รู้จักเทคโนโลยี Coolsculpting
ในยุคที่ใคร ๆ ก็อยากมีหุ่นเฟิร์มกระชับแบบไม่ต้องพึ่งการผ่าตัด Coolsculpting จึงเป็นทางเลือกที่ได้รับความนิยม ด้วยจุดเด่นที่สามารถลดเซลล์ไขมันได้ถาวร แถมยังไม่ต้องเจ็บตัว ไม่ต้องพักฟื้น เหมาะกับผู้ที่ต้องการปรับรูปร่างโดยไม่รบกวนการใช้ชีวิตประจำวัน
ในบทความนี้จะพาไปทำความรู้จักกับ Coolsculpting ว่าคืออะไร ? ทำงานอย่างไร ? เหมาะกับใครบ้าง ? ทำบริเวณไหน เจ็บไหม ? อันตรายหรือไม่ ? ทำกี่วันเห็นผล ? ก่อน-หลังทำมีข้อปฏิบัติอย่างไรบ้าง ? ราคาเท่าไหร่ ? เลือกคลินิกอย่างไรดี ?
Coolsculpting คืออะไร ?
Coolsculpting คือ การกำจัดไขมันเฉพาะจุดด้วยความเย็น โดยใช้หัวดูดผิว (Applicator) เพื่อดึงก้อนไขมันเข้ามาไว้ในเครื่อง แล้วปล่อยความเย็นระดับ -11°C แช่แข็งเซลล์ไขมันโดยเฉพาะ ใช้เวลาจุดละประมาณ 35 นาที
เมื่อเซลล์ไขมันถูกแช่แข็งจนตาย แพทย์จะนวดบริเวณนั้นเพื่อกระตุ้นให้ร่างกายกำจัดไขมันออกทางระบบน้ำเหลืองตามธรรมชาติ โดยไม่ทำลายผิวหนังหรือเนื้อเยื่อข้างเคียง
จุดเด่นของ Coolsculpting เทคโนโลยีกำจัดไขมันด้วยความเย็น
- ลดไขมันเฉพาะจุดได้ 20–30% ต่อครั้ง
- ไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องพักฟื้น
- เซลล์ไขมันที่ถูกทำลาย จะไม่กลับมาใหม่
- ได้รับการรับรองความปลอดภัยจาก US-FDA
สำหรับผู้ที่มีไขมันสะสมเฉพาะจุดแบบดื้อ หรือไขมันลดยาก แม้จะพยายามออกกำลังกายแล้ว Coolsculpting ก็สามารถช่วยกำจัดไขมันเหล่านี้ได้ เป็นทางเลือกที่ดี ที่หมอแนะนำครับ เหมาะกับคนที่ต้องการมีรูปร่างที่กระชับขึ้น โดยไม่ต้องผ่าตัด หรือฉีดให้เจ็บตัว
Coolsculpting เหมาะกับใครบ้าง ?
Coolsculpting เหมาะสำหรับผู้ที่มีไขมันส่วนเกินเฉพาะจุดและต้องการลดสัดส่วนครับ
- มีปัญหาไขมันส่วนเกิน ระดับปานกลาง (BMI < 35)
- มีน้ำหนักตัวเกือบปกติ แต่มีไขมันสะสมเฉพาะจุด เช่น หน้าท้อง ห่วงยาง ต้นแขน ต้นขา
- ผู้ที่ไม่ต้องการเจ็บตัว หรือมีแผลจากการดูดไขมัน หรือผ่าตัด
- อยากมีสัดส่วนที่กระชับขึ้น ในเวลาสั้น ๆ
- ต้องการความเป็นธรรมชาติและปลอดภัย
- ต้องการลดไขมันโดยไม่กระทบชีวิตประจำวัน
ข้อควรระวัง การทำ Coolsculpting อาจไม่เหมาะกับคนบางกลุ่ม เช่น
- ผู้ที่มี BMI มากกว่า 35 หรือมีไขมันปริมาณมากทั่วร่างกาย
- ผู้ที่กำลังตั้งครรภ์ หรืออยู่ในช่วงให้นมบุตร
- ผู้ที่มีโรคที่ไวต่อความเย็น เช่น Cryoglobulinemia หรือ Paroxysmal Cold Hemoglobinuria
- ผู้ที่หวังผลลัพธ์เหมือนดูดไขมันภายในครั้งเดียว
จุดที่สามารถทำ Coolsculpting มีตำแหน่งไหนบ้าง ?
