เชื่อว่าสิ่งที่อยู่ข้างในกระเป๋าโน้ตบุ๊กของทุกคนคงไม่ได้มีโน้ตบุ๊กเพียงอย่างเดียวแน่นอน แต่ยังมีอะแดปเตอร์ เมาส์ สายชาร์จ โทรศัพท์ กระเป๋าสตางค์ เอกสารสำคัญ และอาจรวมถึงขวดน้ำหรือร่มด้วย สำหรับพนักงานออฟฟิศและฟรีแลนซ์ที่ต้องพกพาอุปกรณ์เหล่านี้ทุกวัน กระเป๋าโน้ตบุ๊กจึงไม่ใช่แค่ “พื้นที่เก็บสิ่งของ” แต่เป็นอุปกรณ์สำคัญที่ต้องตอบโจทย์ทั้งการปกป้องเครื่องโน้ตบุ๊ก และความสวยดูดีเข้ากับชุดทำงาน และที่สำคัญที่สุดคือต้องไม่เพิ่มภาระในการเดินทาง
กระเป๋าโน้ตบุ๊กที่เหมาะกับคนทำงานควรมีช่องใส่โน้ตบุ๊กขนาดเท่ากับหรือใหญ่กว่าขนาดของเครื่องโน้ตบุ๊ก ผลิตจากวัสดุกันละอองน้ำ มีแผ่นรองลดแรงกระแทก สายสะพายที่กระจายน้ำหนัก น้ำหนักกระเป๋าเปล่าที่ไม่มากเกินไป ขนาดเหมาะสมกับปริมาณสิ่งของที่พกพา และราคาเอื้อมถึง ไม่ควรตัดสินเลือกจากดีไซน์กระเป๋าเพียงอย่างเดียว และหากคุณกำลังมองหากระเป๋าโน้ตบุ๊กใบใหม่ที่ตอบโจทย์การทำงานจริง ในบทความนี้ KTC จะพาไปเจาะลึกตั้งแต่เกณฑ์เลือกซื้อกระเป๋าโน้ตบุ๊ก การเทียบกับขนาดเครื่อง ความแตกต่างของวัสดุที่ใช้ผลิตและความกันน้ำ ไปจนถึงแนะนำยี่ห้อกระเป๋าโน้ตบุ๊กที่น่าสนใจสำหรับทุกงบประมาณ
กระเป๋าโน้ตบุ๊กสำหรับคนทำงานควรเลือกจากอะไร?
กระเป๋าโน้ตบุ๊กสำหรับคนทำงานควรเลือกจากขนาดช่องใส่เครื่องโน้ตบุ๊ก น้ำหนักกระเป๋าเปล่า การรองรับแรงกระแทก ความสบายของสายสะพาย วัสดุที่ดูแลง่าย และจำนวนช่องเก็บของ และหากต้องเดินทางด้วยรถสาธารณะเป็นประจำควรให้ความสำคัญกับน้ำหนักและซิปปิดกระเป๋า ขณะที่ผู้ที่เดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวหรือจำเป็นต้องขับรถไปพบลูกค้าบ่อยครั้งอาจเลือกกระเป๋าโน้ตบุ๊กที่มีดีไซน์รูปทรงที่มีความสุภาพมากขึ้น
Checklist เลือกซื้อกระเป๋าโน้ตบุ๊กสำหรับคนทำงาน
- ขนาดช่องใส่โน้ตบุ๊ก : ต้องตรงหรือใหญ่กว่าขนาดตัวเครื่องจริง ไม่ใช่แค่ขนาดหน้าจอ
- น้ำหนักกระเป๋าเปล่า : ไม่ควรเกิน 1.2 กิโลกรัมสำหรับการใช้งานทุกวัน
- แผ่นรองลดแรงกระแทก : ช่องใส่โน้ตบุ๊กควรมีการบุนวมหรือแผ่นรองด้านในและด้านก้น
- สายสะพาย : ควรมีการกระจายน้ำหนัก เช่น สายหนา หรือมีบุนวม
- วัสดุ : เลือกตามความต้องการด้านการกันน้ำ ความทนทาน และความเป็นทางการ
- ช่องเก็บของ : มีจำนวนช่องที่เพียงพอสำหรับอะแดปเตอร์ เมาส์ สายชาร์จ และเอกสาร
- ซิป : เลื่อนได้ลื่นไหล และปิดได้แน่นสนิท
- ความเข้ากับชุดทำงาน : สีและทรงที่ดูสุภาพเพียงพอสำหรับการเข้าออฟฟิศหรือพบลูกค้า
- การรับประกัน : มีการรับประกันสินค้าหรือนโยบายคืนสินค้าหรือไม่
เลือกช่องใส่โน้ตบุ๊ก 13, 14, 15.6 หรือ 16 นิ้วอย่างไร?
