อยากฉีดโบท็อกให้ริ้วรอยหายแต่ก็แอบกังวลว่าหลังทำไปแล้วจะดูแลตัวเองอย่างไรเพื่อให้ผลลัพธ์สามารถอยู่ได้นาน ดังนั้นใครที่กำลังสงสัยว่าหลังฉีดโบท็อกนวดหน้าได้ไหมหรือต้องระวังเรื่องอะไรบ้าง บทความนี้เราจะมาแชร์ทริคการนวดหน้าหลังฉีดโบท็อกอย่างไรให้ถูกวิธี

ฉีดโบท็อก นวดหน้าได้ไหม ไขข้อสงสัยที่ต้องรู้


การฉีดโบท็อกไม่แนะนำให้นวดหน้าหรือกดจุดที่ทำทันทีเพราะเสี่ยงทำให้ตัวยาเคลื่อนที่ไปยังกล้ามเนื้อมัดอื่นจนส่งผลต่อผลลัพธ์ที่ไม่พึงประสงค์ได้

โบท็อกทำงานอย่างไร ทำไมการนวดหน้าถึงมีผลต่อตัวยา

โบท็อกจะเข้าไปทำปฏิกิริยากับโปรตีนที่ปลายประสาทเพื่อยับยั้งการหลั่งสารสื่อประสาทที่สั่งการให้กล้ามเนื้อหดตัว ในช่วงประมาณ 24-48 ชั่วโมงแรก ตัวยายังอยู่ในลักษณะของของเหลวและกำลังค่อย ๆ ถูกดูดซึมเข้าสู่กล้ามเนื้อเป้าหมาย หากมีการนวดหรือกดทับอย่างรุนแรง จะเป็นการเพิ่มแรงดันใต้ผิวหนังที่สามารถผลักให้ตัวยากระจายตัวไปยังกล้ามเนื้อมัดอื่นข้างเคียงได้

หลังฉีดโบท็อกกี่วันนวดหน้าได้ เช็กตารางเวลา

ระยะเวลา

ข้อควรปฏิบัติ / สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง

เหตุผลสำคัญ

0 - 4 ชั่วโมงแรก

ห้ามนอนราบ และห้ามนวดกดจุดบริเวณที่ฉีด

ป้องกันตัวยาเคลื่อนที่ไปยังกล้ามเนื้อมัดอื่น

24 ชั่วโมงแรก

งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และการออกกำลังกายหนัก

ลดความเสี่ยงในการเกิดอาการบวมและรอยช้ำ

1 - 7 วันแรก

หลีกเลี่ยงความร้อนจัด เช่น ซาวน่า, หน้าเตาปิ้งย่าง

ป้องกันไม่ให้ตัวยาสลายตัวเร็วกว่าปกติ

14 วันขึ้นไป

เริ่มนวดหน้า ทำทรีตเมนต์หรือกัวซาได้ตามปกติ

ตัวยาเซตตัวคงที่และเห็นผลลัพธ์การเปลี่ยนแปลงได้

ผลเสียของการนวดหน้าเร็วเกินไปมีอะไรบ้าง

การนวดหน้าเร็วเกินไปหลังฉีดโบท็อกเสี่ยงทำให้ตัวยาแพร่กระจายไปยังกล้ามเนื้อส่วนอื่นที่ไม่ต้องการ ส่งผลให้ใบหน้าดูไม่เป็นธรรมชาติและอาจเกิดปัญหาด้านความสวยงามตามมา ดังนี้

