อยากลดไขมัน แต่ไม่มีเวลาออกกำลังกาย และไม่อยากเสี่ยงเจ็บตัวกับการดูดไขมัน? ทำความรู้จักกับเทคโนโลยีดูแลรูปร่าง Fit Shape Body ทางเลือกดูแลหุ่นที่จะช่วยลดไขมันเฉพาะจุด พร้อมกระชับสัดส่วน ได้โดยไม่ต้องเจ็บตัว ไม่ต้องผ่าตัด บทความนี้จะพาไปดูว่า Fit Shape Body คืออะไร? ทำไมถึงช่วยลดไขมันได้โดยไม่เจ็บตัว และทำไมถึงได้รับความนิยม

 

ไขมันในร่างกายมีกี่ประเภท?

ไขมัน (Fat) เป็นหนึ่งในสารอาหารภายในร่างกาย โดยมีส่วนช่วยในการสะสมพลังงานสำรองของร่างกาย ทั้งยังช่วยรักษาอุณหภูมิร่างกาย ป้องกันอวัยวะภายในจากแรงกระแทก และช่วยดูดซึมวิตามินที่ละลายในไขมัน แต่หากร่างกายมีไขมันมากเกินไป อาจจะส่งผลให้เกิดการสะสมในแต่ละบริเวณจนกลายเป็น ไขมันส่วนเกิน ซึ่งไขมันสามารถแบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลัก ๆ ดังนี้

●       ไขมันใต้ชั้นผิวหนัง (Subcutaneous Fat)

เป็นไขมันที่อยู่ระหว่างชั้นผิวหนังกับกล้ามเนื้อตามบริเวณต่าง ๆ ภายในร่างกาย สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า เช่น พุง ต้นแขน ต้นขา สะโพก หรือเหนียง ไขมันใต้ชั้นผิวหนัง มักเป็นสาเหตุของรูปร่างที่ดูอวบ ผิวหย่อนคล้อย หรือมีเซลลูไลท์ ซึ่งอาจจะส่งผลต่อความไม่มั่นใจได้ แม้ไขมันประเภทนี้จะไม่สร้างความอันตรายต่อสุขภาพมากเท่าไขมันในช่องท้อง แต่หากมีการสะสมที่มากเกินไปก็อาจส่งผลต่อสุขภาพ รวมถึงการเคลื่อนไหวร่างกายได้

●       ไขมันในช่องท้อง (Visceral Fat)

เป็นไขมันที่จะแทรกอยู่ตามรอบอวัยวะภายในลึก ๆ โดยเฉพาะบริเวณช่องท้อง เช่น ตับ ลำไส้ กระเพาะอาหาร ซึ่งไขมันในช่องท้องเป็นไขมันที่ไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า ไม่สามารถจับต้องได้เนื่องจากอยู่รอบ ๆ อวัยวะภายใน จึงทำให้เป็นไขมันที่อันตรายที่สุด เพราะส่งผลให้เกิดโรคเรื้อรังและปัญหาสุขภาพมากมาย เช่น โรคหัวใจและหลอดเลือด เบาหวานชนิดที่ 2 ไขมันพอกตับ และความดันโลหิตสูง ทั้งนี้ ไขมันในช่องท้อง สามารถเกิดได้กับทั้งผู้ที่มีรูปร่างผอม หรือผู้ที่มีรูปร่างอ้วนได้

พุง เกิดจากอะไร?


พุง คือ ไขมันที่รวมกันอยู่บริเวณหน้าท้อง สามารถเกิดได้จากหลายปัจจัยร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็น ด้านพฤติกรรมการใช้ชีวิต พันธุกรรม และการดูแลสุขภาพโดยรวม โดยสาเหตุหลักที่อาจทำให้เกิดพุง มี ดังนี้

  1. การรับประทานอาหารมากเกินไป หรือเลือกอาหารไม่เหมาะสม

รับประทานอาหารที่มีพลังงานหรือแคลอรีสูง รวมถึงอาหารที่มีน้ำตาลสูงอาจทำให้เกิดพุงได้ เช่น ของทอด น้ำตาล แป้งขัดสี ดื่มน้ำหวาน น้ำอัดลม และแอลกอฮอล์เป็นประจำ นอกจากนี้การทานอาหารไม่เป็นเวลา หรือทานอาหารมื้อเย็นหรือดึกเกินไปก็ส่งผลให้เกิดพุงได้เช่นกัน

