 2026 ร้านไหนน่าโดนบ้าง
ขอบคุณภาพจากร้าน Munjom.A
1. MunJom.A Thailand (มันจอมเอ)
ร้านปิ้งย่างเกาหลีที่มีทั้งปิ้งย่างและเมนูอาหารเกาหลีอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นกุ้งดองเกาหลีหรือซุปกิมจิ รสชาติตามแบบฉบับเกาหลีแท้ ๆ แต่ที่โดดเด่นที่สุดคือการใช้เนื้อสัตว์คุณภาพสูง โดยมีกรรมวิธีการบ่มเนื้อด้วยน้ำ เพื่อความนุ่มและรสชาติที่เข้มข้น พร้อมบริการย่างจากพนักงานที่โต๊ะ ทำให้ได้กินหมูย่างที่สุกพอดีโดยไม่ต้องย่างเอง
- เมนูที่ควรสั่ง: หมูสามชั้นซัมกยอบซัลห่มชีส
- ราคาต่อคน: 400-1,200 บาท
- พิกัด: https://maps.app.goo.gl/xZaNWr3e6C7zxp8H8
ขอบคุณภาพจากร้าน Salang korean BBQ
2. Salang korean BBQ (ซาลัง)
ร้านบุฟเฟต์ปิ้งย่างเกาหลีใกล้ BTS พญาไท เดินทางสะดวกแถมราคาไม่แรง ร้านเปิดมาอย่างยาวนานทำให้การันตีความอร่อยและคุณภาพที่บอกเล่ากันปากต่อปากมานานหลายปี เนื้อหมักรสชาติเข้มข้นทานคู่กับเครื่องเคียงเกาหลีที่เติมไม่อั้น หรือถ้าใครอยากกินอาหารเกาหลีเมนูอื่นก็สามารถสั่งได้ เพราะที่ร้านมีทั้งไก่ทอด รามยอน หม้อไฟ อีกด้วย
เมนูที่ควรสั่ง: หมูสันคอหมัก, บิบิมบับ(ข้าวยำเกาหลี)
ราคาต่อคน: 200-400 บาท
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/BAnnGfLhXtVmue5X9
ขอบคุณรูปภาพจาก SSamthing Together
3. SSamthing Together
SSamthing Together ร้านปิ้งย่างเกาหลีต้นตำรับแท้ ๆ ทางร้านใช้เนื้อคุณภาพดี มีเมนูให้เลือกมากกว่า 50 รายการ ครอบคลุมทั้งอาหารเกาหลีต้นตำรับและเมนูฟิวชันสไตล์เกาหลี นอกจากนี้ยังมีคนคอยย่างเนื้อเพื่อให้คุณลิ้มรสเนื้อย่างในระดับที่ดีที่สุด พร้อมเสิร์ฟผักสดและใบงาคุณภาพจากฟาร์มออร์แกนิก
- เมนูที่ควรสั่ง: หมูสามชั้นเกลือหิมาลายัน, แซลมอนดองซีอิ๊วเกาหลี
- ราคาต่อคน: 400-1,200 บาท
- พิกัด:สาขา
o SSamthing Together สาขาเมกาบางนา
o SSamthing Together สาขาเซ็นทรัลเวสต์เกต
o SSamthing Together สาขาสามย่านมิตรทาวน์
o SSamthing Together สาขา เซ็นทรัลพระราม 2
o SSamthing Together สาขา เดอะไนน์ พระราม 9
o SSamthing Together สาขา โรบินสันไลฟ์สไตล์ ราชพฤกษ์ [KP1] [CS2]
ขอบคุณรูปภาพจาก The Bibimbab
4. The Bibimbab (เดอะ บิบิมบับ)
ร้านอาหารเกาหลีแนวร่วมสมัยที่เน้นเมนูอาหารจานเดียวและเซตเมนูยอดนิยม โดดเด่นด้วยบิบิมบับหรือข้าวยำเกาหลีหลากหลายหน้าที่เสิร์ฟในหม้อหินร้อนให้คงความอุ่นและหอมกรุ่น มีจุดเด่นอยู่ที่วัตถุดิบคุณภาพดี รสชาติกลมกล่อมเข้าถึงง่าย และเครื่องเคียงที่จัดเตรียมมาอย่างลงตัว
- เมนูที่ควรสั่ง: ชอนทง บิบิมบับ(ข้าวยำเกาหลีแบบดั้งเดิม)