การเลือกกระเป๋าโน้ตบุ๊กควรเทียบขนาดตัวเครื่องจริงกับขนาดช่องด้านใน ไม่ควรพิจารณาเลือกจากขนาดหน้าจอเท่านั้น เพราะโน้ตบุ๊กที่มีหน้าจอเท่ากันอาจมีขอบและความหนาต่างกัน ช่องใส่โน้ตบุ๊กที่พอดีควรใส่และดึงเครื่องออกได้สะดวก แต่ไม่หลวมจนเครื่องเลื่อนไปมาระหว่างเดินทาง และไม่ควรบีบซิปหรือมุมเครื่อง
ขนาดหน้าจอที่ผู้ผลิตระบุ เช่น 14 นิ้ว หรือ 15.6 นิ้ว เป็นเพียงค่าเส้นทแยงมุมของหน้าจอ ไม่ใช่ขนาดตัวเครื่องทั้งหมด โน้ตบุ๊กสองเครื่องที่หน้าจอขนาดเท่ากันอาจมีขนาดตัวเครื่องแตกต่างกัน เนื่องจากความหนาของขอบจอ และความหนาของตัวเครื่องที่ไม่เหมือนกัน ดังนั้นก่อนซื้อกระเป๋าโน้ตบุ๊กควรตรวจสอบดังนี้
- ความกว้างของตัวเครื่อง (Width)
- ความยาว/ความลึกของตัวเครื่อง (Depth)
- ความหนาของตัวเครื่อง (Thickness)
กระเป๋ากันน้ำกับกันละอองน้ำต่างกันอย่างไร?
กระเป๋าโน้ตบุ๊กที่สามารถ “กันน้ำ” และ “กันละอองน้ำ” มีความแตกต่างกัน ดังนี้
กันละอองน้ำ (Water-resistant) หมายถึง กระเป๋าที่ผลิตจากวัสดุที่เคลือบสารกันน้ำ เช่น DWR (Durable Water Repellent) หรือ PU Coating ทำให้หยดน้ำไหลผ่านและไม่ซึมเข้าเนื้อผ้าทันที สามารถป้องกันละอองน้ำฝนได้เล็กน้อยหรือละอองน้ำที่กระเด็นมา แต่หากโดนฝนตกหนักหรือโดนน้ำนาน ๆ น้ำจะซึมผ่านตามรอยต่อและซิปได้
กันน้ำ (Waterproof) หมายถึง กระเป๋าที่ออกแบบมาให้น้ำไม่สามารถผ่านเข้าได้ แม้จะจุ่มในน้ำหรือโดนฝนหนักติดต่อกันนาน โดยโครงสร้างกระเป๋าจะต้องมีรอยต่อแบบการซีลด้วยความร้อน (Heat-sealed) หรือ การเชื่อมตะเข็บ (Welded seams) และซิปต้องเป็นซิปกันน้ำแบบ TPU Sealed
วัสดุกระเป๋าโน้ตบุ๊กแบบไหนดูสุภาพและดูแลไม่ยาก?
วัสดุของกระเป๋าโน้ตบุ๊กส่งผลโดยตรงต่อน้ำหนักของกระเป๋า ความเป็นทางการ การกันน้ำ และความทนทาน การเลือกวัสดุที่เหมาะสมจึงเป็นการลงทุนที่ให้ความคุ้มค่าในระยะยาว
- ไนลอน (Nylon) : โดยเฉพาะ Ballistic Nylon และ Ripstop Nylon เป็นวัสดุที่น้ำหนักเบา ทนทานต่อการขูดขีด และมักมีการเคลือบกันน้ำ เหมาะกับคนที่เน้นน้ำหนักเบาและการใช้งานหนัก
- โพลีเอสเตอร์ (Polyester) : วัสดุที่ใช้กันแพร่หลายในกลุ่มกระเป๋าราคาประหยัด น้ำหนักเบา แต่ความทนทานต่ำกว่า Nylon และคุณสมบัติกันน้ำอยู่ในระดับปานกลาง
- ผ้าแคนวาส (Canvas) : ให้ลุคสบาย ๆ ไม่เป็นทางการ แต่มีน้ำหนักมากกว่าและซึมซับน้ำได้ หากไม่ได้เคลือบ Wax
- หนังสังเคราะห์ (PU/Vegan Leather) : ให้ลุคที่ดูสุภาพใกล้เคียงหนังแท้ แต่ราคาประหยัดกว่าและดูแลง่าย เหมาะกับคนที่ต้องการความเป็นทางการในงบประหยัด
- หนังแท้ (Genuine Leather) : ให้ความสุภาพและความคงทนสูงสุด แต่มีน้ำหนักมาก ราคาสูง และต้องดูแลเป็นพิเศษ เหมาะกับผู้บริหารหรือคนที่พบลูกค้าบ่อย
กระเป๋าโน้ตบุ๊กมีกี่แบบ และแบบไหนเหมาะกับการทำงานของเรา?