  1. ขาดการออกกำลังกาย

การไม่ออกกำลังกาย หรือการมีพฤติกรรมที่ไม่ค่อยขยับตัวไปไหนอาจทำให้เกิดพุงได้ เช่น การนอน หรือนั่งนาน เนื่องจากทำให้ร่างกายเผาผลาญพลังงานได้น้อย และทำให้เกิดการสะสมของไขมันที่มากขึ้น

  1. พฤติกรรมการนอน

พฤติกรรมการนอนส่งผลต่อฮอร์โมนที่ควบคุมความหิวและความอิ่มภายในร่างกาย หากนอนน้อยเกินไป หรือนอนผิดเวลา จนทำให้นอนหลับไม่เพียงพอ อาจทำให้ร่างกายมีการสะสมไขมันได้ง่ายขึ้น

  1. พันธุกรรมและฮอร์โมน

พันธุกรรมและฮอร์โมน ถือเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ส่งผลให้เกิดการสะสมไขมันบริเวณหน้าท้องได้ง่าย เช่น ผู้หญิงในวัยหมดประจำเดือนจะมีการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนเอสโตรเจน ทำให้อาจมีแนวโน้มในการเกิดพุงมากกว่าปกติ หรือในบางคนที่มีกรรมพันธุ์ที่แม้จะกินน้อย หรือลดน้ำหนักแค่ไหนก็มีพุงง่ายเช่นกัน

  1. ความเครียด

ความเครียด สามารถส่งผลต่อการสะสมไขมันของร่างกายได้ โดยเมื่อเกิดความเครียดร่างกายจะหลั่งระดับฮอร์โมนคอร์ติซอลออกมากมากขึ้น ซึ่งส่งผลให้ร่างกายสะสมไขมันที่พุงมากขึ้น

  1. ปัญหาสุขภาพบางอย่าง

โรคประจำตัว หรือปัญหาสุขภาพบางอย่าง อาจส่งผลให้เกิดพุงหรือไขมันสะสมบริเวณหน้าท้องมากกว่าปกติ เช่น ภาวะดื้ออินซูลิน ไขมันพอกตับ หรือกโรคทางเมตาบอลิก

 

 

พุงมีกี่แบบ? มีสาเหตุอะไรบ้าง?

  1. พุงกลม

พุงกลม เป็นพุงที่มีลักษณะกลมยื่นออกมาชัดเจนจากไขมันที่สะสม สาเหตุเกิดได้จากการดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ ซึ่งภายในแอลกอฮอล์จะมีทั้งน้ำตาลและแคลอรีที่สูง ทั้งยังรบกวนระบบย่อยอาหาร และขัดขวางการเผาผลาญไขมัน จึงส่งผลให้เกิดไขมันสะสมที่บริเวณหน้าท้อง

  1. พุงป่อง

พุงป่อง เป็นพุงที่มีลักษณะแบนตอนเช้า แต่เริ่มป่องระหว่างวัน เกิดจากการกินอาหารที่ย่อยยาก หรือแพ้อาหารบางชนิด จนทำให้เกิดการสะสมแก๊สในลำไส้ อาการท้องอืดและเกิดอาการพุงป่อง

  1. พุงหมาน้อย

พุงหมาน้อย เป็นพุงที่มีลักษณะหน้าท้องช่วงล่างห้อย แต่ส่วนบนยังแบน เกิดขึ้นได้จากการกินของหวาน แป้ง หรือน้ำตาลที่มากเกินไป รวมถึงการไม่ค่อยออกกำลังกาย ไม่ค่อยขยับตัว เช่น พนักงานออฟฟิศที่นั่งทำงานทั้งวัน

  1. พุงเครียด

พุงเครียด เป็นพุงที่มีลักษณะเป็นชั้น บริเวณหน้าท้องจะบวมช่วงระหว่างสะดือถึงลิ้นปี่ ซึ่งเกิดจากความเครียด การนอนดึก พักผ่อนไม่เพียงพอ หรือกินอาหารไม่เป็นเวลา ซึ่งทำให้ร่างกายเผาผลาญไขมันได้ไม่เต็มที่ นอกจากนี้การกินอาหารที่มีไขมันสูง หรือการดื่มคาเฟอีนยิ่งจะส่งผลให้เกิดพุงเครียดได้ง่าย

  1. พุงคุณแม่

พุงคุณแม่ เป็นพุงที่มีลักษณะยื่นและห้อย พบได้บ่อยในคุณแม่หลังคลอด เกิดจากการที่มดลูกยังไม่เข้าอู่หลังคลอด จึงทำให้ร่างกายยังไม่กลับเข้าสู่สภาพปกติ ซึ่งโดยทั่วไปร่างกายจะฟื้นตัวประมาณ 6 สัปดาห์

 

 

Fit Shape Body คืออะไร?


