ในทุกๆ วัน ผิวของเราต้องเผชิญกับปัญหารอบด้าน ไม่ว่าจะเป็นปัญหาจากรังสี UV มลภาวะ ความเครียด หรือแม้อายุที่เพิ่มขึ้น ซึ่งล้วนเป็นตัวการที่คอยทำร้ายผิว ทำให้เกิดปัญหาผิวแห้งเสีย หมองคล้ำ หยาบกร้าน และผิวเสื่อมสภาพก่อนวัยได้ ไม่แปลกที่หลายคนเริ่มมองหาทางลัดฟื้นฟูผิวถึงระดับเซลล์ เพื่อเติมความชุ่มชื้น และฟื้นคืนคุณภาพผิวให้กลับมาสุขภาพดีอีกครั้ง
หากพูดถึงหัตถการงานผิวที่กำลังมาแรงในตอนนี้ ต้องยกให้ “Fillstim” ตัวช่วยฟื้นฟูคุณภาพผิว กระตุ้นคอลลาเจน และเสริมความแข็งแรงให้ผิว วันนี้ รมย์รวินท์คลินิกจะพาทุกคนไปเจาะลึกว่า Fillstim คืออะไร? ช่วยเรื่องอะไรบ้าง? มีจุดเด่นอย่างไร? และใครบ้างที่ควรทำ? บทความสรุปข้อมูลทั้งหมดไว้ให้แล้ว
Fillstim คืออะไร?
Fillstim เป็นผลิตภัณฑ์จากประเทศอิตาลีที่พัฒนาขึ้น เพื่อช่วยฟื้นฟูผิวให้ดูสุขภาพดีจากภายใน โดยมีส่วนประกอบสำคัญ ได้แก่ Amino Acids ซึ่งเป็นกรดอะมิโนที่มีบทบาทในการสร้างโปรตีนสำคัญของผิว และ Hyaluronic Acid (HA) ที่ช่วยกักเก็บความชุ่มชื้นให้ผิว เมื่อสารสำคัญถูกนำเข้าสู่ผิวหนังชั้นหนังแท้ (Dermis) จะช่วยสนับสนุนการทำงานของเซลล์ไฟโบรบลาสต์ (Fibroblast) ซึ่งเป็นเซลล์ที่เกี่ยวข้องกับการสร้างคอลลาเจน และอีลาสตินใต้ผิว ส่งผลให้ผิวดูอิ่มฟู เรียบเนียน ชุ่มชื้น ยืดหยุ่น และดูเปล่งปลั่งมากขึ้น
ปัจจุบัน Fillstim มีทั้งหมด 4 สูตร โดยแต่ละสูตรได้รับการออกแบบให้มีส่วนประกอบเฉพาะ และคุณสมบัติที่แตกต่างกัน เพื่อให้เหมาะกับปัญหาผิว และความต้องการของแต่ละบุคคล ซึ่งแพทย์จะเป็นผู้ประเมินสภาพผิว และเลือกสูตรที่เหมาะสมก่อนเข้ารับการรักษา เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพ และแลดูเป็นธรรมชาติอย่างแท้จริง
กลไกการทำงานของ Fillstim
หลังจากฉีด Fillstim เข้าสู่ชั้นผิวหนัง สารสำคัญจะเริ่มทำงานผ่านกลไก Amino Acid-Driven Structural Skin Mechanism ซึ่งเป็นการสนับสนุนการฟื้นฟูโครงสร้างผิวผ่าน 3 ขั้นตอนสำคัญ ดังนี้
- Cell Signaling กระตุ้นการทำงานของเซลล์ผิว
Amino Acids จะช่วยส่งสัญญาณไปยังเซลล์ไฟโบรบลาสต์ (Fibroblast) ซึ่งเป็นเซลล์ที่มีบทบาทในการสร้างคอลลาเจน และอีลาสติน ทำให้เซลล์เริ่มกระบวนการสร้างโปรตีนโครงสร้างของผิวตามธรรมชาติ