การเลือกรูปแบบกระเป๋าควรพิจารณาจากลักษณะการเดินทาง ปริมาณของที่พก และบริบทการใช้งานในแต่ละวัน
1. กระเป๋าเป้สะพายหลัง (Backpack)
กระเป๋าเป้สะพายหลัง (Backpack) เหมาะกับผู้ที่เดินทางด้วยรถสาธารณะ ฟรีแลนซ์ที่ทำงานหลายสถานที่
- กระจายน้ำหนักได้ดีที่สุด ลดภาระที่ไหล่ด้านเดียว
- จุของได้มาก เหมาะกับคนที่พกอุปกรณ์หลายชิ้น
- มีหลายขนาดและระดับความเป็นทางการ
2. กระเป๋าสะพายพาดไหล่แบบเปิดกว้าง (Tote Bag)
กระเป๋าสะพายพาดไหล่แบบเปิดกว้าง (Tote Bag) เหมาะกับพนักงานออฟฟิศที่พกของไม่มาก เน้นความสวยงาม
- ใส่-หยิบของง่าย ไม่ต้องเปิดซิปหลายชั้น
- ลุคสุภาพ เข้ากับชุดทำงานได้ดี
- กระจายน้ำหนักไม่ได้ดีเท่าเป้ หากของหนัก
3. กระเป๋าสะพายข้าง (Briefcase / Messenger Bag)
กระเป๋าสะพายข้าง (Briefcase / Messenger Bag) เหมาะกับผู้บริหาร พนักงานขาย คนที่ขับรถไปทำงาน
- ทรงสุภาพ เหมาะกับการพบลูกค้า
- หยิบเอกสารและโน้ตบุ๊กได้สะดวก
- สะพายข้างเดียวอาจทำให้ไหล่เมื่อยหากใช้นาน
4. ซองใส่โน้ตบุ๊ก (Laptop Sleeve)
ซองใส่โน้ตบุ๊ก (Laptop Sleeve) เหมาะกับคนที่มีกระเป๋าอยู่แล้วและต้องการเพิ่มการปกป้องเครื่อง
- น้ำหนักเบาที่สุด ปกป้องเครื่องจากการกระแทกและรอยขูด
- ไม่มีช่องสำหรับอะแดปเตอร์หรือของใช้อื่น
- มักใช้ร่วมกับกระเป๋าอีกใบ
โน้ตบุ๊กแนะนำ 15 ยี่ห้อกระเป๋าโน้ตบุ๊กยอดฮิตสำหรับคนทำงาน
การเลือกยี่ห้อกระเป๋าโน้ตบุ๊กไม่ควรตัดสินจากราคาหรือดีไซน์เพียงอย่างเดียว แต่ควรพิจารณาจากการใช้งานจริง งบประมาณ และฟังก์ชันที่ต้องการ KTC ได้รวบรวมแบรนด์กระเป๋าโน้ตบ๊กที่น่าสนใจ แบ่งตามระดับงบประมาณเพื่อให้คุณเลือกได้ตรงกับความต้องการและรูปแบบการทำงานจริง
กระเป๋าโน้ตบุ๊กงบประหยัด (ไม่เกิน 1,000 บาท)
ในงบประหยัด ราคาไม่เกิน 1,000 บาท สิ่งที่ควรให้ความสำคัญ คือ ความแข็งแรงของซิป สายสะพาย และการมีช่องรองรับโน้ตบุ๊กแบบเฉพาะ แม้ราคาจะเข้าถึงได้ง่าย แต่หากเลือกใบที่ตอบโจทย์การใช้งาน ก็สามารถใช้งานได้คุ้มค่าเช่นกัน
1. Xiaomi (MI Casual Backpack)
เหมาะกับนักศึกษาหรือพนักงานใหม่ที่ต้องการกระเป๋าน้ำหนักเบาและราคาประหยัด ใช้วัสดุ Polyester 600D ที่มีน้ำหนักเบาและทนทานในระดับใช้งานทั่วไป ดีไซน์เรียบง่ายแนวมินิมอลที่เข้ากับการแต่งตัวหลากสไตล์ ราคาเริ่มต้นเพียง 270–500 บาท
อย่างไรก็ดี ช่องใส่ของที่มีเพียง 2 ช่อง อาจไม่เพียงพอสำหรับผู้ที่พกของหลายชิ้น และไม่มีช่องกันกระแทกแบบเฉพาะ จึงเหมาะกับผู้ที่พกโน้ตบุ๊กขนาดเล็กและมีของใช้น้อยชิ้น
2. Tigernu
