โบท็อกรักแร้ ลดเหงื่อ กลิ่นตัว

หากมีปัญหาเหงื่อออกมากบริเวณใต้วงแขน กังวลเรื่องกลิ่นตัว การฉีดโบท็อกรักแร้สามารถช่วยได้ครับ หลังฉีดช่วยลดการทำงานของต่อมเหงื่อ ทำให้ใต้วงแขนรู้สึกแห้งสบายขึ้น มักเห็นการเปลี่ยนแปลงชัดเจนใน 3-7 วัน โดยไม่ต้องพักฟื้นหลังทำ

บทความนี้สรุปทุกเรื่องที่ควรรู้ก่อนฉีดโบท็อกรักแร้ครั้งแรก เหมาะกับใคร ปลอดภัยหรือไม่ และต้องเตรียมตัวอย่างไร เพื่อให้เข้าใจภาพรวมก่อนเข้าปรึกษาแพทย์ครับ

ทำความรู้จัก! โบท็อกรักแร้ โปรแกรมลดเหงื่อ และลดกลิ่นตัว

โบท็อกรักแร้ คือ วิธีลดเหงื่อ และลดกลิ่นตัว ด้วยการฉีดสาร Botulinum Toxin Type A ในปริมาณที่เหมาะสมบริเวณผิวหนังใต้วงแขน มีเป้าหมายเพื่อลดการทำงานของต่อมเหงื่อครับ ช่วยแก้ปัญหาเหงื่อออกมากผิดปกติ (Hyperhidrosis) บริเวณรักแร้ รวมถึงยังสามารถฉีดบริเวณฝ่ามือ และฝ่าเท้า ที่เหงื่อออกมากได้อีกด้วย


หลักการทำงานของโบท็อกรักแร้ ช่วยลดเหงื่อได้อย่างไร ?

บริเวณรักแร้มีต่อมเหงื่อ (Eecrine Sweat Glands) จำนวนมาก ทำหน้าที่ผลิตเหงื่อออกมาเมื่อร่างกายร้อน เครียด หรือมีการกระตุ้น เหงื่อที่ออกมาเองแทบไม่มีกลิ่น แต่เมื่อเหงื่อไปอยู่ในบริเวณอับชื้น แบคทีเรียบนผิวหนังจะย่อยสลายเหงื่อ จึงเกิดเป็นกลิ่นตัวที่หลายคนกังวล

การฉีดโบท็อกเข้าไปบริเวณรักแร้ ตัวยาจะไปลดการทำงานของเส้นประสาทที่สั่งให้ต่อมเหงื่อผลิตเหงื่อ เมื่อต่อมเหงื่อทำงานน้อยลง เหงื่อจึงออกลดลงครับ นอกจากนี้โบท็อกยังไปลดการทำงานของต่อมกลิ่น (Apocrine Sweat Glands) บริเวณรักแร้อีกด้วย จึงสามารถแก้ปัญหากลิ่นตัวได้อย่างเห็นผล


ภาพอธิบายการเกิดเหงื่อและกลิ่นบริเวณรักแร้

ทำไมเหงื่อรักแร้ลดลง แต่ร่างกายยังทำงานปกติ ?

มีคนไข้หลายคนที่กังวลว่า การฉีดโบท็อกรักแร้จะทำให้ร่างกายระบายความร้อนได้ไม่ดี ในความจริงแล้ว โบท็อกรักแร้เพียงแค่ลดการทำงานของต่อมเหงื่อบริเวณที่ฉีดเท่านั้นครับ แต่ร่างกายของเรายังมีต่อมเหงื่อกระจายทั่วผิวหนัง 

การลดการทำงานเพียงบริเวณเล็ก ๆ อย่างรักแร้จึงไม่กระทบการควบคุมอุณหภูมิของร่างกายโดยรวม และไม่ทำให้เหงื่อไปออกผิดปกติในบริเวณอื่น

ใครบ้างที่เหมาะกับการฉีดโบท็อกรักแร้ ?