- ราคาต่อคน: 200 – 600 บาท
- พิกัด: สาขา
o The Bibimbab สาขา สุขุมวิท 24
o The Bibimbab สาขา สยามพารากอน
o The Bibimbab สาขา The EmQuartier
o The Bibimbab สาขา เดอะมอลล์งามวงศ์วาน
o The Bibimbab สาขา เซ็นทรัลพระราม 9
o The Bibimbab สาขา One Bangkok
ขอบคุณรูปภาพจาก Dookki Topokki Thailand
5.ดุ๊กกี้ ต๊อกบกกี
ดุ๊กกี้ ต๊อกบกกี บุฟเฟต์ต๊อกบกกีแบบหม้อไฟที่โดดเด่นด้วยแป้งต๊อกหลากหลายรูปแบบให้เลือกได้ตามชอบ ไม่ว่าจะเป็นเส้นต๊อกฟักทอง, ต๊อกมันเทศ, ต๊อกชีส เป็นต้น มาพร้อมผัก เนื้อสัตว์ และลูกชิ้นตักได้ไม่อั้น รวมถึงซอสสูตรต่าง ๆ ที่สามารถผสมเองได้ตามสไตล์ของตัวเอง แถมยังมีเมนูทานเล่นแบบเกาหลีให้เลือกอิ่มจุใจในมื้อเดียว
- เมนูที่ควรสั่ง: เส้นต๊อกแบบต่าง ๆ , โรเซ่ซอส
- ราคาต่อคน: 329 บาท
- พิกัด: สาขา
o ดุ๊กกี้ ต๊อกบกกี สาขาเอสพลานาด รัชดา
o ดุ๊กกี้ ต๊อกบกกี สาขาซีคอนบางแค
o ดุ๊กกี้ ต๊อกบกกี สาขายูเนี่ยนมอลล์
o ดุ๊กกี้ ต๊อกบกกี สาขาเซ็นทรัลเวสต์เกต
o ดุ๊กกี้ ต๊อกบกกี สาขาซีคอนสแควร์ ศรีนครินทร์
o ดุ๊กกี้ ต๊อกบกกี สาขาเซ็นทรัลปิ่นเกล้า
o ดุ๊กกี้ ต๊อกบกกี สาขาฟิวเจอร์ปาร์ค รังสิต
o ดุ๊กกี้ ต๊อกบกกี สาขาเซ็นทรัลเชียงใหม่
o ดุ๊กกี้ ต๊อกบกกี สาขาสวนสาธารณะทุ่งนาเชย
ขอบคุณรูปภาพจาก KAIKAO
6. KAIKAO ไก่ทอดเกาหลี
ร้านอาหารเกาหลีแนวสตรีทฟู้ดมีเมนูไก่ทอดเกาหลีหลายซอสให้เลือก นอกจากนี้ยังมีอาหารเกาหลีอื่น ๆ เช่น เช่น ซุปกิมจิรสเข้มข้น หรือชินดังดงที่เป็นมาม่าหม้อไฟรสจัดจ้านถูกปากคนไทย นอกจากนี้บรรยากาศในร้านยังเหมือนยกคาเฟ่เกาหลีมาไว้ที่ไทย และบางสาขาก็เป็นเตนท์แดงเหมือนที่เคยเห็นกันในซีรี่ส์ ให้ความรู้สึกเหมือนไปนั่งกินที่เกาหลีแต่ราคาสบายกระเป๋า
- เมนูที่ควรสั่ง: ไก่ทอดเกาหลี, ชินดันดง (มาม่าหม้อไฟเกาหลี)
- ราคาต่อคน: 100-500 บาท
- พิกัด: สาขา
ขอบคุณรูปภาพจาก Choongman Thailand
7. Choongman Chicken (ชุงมันชิกเก้น)
ชุงมันชิกเก้น ไก่ทอดเจ้าดังจากเกาหลี การันตีความอร่อยด้วยสูตรต้นตำรับแท้จากแดนกิมจิ ไก่ทอดกรอบนอกนุ่มใน ราดด้วยซอสสูตรเด็ดอร่อยเต็ม ๆ ทุกคำ เหมาะสำหรับคนที่อยากลิ้มลองไก่ทอดสไตล์เกาหลีแท้ ๆ ที่ไม่ต้องบินไปถึงโซล
- เมนูที่ควรสั่ง: ไก่ทอดซอสสโนว์ ออนเนี่ยน
- ราคาต่อคน: 200-400 บาท
- พิกัด: สาขา
o Choongman Chicken สาขา True Digital Park
o Choongman Chicken สาขา MBK Center
o Choongman Chicken สาขา Seacon Square (ศรีนครินทร์)
o Choongman Chicken สาขา At Ekkamai
o Choongman Chicken สาขาฟิวเจอร์ปาร์ค รังสิต
ขอบคุณรูปภาพจาก GUGU Chicken
8. GUGU Chicken