เหมาะกับผู้ที่ต้องการกระเป๋ากันขโมยในราคาประหยัด เป็นแบรนด์จากจีนที่ได้รับความนิยมในไทยจากฟังก์ชัน Anti-theft ที่มีซิปซ่อน วัสดุผ้าช่วยกันละอองน้ำได้ในระดับพื้นฐาน ราคาเริ่มต้นประมาณ 600–900 บาท รองรับโน้ตบุ๊กขนาด 15.6 นิ้ว
ทั้งนี้ ด้วยความที่สายสะพายค่อนข้างบาง และความทนทานของผ้าอาจไม่เท่าแบรนด์ระดับกลาง จึงเหมาะกับการใช้งานในระยะ 1–2 ปีแรกของการทำงาน
3. NaRaYa
เหมาะกับผู้ที่ต้องการกระเป๋าทรงสุภาพ สะพายง่าย จากแบรนด์ไทย NaRaYa เป็นแบรนด์ไทยที่ก่อตั้งเมื่อปี 1989 สินค้าผลิตในประเทศไทย 100% และส่งออกไปยังหลายประเทศทั่วโลก เป็นแบรนด์กระเป๋าที่มีดีไซน์เป็นเอกลักษณ์และดูสุภาพ น้ำหนักเบา ราคาเข้าถึงง่ายเริ่มต้นเพียง 350–1,200 บาท
อย่างไรก็ตาม บางรุ่นอาจไม่มีช่องกันกระแทกสำหรับใส่โน้ตบุ๊ก จึงควรเลือกรุ่นออกแบบเพื่อใส่โน้ตบุ๊กโดยตรง
4. WiWU
เหมาะกับผู้ที่ใช้ MacBook หรือโน้ตบุ๊กรุ่นบางเฉียบที่ต้องการความเรียบหรูและการปกป้องที่ดี ดีไซน์ทันสมัย น้ำหนักเบา มีทั้งแบบ Sleeve (ซองใส่เครื่อง) และ Backpack ใช้ซิป YKK คุณภาพสูงที่ได้รับการยอมรับในอุตสาหกรรมกระเป๋าระดับโลก ราคาประมาณ 790–2,200 บาท
ด้วยความที่ช่องใส่ของเสริมอาจไม่กว้างมากนัก เพราะเน้นการพกพาที่คล่องตัวและปกป้องตัวเครื่องเป็นหลัก จึงเหมาะกับผู้ที่พกของน้อยชิ้นแต่ต้องการความปลอดภัยสูงให้กับเครื่องราคาแพง
5. HP
เหมาะกับพนักงานออฟฟิศที่ต้องการกระเป๋าที่คุ้มค่า ทนทาน โครงสร้างกระเป๋าแข็งแรง มีช่องแยกเก็บของเป็นสัดส่วน สำหรับในรุ่นประหยัด ราคาจะเริ่มต้นที่ 400–900 บาท แม้ดีไซน์จะเน้นการใช้งานทั่วไปและอาจดูไม่หรูหราเท่าแบรนด์ระดับพรีเมี่ยม แต่ก็มีความทนทานและมีฟังก์ชันการใช้งานตอบโจทย์ผู้ที่ต้องการกระเป๋าจากแบรนด์ไอทีที่ไว้ใจได้
6. RIVACASE
เหมาะกับผู้ที่ต้องการกระเป๋าดีไซน์เรียบสุภาพสไตล์ยุโรป เป็นแบรนด์จากเยอรมนีที่ก่อตั้งเมื่อปี 1996 มีประสบการณ์ในการผลิตกระเป๋าและอุปกรณ์เสริมสำหรับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์มาเกือบ 3 ทศวรรษ จุดเด่น คือ ดีไซน์สุภาพ น้ำหนักเบา วัสดุช่วยกันละอองน้ำได้ดี สำหรับรุ่นราคาประหยัดจะเริ่มต้นเพียง 690–1,890 บาท
ทั้งนี้ สำหรับสินค้าบางรุ่นอาจมีจำนวนจำกัด เนื่องจากต้องนำเข้าจากต่างประเทศ
กระเป๋าโน้ตบุ๊กงบระดับกลาง (1,000–3,000 บาท)
ในงบระดับกลาง วัสดุกระเป๋าจะมีคุณภาพสูงขึ้น มีช่องเก็บของที่จัดเป็นสัดส่วน และการรับประกันจากแบรนด์และอาจมีฟังก์ชันกันขโมยด้วย โดยกระเป๋างบระดับกลางส่วนใหญ่ ดีไซน์ก็จะสุภาพมากขึ้น เหมาะกับการเข้าออฟฟิศและพบลูกค้า
7. Mark Ryden