โบท็อกรักแร้มักเหมาะกับผู้ที่มีปัญหาเหงื่อรบกวนชีวิตประจำวัน เช่น

  • เหงื่อออกง่าย เสื้อใต้วงแขนเปียกบ่อย ๆ รู้สึกไม่สบายตัว
  • มีกลิ่นตัวจากเหงื่อ ทำให้ขาดความมั่นใจ
  • ใช้โรลออนหรือผลิตภัณฑ์ระงับเหงื่อแล้วไม่ดีขึ้น
  • มีปัญหาการระคายเคือง ผื่นคัน จากเหงื่อออกมาก
  • มีอาการแพ้ผลิตภัณฑ์ระงับกลิ่นกายประเภทต่าง ๆ
  • ต้องการเพิ่มความมั่นใจเวลาใส่เสื้อผ้า เช่น เสื้อสายเดี่ยว เสื้อแขนกุด

โบท็อกรักแร้ อันตรายไหม มีผลข้างเคียงอะไรได้บ้าง ?

โบท็อกรักแร้เป็นหัตถการที่ปลอดภัยครับ หากทำโดยแพทย์มากประสบการณ์ ใช้ตัวยาของแท้ และภายในคลินิกความงามที่ได้มาตรฐาน ทั้งนี้อาจมีผลข้างเคียงทั่วไปที่เกิดขึ้นได้ ซึ่งจะเจาะลึกในหัวข้อถัดไป

ผลข้างเคียงทั่วไปที่พบหลังฉีดโบท็อกรักแร้

ผลข้างเคียงของโบท็อกรักแร้จะคล้าย ๆ กับหัตถการใช้เข็มอื่น ๆ ครับ เช่น

  • รู้สึกตึง หรือระบมบริเวณที่ฉีด
  • มีรอยเขียวช้ำในรายที่ผิวบอบบางเป็นทุนเดิม

อาการเหล่านี้มักหายได้เองภายในไม่กี่วัน หากมีอาการผิดปกติ เช่น บวมมาก ปวดมาก หรืออ่อนแรงผิดตำแหน่ง ควรรีบพบแพทย์ เพื่อตรวจวินิจฉัยเพิ่มเติม

หลังฉีดโบท็อกรักแร้จะเห็นผลเมื่อไหร่ และอยู่ได้นานแค่ไหน ?

หลังฉีดโบท็อกรักแร้จะไม่เห็นผลทันที เพราะตัวยาต้องใช้เวลาออกฤทธิ์ครับ ช่วงแรกอาจยังมีเหงื่อออกใกล้เคียงเดิม ก่อนจะค่อย ๆ เปลี่ยนแปลงในระยะถัดมา

  • เริ่มเห็นผล : ประมาณ 3-7 วัน เหงื่อใต้วงแขนจะค่อย ๆ ลดลง สังเกตได้ว่าใต้วงแขนแห้งขึ้นและไม่เปียกชื้นเหมือนเดิม
  • อยู่ได้นาน : โดยเฉลี่ยโบท็อกรักแร้อยู่ได้นานประมาณ 3-5 เดือน ขึ้นอยู่กับยี่ห้อตัวยา ปริมาณที่ใช้ และการดูแลตัวเองหลังฉีดของแต่ละคน
  • คำแนะนำในการฉีดซ้ำ : หากต้องการให้ผลลัพธ์อยู่ได้นานขึ้น สามารถฉีดซ้ำได้ครับ โดยควรเว้นอย่างน้อย 3-4 เดือน และไม่ควรเว้นนานเกิน 5-6 เดือน เพราะต่อมเหงื่อจะกลับมาทำงานตามปกติ ทำให้ต้องใช้ปริมาณยามากขึ้นในครั้งถัดไป

ฉีดโบท็อกรักแร้ต้องใช้กี่ยูนิต (Unit) เลือกยี่ห้อไหนดี ?