Fit Shape Body คือ เทคโนโลยีที่มีส่วนช่วยลดไขมันสะสมเฉพาะจุด และช่วยกระชับสัดส่วนได้อย่างมีประสิทธิภาพ  โดยไม่ต้องผ่าตัด และไม่ต้องพักฟื้น โดยการใช้คลื่นวิทยุ Capacitive Resistive Monopolar Radiofrequency (CRMRF) ที่ความถี่ 448 kHz ซึ่งเป็นคลื่นที่มีความเสถียรและไม่เป็นอันตรายต่อเนื้อเยื่อรอบ ๆ ทำให้สามารถดูแลร่างกายได้หลายส่วน ไม่ว่าจะเป็น การลดไขมัน กระชับสัดส่วน ฟื้นฟูเนื้อเยื่อชั้นลึก กระตุ้นการทำงานของเซลล์ต้นกำเนิด และการบรรเทาอาการปวดตามร่างกาย ซึ่ง Fit Shape Body เป็นเทคโนโลยีที่ได้รับการยอมรับจากอย. และยังใช้อย่างแพร่หลายในวงการแพทย์มานานกว่า 35 ปี

 

●       ลดไขมันสะสมได้สูงสุดถึง 11%

●       กระชับสัดส่วนอย่างเห็นผล

●       ฟื้นฟูเนื้อเยื่อได้ลึกถึงระดับเซลล์

●       ช่วยบรรเทาอาการปวด และเสริมการไหลเวียนของเลือด

●       ครอบคลุมการดูแลตั้งแต่ ศีรษะจรดเท้า

 

 

Fit Shape Body ดีอย่างไร?

Fit Shape Body ไม่ได้เป็นเพียงเทคโนโลยีที่ช่วยลดไขมัน หรือกระชับสัดส่วนเท่านั้น แต่ยังช่วยดูแลสุขภาพโดยรวมได้ทั่วร่างกาย ตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า โดยการใช้คลื่นความถี่วิทยุ 448 kHz ที่ไม่อันตรายต่อร่างกายในระดับการแพทย์ เพื่อช่วยฟื้นฟูและกระตุ้นเซลล์ในร่างกายให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

●       ลดไขมัน กระชับสัดส่วน พร้อมกระตุ้นการฟื้นฟูเซลล์อย่างล้ำลึก

●       ใช้พลังงาน Capacitive Resistive Monopolar Radiofrequency (CRMRF) ที่มีความเสถียรและไม่อันตรายต่อเนื้อเยื่อบริเวณรอบ ๆ

●       ครอบคลุมการรักษาทั่วร่างกาย ตั้งแต่ผิวพรรณ เส้นผม กล้ามเนื้อ ไปจนถึงอวัยวะเฉพาะจุด

●       ได้รับการรับรองจาก อย. และผ่านการจดสิทธิบัตรมากถึง 12 ฉบับ

●       เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการลดไขมันโดยไม่ต้องผ่าตัด

●       เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหากล้ามเนื้ออักเสบ ออฟฟิศซินโดรม หรือฟื้นฟูหลังผ่าตัด

●       เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการฟื้นฟูสุขภาพเซลล์จากภายใน หรือที่ต้องการพักฟื้นร่างกายจากการทำศัลยกรรม หรืออุบัติเหตุ

 

Fit Shape Body ช่วยเรื่องอะไร?


Fit Shape Body คือ เทคโนโลยีที่ครอบคลุมทั้งการดูแลรูปร่าง ความงาม และสุขภาพแบบองค์รวม ที่สามารถฟื้นฟูเซลล์ได้ถึงชั้นลึก ทั้งยังช่วยกระตุ้นการทำงานของร่างกายให้มีประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะเป็น

ช่วยดูแลรูปร่างและไขมัน

●       ช่วยลดไขมันสะสมใต้ผิวหนังและไขมันในช่องท้อง (Visceral Fat)

●       ช่วยลดไขมันเฉพาะจุด เช่น หน้าท้อง ต้นแขน หรือต้นขา

●       ช่วยกระตุ้นการเผาผลาญไขมัน และกระตุ้นระบบเมตาบอลิซึมของร่างกายให้ทำงานได้ดีขึ้น