  • ตัวยาเคลื่อนที่ : โบท็อกอาจไหลไปโดนกล้ามเนื้อมัดอื่นที่ไม่ใช่เป้าหมาย ทำให้ผลลัพธ์ไม่ตรงจุดที่ต้องการ
  • ภาวะหนังตาตกหรือคิ้วกระดก : หากฉีดบริเวณหน้าผากหรือระหว่างคิ้วแล้วนวดแรง ๆ อาจทำให้ยาซึมไปโดนกล้ามเนื้อยกเปลือกตาจนตาดูปรือหรือคิ้วผิดรูปได้
  • ใบหน้าไม่สมมาตร : เสี่ยงทำให้ปากเบี้ยว ยิ้มไม่สุดหรือใบหน้าทั้งสองข้างดูไม่เท่ากันชั่วคราวจากการที่ตัวยากระจายตัวไม่สม่ำเสมอ
  • รอยช้ำและอาการบวมเพิ่มขึ้น : การกดหรือคลึงผิวที่เพิ่งผ่านการทำหัตถการจะไปกระตุ้นการอักเสบและทำให้รอยเข็มหรือรอยช้ำหายช้าลง
  • ประสิทธิภาพการทำงานลดลง : เมื่อตัวยากระจายตัวไปผิดตำแหน่งอาจทำให้การล็อกกล้ามเนื้อในจุดที่กังวลจริง ๆ ทำได้ไม่เต็มที่

จุดไหนบ้างบนใบหน้าเสี่ยงยาเคลื่อนหากนวดผิดวิธี

ไม่ใช่ทุกจุดบนใบหน้าที่จะมีผลกระทบเท่ากัน จุดที่มีโอกาสเสี่ยงยาเคลื่อนได้มากที่สุดหากนวดหน้าผิดวิธีมีดังนี้

  • บริเวณหน้าผากและระหว่างคิ้ว: เป็นจุดที่บอบบางเพราะอยู่ใกล้กับกล้ามเนื้อยกเปลือกตา หากนวดหน้าผากแรงเกินไปยาอาจเคลื่อนลงต่ำทำให้เกิดอาการตาปรือได้
  • บริเวณกราม: แม้จะเป็นกล้ามเนื้อใหญ่แต่การนอนตะแคงกดทับซ้ำ ๆ หรือการนวดคลึงกรามในช่วงแรกอาจทำให้ผลลัพธ์การปรับรูปหน้าดูไม่เท่ากัน
  • หางตา: ผิวบริเวณนี้บางมาก การขยี้ตาหรือเช็ดเครื่องสำอางแรง ๆ อาจทำให้ยากระจายตัวไปกระทบกับการยิ้มได้

สัญญาณเตือนที่บอกว่าโบท็อกเคลื่อน

การสังเกตความเปลี่ยนแปลงของใบหน้าหลังทำหัตถการจะช่วยให้คุณรับมือกับสถานการณ์ที่ตัวยากระจายตัวผิดตำแหน่งได้อย่างทันท่วงที ซึ่งสัญญาณเตือนที่บ่งบอกว่าโบท็อกอาจเคลื่อนที่ไปยังกล้ามเนื้อส่วนอื่นมีดังนี้

  • หนังตาตกหรือลืมตาได้ไม่สุด: หากฉีดบริเวณหน้าผากหรือระหว่างคิ้วแล้วยาเคลื่อนลงต่ำ อาจส่งผลต่อกล้ามเนื้อยกเปลือกตาทำให้ตาดูปรือหรือดูเล็กลงชั่วคราว
  • คิ้วเลิกขึ้นไม่เท่ากัน: สังเกตเห็นทรงคิ้วที่เปลี่ยนไป เช่น คิ้วข้างหนึ่งโก่งสูงผิดปกติหรือคิ้วดูตกลงมาทับดวงตา ทำให้ใบหน้าดูไม่ได้สัดส่วน
  • ยิ้มไม่สุดหรือมุมปากเบี้ยว: กรณีฉีดลดกรามหรือริ้วรอยรอบปากแล้วยาแพร่กระจายไปโดนกล้ามเนื้อที่ใช้ในการยิ้ม อาจทำให้การแสดงสีหน้าดูขัดเขินหรือไม่สมมาตร
  • ความรู้สึกตึงในจุดที่ไม่ได้ฉีด: หากรู้สึกว่ากล้ามเนื้อในบริเวณข้างเคียงมีความแข็งตึงหรือขยับลำบาก เป็นสัญญาณว่าตัวยาอาจเริ่มกระจายตัวออกไปจากจุดเป้าหมาย
  • มองเห็นริ้วรอยในจุดใหม่: เมื่อกล้ามเนื้อบางส่วนถูกล็อกผิดตำแหน่ง อาจทำให้กล้ามเนื้อส่วนอื่นต้องทำงานชดเชยหนักขึ้น จนเกิดริ้วรอยในจุดที่ไม่เคยมีมาก่อน

