ทรงผมชาย เปิดข้างสไตล์วินเทจ เป็นทรงผมที่ได้รับความนิยมมาอย่างยาวนาน ด้วยความคลาสสิค เท่ และดูดี ต่อให้เวลาจะผ่านไป วนกลับมาตัดทรงไหน ก็ออกมาดูทันสมัยตลอดกาล วันนี้เรามี 30 ทรงผมเปิดข้างเท่ๆ มาฝากกัน
ขอบคุณภาพ haircutinspiration.com/asian-men-hairstyles
1. ทรง Undercut
อันเดอร์คัทเป็นทรงผมชายเปิดข้างยอดฮิตของหนุ่มๆ ที่ผมด้านข้างและด้านหลังจะถูกตัดสั้น ไถเกรียนหรือไล่ระดับความยาว ในขณะที่ผมด้านบนจะปล่อยให้ไว้ยาวปานกลาง ทำให้หนุ่มๆ สามารถเซ็ตผมได้หลายสไตล์
ขอบคุณภาพ themailroombarberco.com/en-th
2. ทรง Side Part
ทรงแสกข้างเป็นทรงผมชายเปิดข้าง สุดคลาสสิก และเท่ที่อยู่คู่กับหนุ่มๆ มาทุกยุคสมัย จุดเด่น คือการหวีปาดข้างด้านหนึ่งเพื่อแบ่งแสกชัดเจน ผมด้านข้างจะตัดให้สั้น โดยแสกผมอาจจะอยู่ซ้ายหรือขวา ขึ้นอยู่กับความชอบและรูปหน้า เหมาะกับผู้ชายที่มีใบหน้ารูปไข่หรือรูปยาว
ขอบคุณภาพ IG @uta_tu_barber
3. ทรง Slick Back
ทรงผมสลีคแบค หรือทรงผมหวีเสย ทรงนี้ผมด้านหน้าจะไว้ให้ความยาวเท่ากัน และใช้หวีเสยไปด้านหลังอย่างเรียบเนียน โดยใช้เจลหรือแว็กซ์เพื่อให้ผมอยู่ทรง ส่วนด้านข้างและด้านหลังมักจะตัดสั้นหรือไล่ระดับความยาว สามารถเซ็ตให้ดูเรียบร้อย มีภูมิฐานหรือเซ็ตให้ดูหล่อเท่ก็ยังได้
ขอบคุณภาพ malemodelscene.net
4. ทรง French Crop
เป็นทรงผมชายที่ดูแลง่าย ไม่ต้องใช้เวลาจัดแต่งทรงผมนาน จุดเด่นของทรงนี้คือมีผมหน้าม้าสั้นเต่อ หรือปอยผมปรกลงมาบริเวณหน้าผาก ด้านข้างและด้านหลังสั้น มีการไล่ระดับความยาวขึ้นไปด้านบน
ขอบคุณภาพ IG @atmxvito
5. ทรง Mullet Cut
ทรงเปิดข้างรากไทรหรืออันเดอร์คัตรากไทร เป็นการผสมผสานระหว่างทรงอันเดอร์คัตและทรงรากไทร โดยด้านข้างจะตัดสั้นเกรียน ด้านบนจะซอย และไว้ยาวเพื่อให้เซ็ตได้ ผมด้านหลังจะยาวลงมาถึงช่วงคอ เหมาะมากกับผู้ชายที่มีใบหน้ากลมหรือเหลี่ยม เพราะทรงผมนี้ช่วยให้ใบหน้าดูยาวขึ้น
ขอบคุณภาพ menshairstylestoday.com/gentleman-haircut
6. ทรง Ivy League
อีกหนึ่งทรงผมชายวินเทจสุดคลาสสิก ไม่ว่าจะตัดยุคไหนก็ยังเรียกเสียงกรี๊ดจากสาวๆ ได้เสมอ ทรงนี้จะเน้นการตัดด้านข้างให้สั้น ผมด้านบนจะไว้ยาวพอประมาณเพื่อให้หวีเสย คล้ายๆ ทรงหวีเสย แต่จะปัดไปข้างใดข้างหนึ่งได้ เหมาะสำหรับเป็นลุคออกงาน หรือลุคที่ดูน่าเชื่อถือ
ขอบคุณภาพ lovehairstyles.com/asian-hairstyles-men