●       ช่วยกระชับสัดส่วน ปรับรูปร่างให้สวยงามและมีสัดส่วนที่ชัดเจน

●       ช่วยลดเซลลูไลท์ ผิวเปลือกส้ม ให้ผิวดูเรียบเนียนสม่ำเสมอ

ช่วยดูแลผิวพรรณและความหย่อนคล้อย

●       ช่วยยกกระชับผิวได้ทั้งบริเวณใบหน้า รอบดวงตา คอ และลำตัว

●       ช่วยฟื้นฟูเนื้อเยื่อผิวใต้ชั้นหนังแท้

●       ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอิลาสตินใต้ชั้นผิว

●       ช่วยลดความหย่อนคล้อยให้ผิวกลับมากระชับ เต่งตึง

●       ช่วยลดรอยแผลเป็นให้ดูจางลง ทั้งยังช่วยลดอาการบวม ช้ำ และอักเสบหลังศัลยกรรม

ช่วยดูแลเส้นผมและหนังศีรษะ

●       ช่วยกระตุ้นการเกิดใหม่ของเส้นผม

●       ช่วยบำรุงหนังศีรษะให้แข็งแรง

●       ช่วยลดผมขาดหลุดร่วง พร้อมชะลอการหลุดร่วงของเส้นผม

ช่วยฟื้นฟูสุขภาพองค์รวม

●       ช่วยฟื้นฟูเซลล์และกระตุ้นการทำงานของเซลล์ต้นกำเนิดให้ทำงานดีขึ้น

●       ช่วยเร่งการฟื้นตัวของเนื้อเยื่อหลังการผ่าตัด หรือการบาดเจ็บ

●       ช่วยบรรเทาอาการปวดคอ บ่า ไหล่ หรือภาวะออฟฟิศซินโดรม

●       ช่วยกระชับช่องคลอด ลดปัญหาปัสสาวะเล็ด และฟื้นฟูเนื้อเยื่อภายใน

ทั้งนี้ ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล การทำ Fit Shape Body ต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์เท่านั้น ก่อนเข้ารับการบริการ Fit Shape Body ควรแจ้งประวัติการรักษา ประวัติการแพ้ยา โรคประจำตัวให้ละเอียด

 

Fit Shape Body มีข้อดีอะไรบ้าง ?

1.ช่วยฟื้นฟูและซ่อมแซมเนื้อเยื่อได้ลึกถึงระดับเซลล์

Fit Shape Body สามารถกระตุ้นการทำงานของเซลล์ต้นกำเนิด (Stem Cell) ให้ทำงานได้อย่างเต็มที่ และช่วยซ่อมแซมเนื้อเยื่อที่เสื่อมสภาพได้ ทำให้เนื้อเยื่อบริเวณผิวและกล้ามเนื้อกลับมาทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

2. ไม่เจ็บ ไม่มีบาดแผล ไม่ต้องพักฟื้น

Fit Shape Body เป็นเทคโนโลยีที่ใช้พลังงานที่ไม่อันตรายต่อร่างกาย ไม่ต้องใช้เข็ม หรือผ่าตัด จึงทำให้ไม่เกิดแผล และใช้เวลาพักฟื้นน้อย หลังทำสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้เลย จึงเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการลดไขมันโดยไม่ต้องการผ่าตัด หรือไม่มีเวลาพักฟื้น

3. เร่งการฟื้นฟูหลังการศัลยกรรมหรือบาดเจ็บ

Fit Shape Body สามารถช่วยลดอาการปวด บวม หรือฟกช้ำ ที่เกิดจากการผ่าตัด ศัลยกรรม หรืออุบัติเหตุได้ ซึ่ง Fit Shape Body จะช่วยให้ร่างกายสามารถฟื้นตัวได้ไว และช่วยลดการอักเสบของกล้ามเนื้อและผิวหนัง

4. ลดพังผืดและแผลคีลอยด์

Fit Shape Body สามารถช่วยให้รอยแผลเป็นดูจางลงได้ เนื่องจากคลื่นพลังงานจะเข้าไปลดการเจริญเติบโตของเนื้อเยื่อคีลอยด์ในระยะยาว จึงช่วยลดการเกิดพังผืด และเหมาะกับผู้ที่มีแผลเป็นเรื้อรัง หรือต้องการให้ผิวบริเวณรอยแผลเป็นดูนิ่มและเรียบเนียนขึ้น