- Nutrient Supply เติมสารสำคัญที่จำเป็นต่อผิว
เติมสารอาหาร Amino Acids และ Hyaluronic Acid (HA) ซึ่งเป็นสารสำคัญที่เกี่ยวข้องกับการสร้างคอลลาเจนชนิดที่ 1 คอลลาเจนชนิดที่ 3 และอีลาสติน พร้อมทั้งช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิว จึงเอื้อต่อการฟื้นฟูโครงสร้างผิวจากภายใน
- Matrix Remodeling: เสริมความแข็งแรงของโครงสร้างผิว
เมื่อผิวได้รับการกระตุ้น และมีสารตั้งต้นอย่างเพียงพอ จะเกิดกระบวนการจัดเรียงตัวของคอลลาเจน และอีลาสตินใหม่ พร้อมกับอาศัยความชุ่มชื้นจาก Hyaluronic Acid (HA) เพื่อช่วยให้โครงสร้างผิวมีความสมบูรณ์มากขึ้น ส่งผลให้ผิวดูเรียบเนียน อิ่มฟู มีความยืดหยุ่น และดูสุขภาพดีอย่างแลดูเป็นธรรมชาติ
2 ส่วนประกอบหลักของ Fillstim
Fillstim ได้รับการพัฒนาขึ้นโดยอาศัยการทำงานร่วมกันของสารสำคัญ 2 ชนิด ได้แก่ Amino Acids และ Hyaluronic Acid (HA) ซึ่งมีบทบาทในการดูแลคุณภาพผิวในมิติที่แตกต่างกัน แต่ส่งเสริมการทำงานซึ่งกันและกัน เพื่อช่วยให้ผิวดูชุ่มชื้น แข็งแรง และมีความยืดหยุ่นมากขึ้น ดังนี้
Amino Acids
Amino Acids หรือกรดอะมิโน เป็นสารตั้งต้นที่ร่างกายนำไปใช้ในการสร้างโปรตีนหลายชนิด รวมถึงคอลลาเจน และอีลาสติน ซึ่งเป็นโครงสร้างสำคัญที่ช่วยให้ผิวมีความกระชับ และยืดหยุ่น แต่เมื่ออายุเพิ่มขึ้น การสร้างโปรตีนเหล่านี้ก็จะลดลงตามธรรมชาติ ส่งผลให้ผิวเริ่มสูญเสียความแน่นกระชับ และเกิดริ้วรอยได้ง่าย การเติมกรดอะมิโนจึงเปรียบเสมือนการเสริมสารตั้งต้นที่จำเป็น เพื่อสนับสนุนกระบวนการสร้างคอลลาเจน และอีลาสติน ช่วยให้ผิวดูเรียบเนียน แข็งแรง และมีคุณภาพผิวที่ดีขึ้น
Hyaluronic Acid (HA)
Hyaluronic Acid (HA) หรือ HA Fragments เป็นอนุพันธ์ของกรดไฮยาลูรอนิกที่ได้รับการพัฒนาให้มีขนาดโมเลกุลเล็กลง เพื่อช่วยสนับสนุนการทำงานภายในชั้นผิวได้อย่างเหมาะสม นอกจากมีบทบาทในการกักเก็บความชุ่มชื้นแล้ว ยังช่วยส่งเสริมการสร้าง Extracellular Matrix (ECM) หรือโครงข่ายระหว่างเซลล์ ซึ่งเป็นโครงสร้างสำคัญที่ช่วยรองรับ และเชื่อมโยงเซลล์ผิวให้ทำงานได้อย่างสมดุล เมื่อโครงสร้างผิวมีความสมบูรณ์ ผิวจึงดูอิ่มฟู มีความยืดหยุ่น และสามารถคงคุณภาพผิวได้ดีขึ้นในระยะยาว
Fillstim มีสูตรอะไรบ้าง?