7. ทรง Pompadour
ทรงผมตัวพ่อในตำนาน เป็นทรงผมที่โด่งดัง และเป็นที่นิยมมาอย่างยาวนาน เอกลักษณ์ของทรงผมนี้คือ การเซ็ตผมด้านหน้าให้ยกสูงและพอง พร้อมผมด้านข้างและด้านหลังที่ตัดสั้น ไล่ระดับความยาวขึ้นไปด้านบน
ขอบคุณภาพ https://menshaircuts.com/butch-cut/
8.ทรง Buzz Cut
เป็นทรงผมที่ตัดสั้นเกรียนทั้งศีรษะ ใช้ปัตตาเลี่ยนไฟฟ้าไล่ระดับความยาว โดยด้านข้างและด้านหลังจะสั้นกว่าด้านบน ส่วนใหญ่จะนิยมตัดสั้นมาก เป็นทรงผมชายที่ดูแลง่ายอีกหนึ่งทรง เหมาะกับผู้ชายที่มีไลฟ์สไตล์แอคทีฟ
ขอบคุณภาพ fuckingyoung.es/fallen-grace
9. ทรง Top Knot
อีกหนึ่งทรงผมชายเปิดข้างไว้บน ที่ให้ฟีลแบดบอยหน่อยๆ เจ้าเล่ห์นิดๆ เป็นทรงผมที่ไว้ผมยาวแล้วมัดขึ้นเป็นจุกบนศีรษะ นิยมไว้ผมยาวระดับปานกลางถึงยาว ส่วนด้านข้างและด้านหลังจะตัดสั้น ไล่ระดับความยาว
ขอบคุณภาพ IG @tsamueltw6
10. ทรง Two Block
เชื่อว่าหนุ่มๆ หลายคนน่าจะเคยตัดทรงนี้กันมาแล้ว เป็นทรงที่ได้รับความนิยมมาอย่างยาวนาน โดยที่ด้านหน้าจะไว้หน้าม้า ด้านข้างจะตัดสั้น ไล่ระดับความยาว ส่วนด้านหลังจะตัดให้ทุยๆ หรือมีลักษณะเป็นตัว U
ขอบคุณภาพ menshairstylestoday.com/gentleman-haircut
11. ทรง Fade and Taper
เหมาะกับหนุ่มๆ ทุกรูปหน้า เป็นทรงผมชายเปิดข้าง ที่เน้นการไล่ระดับของผม จุดเด่นคือมีการเฟดไล่ระดับตรงช่วงตีนผมให้ดูเนียนกลืนกันไปด้วยเทคนิคไถแบตตาเลี่ยนให้ไม่มีขอบ โดยให้ผมด้านบนมีความยาวมากที่สุด จะได้ลุคที่ละมุน และมีความโมเดิร์นด้วย
ขอบคุณภาพ @feehair_yoga
12. ทรง Quiff
บอกเลยว่าทรงนี้ถูกใจสายเซอร์เป็นที่สุด ทรงผมชายเปิดข้างไว้บน ทรงนี้จะมีความคล้าย Pompadour แต่มีความเซอร์กว่า จุดเด่นของผมทรงนี้คือการไว้ผมด้านบนที่ยาว ทำให้หนุ่มๆ สามารถเซ็ตผมด้านบนได้หลายทรงตามต้องการ ส่วนด้านข้าง และด้านหลังตัดให้สั้น เหมาะสำหรับรูปหน้าทรงกลม และรูปหน้าวงรี
ขอบคุณภาพ menshairstyletips.com/ducktail-haircut
13. ทรง Ducktail
ทรงนี้จุดเด่นตามชื่อเลย คือการเซ็ตผมด้านหลังให้พอง และปัดด้านข้างให้คล้ายหางเป็ดด้านข้างสั้นไล่ระดับความยาว ด้านบนยาวพอที่จะเซ็ตทรงได้ ทรงนี้ได้รับความนิยมมากๆ สมัยก่อน ดาราฮอลลีวูดตัดกันเพียบ อย่างเช่น Elvis Presley
ขอบคุณภาพ @kokonupur
14. ทรง Korean Regent
ทรงผม Regent ของเกาหลีจะเน้นความทันสมัยและนุ่มนวล ทรงนี้ผมด้านบนจะตัดสั้นแบบมีเท็กซ์เจอร์ ส่วนด้านหลังและด้านข้างเป็นการไล่ระดับตัดสั้นขึ้นเป็นทรงเฟดต่ำ
