Samsung เปิดตัว Galaxy Z Flip8 อย่างเป็นทางการในงาน Galaxy Unpacked เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2026 พร้อมยกระดับสมาร์ตโฟนจอพับด้วยดีไซน์ที่บางและเบากว่ารุ่นก่อน โดยมีน้ำหนักลดลงจาก Galaxy Z Flip7 ถึง 8 กรัม จนกลายเป็น Galaxy Z Flip ที่บางและเบาที่สุดเท่าที่ Samsung เคยเปิดตัว นอกจากการปรับโฉมตัวเครื่องแล้ว ยังมาพร้อมการอัปเกรดด้านประสิทธิภาพ ฟีเจอร์ Galaxy AI และความสามารถในการใช้งานที่ครบครันยิ่งขึ้น มาดูกันว่า Galaxy Z Flip8 มีจุดเด่นอะไรบ้าง KTC รวบรวมมาให้แล้ว
จุดเปลี่ยน Galaxy Z Flip 8 หลังเปิดตัว คุ้มค่าแก่การอัพเกรดแค่ไหน?
Galaxy Z Flip 8 ต่อยอดจากรุ่นก่อนด้วยการอัพเกรดทั้งฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ เพื่อให้การใช้งานในชีวิตประจำวันลื่นไหลและชาญฉลาดยิ่งขึ้น โดยมาพร้อมชิปที่ผลิตด้วยเทคโนโลยี 2 นาโนเมตร ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการประมวลผล AI บนตัวเครื่องและจัดการพลังงานได้ดีกว่าเดิม ขณะที่ตัวเครื่องได้รับการออกแบบให้บางและเบาลง กลายเป็น Galaxy Z Flip ที่บางที่สุดเท่าที่ Samsung เคยเปิดตัว สำหรับระบบกล้องยังคงจุดเด่นของรุ่นเดิมไว้ แต่ได้รับการเสริมประสิทธิภาพด้วยซอฟต์แวร์และ Galaxy AI ไม่ว่าจะเป็น Now Brief ที่แสดงข้อมูลได้ตรงความต้องการมากขึ้น การเรียกใช้งาน Gemini ผ่านปุ่ม Power ได้ทันทีโดยไม่ต้องปลดล็อกเครื่อง รวมถึงฟีเจอร์แต่งภาพด้วยคำสั่งข้อความ ที่ช่วยให้การแก้ไขภาพทำได้สะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้น
เทียบ Galaxy Z Flip 8 vs Galaxy Z Flip 7 เปลี่ยนใหม่ตอนนี้คุ้มหรือไม่?
Galaxy Z Flip 8 ไม่ใช่แค่การอัพเกรดเครื่องเล็กๆ แต่เป็นการลงทุนกับมือถือที่ใช้งานได้ยาวไปอีกหลายปี ทั้งด้านชิปที่แรงขึ้น บานพับที่ทนขึ้น และซอฟต์แวร์ AI ที่ Samsung ยังคงอัปเดตต่อเนื่อง ถ้าเครื่องเก่าเริ่มแบตเสื่อม จอเริ่มมีปัญหา หรือรู้สึกว่าใช้มาคุ้มแล้วอยากเปลี่ยนบรรยากาศ Galaxy Z Flip 8 ก็ถือว่าคุ้มค่าน่าใช้งาน
5 ฟีเจอร์เด็ด Galaxy Z Flip 8 สำหรับสายแต่งรูปและสร้างคอนเทนต์
1.Photo Assist พัฒนาไปถึงขั้นไหน?