Fillstim มีผลิตภัณฑ์ทั้งหมด 4 สูตร โดยแต่ละสูตรได้รับการพัฒนาให้มีส่วนประกอบ และคุณสมบัติที่แตกต่างกัน เพื่อรองรับปัญหาผิวในแต่ละด้าน ดังนี้
Fillstim - B (Build Regeneration)
สูตรสำหรับเสริมคุณภาพผิวขั้นพื้นฐาน ด้วยการผสาน Amino Acids และ Hyaluronic Acid (HA) ที่ช่วยสนับสนุนการสร้างคอลลาเจน และอีลาสติน ทำให้ผิวดูแน่นขึ้น ยืดหยุ่น และมีความแข็งแรงมากขึ้น เหมาะสำหรับผู้ที่เริ่มสังเกตเห็นว่า ผิวมีความหย่อนคล้อย และสูญเสียความกระชับ
Fillstim - R (Restore Regeneration)
สูตรสำหรับเสริมโครงสร้างผิวขั้นสูง ด้วยการผสาน Amino Acids และ Hyaluronic Acid (HA) แบบเข้มข้น เพื่อช่วยเสริมความยืดหยุ่น และความแข็งแรงของผิว เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อยมาก โดยเฉพาะบริเวณลำคอ และเนินอก ซึ่งเป็นบริเวณที่ผิวมักสูญเสียความกระชับได้ง่าย
Fillstim - OX (Protective Regeneration)
สูตรที่ผสาน Glutathione ร่วมกับ Amino Acids และ Hyaluronic Acid (HA) เพื่อช่วยปกป้องผิวจากความเสียหายของสารอนุมูลอิสระ ทั้งรังสี UV และมลภาวะ พร้อมทั้งยับยั้งการสร้างเม็ดสี และปรับผิวให้กระจ่างจากภายใน เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องเผชิญแสงแดด และมลภาวะเป็นประจำ
Fillstim - C (Cellular Regeneration)
สูตรที่ผสาน Choline ร่วมกับ Amino Acids และ Hyaluronic Acid (HA) เพื่อช่วยสนับสนุนการทำงานของเซลล์ผิว และการฟื้นฟูคุณภาพผิวโดยรวม ช่วยปรับผิวให้ดูเรียบเนียน ลดเลือนริ้วรอยตื้น ๆ และปรับสีผิวให้ดูสม่ำเสมออย่างแลดูเป็นธรรมชาติ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการบำรุงผิวให้ดูสุขภาพดีจากภายใน
Fillstim สามารถฉีดบริเวณไหนได้บ้าง?
Fillstim สามารถนำมาใช้ฟื้นฟูผิวได้หลายบริเวณ โดยแพทย์จะพิจารณาเลือกบริเวณที่เหมาะสมตามปัญหาผิวของแต่ละบุคคล โดยบริเวณที่นิยมฉีด ได้แก่
ใบหน้า
ใบหน้า เป็นบริเวณที่ได้รับความนิยมในการฉีด Fillstim เนื่องจากเป็นจุดที่ต้องเผชิญกับแสงแดด และมลภาวะเป็นประจำ โดยจะช่วยดูแลคุณภาพผิว เพิ่มความชุ่มชื้น เพิ่มความยืดหยุ่น พร้อมทั้งส่งเสริมกระบวนการสร้างคอลลาเจน และอีลาสติน ทำให้ผิวดูอิ่มฟู เรียบเนียน ดูฉ่ำวาว และมีความสดใสมากขึ้น
ลำคอ
ลำคอ เป็นบริเวณที่มีความบอบบาง และมักเกิดสัญญาณแห่งวัยได้ง่าย ซึ่งการฉีด Fillstim บริเวณนี้จะช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิว และเพิ่มความยืดหยุ่น พร้อมทั้งดูแลปัญหาผิวแห้ง หยาบกร้าน และริ้วรอยเส้นเล็ก ๆ ทำให้ผิวลำคอดูเรียบเนียน อิ่มน้ำ และมีคุณภาพผิวที่ดีขึ้น
เนินอก
เนินอก เป็นอีกหนึ่งบริเวณที่ได้รับผลกระทบจากแสงแดด และมักสูญเสียความชุ่มชื้นได้ง่าย ซึ่งการฉีด Fillstim จะช่วยฟื้นบำรุงผิวให้ดูอิ่มน้ำ ลดความแห้งกร้าน และปรับสีผิวดูสม่ำเสมอมากขึ้น ทำให้ผิวดูชุ่มชื้น เรียบเนียน และสุขภาพดีจากภายใน
หลังมือ
หลังมือ เป็นบริเวณที่ผิวค่อนข้างบาง และมักสูญเสียความชุ่มชื้นได้ง่ายเมื่ออายุเพิ่มขึ้น ซึ่งการฉีด Fillstim จะช่วยเติมความชุ่มชื้นให้ผิว และเสริมความยืดหยุ่น พร้อมทั้งสนับสนุนการฟื้นฟูคุณภาพผิว ทำให้ผิวหลังมือดูเรียบเนียน สุขภาพดี และดูอิ่มฟูมากขึ้น
Fillstim เหมาะกับใคร?