ไก่ทอดเกาหลีร้านดังที่มีสาขาอยู่มากมาย ทอดกรอบนอกนุ่มฉ่ำใน พร้อมซอสให้เลือกหลากหลายสไตล์เกาหลีแท้ ๆ และที่พลาดไม่ได้คือ ต๊อกทอดหนึบ ๆ กินเข้ากันอย่างดี แต่นอกจากนี้ที่ร้านก็ยังมีเมนูอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นต๊อกบกกี ข้าวผัดกิมจิและรามยอน
- เมนูที่ควรสั่ง: ไก่ทอดซอสเดอแมอุน, ต๊อกบกกีโรเซ่ซอส
- ราคาต่อคน: 200-500 บาท
- พิกัด: สาขา
o GUGU Chicken สาขา สามย่านมิตรทาวน์
o GUGU Chicken สาขา Silom Edge
o GUGU Chicken สาขา เซ็นจูรี่ เดอะมูฟวี่พลาซ่า อนุสาวรีย์ชัยฯ
o GUGU Chicken สาขา ซ.จันทร์ 18/7
o GUGU Chicken สาขา รัชดาภิเษก ซอย 3
o GUGU Chicken สาขา ลาดพร้าว 101
o GUGU Chicken สาขา สุขุมวิท 101/1
o GUGU Chicken สาขา ประชาอุทิศ 30/1
o GUGU Chicken สาขา มีนบุรี ศูนย์การค้า Market Parade
o GUGU Chicken สาขา แยกเกษตร ถนนงามวงศ์วาน
o GUGU Chicken สาขา ศรีนครินทร์ 40
o GUGU Chicken สาขา เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ ท่าพระ
o GUGU Chicken สาขา ประชาอุทิศ
o GUGU Chicken สาขา บีไฮฟ์ ไลฟ์สไตล์มอลล์ เมืองทองธานี
o GUGU Chicken สาขา Future Park Rangsit
o GUGU Chicken สาขา TUH Park ธรรมศาสตร์ รังสิต
o GUGU Chicken สาขา รังสิตภิรมย์
o GUGU Chicken สาขา โรบินสัน สมุทรปราการ
o GUGU Chicken สาขา อิมพีเรียลเวิลด์ สำโรง
o GUGU Chicken สาขา Central Westgate
o GUGU Chicken สาขา โรบินสัน ไลฟ์สไตล์ ฉะเชิงเทรา
ขอบคุณรูปภาพจาก Solsot Thailand
9. SOLSOT
ร้านข้าวอบเกาหลีชื่อดังจ ข้าวหุงสดใหม่ทีละหม้อด้วยข้าวเกาหลีสายพันธุ์คัดพิเศษ เสิร์ฟร้อน ๆ พร้อมท็อปปิ้งให้เลือกหลากหลายทั้งเนื้อ ปลาไหลย่าง แซลม่อน และซีฟู้ด ความพิเศษของการกินข้าวอบคือเมื่อกินเสร็จ คนเกาหลีมักนิยมเติมน้ำซุปลงหม้อ เรียกว่านูรุงจี เป็นข้าวต้มก้นหม้อแบบเกาหลีแท้ ๆ แถมที่ร้านยังมีกิมจิสดโฮมเมดเติมฟรีไม่อั้น
- เมนูที่ควรสั่ง: ข้าวอบสเต็กเนื้อ
- ราคาต่อคน: 400-600 บาท
- พิกัด: สาขา
o SOLSOT สาขา เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า
o SOLSOT สาขา เซ็นทรัล อีสต์วิลล์
o SOLSOT สาขา เซ็นทรัล ลาดพร้าว
ขอบคุณรูปภาพจาก Cheongdam Korean Restaurant
10. ร้านอาหารเกาหลีชองดัม
ร้านอาหารเกาหลีแท้ ๆ สไตล์โลคอล โดยเชฟคนเกาหลี ครบเครื่องทั้งปิ้งย่าง ทะเลดอง และเมนูกับข้าวโฮมเมดมากมายกว่า 50 เมนู มาพร้อมเครื่องเคียงจัดมาให้เต็มโต๊ะ ให้ฟีลเหมือนได้บินไปกินที่เกาหลี
- เมนูที่ควรสั่ง: ปูดอง
- ราคาต่อคน: 300-600 บาท
- พิกัด: Korea town
ร้านอาหารเกาหลีในไทยมีกี่สไตล์ เลือกแบบไหนดี?