- สามารถย้าย เพิ่ม หรือลบวัตถุในภาพด้วยการแตะเลือกหรือวาดกรอบคร่าวๆ
- สร้างพื้นหลังใหม่แทนส่วนที่ลบออกให้กลมกลืนกับภาพเดิม
- สั่งเปลี่ยนสไตล์ภาพหรือสร้างภาพใหม่ด้วยคำบรรยายข้อความ โดยไม่ต้องเปลี่ยนองค์ประกอบเดิม
- ภาพที่ผ่านการแก้ไขจะถูกปรับขนาดสูงสุดที่ 12MP
ขอบคุณรูปภาพจาก Youtube : Samsung Thailand https://www.youtube.com/watch?v=2x1q4fcrVbk
วิธีใช้ Photo Assist
1. เปิดแอป Gallery แล้วเลือกรูปที่ต้องการแก้ไข
2. แตะ Galaxy AI แล้วเลือก Create
3. แตะช่องพิมพ์คำสั่ง แล้วใส่ Prompt สั้น ๆ เพื่อบอกสิ่งที่อยากเปลี่ยน เช่น ทำให้ภาพดูเป็นสไตล์ฟิล์ม, เพิ่มแสงเย็นยามค่ำให้ท้องฟ้า หรือ เปลี่ยนพื้นหลังเป็นชายหาดตอนพระอาทิตย์ตก เป็นต้น
4. กด Generate เพื่อให้ระบบสร้างภาพใหม่
5. ใช้ Show previous เพื่อเทียบภาพใหม่กับต้นฉบับ และกด Save copy
หมายเหตุ: ทุกภาพที่ผ่าน Generative Edit จะมี watermark "AI-generated content" ติดมุมภาพ พร้อมข้อมูล Content Credentials ตามมาตรฐาน C2PA ที่ Samsung เริ่มใช้มาตั้งแต่รุ่น Galaxy S25 เพื่อบอกที่มาของภาพว่าผ่านการแก้ไขด้วย AI
2.FlexCam AI Auto Zoom ถ่ายวิดีโอและรูปตัวเองให้ออกมาเป๊ะโดยไม่ต้องง้อคนถ่าย
สำหรับสายคอนเทนต์ สามารถตั้งเครื่องพับครึ่งวางบนโต๊ะแล้วใช้กล้องหลังถ่ายผ่าน FlexCam ระบบจะช่วยตรวจจับตำแหน่งใบหน้าและจัดองค์ประกอบภาพให้อัตโนมัติ เหมาะกับการถ่ายคนเดียวทั้งภาพนิ่งและวิดีโอ มี Super Steady ได้ แม้จะวิ่งอยู่ก็ตาม นอกจากนี้ยังเพิ่มโหมด Horizontal Lock เข้ามาใหม่ ช่วยล็อกแนวขอบฟ้าให้ภาพวิดีโอดูตรงแนวเสมอ แม้ผู้ถ่ายจะขยับตัวหรือหมุนเครื่องระหว่างถ่าย เหมาะกับสาย Vlog มุมมองบุคคลที่หนึ่ง (POV) ที่ต้องเดินหรือวิ่งไปพร้อมถ่ายไปด้วย ถือเครื่องสไตล์กล้องวิดีโอผ่าน Camcorder Grip จะช่วยลดอาการภาพสั่นได้มากกว่าถือแบบแบนราบทั่วไป
Pro-Tip: สำหรับถ่าย Reels หรือ TikTok คนเดียว ให้ตั้งเครื่องแบบพับครึ่งมุมประมาณ 90 องศาบนพื้นราบ เปิด FlexCam แล้วปล่อยให้ระบบติดตามใบหน้าอัตโนมัติแทนการซูมเองด้วยมือ จะได้เฟรมที่นิ่งและมุมมองใกล้เคียงกับมีคนช่วยถ่ายให้จริงๆ
ขอบคุณรูปภาพจาก Samsung https://www.samsung.com/
3.FlexWindow Now Brief เวอร์ชั่นใหม่