- ผู้ที่มีผิวแห้ง หยาบกร้าน ขาดน้ำ หรือรู้สึกว่าผิวแต่งหน้าไม่ค่อยติด
- ผู้ที่ผิวเริ่มมีความหย่อนคล้อย และมีริ้วรอยเส้นเล็ก ๆ
- ผู้ที่ผิวสูญเสียความยืดหยุ่น และความแน่นกระชับของผิวลดลง
- ผู้ที่มีผิวหมองคล้ำ ไม่สดใส และสีผิวดูไม่สม่ำเสมอ
- ผู้ที่มีฝ้า กระ จุดด่างดำ รอยสิว หรือความผิดปกติของเม็ดสีผิว
- ผู้ที่มีรูขุมขนแลดูกว้าง และต้องการให้ผิวดูละเอียดเรียบเนียนขึ้น
- ผู้ที่รู้สึกว่าผิวดูโทรม อ่อนล้า หรือขาดการบำรุงอย่างต่อเนื่อง
- ผู้ที่มีปัญหาผิวจากการเผชิญกับแสงแดด หรือมลภาวะในชีวิตประจำวัน
- ผู้ที่ต้องการยกระดับคุณภาพผิว และดูแลผิวโดยรวมให้ดูสุขภาพดี
- ผู้ที่เพิ่งเริ่มต้นทำหัตถการฟื้นฟูผิว เพื่อชะลอความเสื่อมสภาพของผิวก่อนวัย
หมายเหตุ ก่อนฉีด FIllstim แนะนำให้เข้ารับการปรึกษาแพทย์ และแจ้งประวัติสุขภาพให้แพทย์ทราบ ทั้งประวัติโรคประจำตัว ประวัติการแพ้ และยาที่รับประทานเป็นประจำ
คุณสมบัติของ Fillstim
- ช่วยสนับสนุนการสร้างคอลลาเจน และอีลาสตินตามธรรมชาติ
- ช่วยเติมความชุ่มชื้นให้ผิว ลดปัญหาผิวแห้ง ขาดน้ำ
- ช่วยลดเลือนริ้วรอยเล็ก ๆ หรือสัญญาณแห่งวัยในระยะเริ่มต้น
- ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่น และเพิ่มความหนาแน่นให้ผิว
- ช่วยสนับสนุนการฟื้นฟูโครงสร้างผิว และการทำงานของเซลล์ผิว
- ช่วยเพิ่มความกระจ่างใสให้ผิว และลดความหมองคล้ำ
- ช่วยปรับสีผิวให้ดูสม่ำเสมอ และลดปัญหาฝ้า กระ จุดด่างดำ
- ช่วยกระชับรูขุมขน และปรับผิวให้เนียนละเอียด
ข้อควรระวังในการฉีด Fillstim
แม้ Fillstim จะเป็นทางเลือกในการฟื้นฟูคุณภาพผิว แต่ในบางกรณีอาจยังไม่เหมาะสำหรับกลุ่มคนบางประเภท ดังนี้
- ผู้ที่กำลังตั้งครรภ์ หรืออยู่ในระหว่างการให้นมบุตร
- ผู้ที่มีปัญหาผิวหนังอักเสบ ติดเชื้อ หรือมีแผลเปิดในบริเวณที่จะฉีด
- ผู้ที่เคยมีประวัติแพ้ Hyaluronic Acid (HA), Amino Acids หรือส่วนประกอบอื่น ๆ ใน Fillstim
- ผู้ที่มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง หรือกำลังใช้ยาที่มีผลต่อการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน ควรให้แพทย์พิจารณาก่อนเข้ารับการรักษา
- ผู้ที่มีภาวะเลือดออกผิดปกติ เลือดแข็งตัวช้า หรือกำลังใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ควรแจ้งให้แพทย์ทราบก่อนทุกครั้ง
หมายเหตุ ก่อนฉีด FIllstim แนะนำให้เข้ารับการปรึกษาแพทย์ และแจ้งประวัติสุขภาพให้แพทย์ทราบ ทั้งประวัติโรคประจำตัว ประวัติการแพ้ และยาที่รับประทานเป็นประจำ
เตรียมตัวอย่างไรก่อนฉีด Fillstim?