ร้านปิ้งย่างเกาหลีเหมาะกับใคร?
คลาสสิกที่สุดและยังฮิตไม่มีตก เหมาะสำหรับมาเป็นกลุ่ม ไม่ว่าจะเพื่อน ครอบครัว หรือจะมาฉลองอะไรก็ตาม ได้ทั้งความสนุกของการย่างเองบนเตากลางโต๊ะ เนื้อ หมูสามชั้น และเครื่องเคียงรายล้อม บรรยากาศแบบนี้แหละที่ให้ฟีลเหมือนนั่งอยู่ในย่านฮงแดตอนกลางคืน
ร้านหม้อไฟเกาหลีเหมาะกับมื้อแบบไหน?
เหมาะกับวันที่อยากกินอะไรร้อน ๆ อิ่ม ๆ ไม่ว่าจะเป็นบูเดจิเก จิมดัก ต๊อกบกกีหม้อไฟ หรือชาบูสไตล์เกาหลี รสจัดจ้าน กินแล้วอุ่นท้อง เหมาะกับมื้อที่อยากนั่งกินยาว ๆ ไม่รีบ
ร้านไก่ทอดเกาหลีเหมาะกับสายไหน?
สายชิล สายดูซีรีส์ อยากหาอะไรกินระหว่างดูหนัง หรืออยากออกไปสังสรรค์เบา ๆ หลังเลิกงาน ร้านไก่ทอดเกาหลีตอบโจทย์หมด ไม่ว่าจะซอสเผ็ดหวาน กระเทียม หรือชีส กินง่าย อร่อย ไม่ต้องคิดเยอะ
ร้านอาหารเกาหลีโฮมเมดเหมาะกับใคร?
สำหรับคนที่อยากได้ฟีลอบอุ่นแบบกินข้าวบ้าน เมนูพวกซุปกิมจิ บิบิมบับ จับแช หรือคิมบับ รสชาติเรียบง่ายแต่กินแล้วรู้สึกอิ่มใจ ร้านสไตล์นี้มักไม่หวือหวา แต่มักเป็นร้านที่กลับมากินซ้ำบ่อยที่สุด
ร้านเกาหลีพรีเมียมเหมาะกับโอกาสไหน?
เหมาะกับมื้อพิเศษ เดต เลี้ยงรับรอง หรือวันที่อยากให้ตัวเองได้ของดีสักมื้อ วัตถุดิบคุณภาพสูง บริการดี บรรยากาศเป็นส่วนตัว ราคาสูงขึ้นหน่อยแต่คุ้มค่ากับประสบการณ์
ร้านอาหารเกาหลีที่ดีควรมีอะไรบ้าง?