เหมาะกับผู้ที่ชอบดีไซน์ทันสมัยและเน้นฟังก์ชันช่องเก็บของจำนวนมาก ดีไซน์ทันสมัยพร้อมระบบซิปซ่อนและวัสดุช่วยกันน้ำ โดยเฉพาะในรุ่น Mark Ryden MR9031 ที่มีจุดเด่นอยู่ที่พอร์ต USB สำหรับชาร์จแบตมือถือฝังในตัวกระเป๋า ทำให้สะดวกสำหรับผู้ที่ใช้งานมือถือตลอดวัน ราคาประมาณ 1,200 – 1,800 บาท
ทั้งนี้ ด้วยฟังก์ชันการใช้งาน ทำให้น้ำหนักกระเป๋าอาจมากกว่าแบรนด์อื่นในระดับราคาเดียวกัน
8. Targus
เหมาะกับผู้ที่ต้องการกระเป๋าโน้ตบุ๊กจากแบรนด์ที่มีความเชี่ยวชาญ โดย Targus ก่อตั้งเมื่อปี 1983 ที่กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ โดย Neil Bruce-Copp และเป็นผู้ผลิตเคสโน้ตบุ๊กใบแรกของโลก ปัจจุบันมีประสบการณ์ด้านกระเป๋าและอุปกรณ์เสริมคอมพิวเตอร์มากว่า 40 ปี จุดเด่นของแบรนด์ คือ ความเชี่ยวชาญด้านระบบกันกระแทกและการออกแบบซัพพอร์ตหลังที่ช่วยกระจายน้ำหนักได้ดี ราคาประมาณ 890–3,290 บาท
อย่างไรก็ดี ควรตรวจสอบขนาดช่องใส่โน้ตบุ๊กให้ตรงกับขนาดตัวเครื่อง เพราะกระเป๋ารุ่นเดียวกันอาจมีหลายขนาดให้เลือก
9. XD Design (Bobby)
เหมาะกับผู้ที่เดินทางด้วยรถสาธารณะและกังวลเรื่องความปลอดภัย XD Design เป็นแบรนด์จากเนเธอร์แลนด์ เป็นต้นตำรับเป้กันขโมยที่โดดเด่นด้วยโครงสร้างกันการถูกกรีด ซิปซ่อนที่มองไม่เห็นจากด้านนอก และกระเป๋ากัน RFID สำหรับความปลอดภัยของบัตรเครดิต ราคาประมาณ 1,575–3,500 บาท
ทั้งนี้ ซิปที่ซ่อนอยู่ตรงตัวกระเป๋าอาจทำให้เปิดไม่สะดวกเท่ากับซิปแบบปกติ และก่อนซื้อควรเช็กระดับการกันน้ำของกระเป๋าแต่ละรุ่น เพราะบางรุ่นอาจผลิตจากวัสดุที่ต่างกัน
10. Tomtoc
เหมาะกับผู้ที่ต้องการกระเป๋าที่ปกป้องเครื่องโน้ตบุ๊กดีเยี่ยมในสไตล์โทนมินิมอล จุดเด่น คือ เทคโนโลยี CornerArmor ซึ่งเป็นเทคโนโลยีลิขสิทธิ์เฉพาะของ Tomtoc ที่ติดยางกันกระแทกไว้ที่มุมทั้ง 4 ของช่องใส่โน้ตบุ๊ก ทำหน้าที่คล้ายถุงลมในรถยนต์เพื่อดูดซับแรงกระแทกเมื่อตกหล่น และได้รับการรับรองมาตรฐานทหาร (Military-Grade Protection: MIL-STD-810H) ราคาประมาณ 1,390–2,990
ทั้งนี้ ควรเช็กขนาดและน้ำหนักกระเป๋าเปล่าก่อนเลือกซื้อ หากต้องสะพายติดตัวตลอดวัน
11. American Tourister
เหมาะกับผู้ที่ต้องการกระเป๋าจากแบรนด์การเดินทางที่เชื่อถือได้ อย่าง American Tourister ซึ่งเป็นแบรนด์ที่ก่อตั้งเมื่อปี 1933 และในปัจจุบันเป็นแบรนด์ในเครือ Samsonite ที่โดดเด่นเรื่องความทนทานแต่มีราคาที่เข้าถึงง่ายกว่า รุ่น Tech Gear และ Rubio เป็นรุ่นที่ได้รับความนิยมอย่างมาก โดยราคาอยู่ที่ประมาณ 1,200–2,800 บาท
อย่างไรก็ดี น้ำหนักตัวกระเป๋าบางรุ่นอาจมากกว่ากระเป๋าแฟชั่นทั่วไปเล็กน้อย เนื่องจากเน้นความทนทานและโครงสร้างที่แข็งแรงกว่า
12. COLUMBIA