- ควรเข้ารับการประเมินสภาพผิวกับแพทย์ เพื่อวางแผนการรักษา และเลือกสูตร Fillstim ให้เหมาะกับปัญหาผิวของแต่ละบุคคล
- ควรแจ้งข้อมูลสุขภาพให้แพทย์ทราบอย่างครบถ้วน เช่น โรคประจำตัว ประวัติการแพ้ ยาที่ใช้อยู่เป็นประจำ รวมถึงประวัติการทำหัตถการ หรือการรักษาอื่น ๆ
- หลีกเลี่ยงการรับประทานยา และอาหารเสริมที่อาจเพิ่มโอกาสการเกิดรอยช้ำ เช่น Aspirin, ยากลุ่ม NSAIDs, วิตามินอี, น้ำมันปลา, โสม และแปะก๊วย โดยควรปรึกษาแพทย์ก่อนหยุดยาทุกครั้ง
- งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และหลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่ เพื่อลดโอกาสเกิดอาการบวม และรอยช้ำ
- งดการทำหัตถการที่อาจทำให้ผิวระคายเคือง เช่น เลเซอร์ หรือทรีตเมนต์ที่ใช้พลังงานสูง
- งดการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของสารผลัดเซลล์ผิว เช่น AHA, BHA หรือผลิตภัณฑ์ที่อาจก่อให้เกิดการระคายเคือง ตามคำแนะนำของแพทย์
- ควรพักผ่อนให้เพียงพอ และดื่มน้ำอย่างเหมาะสม เพื่อให้ผิวอยู่ในสภาพที่พร้อมสำหรับการรักษา
ขั้นตอนการฉีด Fillstim
- ตรวจประเมินสภาพผิว และวางแผนการรักษา
ก่อนเริ่มการรักษา แพทย์จะสอบถามประวัติสุขภาพ ตรวจประเมินสภาพผิว และวิเคราะห์ปัญหาที่ต้องการแก้ไข เพื่อเลือกสูตร Fillstim และกำหนดแผนการรักษาให้เหมาะสมกับแต่ละบุคคล
- เตรียมผิวก่อนเริ่มหัตถการ
เมื่อวางแผนการรักษาเรียบร้อยแล้ว เจ้าหน้าที่จะทำความสะอาดผิวบริเวณที่จะรักษา และทายาชาเพื่อช่วยลดความรู้สึกเจ็บระหว่างการทำหัตถการ โดยทั่วไปจะใช้เวลาประมาณ 30 – 45 นาที เพื่อให้ยาชาออกฤทธิ์
- เริ่มฉีด Fillstim โดยแพทย์
แพทย์จะฉีด Fillstim เข้าสู่ผิวหนังด้วยเทคนิคที่เหมาะสมกับแต่ละบริเวณ เช่น Micro-injection หรือ Cannula (เข็มปลายทู่) เพื่อให้สารกระจายตัวได้อย่างเหมาะสม ซึ่งระยะเวลาการรักษาโดยทั่วไปอยู่ที่ประมาณ 20 – 30 นาที ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับบริเวณ และแผนการรักษาของแต่ละบุคคล
คำแนะนำในการดูแลตัวเองหลังฉีด Fillstim
หลังเข้ารับการฉีด Fillstim การดูแลผิวอย่างเหมาะสม จะช่วยให้ผิวฟื้นตัวได้ดี และลดโอกาสเกิดการระคายเคือง โดยมีคำแนะนำดังนี้
- หลีกเลี่ยงการจับ กด นวด หรือถูอย่างรุนแรงในบริเวณฉีด Fillstim
- หลีกเลี่ยงการอยู่กลางแดดจัด รวมถึงการสัมผัสความร้อน เช่น ซาวน่า ออนเซ็น หรืออบไอน้ำ
- งดการออกกำลังกายหนัก หรือกิจกรรมที่ทำให้อุณหภูมิร่างกายสูง เพื่อลดโอกาสเกิดอาการบวม และรอยช้ำ
- งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และหลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่ เพื่อไม่ให้รบกวนกระบวนการฟื้นตัวของผิว
- งดการทำหัตถการที่อาจทำให้ผิวระคายเคือง เช่น เลเซอร์ หรือทรีตเมนต์ที่ใช้พลังงานสูง
- งดการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของสารผลัดเซลล์ผิว เช่น AHA, BHA หรือผลิตภัณฑ์ที่อาจก่อให้เกิดการระคายเคือง
- ควรดื่มน้ำให้เพียงพอ และพักผ่อนอย่างเหมาะสม เพื่อช่วยคงความชุ่มชื้น และสนับสนุนการฟื้นฟูคุณภาพผิว
- ควรดูแลผิวด้วยมอยส์เจอไรเซอร์สูตรอ่อนโยน และทาครีมกันแดดเป็นประจำ เมื่อจำเป็นต้องออกกลางแจ้ง
- หากมีอาการผิดปกติ เช่น ปวดมาก บวมมาก มีอาการแดงรุนแรง หรือสีผิวเปลี่ยนแปลงผิดปกติ ควรติดต่อหรือกลับมาพบแพทย์ทันทีเพื่อรับการประเมินและดูแลอย่างเหมาะสม
FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Fillstim
Fillstim ควรฉีดกี่ครั้ง?