5. กระตุ้นการไหลเวียนโลหิตทั่วร่างกาย

Fit Shape Body สามารถช่วยกระตุ้นการไหลของโลหิตให้ไหลเวียนได้ดีขึ้น ส่งผลให้เซลล์ได้รับออกซิเจนและสารอาหารได้ดีขึ้น จึงช่วยลดอาการชา ตึง บริเวณกล้ามเนื้อแข็ง และทำให้ระบบภายในร่างกายทำงานได้ดีขึ้น

6. ช่วยให้แผลหายเร็วขึ้น

สำหรับผู้ที่มีแผลผ่าตัด หรือแผลเรื้อรังที่ต้องการหายไว Fit Shape Body สามารถช่วยฟื้นฟูร่างกาย เร่งกระบวนการสมานแผลของร่างกาย พร้อมช่วยลดความเสี่ยงการติดเชื้อ ช่วยให้แผลเรียบเนียนขึ้น

 

Fit Shape Body เหมาะกับใคร ?

Fit Shape Body  ถือเป็นทางเลือกดูแลรูปร่าง ที่จะช่วยลดไขมัน กระชับสัดส่วน พร้อมฟื้นฟูเซลล์ภายในร่างกายให้กลับมาทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่ง Fit Shape Body เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาหรือความต้องการ ดังนี้

 

  1. เหมาะสำหรับผู้ที่มีผิวหย่อนคล้อย ต้องการกระชับสัดส่วน ผู้ที่มีปัญหาผิวไม่กระชับ ขาดความยืดหยุ่น และอยากให้ผิวเต่งตึงขึ้น
  2. เหมาะสำหรับผู้ที่มีผิวไม่เรียบเนียน มีเซลลูไลท์หรือผิวเปลือกส้ม โดยเฉพาะบริเวณต้นขา สะโพก หน้าท้อง
  3. เหมาะสำหรับผู้ที่มีผิวหลวม หรือร่องริ้วรอยจากอายุ หรือการลดน้ำหนัก และต้องการฟื้นฟูความกระชับให้กลับมา
  4. เหมาะสำหรับผู้ที่มีไขมันสะสมเฉพาะจุด เช่น หน้าท้อง ต้นแขน หรือต้นขา ที่ลดได้ยากแม้จะออกกำลังกายหรือควบคุมอาหาร
  5. เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเร่งการเผาผลาญไขมันในร่างกาย ช่วยกระชับรูปร่างและควบคุมน้ำหนัก
  6. เหมาะสำหรับผู้ที่มีรอยแผลเป็นหรือรอยช้ำ เช่น รอยหลังผ่าตัด หรือรอยดำใต้ผิว Fit Shape Body สามารถช่วยลดเลือนรอยแผลเป็นให้ดูจางลงได้
  7. เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการลดเลือนริ้วรอย กระตุ้นการฟื้นฟูของผิวหน้าและผิวกาย ให้ผิวดูกระชับ ดูอ่อนเยาว์ลง
  8. เหมาะสำหรับผู้ที่มีไขมันสะสมหน้าท้อง และไขมันในช่องท้อง Fit Shape Body จะช่วยกระตุ้นการเผาผลาญของไขมันสะสม

 

ทั้งนี้ ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล การทำ Fit Shape Body ต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์เท่านั้น ก่อนเข้ารับการบริการ Fit Shape Body ควรแจ้งประวัติการรักษา ประวัติการแพ้ยา โรคประจำตัวให้ละเอียด

 

ใครบ้างที่ควรระวังการทำ Fit Shape Body ?

แม้ว่า Fit Shape Body จะเป็นเทคโนโลยีที่ไม่เป็นอันตรายต่อร่างกาย และยังได้รับการยอมรับในวงการแพทย์มาอย่างยาวนาน แต่เนื่องจากเป็นการรักษาที่ใช้คลื่นวิทยุความถี่ 448 kHz จึงอาจจะมีผู้คนบางกลุ่มที่ควรหลีกเลี่ยงหรือควรปรึกษาแพทย์ก่อนเข้ารับการรักษา เช่น

 

●       ไม่เหมาะสำหรับผู้หญิงตั้งครรภ์ หรือกำลังให้นมบุตร เนื่องจากคลื่นวิทยุอาจส่งผลกระทบต่อการพัฒนาของทารกในครรภ์