CoolSculpting สามารถทำได้หลายตำแหน่งทั่วร่างกาย เช่น
- หน้าท้อง (บน–ล่าง) : มีปัญหาไขมันสะสมตรงพุงเป็นชั้นหรือยื่นออกเวลาใส่เสื้อรัดรูป
- เอว-ห่วงยาง : มีไขมันพับออกด้านหน้า และด้านข้างเวลานั่ง ใส่กางเกงหรือกระโปรงแล้วเห็นชัด
- ต้นแขน : แขนหย่อน มีไขมันแกว่งเวลายกแขน
- ต้นขา (นอก–ใน) : ต้นขาใหญ่ มีไขมันเยอะ มีปัญหาต้นขาเบียดเวลาเดิน
- สะโพกด้านข้าง : ไขมันเกินออกด้านข้าง ทำให้รูปร่างดูเป็นสี่เหลี่ยม
ทั้งนี้ในแต่ละตำแหน่งแพทย์จะมีเทคนิคการทำต่างกัน โดยแพทย์จะประเมินรูปร่าง และเลือกหัวดูด (Applicator) ที่เหมาะสมกับแต่ละจุด เพื่อให้ความเย็นกระจายได้ทั่วถึงและได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดครับ
ทำ Coolsculpting แต่ละจุดใช้ประมาณกี่หนีบ ?
จำนวนหนีบที่ใช้ในการทำ Coolsculpting จะแตกต่างกันไปตามขนาดพื้นที่และปริมาณไขมันในแต่ละจุด โดยเฉลี่ยแล้วจะใช้ประมาณ 1–4 หนีบต่อบริเวณ เพื่อให้ครอบคลุมไขมันทั้งหมดในจุดนั้น
จำนวนหนีบโดยประมาณ
- หน้าท้อง (บน–ล่าง) : 2–4 หนีบ
- ต้นแขน : ข้างละ 1 หนีบ
- ต้นขา : ข้างละ 1–2 หนีบ
- เอวด้านข้าง/สะโพก : ข้างละ 1 หนีบ
ทั้งนี้ จำนวนหนีบที่ใช้จริงในการทำ Coolsculpting จะขึ้นอยู่กับการประเมินของแพทย์ตามปริมาณไขมันของแต่ละคน เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ชัดเจนและคุ้มค่าที่สุดครับ
การทำ Coolsculpting จะใช้การนับเป็นหนีบ
เพราะใช้หัวดูด (Applicator) ในการหนีบไขมัน
ทำ Coolsculpting เจ็บไหม ? อันตรายหรือไม่ ?
การทำ Coolsculpting ไม่เจ็บครับ และไม่เป็นอันตรายหากทำด้วยเครื่องแท้ ดูและโดยแพทย์และ Specialist ที่มีประสบการณ์ ภายใต้คลินิกที่มีมาตรฐาน
ในขณะทำ Coolsculpting คนไข้จะรู้สึกตึงและเย็นบริเวณที่ทำ ก่อนที่ผิวจะค่อย ๆ ชาจนแทบไม่รู้สึกอะไร เพราะความเย็น จึงไม่ต้องกังวลเรื่องความเจ็บครับ
หลังทำอาจรู้สึกระบมหรือปวดตึงเล็กน้อยตอนที่นวดบริเวณที่ทำเพื่อกระตุ้นให้เซลล์ไขมันถูกขับออกเร็วขึ้น อาการจะคล้ายกับกล้ามเนื้อเมื่อยล้าเล็ก ๆ และมักหายไปในไม่กี่วัน
ที่สำคัญ Coolsculpting เป็นเทคโนโลยีที่ผ่านการรับรองจากองค์การอาหารและยาสหรัฐอเมริกา (United States Food and Drug Administration : US FDA) ใช้เทคโนโลยีควบคุมอุณหภูมิแบบแม่นยำ ไม่กระทบต่อผิวหรือเส้นประสาท และไม่มีบาดแผลใด ๆ บนร่างกาย จึงสามารถมั่นใจในผลลัพธ์และความปลอดภัยได้เลยครับ
ทำเครื่อง Coolsculpting กี่วันเห็นผล ?