- โดยทั่วไปแพทย์มักแนะนำให้ฉีด Fillstim ต่อเนื่อง 2 – 3 ครั้ง โดยเว้นระยะห่างครั้งละประมาณ 4 – 6 สัปดาห์ จากนั้นอาจฉีดซ้ำเพื่อคงคุณภาพผิว 1 – 2 ครั้งต่อปี หรือตามดุลยพินิจของแพทย์ ทั้งนี้ จำนวนครั้งในการรักษาอาจแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับสภาพผิว และการประเมินของแพทย์ในแต่ละบุคคล
Fillstim เห็นผลเมื่อไหร่?
- หลังฉีด Fillstim ผิวจะเริ่มดูชุ่มชื้น ฉ่ำวาว อิ่มฟู และเรียบเนียนขึ้นภายใน 4 – 6 สัปดาห์ จากนั้นเมื่อกระบวนการสร้างคอลลาเจนเกิดการทำงานอย่างต่อเนื่อง ผลลัพธ์จะค่อย ๆ ชัดเจนขึ้นภายใน 2 – 3 เดือน ทั้งนี้ ระยะเวลาที่เห็นผลอาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับสภาพผิว และปฏิบัติตัวหลังฉีด
Fillstim ต่างจากฟิลเลอร์อย่างไร?
- โดยทั่วไป Fillstim และฟิลเลอร์ จะมีคุณสมบัติ และความเหมาะสมในการรักษาที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน โดย Fillstim จะเน้นฟื้นฟูคุณภาพผิวจากภายใน ผ่านกระบวนการสร้างคอลลาเจน เพิ่มความชุ่มชื้น และเสริมความยืดหยุ่นของผิว ในขณะที่ฟิลเลอร์จะเน้นเติมเต็มริ้วรอย ร่องลึก เพิ่มปริมาตร และยกกระชับปรับรูปหน้าให้ได้สัดส่วน ทั้งนี้ แพทย์จะเป็นผู้ประเมินสภาพผิว เพื่อแนะนำหัตถการที่เหมาะกับปัญหา และความต้องการของแต่ละบุคคล
ฉีด Fillstim จำเป็นต้องทายาชาไหม?
- โดยทั่วไปก่อนฉีด Fillstim ผู้ช่วยแพทย์จะมีการทายาชาในบริเวณที่ทำการรักษา เพื่อช่วยลดความรู้สึกเจ็บ และเพิ่มความสบายระหว่างการฉีด ซึ่งจะทาทิ้งไว้ประมาณ 30 – 45 นาที เพื่อให้ยาชาออกฤทธิ์อย่างเต็มที่ ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับบริเวณที่รักษา และการพิจารณาของแพทย์
สรุป Fillstim
Fillstim เป็นหัตถการที่ออกแบบมาเพื่อดูแลผิวจากภายใน ด้วยสารสำคัญอย่าง Amino Acids และ Hyaluronic Acid (HA) รวมถึงส่วนประกอบเฉพาะในแต่ละสูตร ที่ช่วยส่งเสริมกระบวนการสร้างคอลลาเจน เติมความชุ่มชื้น เพิ่มความยืดหยุ่น และเสริมคุณภาพผิวโดยรวม ส่งผลให้ผิวดูเรียบเนียน ชุ่มชื้น ฉ่ำวาว อิ่มฟู และดูกระจ่างใสอย่างแลดูเป็นธรรมชาติ
ดังนั้น สำหรับใครที่กำลังมองหาหัตถการฟื้นฟูสภาพผิว การฉีด Fillstim ถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ตอบโจทย์ โดยสามารถเข้ารับการประเมินสภาพผิวกับแพทย์ได้ที่ รมย์รวินท์คลินิก เพื่อวางแผนการรักษา และเลือกสูตรที่เหมาะกับปัญหาผิวของแต่ละบุคคล ช่วยให้การดูแลผิวมีประสิทธิภาพในระยะยาว
*ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับสภาพผิวแต่ละบุคคล ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเข้ารับบริการ
*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯกำหนด
อ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ : https://www.romrawin.com/fillstim/