- เมนูหลากหลาย ครอบคลุมทั้งเมนูหลักและเมนูเคียง เพราะคนไทยมีวัฒนธรรมในการแชร์อาหาร ดังนั้นการให้สั่งหลาย ๆ เมนูมากินกับเพื่อน ครอบครัว หรือคนรัก จะเข้าใจไลฟ์สไตล์คนไทยมากกว่าจานใครจานมัน
- เครื่องเคียงที่ครบและเติมได้ เพราะเครื่องเคียงคือหัวใจของมื้ออาหารเกาหลี ช่วยเสริมรสชาติ กินไม่เลี่ยน และเป็นตัวบอกได้เลยว่าร้านนี้ใส่ใจแค่ไหน ปกติเกาหลีจะเสิร์ฟเครื่องเคียงเยอะมาก ดังนั้นยิ่งร้านไหนเครื่องเคียงเยอะก็ยิ่งให้ความรู้สึกเหมือนไปกินที่เกาหลีจริง ๆ
- ซอสและเครื่องปรุงรสชัดเจน จริงอยู่ที่อาหารเกาหลีต้องพยายามปรับให้เข้ากับปากคนไทย แต่ทั้นี้รสชาติต้องออกเกาหลี ไม่ใช่แค่ดัดแปลงจนหายไป ไม่อย่างนั้นก็อาจไม่ได้รู้สึกถึงความเป็นอาหารเกาหลี
- บรรยากาศเข้ากับคอนเซ็ปต์ ร้านปิ้งย่างก็ควรได้ฟีลปิ้งย่าง ร้านโฮมเมดก็ควรรู้สึกอบอุ่น ร้านสตรีทฟู้ดก็ควรตกแต่งให้ได้บรรยายกาศสตรีทฟู้ด จะยิ่งทำให้อินเหมือนไปกินที่เกาหลีมากขึ้น
- ราคาเหมาะกับคุณภาพ หลายคนอาจมองว่ายิ่งถูกยิ่งคุ้ม แต่ความจริงอาหารที่คุ้มไม่จำเป็นต้องถูก เสมอไป แต่ราคาต้องพอดีกับปริมาณและคุณภาพจึงจะเรียกว่าคุ้มที่สุด
- เดินทางสะดวก ใกล้รถไฟฟ้าหรือจอดรถง่าย ก็ช่วยได้มากในการตัดสินใจ เพราะปัจจุบันมีร้านอาหารเกาหลีเยอะ ร้านไหนสะดวกกว่ากันก็มักได้ใจผู้คนมากกว่า
- มีรีวิวจากคนกินจริง รีวิวออร์แกนิกบอกได้มากกว่าคำโฆษณา บางครั้งร้านอาจจ้างอินฟลูเอนเซอร์มาโปรโมท ข้อดีคือเรารู้จักร้าน รู้ว่ามีเมนูอะไรบ้าง แต่ข้อเสียคือไม่รู้ว่าอร่อยจริงไหม แนะนำว่าให้ดูรีวิวจากใน google หรือแอปต่าง ๆ จากลูกค้าจริง
- จองหรือเช็กคิวได้ โดยเฉพาะร้านดังที่คิวยาว จะได้ไม่ต้องเสียเวลารอหน้าร้านนาน ๆ เป็นชั่วโมง
ร้านอาหารเกาหลีฟีล “เหมือนไปกินที่โซล” ดูจากอะไร?
หลายคนบอกว่ากินอาหารเกาหลีในไทยแล้วได้ฟีลเหมือนไปกินที่โซลจริง ๆ แต่ฟีลนั้นมันมาจากอะไรกันแน่? ส่วนใหญ่ไม่ได้มาจากแค่การตกแต่งร้านสวย แต่มาจากทั้งรสชาติ บรรยากาศ และวิธีกินที่รวมกันแล้วให้ความรู้สึกใกล้เคียงเกาหลีมากที่สุด
- ร้านปิ้งย่างที่ควันฉุย เนื้อย่างบนเตาถ่าน พนักงานช่วยตัดให้ บันชานเรียงรายรอบโต๊ะ เปรียบเหมือนย่านฮงแดหรืออิแทวอน
- ร้านหม้อไฟหรืออาหารโฮมเมดที่รสจัดจ้าน อิ่มอุ่น นั่งกินกันแบบสบาย ๆ ให้ฟีลร้านครอบครัวเกาหลีในซอกซอย
- ร้านไก่ทอดที่ได้นั่งชิล ๆ กินกับเบียร์หรือน้ำอัดลม บรรยากาศไม่เป็นทางการ ฟีลมื้อดึกหลังเลิกงานสไตล์ชาวเกาหลี
- ร้านคาเฟ่หรืออาหารเกาหลีมินิมอล ตกแต่งเรียบ แสงนวล เมนูหน้าตาพิถีพิถัน ฟีลย่านคงนัมหรือซองซูที่ชาวเกาหลีรุ่นใหม่นิยม
FAQ: คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับร้านอาหารเกาหลีในไทย
Q: ร้านอาหารเกาหลีในไทยรสชาติเหมือนที่เกาหลีไหม?
ขึ้นอยู่กับร้าน ส่วนมากถ้าเป็นเชฟคนเกาหลีทำก็รสชาติใกล้เคียงเพราะเป็นเจ้าของสูตร แต่บางร้านก็มีการปรับปรุงสูตรให้ถูกปากคนไทยมากขึ้น เช่น ปรับให้เผ็ดขึ้น เพราะพริกเกาหลีไม่ได้เผ็ดเท่าพริกของไทย
Q: ร้านอาหารเกาหลีส่วนใหญ่ในไทยอยู่แถวไหนบ้าง?