ขอบคุณภาพ beauty.hotpepper.jp
15. ทรง High and Tight
ทรงผมคลาสสิกที่หลายคนรู้จักกันในชื่อ ทรงทหาร โดยผมด้านบนสั้นแบบพอประมาณ และตัดด้านข้างให้สั้นกว่า เป็นทรงที่เหมาะกับหน้าร้อน ตัดแล้วเย็นสบาย ดูแลง่าย เหมาะกับคนที่ไม่มีเวลาเซ็ต
ขอบคุณภาพ IG @zhen_barber
16. ทรง Caesar Cut
ตามมาติดๆ กับอีกหนึ่งทรงที่ค่อนข้างสั้นและดูแลง่าย ทรงนี้จะคล้ายทรงทหาร จุดเด่นคือ ผมด้านหน้าจะยาวกว่าและมีหน้าม้าสั้นๆ เน้นความเรียบง่าย เหมาะกับคุณผู้ชายที่มีผมหนา จะเซ็ตหรือไม่เซ็ตผมก็ได้เท่ไม่แพ้กัน
ขอบคุณภาพ beauty.hotpepper.jp
17. ทรง Surf Cut
อีกหนึ่งทรงที่สาวเห็นแล้วต้องร้องกรี๊ด ทรงนี้จะคล้ายทรง Two Block จุดเด่น คือ ผมด้านบนจะยาวกว่าด้านข้างและด้านหลัง เพื่อให้สามารถเซ็ตให้ดูมีวอลลุ่ม คล้ายคลื่นทะเล จึงเป็นที่มาของชื่อที่ว่า Surf Cut ให้อารมณ์เซอร์ๆ แต่ก็ยังดูสมาร์ทเท่ในเวลาเดียวกัน
ขอบคุณภาพ IG @thebarbatokyo5_five_
18. ทรง High Fade
รองทรงสูง ใช้เทคนิคการไถปัตตาเลียนให้มีลักษณะกลืนเนียนกันไปเป็นระดับ แต่จะขึ้นแนวผมให้ฐานค่อนข้างสูง หรืออยู่ระดับเหนือขมับ ส่วนผมที่ยาวด้านบนสามารถซอยบาง และตัดปลายออกตามความเหมาะสมให้รับกับส่วนล่าง
ขอบคุณภาพ IG @laiyou_0825
19. ทรง Crew Cut
เป็นทรงผมสั้นคล้ายทรงทหารเช่นกัน แต่สามารถตัดออกมาให้แฟชั่น และมีความโมเดิร์นได้ ด้วยการเพิ่มลูกเล่นที่บ้านด้านบนให้มีความยาวมากขึ้น แต่ต้องไม่ยาวเกิน 5 ซม. จึงไม่ต้องเซ็ตผมแต่อย่างใด ที่สำคัญผมแห้งไวอย่างรวดเร็ว ไม่ต้องเป่าผมเลยก็ได้
Pinterest @Lonely_Sky_
20. ทรง Skinhead
มากันที่ทรงสุดท้าย ถือว่าเป็นทรงปราบเซียนของหนุ่มๆ เพราะทรงนี้เป็นทรงสั้นเกรียนติดหนังหัว แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่กับระดับความยาวที่เลือก นิยมตัดร่วมกับทรง Faded หรือ Undercut ดูแลง่าย ไม่ต้องเซ็ตผม เหมาะกับหน้าร้อนบ้านเราสุดๆ
21. ทรง Drop Fade
ทรงเปิดข้างที่มีจุดเด่นคือการไถเฟดเป็นเส้นโค้งตกลงไปตามหลังใบหู (ไม่ไถเป็นเส้นตรงขนานพื้น) ช่วยปรับรูปศีรษะให้ดูโหนกสวย มีมิติ และเนียนตา
22. ทรง Burst Fade
การไถเฟดเน้นเป็นวงกลมกระจายออกจากบริเวณรอบใบหู ปล่อยผมด้านหลังคอและด้านบนให้ยาว นิยมนำมาตัดคู่กับทรง Mullet หรือทรงผมดัดลอน