โดยทั่วไปการฉีดโบท็อกรักแร้ใช้ข้างละ 50-100 U โดยฉีดยาเป็น 20-30 จุด ให้กระจายทั่วบริเวณรักแร้ครับ

ในส่วนของยี่ห้อโบท็อก นิยมใช้ยี่ห้อที่มีการกระจายตัวได้ดี สามารถใช้ได้หลายยี่ห้อ เช่น Nabota, Aestox, Dysport หรือ Xeomin ซึ่งเป็นยี่ห้อที่ผ่านการรับรองจากอย.ไทยครับ 


ตัวอย่างยี่ห้อโบท็อกฉีดรักแร้

ขั้นตอนการทำโบท็อกรักแร้เป็นอย่างไร เจ็บไหม และต้องพักฟื้นหรือไม่ ?

การฉีดโบท็อกรักแร้ไม่เจ็บ หรือเจ็บเล็กน้อยในระดับที่ทนได้ครับ โดยทั่วไปมีขั้นตอน ดังนี้

  • ปรึกษาแพทย์ เพื่อเลือกยี่ห้อโบท็อก และแนะนำปริมาณที่เหมาะสม
  • ทำความสะอาดผิวบริเวณที่จะฉีดโบท็อกรักแร้
  • ประคบน้ำแข็ง หรือในบางรายอาจแปะยาชาก่อนฉีด ขึ้นอยู่กับการประเมินของแพทย์
  • แพทย์ฉีดโบท็อกกระจายประมาณ 20-30 จุดทั่วรักแร้ ระหว่างทำมีการประคบเย็นร่วมด้วย

หลังฉีดโบท็อกรักแร้เสร็จแล้ว สามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ ไม่จำเป็นต้องพักฟื้น เพียงหลีกเลี่ยงพฤติกรรมบางอย่างในช่วงแรก ซึ่งแนวทางการเตรียมตัว และการดูแลตัวเองอย่างละเอียด จะเจาะลึกในหัวข้อถัดไป

ก่อนฉีดโบท็อกรักแร้เตรียมตัวอย่างไร ?

แนวทางการเตรียมตัวก่อนฉีดโบท็อกรักแร้ ใกล้เคียงกับการฉีดโบตำแหน่งอื่น ๆ ครับ มีจุดประสงค์เพื่อให้ได้รับบริการที่ปลอดภัย และลดความเสี่ยงเกิดรอยช้ำหลังทำ 

  • ศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับการฉีดโบท็อกให้เข้าใจก่อนตัดสินใจ
  • เลือกสถานพยาบาลที่ได้มาตรฐานและทำโดยแพทย์เท่านั้น
  • ใช้ตัวยาที่ผ่านการรับรองจาก อย.ไทย เปิดขวดใหม่ และผสมต่อหน้า
  • แจ้งโรคประจำตัวหรือยาที่ใช้อยู่กับแพทย์ทุกครั้ง
  • งดยากลุ่มที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือดตามคำแนะนำแพทย์
  • งดสครับผิวบริเวณที่จะฉีดล่วงหน้า 2-3 วัน เพื่อลดโอกาสเกิดรอยช้ำ

ในคนไข้ที่มีคอร์สเลเซอร์รักแร้ แนะนำให้ทำเลเซอร์มาก่อนครับ เพราะหลังฉีดโบท็อกรักแร้ จำเป็นต้องงดอย่างน้อย 2 สัปดาห์ ถึงจะสามารถทำคอร์สต่อไปได้


หลังฉีดโบท็อกรักแร้ มีข้อควรระวังอย่างไร ? 