หลังทำ Coolsculpting จะเริ่มเห็นผลได้ภายในประมาณในช่วง 3-4 สัปดาห์ และเห็นผลชัดเจนเต็มที่ใน 3 เดือน
หลังจากทำเสร็จ ร่างกายจะค่อย ๆ กำจัดเซลล์ไขมันที่ถูกแช่แข็งออกไปตามกระบวนการธรรมชาติ ผ่านระบบน้ำเหลือง จึงต้องใช้เวลาในการเปลี่ยนแปลงรูปร่าง โดยลำดับผลลัพธ์จะเป็นดังนี้
- 3–4 สัปดาห์แรก เริ่มรู้สึกว่าบริเวณที่ทำดูกระชับขึ้นเล็กน้อย
- เดือนที่ 2 รูปร่างเริ่มเปลี่ยนแปลงชัดขึ้น
- เดือนที่ 3 เห็นผลเต็มที่ ไขมันลดลงอย่างเห็นได้ชัด
นอกจากนี้ การเห็นผลเร็วหรือช้ายังขึ้นอยู่กับ จำนวนหนีบ (Applicator) ที่ใช้ในแต่ละจุดด้วยครับ
- 1 หนีบ ลดไขมันได้ประมาณ 60–70 ซีซี
- หากบริเวณนั้นมีไขมันมาก อาจต้องใช้ 2–4 หนีบ
- หากต้องการผลลัพธ์ชัดเจนยิ่งขึ้น สามารถทำซ้ำได้หลัง 1 เดือน
การเตรียมตัวและการดูแลหลังทำ Coolsculpting มีอะไรบ้าง ?
Coolsculpting เป็นหัตถการที่ไม่ต้องผ่าตัดและไม่ต้องพักฟื้น แต่เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด ควรมีการเตรียมตัวล่วงหน้าและดูแลตัวเองหลังทำอย่างเหมาะสมครับ
การเตรียมตัวก่อนทำ Coolsculpting
- ดื่มน้ำให้เพียงพอในวันก่อนและวันทำ
- งดสครับผิว หรือทาโลชั่นบริเวณที่จะทำ
- สวมเสื้อผ้าหลวม ใส่สบาย เพื่อไม่ให้กดทับบริเวณที่ทำ
- แจ้งแพทย์หากมีโรคประจำตัว หรือใช้ยาที่ส่งผลต่อการแข็งตัวของเลือด
- หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายหนักในวันก่อนทำ
การดูแลตัวเองหลังทำ Coolsculpting
- สามารถกลับไปใช้ชีวิตได้ตามปกติทันที ไม่ต้องพักฟื้น
- ดื่มน้ำเยอะ ๆ เพื่อช่วยให้ร่างกายขับเซลล์ไขมันออกได้ดีขึ้น
- หลีกเลี่ยงการนวดแรง ๆ หรือกดจุดที่ทำในช่วง 1–2 วันแรก
- อาจมีอาการบวม ชา ระบมหรือคัน ซึ่งเป็นเรื่องปกติ และจะค่อย ๆ ดีขึ้นภายใน 1–2 สัปดาห์
- งดกิจกรรมที่กระแทกแรง เช่น วิ่งหนัก ยกของหนัก ในช่วงวันแรก ๆ
นอกจากนี้ หลังทำ Coolsculpting หากต้องการให้ผลลัพธ์คงอยู่ได้นาน ควรดูแลตัวเองด้วยการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ควบคุมอาหาร และหลีกเลี่ยงอาหารแปรรูป น้ำหวาน ของทอด และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพื่อป้องกันการสะสมของไขมันใหม่ และช่วยให้รูปร่างกระชับอยู่ได้นานยิ่งขึ้นครับ
รีวิวผลลัพธ์หลังทำ Coolsculpting ที่ V Square Clinic
รีวิว Coolsculpting ต้นแขน 2 หนีบ
ทำ Coolsculpting ต้นแขน ข้างละ 2 หนีบ จากเดิมก่อนทำ คนไข้มีปัญหาแขนใหญ่ แขนย้วย ไม่กระชับ หลังทำจะเห็นว่าแขนมีขนาดเล็กลง และมีความกระชับมากขึ้น
รีวิวCoolsculpting หน้าท้อง 6 หนีบ