●       ไม่เหมาะสำหรับผู้ที่มีอุปกรณ์ไฟฟ้าหรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ในร่างกาย เช่นเครื่องกระตุ้นหัวใจ (Pacemaker) ซึ่งอาจทำให้คลื่นจากอุปกรณ์รบกวนการทำงานของ Fit Shape Body ได้

●       ไม่เหมาะสำหรับผู้ที่มีโรคประจำตัวบางชนิด เช่น โรคหลอดเลือดหรือเส้นเลือดโป่งพอง ทั้งนี้ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเข้ารับบริการ

●       ไม่เหมาะสำหรับผู้ที่มีภาวะมะเร็งระยะลุกลาม เนื่องจากอาจเป็นการกระตุ้นการทำงานของเซลล์ ซึ่งอาจจะทำให้เซลล์มะเร็งเกิดความผิดปกติได้ ทั้งนี้ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเข้ารับบริการ

●       ไม่เหมาะสำหรับผู้ที่มีแผลเปิดหรือติดเชื้อในบริเวณที่จะทำการรักษา หากต้องการทำการรักษา ควรรอให้แผลหายก่อน เพื่อป้องกันการระคายเคืองหรือการติดเชื้อเพิ่มเติมในบริเวณรอบ ๆ

 

 

Fit Shape Body ช่วยลดไขมันในช่องท้องได้ไหม?


ไขมันในช่องท้อง (Visceral Fat)  คือ ไขมันที่สะสมอยู่รอบ ๆ บริเวณอวัยวะภายในช่องท้อง เช่น ตับ ลำไส้ และกระเพาะอาหาร ซึ่งเป็นไขมันประเภทนี้เป็นไขมันที่ไม่สามารถมองเห็นจากภายนอก และยังส่งผลเสียต่อสุขภาพร่างกายอย่างมาก เพราะเป็นต้นเหตุของโรคเรื้อรังหลายโรค เช่น โรคเบาหวานชนิดที่ 2 โรคความดันโลหิตสูง ภาวะไขมันในเลือดสูง และโรคหัวใจและหลอดเลือด

 

ซึ่ง Fit Shape Body นอกจากจะช่วยลดไขมันสะสมเฉพาะจุดในร่างกายได้แล้วนั้น ยังช่วยลดไขมันในช่องท้องได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดย Fit Shape Body จะเข้าไปกระตุ้นการเผาผลาญไขมันสะสม ทำให้ไขมันจะถูกทำให้เสื่อมสภาพและถูกขับออกตามกลไกธรรมชาติของร่างกาย จึงช่วยลดไขมันพร้อมกระชับผิวให้เรียบเนียน

 

ทั้งนี้หากต้องการลดพุงด้วย Fit Shape Body สามารถปรึกษาแพทย์ แจ้งประวัติทางการแพทย์ การแพ้ยา รวมถึงโรคประจำตัวให้ละเอียด เพื่อช่วยให้แพทย์สามารถวางแผนการลดพุงได้

 

 

ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นหลังทำ Fit Shape Body

เนื่องจาก Fit Shape Body เป็นการใช้เทคโนโลยีคลื่นวิทยุที่ทำการปล่อยพลังงานความร้อนในการลดไขมัน พร้อมกระชับสัดส่วน โดยไม่ต้องผ่าตัด จึงทำให้ไม่ต้องพักฟื้นนาน และมีผลข้างเคียงที่ไม่อันตรายต่อร่างกาย ซึ่งผลข้างเคียงที่อาจจะเกิดขึ้นหลังทำ Fit Shape Body เช่น

●       ผิวแดงและร้อนชั่วคราวบริเวณที่ทำ เนื่องจากเป็นการลดไขมันสะสม และกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด

●       อาการตึงบริเวณผิว เนื่องจากผิวหนังมีการปรับตัวกับการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิ

ทั้งนี้ ผลข้างเคียงดังกล่าวจะค่อย ๆ หายไปได้เอง โดยไม่ทำให้เกิดอันตรายต่อร่างกาย แต่หากมีอาการแสบ ร้อน คัน หรืออาการที่รุนแรงควรปรึกษาแพทย์ทันที

 

 

Fit Shape Body สามารถทำร่วมกับหัตถการอื่นได้หรือไม่ ?