แต่เดิมร้านอาหารเกาหลีในกรุงเทพฯ จะกระจุกตัวอยู่แถวสุขุมวิทเป็นหลัก เพราะเป็นย่านที่มีทั้งคนเกาหลีที่เข้ามาทำงานและนักท่องเที่ยว จนกลายเป็น Korea Town ที่รวมร้านอาหารเกาหลีหลายร้านไว้ในที่เดียว แต่ปัจจุบันด้วยความนิยมที่เติบโตขึ้นมาก ร้านอาหารเกาหลีได้กระจายตัวออกไปทั่วกรุงเทพฯ และขยายไปถึงต่างจังหวัดด้วย สำหรับใครที่ไม่รู้จะเริ่มจากตรงไหน ลองเดินดูในห้างสรรพสินค้าใกล้บ้านได้เลย เพราะแทบทุกห้างตอนนี้มีร้านอาหารเกาหลีอยู่แทบทั้งนั้น
Q: กินอาหารเกาหลีคนเดียวได้ไหม หรือต้องมาเป็นกลุ่ม?
ส่วนใหญ่ไม่ได้กำหนด แต่บางร้ายที่เป็นบุฟเฟ่ต์อาจกำหนดจำนวนคนที่มาทานที่ร้านให้มากกว่า 1 คน ทำให้บางร้านต้องปฏิเสธลูกค้าที่มาทานแค่ 1 คน หรือบางร้านก็คิดเงินเพิ่ม แนะนำว่าถ้าไม่แน่ใจให้ลองทักไปสอบถามกับร้านโดยตรงว่าสามารถนั่งทานบุฟเฟ่ต์คนเดียวได้หรือไม่
ใช้บัตรเครดิต KTC กินร้านอาหารเกาหลีให้คุ้มได้อย่างไร?
ถ้าชอบออกไปกินข้าวนอกบ้านบ่อย ๆ หรือนัดเพื่อนกินอาหารเกาหลีเป็นประจำ การใช้บัตรเครดิต KTC ให้เป็นก็ช่วยให้คุ้มขึ้นได้ไม่น้อย ไม่ว่าจะเป็นส่วนลด เครดิตเงินคืน หรือคะแนน KTC FOREVER จากร้านอาหารที่ร่วมรายการ แนะนำให้เช็กโปรโมชันก่อนจองหรือก่อนจ่ายทุกครั้ง เพราะแต่ละโปรจะมีเงื่อนไขยอดขั้นต่ำและระยะเวลาที่ต่างกัน เช็กให้ครบก่อน แล้วมื้ออร่อยจะได้คุ้มค่าสองต่อ
ร้านอาหารเกาหลีในไทยมีหลายสไตล์ เช่น ปิ้งย่างเกาหลี หม้อไฟเกาหลี ไก่ทอดเกาหลี ร้านอาหารเกาหลีโฮมเมด ร้านบุฟเฟต์เกาหลี การเลือกควรดูจากโอกาสในการกิน งบประมาณ จำนวนคน และเมนูที่อยากลอง หากไปกับกลุ่มเพื่อน ปิ้งย่างหรือหม้อไฟจะเหมาะ ส่วนมื้อเดตหรือมื้อพิเศษอาจเลือกร้านบรรยากาศดีหรือพรีเมียม สำหรับสมาชิกบัตรเครดิต KTC อย่าลืมใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตเพื่อรับสิทธิพิเศษมากมาย ไม่ว่าจะเป็นส่วนลด หรือแลกคะแนนรับเครดิตเงินคืน รวมถึงของรางวัลต่าง ๆ เพื่อให้การใช้จ่ายของคุณคุ้มค่ายิ่งขึ้น ใครสนใจแต่ยังไม่มีสามารถสมัครบัตรเครดิต KTC ผ่านช่องทางออนไลน์ได้ตลอด 24 ชั่วโมง นอกจากโปรโมชั่นตลอดปีแล้วยังมีคะแนน KTC FOREVER ให้ได้สะสมเพื่อใช้แลกรับเป็นเครดิตเงินคืนหรือส่วนลดได้แบบไม่จำกัดอีกด้วย
ใช้จ่าย คุ้มค่า นึกถึงบัตรเครดิต KTC