ประเภทของการนวดหน้าที่ควรเลี่ยงหลังฉีดโบท็อก

การดูแลผิวหน้าหลังฉีดโบท็อกควรระมัดระวังเพราะการนวดบางประเภทอาจส่งผลกระทบต่อตำแหน่งและการทำงานของตัวยาได้โดยตรง ซึ่งประเภทของการนวดหน้าที่ควรเลี่ยงในช่วงประมาณ 2 สัปดาห์แรกมีดังนี้

  • การนวดกดจุด : การลงน้ำหนักมือแรง ๆ บนใบหน้าเพื่อผ่อนคลายหรือกระตุ้นจุดต่าง ๆ เสี่ยงทำให้โบท็อกกระจายตัวไปยังกล้ามเนื้อมัดอื่นจนหน้าผิดรูปได้
  • การนวดกัวซา : แรงเสียดทานจากการขูดผิวด้วยหินกัวซาไม่เพียงแต่เสี่ยงเรื่องยาเคลื่อน แต่ยังกระตุ้นการไหลเวียนเลือดที่อาจทำให้ตัวยาทำงานได้ไม่เต็มที่
  • ทรีตเมนต์ที่ใช้ความร้อน : พลังงานความร้อนที่ส่งลงสู่ชั้นผิวจะเข้าไปเร่งให้โบท็อกสลายตัวเร็วขึ้น ทำให้ผลลัพธ์ที่ควรอยู่นานกลับหายไปก่อนเวลาอันควร
  • การทำไฮฟู่ : คลื่นอัลตราซาวด์ที่มีความเข้มข้นสูงและเกิดความร้อนใต้ผิวอาจรบกวนการเซตตัวของโบท็อกในช่วง 2 สัปดาห์แรก
  • การนวดหน้าเพื่อผลักวิตามิน: แม้จะเป็นการบำรุงแต่การใช้หัวนวดวนซ้ำ ๆ บนผิวหน้าอาจรบกวนตำแหน่งของตัวยาที่เพิ่งฉีดเข้าไปได้

ฉีดโบท็อกที่ไหนดี ทำไมต้องเลือก APEX


การเลือกคลินิกเพื่อดูแลรูปหน้าเป็นเรื่องสำคัญเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติ การมองหาคลินิกที่มีประสบการณ์อย่าง APEX พร้อมสิทธิประโยชน์จากบัตรเครดิต KTC จะช่วยให้คุณดูแลตัวเองได้อย่างคุ้มค่า

  • พิจารณาคลินิกที่มีประสบการณ์ยาวนาน: เลือกสถานพยาบาลที่ความโดดเด่นในการดูแลผิวพรรณ เพื่อให้ได้คำแนะนำที่เหมาะสมกับโครงหน้าและความกังวลของแต่ละบุคคล
  • เน้นผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติ: ให้ความสำคัญกับเทคนิคการจัดวางตำแหน่งโบท็อกอย่างเหมาะสม เพื่อให้ใบหน้ายังคงแสดงอารมณ์ได้ตามปกติและไม่ดูแข็งจนเกินไป
  • รับบริการที่ APEX: สำหรับผู้ที่สนใจปรับรูปหน้า APEX เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจด้วยความเข้าใจในโครงสร้างใบหน้าและพร้อมให้บริการดูแลผิวพรรณอย่างเข้าใจ
  • สิทธิพิเศษสำหรับสมาชิกบัตรเครดิต KTC: เพิ่มความคุ้มค่าในการทำสวยที่ APEX ด้วยโปรโมชั่นจากบัตรเครดิต KTC เช่น การแบ่งชำระ 0% หรือการแลกคะแนนรับเครดิตเงินคืนตามเงื่อนไขที่กำหนด

การดูแลและติดตามผลอย่างต่อเนื่อง: เลือกคลินิกที่มีระบบการให้ข้อมูลหลังทำหัตถการอย่างชัดเจน เพื่อให้คุณปฏิบัติตัวได้อย่างถูกต้องและรักษาความเป๊ะให้อยู่ได้นานขึ้น