Now Brief เวอร์ชั่นใหม่เรียนรู้พฤติกรรมการใช้งานประจำวันของผู้ใช้ พร้อมให้ตั้งค่าคำสั่งเองได้ว่าอยากเห็นข้อมูลด้านไหนบ้างบนหน้าสรุป เช่น สภาพอากาศ ข้อมูลสุขภาพจาก Samsung Health การเดินทาง หรือภาพความทรงจำเก่า ทั้งหมดดูได้จาก FlexWindow โดยไม่ต้องกางเครื่อง ฟีเจอร์นี้ต้องล็อกอิน Samsung Account และ Samsung ระบุว่าความแม่นยำของข้อมูลที่สรุปมาไม่ได้การันตี 100%
4. Nightography ถ่ายภาพตอนกลางคืน
Galaxy Z Flip8 มาพร้อมเทคโนโลยี Nightography ที่ช่วยให้การถ่ายภาพและวิดีโอในช่วงกลางคืนหรือสภาพแสงน้อยทำได้ง่ายขึ้น โดยผสานการทำงานระหว่างฮาร์ดแวร์กล้องกับระบบ AI ภายในเครื่อง เพื่อให้ได้ภาพที่สว่าง คมชัด และเก็บรายละเอียดได้ดีกว่าเดิม
นอกจากนี้ ProVisual Engine ยังช่วยประมวลผลภาพและวิดีโอแบบอัตโนมัติ ทั้งการลดนอยส์ ปรับความคมชัด เพิ่มความเสถียรของภาพ และปรับสีให้ดูเป็นธรรมชาติ จึงไม่จำเป็นต้องตั้งค่ากล้องเองให้ยุ่งยาก ก็สามารถบันทึกช่วงเวลายามค่ำคืนได้อย่างสวยงาม ทั้งการถ่ายภาพบุคคล บรรยากาศในเมือง หรือวิดีโอคอนเสิร์ตและร้านอาหารที่มีแสงน้อย
5.Flip Shot และ การบันทึกแบบคู่
FlipShot ให้ผู้ใช้ปรับแต่งพื้นหลังบน FlexWindow เวลาถ่ายเซลฟี่แบบมิเรอร์ ใส่รูปภาพ ลายเส้น หรือข้อความประกอบเพื่อให้ภาพดูมีสไตล์ส่วนตัวมากขึ้น ส่วน Dual Recording เปิดให้บันทึกภาพจากกล้องหน้าและกล้องหลังพร้อมกันในคลิปเดียว เห็นทั้งปฏิกิริยาของผู้ถ่ายและสิ่งที่กำลังถ่ายอยู่ในเฟรมเดียวกัน เหมาะกับรีวิวสินค้า สัมภาษณ์ หรือคอนเทนต์ที่ต้องการโชว์ปฏิกิริยาจริงแบบไม่ต้องตัดต่อเพิ่ม
ขอบคุณรูปภาพจาก Samsung https://www.samsung.com/
(FAQ) คำถามที่พบบ่อยก่อนตัดสินใจซื้อ Galaxy Z Flip 8
Galaxy Z Flip 8 เหมาะกับการถ่ายวิดีโอยาวๆ หรือทำ Live Stream ไหม เครื่องร้อนหรือไม่?
Galaxy Z Flip 8 รองรับการถ่ายวิดีโอและ Live Stream ได้อย่างลื่นไหลสำหรับการใช้งานทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นการไลฟ์ขายของ พูดคุยกับผู้ติดตาม หรือบันทึกวิดีโอคอนเทนต์ต่อเนื่อง ตัวเครื่องมาพร้อมชิปประสิทธิภาพสูงที่จัดการงานได้ดี
หากใช้งานหนักต่อเนื่องเป็นเวลานาน เช่น ถ่ายวิดีโอความละเอียดสูงหลายชั่วโมง หรือสตรีมพร้อมเล่นเกม ตัวเครื่องอาจมีอุณหภูมิสูงขึ้นตามปกติของสมาร์ตโฟนประสิทธิภาพสูง ดังนั้น หากต้อง Live Stream เป็นเวลานานต่อเนื่อง การพักเครื่องเป็นช่วง ๆ จะช่วยให้รักษาประสิทธิภาพการทำงานได้ดียิ่งขึ้น
หากไม่ได้เน้นทำคอนเทนต์หรือแต่งรูป Z Flip 8 ยังคุ้มค่าอยู่ไหม?