เหมาะกับสายเอาท์ดอร์ นักเดินทาง คนทำงาน และคนรักการทำกิจกรรมกลางแจ้งที่ต้องการกระเป๋าคุณภาพดี ทนทาน และลุยได้ทุกสภาวะอากาศ COLUMBIA ใช้นวัตกรรมและวัสดุเฉพาะของแบรนด์ เช่น เทคโนโลยี Omni-Shield™ ที่ช่วยสะท้อนหยดน้ำ ป้องกันสิ่งสกปรก และทนทานต่อการฉีกขาด นอกจากนี้ กระเป๋า COLUMBIA ยังโดดเด่นด้วยการออกแบบเชิงฟังก์ชันที่เน้นความสบายด้วยระบบหลังรองรับน้ำหนักสะโพกและไหล่ ช่วยกระจายน้ำหนักได้ดี ยกระดับความคล่องตัวในทุกกิจกรรม ราคาประมาณ 1,500–6,000 บาท ถือเป็นกระเป๋าที่คุ้มค่า คุ้มราคา
กระเป๋าโน้ตบุ๊กงบระดับพรีเมี่ยม (มากกว่า 3,000 บาท)
ในระดับพรีเมี่ยม กระเป๋าโน้ตบุ๊กส่วนใหญ่จะผลิตจากวัสดุคุณภาพดี มีการรับประกันที่ครอบคลุม ฟังก์ชันเฉพาะที่ออกแบบมาสำหรับการใช้งานหนัก และความทนทานในระยะยาว มักใช้งานได้ 5 ปีขึ้นไป จึงคุ้มค่าสำหรับผู้ที่พกโน้ตบุ๊กทุกวัน
13. Samsonite
เหมาะกับผู้บริหารและนักธุรกิจที่ต้องการกระเป๋าสุภาพ ทนทาน และภาพลักษณ์ระดับมือ โดยชื่อ “Samsonite” มีที่มาจาก Samson ผู้มีพละกำลังในคัมภีร์ไบเบิล เพื่อสื่อถึงความแข็งแรงและทนทาน และได้นำมาเป็นชื่อแบรนด์อย่างเป็นทางการในปี 1965 ปัจจุบันเป็นแบรนด์กระเป๋าเดินทางที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีระบบจัดสรรช่องเก็บของและ Ergonomics ช่วยซัพพอร์ตหลัง ราคาประมาณ 3,500–18,000 บาท
ทั้งนี้ กระเป๋าบางรุ่นมีน้ำหนักค่อนข้างมาก ควรเลือกรุ่นที่เน้น Lightweight หากต้องสะพายติดตัวตลอดวัน
14. Thule
เหมาะกับผู้ที่เดินทางบ่อยและต้องการกระเป๋าที่ทนทาน เหมาะสำหรับทำกิจกรรม Outdoor และสามารถใส่โน้ตบุ๊กได้อย่างปลอดภัย Thule ก่อตั้งเมื่อปี 1942 โดยเริ่มต้นจากการผลิตอุปกรณ์ตกปลา ก่อนจะขยายไปสู่อุปกรณ์สำหรับรถยนต์และกีฬากลางแจ้ง จุดเด่น คือ วัสดุคุณภาพสูง ทนทานต่อการใช้งานหนัก และช่องกันกระแทกแบบ Hard-shell สำหรับของมีค่า ราคาประมาณ 4,500–8,500 บาท
ด้วยความที่ดีไซน์กระเป๋าจะออกแนว Sporty/Outdoor จึงอาจไม่เหมาะกับงานที่เป็นทางการ
15. NOMATIC
เหมาะกับสาย Digital Nomad และผู้ที่ต้องการกระเป๋าที่มีฟังก์ชันจัดระเบียนของได้สมบูรณ์แบบ NOMATIC ก่อตั้งเมื่อปี 2014 โดยเริ่มต้นจากการทำกระเป๋าใส่เงินสดบน Kickstarter ก่อนจะขยายมาสู่กระเป๋าเดินทางและกระเป๋าโน้ตบุ๊ก จุดเด่น คือ การออกแบบที่เน้นการจัดระเบียบของเป็นระบบ มีช่องเก็บของแยกประเภทชัดเจน สามารถปรับขยายความจุได้ตามความต้องการ ความทนทานสูง ราคาประมาณ 7,500–12,000 บาท
ด้วยความที่ดีไซน์เป็นแนว Technical/Functional อย่างชัดเจน อาจดูไม่เหมาะกับผู้ที่ชอบกระเป๋าแฟชั่นเรียบง่าย
เลือกกระเป๋าโน้ตบุ๊กตามรูปแบบการทำงาน แบบไหนตอบโจทย์ที่สุด?