Coolsculpting หน้าท้อง 6 หนีบ จากเดิมก่อนทำคนไข้มีปัญหาหน้าท้องยื่น อ้วนลงพุง หลังทำจะเห็นว่าไขมันหายไป หน้าท้องยุบลง ผิวดูกระชับ พุงไม่ยื่น
รีวิวผลลัพธ์ก่อน-หลังทำ Coolsculpting 3 เดือน
*ผลจากการเข้ารักษาพยาบาลสำหรับผู้ป่วยเฉพาะราย
Coolsculpting ที่ไหนดี ? เลือกคลินิกอย่างไรให้ปลอดภัย
การทำ Coolsculpting ให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีและปลอดภัย จำเป็นต้องทำกับคลินิกที่มีมาตรฐาน และใช้เครื่องแท้เท่านั้น เพราะถ้าใช้เครื่องเลียนแบบหรือทำโดยผู้ที่ไม่มีประสบการณ์ อาจเสี่ยงต่อการเห็นผลลัพธ์ที่ไม่ชัดเจน หรือเกิดผลข้างเคียงได้
เกณฑ์การเลือกคลินิกทำ Coolsculpting ที่ไว้ใจได้
- ใช้เครื่องแท้จากบริษัท Zeltiq Aesthetics USA สามารถขอดูใบรับรองหรือ Serial Number ได้ เพื่อความมั่นใจว่าเป็นของแท้จริง
- ดูแลโดยแพทย์ หรือSpecialis ที่ผ่านการอบรมทำ Coolsculpting มาโดยเฉพาะ สามารถประเมินการรักษาได้อย่างเหมาะสมกับคนไข้ในแต่ละเคส
- มีรีวิวจากผู้ใช้จริง และควรเป็นรีวิวผลลัพธ์ก่อน-หลังทำ Coolsculpting จากเคสจริง ไม่ใช่แค่รีวิวโฆษณา สามารถตรวจสอบแหล่งที่มาได้
- สถานที่สะอาด ปลอดภัย มีห้องทำ Coolsculpting แยกเฉพาะ อุปกรณ์สะอาด ไม่แออัด
- ราคาสมเหตุสมผล หากราคาถูกผิดปกติ ควรระวังว่าอาจเป็นเครื่องปลอมหรือไม่มีใบรับรอง
การเลือกทำ Coolsculpting กับคลินิกที่มีความน่าเชื่อถือ ได้มาตรฐาน ไม่เพียงแต่ช่วยให้สัดส่วนเปลี่ยนแปลงได้อย่างมั่นใจ แต่ยังลดความเสี่ยงเรื่องความปลอดภัย และไม่ต้องกังวลเรื่องผลลัพธ์ที่คาดไม่ถึงครับ
Coolsculpting ราคาเท่าไหร่ ?
ราคา CoolSculpting โดยทั่วไปจะเริ่มต้นที่ประมาณ 8,500 บาท ต่อ 1 หนีบ (ขนาดเท่าฝ่ามือ) และอาจมีการเปลี่ยนแปลงขึ้นอยู่กับจำนวนครั้งที่ทำ, ตำแหน่งที่ทำ, และโปรโมชันของแต่ละคลินิก
โปรโมชัน Coolsculpting ที่ V Square Clinic
หมายเหตุ : ราคาทำ Coolsculpting อาจมีการเปลี่ยนแปลงตามโปรโมชันส่งเสริมการตลาด แนะนำให้ปรึกษาแพทย์ และอัปเดตราคาล่าสุดกับทางคลินิก
สรุป Coolsculpting ทางเลือกใหม่ลดไขมันเฉพาะจุด เห็นผลเร็ว
Coolsculpting เป็นทางเลือกที่เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการลดไขมันเฉพาะจุดอย่างปลอดภัย โดยไม่ต้องผ่าตัดหรือพักฟื้น เหมาะกับคนที่รูปร่างโดยรวมปกติ แต่มีไขมันสะสมบางจุดที่ลดไม่ลงแม้จะออกกำลังกายหรือควบคุมอาหารแล้วก็ตาม
ด้วยเทคโนโลยีแช่แข็งเซลล์ไขมันด้วยความเย็น Coolsculpting ช่วยลดจำนวนเซลล์ไขมันอย่างถาวร และเห็นผลลัพธ์ภายใน 2–3 เดือน หากดูแลตัวเองต่อเนื่อง ผลลัพธ์จะยิ่งชัดและอยู่ได้นาน ทำให้รูปร่างกระชับอย่างเป็นธรรมชาติครับ