23. ทรง Low Fade (รองทรงต่ำเฟด)
การเปิดข้างแบบสุภาพ โดยเน้นไถสั้นไล่ระดับเฉพาะช่วงตีนผมต่ำๆ (ต่ำกว่าขมับ) เหมาะสำหรับคนที่อยากเปิดข้างแต่ยังต้องการลุคเรียบร้อย เข้าทำงานหรือออกงานได้สบาย
24. ทรง Mid Fade (รองทรงกลางเฟด)
ทรงเปิดข้างระดับกึ่งกลางศีรษะ ไถไล่ระดับความสั้นยาวขึ้นมาถึงช่วงกลางขมับ ให้ความสมดุลระหว่างความโปร่งสบายและความเท่ในสไตล์ทันสมัย
25. ทรง Textured Fringe
เปิดข้างแบบตัดสั้น (Undercut หรือ Fade) แล้วเน้นการซอยสไลด์ผมด้านบนสลับสั้นยาวเป็นชั้นๆ เพื่อให้เกิดเท็กซ์เจอร์ยุ่งๆ แบบตั้งใจ เซ็ตง่ายได้ลุคเป็นธรรมชาติ
26. ทรง Modern Flat Top
ทรงลานบินยุค 90s นำมาปรับให้เข้ากับยุคนี้ โดยไถด้านข้างแบบ High Fade สั้นเกรียน แล้วตัดผมด้านบนให้ตรงเรียบระนาบ ให้ลุคคมเข้ม โดดเด่น และมีเอกลักษณ์สูง
27. ทรง Disconnected Undercut
การตัดเปิดข้างแบบตัดฉาก ไม่เน้นการไถไล่ระดับเนียนกลืน (Fade) แต่เน้นตัดชับแบ่งชั้นระหว่างผมด้านข้างที่สั้นเกรียนกับผมด้านบนที่ไว้ยาวอย่างชัดเจน เหมาะกับคนชอบไว้ผมบนยาวเพื่อปัดข้างหรือมัดจุก
28. ทรง Hard Part Fade
ทรงเปิดข้างสไตล์เนี๊ยบ ที่เพิ่มลูกเล่นด้วยการใช้ปัตตาเลี่ยนหรือมีดโกนบากเป็นเส้นแสกผม (Razor Line) คมๆ ช่วยเพิ่มเส้นสายมิติให้ทรงผมดูคมคายและเซ็ตง่ายขึ้น
29. ทรง Beard Fade
การเปิดข้างที่ไถเฟดไล่ระดับจากผมด้านบนลงมาสั้นที่สุดบริเวณจอน แล้วไล่ระดับความยาวเพิ่มขึ้นใหม่อีกครั้งเชื่อมต่อเข้ากับหนวดและเคราอย่างกลมกลืน
30. ทรง Faux Hawk with Side Fade (Frohawk)
ทรงสโมสรหรือทรงโมฮอว์กแบบประยุกต์ โดยไถเปิดข้างให้สั้นสะอาดตา แล้วไว้ผมตรงกลางศีรษะยาวพอประมาณเพื่อเซ็ตให้ตั้งรวบเข้าหากันตรงกลาง ไม่ยาวโอเวอร์เกินไป ให้ลุคสปอร์ต ลุคเท่ๆ และดูกระฉับกระเฉง
หนุ่มๆ ที่สนใจอยากเปลี่ยนลุค ตัดผมทรงใหม่ๆ ก็เลือกทรงผมชายเปิดข้างที่เหมาะสมกับใบหน้าได้เลย และเพื่อการตัดผมแบบแบบถูกใจ แนะนำให้เลือกร้านตัดผมชาย Barbershop จะได้ทรงผมชายที่เนี้ยบแบบต้องการ และเพิ่มความคุ้มค่า ร้านตัดผมชายที่สามารถจ่ายด้วยบัตรเครดิตได้ แนะนำให้ใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิต KTC เนื่องจากใช้จ่ายผ่านบัตรฯ ทุก 25 บาท รับคะแนน KTC FOREVER 1 คะแนน สามารถนำไปแลกส่วนลด และสิทธิประโยชน์ได้อีกมากมาย
ใช้จ่าย คุ้มค่า นึกถึงบัตรเครดิต KTC
