การเลือกกระเป๋าโน้ตบุ๊กคู่ใจไม่ได้มีกฎเกณฑ์ตายตัว เพราะคนทำงานแต่ละสายงานต่างมีความจำเป็นและไลฟ์สไตล์ที่แตกต่างกันออกไป ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความคล่องตัวในการเดินทาง ภาพลักษณ์ความน่าเชื่อถือ หรือฟังก์ชันการจัดเก็บอุปกรณ์
วิธีดูแลกระเป๋าโน้ตบุ๊กให้สะอาดและใช้งานได้นานทำอย่างไร?
การทำความสะอาดกระเป๋าโน้ตบุ๊กอย่างถูกวิธี นอกจากจะช่วยให้กระเป๋าดูใหม่อยู่เสมอแล้ว ยังช่วยยืดอายุการใช้งานวัสดุ ซิป และปกป้องคอมพิวเตอร์ของคุณได้อย่างปลอดภัย
กระเป๋าผ้า (Nylon / Polyester)
- วิธีดูแล : ใช้ผ้านุ่มชุบน้ำหมาดเช็ดคราบ หรือใช้สบู่อ่อน ๆ เช็ดเบา ๆ บริเวณที่มีคราบฝังลึก แล้วผึ่งลมในที่ร่ม หมั่นใช้แปรงขนอ่อนปัดฝุ่นตามร่องซิป
- ข้อห้าม : ห้ามซักเครื่องเด็ดขาดเพราะจะทำให้กระเป๋าเสียทรง และควรหลีกเลี่ยงการตากแดดจัด
กระเป๋าหนังแท้ (Genuine Leather)
- วิธีดูแล : เช็ดฝุ่นด้วยผ้าแห้ง หากเปียกน้ำให้ใช้ผ้าแห้งซับทันทีแล้วผึ่งลมในที่ร่ม
- ข้อห้าม : หลีกเลี่ยงแสงแดดจัด ความร้อน และการใช้ไดร์เป่าผม
กระเป๋าหนังเทียม (Vegan/PU Leather)
- วิธีดูแล : ใช้ผ้านุ่มชุบน้ำผสมสบู่อ่อน ๆ เช็ดทำความสะอาด แล้วเช็ดตามด้วยผ้าแห้ง
- ข้อห้าม : ห้ามใช้สารทำความสะอาดที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ เพราะจะทำให้หนังแห้ง กรอบ และแตกร้าว
ซื้อกระเป๋าโน้ตบุ๊กให้คุ้มค่ายิ่งขึ้นกับบัตรเครดิต KTC
เมื่อเลือกกระเป๋าโน้ตบุ๊กที่ตอบโจทย์การทำงานของคุณได้แล้ว ไม่ว่าจะเป็นงบประมาณระดับประหยัด ระดับกลาง หรือระดับพรีเมี่ยม การใช้จ่ายผ่าน “บัตรเครดิต KTC” สามารถช่วยให้การซื้อกระเป๋าโน้ตบุ๊กคุ้มค่ายิ่งขึ้นคให้คุ้มค่ายิ่งขึ้นได้ด้วยการใช้สิทธิประโยชน์จากโปรโมชั่นบัตรเครดิต KTC ร่วมกับห้างสรรพสินค้าชั้นนำและร้านค้าออนไลน์ที่ร่วมรายการ
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับกระเป๋าโน้ตบุ๊ก (FAQ)
Q : กระเป๋าโน้ตบุ๊กควรใช้แบบเป้หรือสะพายข้าง?