Fit Shape Body สามารถทำร่วมกับหัตถการหรือโปรแกรมอื่น ๆ ได้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการลดไขมัน และกระชับสัดส่วนได้ดีมากขึ้น เช่น Slim & Slender ซึ่งเป็นเปปไทด์คุมหิว ที่จะช่วยเสริมประสิทธิภาพในการดูแลรูปร่าง และเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการลดไขมัน กระชับสัดส่วน และดูแลสุขภาพองค์รวม หากทำร่วมกันจะช่วยทำให้ผลลัพธ์ที่ได้มีประสิทธิภาพ

 

Slim & Slender เปปไทด์คุมหิว ที่พัฒนามาเพื่อเลียนแบบการทำงานของฮอร์โมน GLP-1 (Glucagon-Like Peptide-1) ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่ร่างกายผลิตขึ้น ช่วยควบคุมความอยากอาหารช่วยให้อิ่มได้ไวและนานขึ้น กระตุ้นระบบเผาผลาญ และช่วยลดไขมันสะสมในร่างกาย นอกจากนี้ Slim & Slender ยังช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้ปกติ จึงช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคเรื้อรังต่าง ๆ ได้ เช่น โรคอ้วน โรคเบาหวาน

 

ทั้งนี้ ควรทำร่วมกับการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ และการเลือกทานอาหารที่มีประโยชน์ เพื่อผลลัพธ์ที่ดี และเพื่อคงผลลัพธ์ให้ยาวนานขึ้น

 

 

รวมคำถามเกี่ยวกับ Fit Shape Body

 

Fit Shape Body ต้องทำกี่ครั้งถึงเห็นผล?

 เทคโนโลยีของ Fit Shape Body ใช้คลื่นวิทยุที่มีความถี่ 448 kHz ที่ความเสถียรสูงและไม่เป็นอันตรายต่อร่างกาย จึงทำให้สามารถทำได้บ่อยครั้ง หากต้องการผลลัพธ์ที่ชัดเจนและยาวนาน แนะนำให้ทำต่อเนื่องอย่างน้อย 4-6 ครั้ง หรือ 8-10 ครั้ง โดยแต่ละครั้งห่างกัน 1-2 สัปดาห์ ขึ้นอยู่กับคำแนะนำของแพทย์

ทั้งนี้ ผลลัพธ์ของการทำ Fit Shape Body จะแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น สภาพผิว ปริมาณไขมันที่สะสม บริเวณที่ต้องการรักษา และพฤติกรรมการใช้ชีวิต รวมถึงการดูแลตัวเองร่วมด้วย หากต้องการผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพควรทำร่วมกับการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ และการเลือกทานอาหารที่มีประโยชน์ และการทำ Fit Shape Body ต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์เท่านั้น ก่อนเข้ารับการบริการ Fit Shape Body ควรแจ้งประวัติการรักษา ประวัติการแพ้ยา โรคประจำตัวให้ละเอียด

 

Fit Shape Body เจ็บไหม?

การลดไขมันและกระชับสัดส่วนของ Fit Shape Body จะเป็นการทำงานโดยใช้โหมดความร้อนเล็กน้อยในการลดไขมันสะสม ซึ่งจะให้ความรู้สึกอุ่น ๆ บริเวณผิวที่ทำการรักษา ไม่ทำให้เกิดความเจ็บ ปวด แสบผิว และหลังทำ Fit Shape Body สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ ไม่ต้องพักฟื้นนาน

 

หากลดไขมันด้วยFit Shape Body ไขมันจะถูกขับออกทางไหน?

การลดไขมันด้วย Fit Shape Body เซลล์ไขมันจะถูกทำให้หดและแตกตัวออกจากกัน จากนั้นระบบเผาผลาญจะทำการเผาผลาญไขมัน และขับไขมันส่วนเกินออกผ่านกระบวนการขับของเสียของร่างกาย เช่น การปัสสาวะ อุจจาระ โดยไม่ทำให้ตกค้าง หรือเกิดอันตรายต่อร่างกาย

 

หลังทำ Fit Shape Body ไขมันจะกลับมาอีกไหม?