คุ้มค่า เพราะ Galaxy Z Flip 8 ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อสายคอนเทนต์เพียงอย่างเดียว แต่ยังตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวันได้อย่างครบถ้วน ด้วยดีไซน์พับได้ที่พกพาสะดวก ใช้งานมือเดียวได้ง่าย และ FlexWindow ที่ช่วยเช็กข้อความ ดูการแจ้งเตือน ควบคุมเพลง หรือใช้งานฟีเจอร์ต่าง ๆ ได้โดยไม่ต้องกางเครื่องทุกครั้ง
สำหรับคนที่มองหาสมาร์ตโฟนที่ทั้งพกพาง่าย ดีไซน์โดดเด่น และให้ประสบการณ์ใช้งานที่สะดวกในทุกวัน Galaxy Z Flip 8 ถือเป็นตัวเลือกที่คุ้มค่า แม้จะไม่ได้ซื้อมาเพื่อถ่ายคอนเทนต์หรือแต่งภาพเป็นหลักก็ตาม
ซื้อ Galaxy Z Flip 8 อย่างไรให้คุ้มที่สุด? เทคนิคผ่อน 0% และโปรโมชั่นสุดคุ้ม
- รับส่วนลดพร้อมโปร Trade-in นำมือถือเครื่องเก่ามาแลกรับส่วนลดเพิ่ม ยิ่งเครื่องอยู่ในสภาพดี ยิ่งช่วยลดค่าใช้จ่ายในการซื้อ Galaxy Z Flip 8 ได้มากขึ้น
- รับส่วนลดเมื่อซื้ออุปกรณ์เสริม หลายร้านค้ามีโปรโมชั่นลดราคา Galaxy Watch 9 หรือ Galaxy Watch Ultra 2 เมื่อซื้อพร้อม Galaxy Z Flip 8 ทำให้ได้ทั้งสมาร์ตโฟนและอุปกรณ์เสริมในราคาที่คุ้มกว่า
- รับสิทธิพิเศษช่วงพรีออเดอร์ ไม่ว่าจะเป็นของแถม คะแนนสะสม หรือสิทธิประโยชน์เพิ่มเติมจากร้านค้าและผู้ให้บริการเครือข่าย ซึ่งมักมีเฉพาะในช่วงเปิดจองเท่านั้น
- ใช้บัตรเครดิต ผ่อนชำระสินค้าและบริการด้วยอัตราดอกเบี้ยพิเศษ 0% ตามโปรโมชั่น เฉพาะร้านค้าที่ร่วมรายการ ผ่านบัตรเครดิต นอกจากนี้หากเลือกชำระผ่านบัตรเครดิตยังอาจได้สิทธิประโยชน์อื่น ๆ เพิ่มเติม อย่างบัตรเครดิต KTC ที่ได้รับคะแนนง่าย ๆ จากการใช้จ่าผ่านบัตรเครดิต 25 บาท ได้รับคะแนน KTC FOREVER 1 คะแนน ซึ่งคะแนนนี้สามารถเอาไปแลกสิทธิประโยชน์อื่น ๆ ได้หลากหลาย และคะแนนยังไม่มีวันหมดอายุอีกด้วย
- ใช้บัตรกดเงินสด ผ่อนชำระ 0% นาน 24 เดือน ณ ร้านค้าที่ร่วมรายการ ด้วยบัตรกดเงินสด KTC PROUD ผ่อนนาน ช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายในแต่ละเดือน ทำให้สามารถซื้อ Galaxy Z Flip 8 รุ่นใหม่ได้โดยไม่ต้องควักเงินสดจ่ายทีเดียว
สำหรับใครที่อยากซื้อโทรศัพท์เครื่องใหม่มาเล่นแต่ยังติดเรื่องราคาที่อาจจะรู้สึกว่าการควักเงินก้อนมาซื้อโทรศัพท์ตอนนี้ดูจะเป็นภาระที่ทำให้กระทบค่าใช้จ่าย ก็สามารถใช้บัตรเครดิต KTC หรือบัตรกดเงินสดจาก KTC PROUD เป็นตัวช่วยในการผ่อนให้สบายขึ้น เพราะบัตรเครดิต KTC สามารถผ่อนชำระสินค้าและบริการด้วยอัตราดอกเบี้ยพิเศษ 0% ตามโปรโมชั่น เฉพาะร้านค้าที่ร่วมรายการ และทุกการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิต 25 บาทจะได้รับคะแนน KTC FOREVER ซึ่งถือว่าคุ้มค่าอย่างมากเพราะสามารถเอาคะแนนไปแลกได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นเครดิตเงินคืนหรือส่วนลดเพิ่มเติม หรือใครอยากผ่อนยาวขึ้นก็เลือกใช้บัตรกดเงินสด KTC PROUD เพราะผ่อน 0% นาน 24 เดือน ณ ร้านค้าที่ร่วมรายการ เพิ่มความยืดหยุ่นมากขึ้นไปอีก ใครสนใจสามารถสมัครบัตรเครดิต KTC หรือ บัตรกดเงินสด KTC PROUD ผ่านแอป KTC Mobile ด้วยตัวเองได้ตลอด 24 ชม.
ใช้จ่าย คุ้มค่า นึกถึงบัตรเครดิต KTC และบัตรกดเงินสด KTC PROUD