A : ขึ้นอยู่กับลักษณะการเดินทางและปริมาณของที่พกพาไปทำงานในแต่ละวัน หากเดินทางด้วยรถโดยสารสาธารณะและมีสัมภาระหลายชิ้น กระเป๋าเป้จะกระจายน้ำหนักได้ดีกว่า แต่หากขับรถและพบลูกค้าบ่อย กระเป๋าสะพายข้างจะให้ลุคที่สุภาพมากกว่า
Q : กระเป๋าโน้ตบุ๊กกันน้ำได้จริงไหม?
A : กระเป๋าโน้ตบุ๊กส่วนใหญ่จะเป็นแบบ “กันละอองน้ำ” ไม่ใช่ “กันน้ำ” ทำให้สามารถป้องกันฝนเล็กน้อยได้ แต่ไม่สามารถกันฝนหนักหรือการจุ่มน้ำได้ ดังนั้นจึงควรตรวจสอบวัสดุของกระเป๋า รอยต่อ การตัดเย็บ และซิปก่อนตัดสินใจซื้อ
Q : กระเป๋าโน้ตบุ๊กราคาถูกใช้ได้ไหม?
A : ไม่ว่าจะราคาเท่าไหร่ก็สามารถใช้ได้ แต่ควรตรวจสอบจุดสำคัญต่าง ๆ ได้แก่ ซิป สายสะพาย และแผ่นรองกันกระแทก หากกระเป๋าราคาถูกมีฟังก์ชันต่าง ๆ เหล่านี้ครบก็สามารถใช้งานได้ แต่อายุการใช้งานอาจสั้นกว่ากระเป๋างบประมาณระดับกลางหรือพรีเมี่ยม
Q : ควรเปลี่ยนกระเป๋าโน้ตบุ๊กบ่อยแค่ไหน?
A : ขึ้นอยู่กับความถี่และสภาพการใช้งาน หากใช้ทุกวัน อายุการใช้งานโดยเฉลี่ยจะประมาณ 2–3 ปี แต่หากซิปเริ่มค้างหรือเสีย สายสะพายขาด เย็บประกอบหลวม หรือช่องใส่โน้ตบุ๊กบุนวมทรุดตัว อายุการใช้งานก็อาจจะสั้นลง
การเลือกกระเป๋าโน้ตบุ๊กที่ดี ไม่ใช่การเลือกใบที่แพงที่สุดหรือดีไซน์สวยที่สุด แต่เป็นการเลือกใบที่ตอบโจทย์การใช้งานจริง ตั้งแต่ขนาดที่พอดีกับตัวเครื่อง น้ำหนักที่ไม่เพิ่มภาระ วัสดุที่เหมาะกับสภาพอากาศและการเดินทาง ไปจนถึงฟังก์ชันที่ตอบโจทย์รูปแบบการทำงานของคุณ ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางด้วยรถโดยสารสาธารณะ การพบลูกค้า การทำงานจากคาเฟ่ หรือการเดินทางไปต่างจังหวัด และเมื่อคุณได้กระเป๋าที่ใช่ การเดินทางไปทำงานทุกวันจะง่ายและสบายขึ้น โน้ตบุ๊กของคุณจะได้รับการปกป้องอย่างดี และภาพลักษณ์ของคุณในสายตาเพื่อนร่วมงานและลูกค้าก็จะดูเป็นมืออาชีพ การลงทุนกับกระเป๋าโน้ตบุ๊กที่ดีจึงเป็นการลงทุนกับประสิทธิภาพและคุณภาพการทำงานในระยะยาว
หากคุณกำลังมองหากระเป๋าโน้ตบุ๊กใบใหม่ ไม่ว่าจะเป็นในงบประมาณระดับประหยัด ระดับกลาง หรือระดับพรีเมี่ยม การใช้ บัตรเครดิต KTC สามารถช่วยให้คุณจัดการค่าใช้จ่ายได้สะดวกยิ่งขึ้น ผู้ถือบัตรสามารถตรวจสอบโปรโมชั่นผ่อนชำระและสิทธิพิเศษล่าสุดกับ KTC และร้านค้าที่ร่วมรายการ ทั้งในห้างสรรพสินค้าและร้านค้าออนไลน์ชั้นนำ ทำให้คุณไม่ต้องจ่ายเงินก้อนใหญ่ในครั้งเดียว และสามารถเลือกกระเป๋าที่ตอบโจทย์การทำงานได้อย่างคุ้มค่าคุ้มราคา
ใช้จ่ายคุ้มค่า นึกถึงบัตรเครดิต KTC
