ข้อควรระวังหลังการฉีดโบท็อกรักแร้ คือ ควรหลีกเลี่ยงบางพฤติกรรม เพื่อลดโอกาสเกิดผลข้างเคียง และช่วยให้โบท็อกออกฤทธิ์ได้เต็มที่ครับ ซึ่งแนวทางการดูแลตัวเอง มีดังนี้ 

  • หลีกเลี่ยงการนอนราบ นอนคว่ำ หรือก้มศีรษะต่ำในช่วงประมาณ 3 ชั่วโมงแรกหลังฉีด
  • เลี่ยงความร้อนจัด ซาวน่า ออกกำลังกายหนัก หรือกิจกรรมที่ทำให้ตัวร้อนประมาณ 48 ชั่วโมง
  • งดอาหารรสจัดหรืออาหารหมักดอง
  • งดสูบบุหรี่และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์


โบท็อกรักแร้ ราคาเท่าไหร่ คิดจากอะไร ?

โบท็อกรักแร้ ราคาอยู่ที่ประมาณ 7,500-16,000.-/100U ขึ้นอยู่ที่ปริมาณตัวยาที่ใช้ และยี่ห้อโบท็อกที่เลือกครับ โดยทั่วไปหากเป็นโบท็อกในกลุ่มยุโรป อเมริกา เช่น Dysport และ Xeomin จะมีราคาสูงกว่าโบท็อกเกาหลี 

ตัวอย่างราคาโบท็อก แยกตามยี่ห้อ ที่ V Square Clinic


หมายเหตุ : ราคาฉีดโบท็อกรักแร้อาจมีการเปลี่ยนแปลงตามโปรโมชันส่งเสริมการตลาด แนะนำให้ปรึกษาแพทย์ และอัปเดตราคาล่าสุดกับทางคลินิก

ก่อนตัดสินใจเข้าคลินิกฉีดโบท็อกรักแร้ครั้งแรก ควรตรวจสอบอะไรบ้าง ?

ก่อนตัดสินใจฉีดโบท็อกรักแร้ที่ไหน ควรตรวจสอบข้อมูลพื้นฐานเหล่านี้ เพื่อช่วยลดความเสี่ยงและให้ผลลัพธ์เป็นไปตามที่คาดหวัง

  • ใบอนุญาตสถานพยาบาล : คลินิกที่ถูกต้องตามกฎหมายจะต้องมีป้ายชื่อสถานพยาบาลและเลขที่ใบอนุญาต 11 หลักแสดงไว้บริเวณหน้าคลินิกอย่างชัดเจน เพื่อยืนยันว่าได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการสถานพยาบาลอย่างถูกต้อง
  • ความชำนาญของแพทย์ : การฉีดโบท็อกรักแร้ควรทำโดยแพทย์ตัวจริง ไม่ใช่ผู้ช่วยหรือบุคลากรอื่น หากทางคลินิกมีบริการประเมินก่อนทำได้ ก็จะช่วยเพิ่มความมั่นใจในการใช้บริการ
  • โบท็อกของแท้ นำเข้าอย่างถูกต้อง : ตัวยาสามารถตรวจสอบที่มาได้ เช่น บางยี่ห้อสามารถสแกน QR Code หรือนำเลข Lot. โทรสอบถามกับบริษัทผู้นำเข้าได้ 


สรุปโบท็อกรักแร้ ทางเลือกในการลดเหงื่อและกลิ่นตัว เห็นผลเร็ว

โบท็อกรักแร้เป็นวิธีแรก ๆ ที่หลายคนเลือกใช้ สำหรับผู้ที่มีเหงื่อออกมากใต้วงแขน หรือมีปัญหากลิ่นตัวจนรบกวนชีวิตประจำวัน หลังฉีดสามารถเห็นการเปลี่ยนแปลงได้รวดเร็ว ภายใน 3-7 วัน และให้ผลลัพธ์ยาวนานหลายเดือนครับ 

หากยังไม่แน่ใจว่าควรเลือกใช้โบท็อกยี่ห้อใด หรือควรเตรียมงบเท่าไหร่ สามารถเข้ารับการประเมินกับแพทย์ได้ที่ V Square Clinic สาขาใกล้บ้าน แพทย์ให้คำปรึกษาเบื้องต้นฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย เพื่อช่วยให้เข้าใจข้อมูลก่อนตัดสินใจมากขึ้น