ไขมัน นั้นเกิดจากการรับพลังงานที่มากเกินไป และร่างกายไม่สามารถเผาผลาญได้ทันจนเกิดเป็นไขมันสะสม ซึ่งการลดไขมันด้วย Fit Shape Body จะช่วยลดไขมันที่สะสมตามบริเวณต่าง ๆ ของร่างกายที่ลดได้ยาก หรือไขมันดื้อ เช่น หน้าท้อง ต้นแขน หรือต้นขา ซึ่งเป็นการลดไขมันเก่าที่สะสมอยู่ใต้ชั้นผิว แต่ไม่สามารถป้องกันการเกิดไขมันใหม่ได้ เพราะหากมีการรับประทานอาหารที่มากเกินไป หรือไม่ออกกำลังกาย อาจทำให้ไขมันใหม่กลับมาสะสมตามบริเวณเดิมได้

ดังนั้น หากต้องการลดไขมัน และลดสัดส่วนได้ในระยะยาว ควรทำ Fit Shape Body ควบคู่กับปรับพฤติกรรมการกิน ออกกำลังกาย และพักผ่อนให้เพียงพอ เพื่อให้ร่างกายมีสุขภาพที่ดี และสามารถเผาผลาญไขมันได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

เลือกทำ Fit Shape Body ที่ไหนดี?


Fit Shape Body ลดไขมัน ทำที่ไหนดี ? การเลือกสถานที่ทำ Fit Shape Body ถือเป็นสิ่งสำคัญอย่างมาก เนื่องจากต้องทำโดยแพทย์เท่านั้น เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดี และไม่เป็นอันตรายต่อร่างกาย ซึ่งควรพิจารณาจากปัจจัย ดังต่อไปนี้

  1. คลินิกมีใบอนุญาตและความน่าเชื่อถือ

ควรเลือกคลินิกที่ได้รับใบอนุญาตอย่างถูกต้องตามกฎหมาย และได้รับการรับรองจากกระทรวงสาธารณสุข และมีความน่าเชื่อถือมีประสบการณ์ในการให้บริการ Fit Shape Body

  1. มีแพทย์ดูแลโดยเฉพาะ

ควรเลือกคลินิกที่มีแพทย์ที่ผ่านการอบรมการใช้ Fit Shape Body และแพทย์ควรสามารถให้คำปรึกษาและประเมินร่างกายและสภาพผิวอย่างละเอียดก่อนทำได้ นอกจากนี้แพทย์ควรสามารถตรวจสอบได้

  1. ใช้เครื่อง Fit Shape Body แท้

ควรเลือกคลินิกที่ใช้ Fit Shape Body แท้ที่สามารถตรวจสอบได้ และเครื่องควรมีการดูแลบำรุงรักษาเครื่องอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้พร้อมใช้งานอยู่เสมอ

  1. มีมาตรฐานความสะอาด

ควรเลือกคลินิกที่มีความสะอาด ปลอดเชื้อ พนักงานและแพทย์ควรสวมถุงมือ และใช้อุปกรณ์ปลอดเชื้อ มีมาตรการป้องกันการติดเชื้อตามมาตรฐาน

  1. มีรีวิวจริงจากผู้ใช้บริการ

ควรเลือกคลินิกที่มีรีวิวจากผู้ใช้บริการที่น่าเชื่อถือ และพนักงานสามารถให้ข้อมูลเกี่ยวกับราคา ระยะเวลา และผลลัพธ์ได้อย่างชัดเจน

  1. มีบริการติดตามผลหลังทำ

ควรเลือกคลินิกที่พร้อมดูแล มีการให้บริการที่ดี และมีการติดตามอาการหลังทำ พร้อมคอยให้คำแนะนำการดูแลตัวเองที่เหมาะสม และตอบคำถามได้ทุกข้อสงสัยทั้งก่อนทำและหลังทำ

สรุป

 

Fit Shape Body เทคโนโลยีลดไขมัน กระชับสัดส่วน พร้อมช่วยฟื้นฟูร่างกาย ดูแลสุขภาพแบบองค์รวม ตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า ถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกของผู้ที่สนใจลดไขมันเฉพาะจุด ดูแลรูปร่างให้ได้สัดส่วน และต้องการดูแลสุขภาพ ฟื้นฟูร่างกายแบบไม่ต้องเจ็บตัว ไม่ต้องผ่าตัด และพักฟื้นไม่นาน สำหรับใครที่สนใจ Fit Shape Body สามารถเข้ามาสอบถามที่ รมย์รวินท์คลินิกได้ทุกสาขา

 

อ่านเพิ่มเติมได้ที่ :https://www.romrawin.com/indiba/

*ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเข้ารับการบริการ

*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด

โปรโมชั่น Romrawin Clinic ผ่อนชำระ 0% นานสูงสุด 10 เดือน พร้อมรับเครดิตเงินคืนไม่จำกัด กับบัตรเครดิต KTC