รู้จักสารไฮยาลูรอน

ไฮยาลูรอน เป็นคำที่ได้ยินกันบ่อยในวงการที่เกี่ยวข้องกับความงาม ไม่ว่าจะในรูปแบบของเซรั่มบำรุงผิว หรือสารเติมเต็มในหัตถการต่าง ๆ โดยเฉพาะฟิลเลอร์ แต่หลายคนอาจยังไม่เข้าใจว่า ไฮยาลูรอนคืออะไร ? ดีต่อผิวอย่างไร ? และมีผลข้างเคียงไหม ? วันนี้หมอจะมาอธิบายให้เข้าใจง่าย ๆ ครับ

ไฮยาลูรอน คืออะไร ?

ไฮยาลูรอน (Hyaluron) หรือที่รู้จักกันในชื่อเต็มว่า ไฮยาลูโรนิก แอซิด (Hyaluronic Acid: HA) คือสารชีวภาพในกลุ่มน้ำตาลเชิงซ้อนที่พบได้ตามธรรมชาติในร่างกายมนุษย์ มีจุดเด่นคือความสามารถในการกักเก็บความชุ่มชื้นได้ในปริมาณสูงมาก สามารถดูดซับน้ำได้ถึง 1,000 เท่าของน้ำหนักโมเลกุลของตัวเอง


ด้วยคุณสมบัตินี้ ไฮยาลูรอนจึงกลายเป็นส่วนประกอบสำคัญในผลิตภัณฑ์บำรุงผิว เช่น เซรั่ม ครีม หรือเจลบำรุงผิว และยังเป็นสารหลักใน “ฟิลเลอร์” ที่ใช้ในหัตถการความงามเพื่อช่วยเติมเต็มร่องลึก ริ้วรอย รวมถึงการปรับรูปหน้าอย่างเป็นธรรมชาติ

ไฮยาลูรอน ทำไมถึงสำคัญกับผิว ?

ไฮยาลูรอนมีบทบาทสำคัญในการช่วยรักษาระดับความชุ่มชื้นและความยืดหยุ่นของผิว เมื่อผิวมีความชุ่มชื้นเพียงพอ ก็จะดูอิ่มฟู เรียบเนียน และสุขภาพดี อีกทั้งยังช่วยลดการเกิดริ้วรอยก่อนวัยอันควร

แต่เมื่ออายุมากขึ้น การผลิตไฮยาลูรอนในร่างกายจะลดลง ส่งผลให้ผิวแห้ง ขาดความยืดหยุ่น และเริ่มมีริ้วรอยปรากฏ การเสริมไฮยาลูรอนจากภายนอก ไม่ว่าจะผ่านการใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่มีไฮยาลูรอนเป็นส่วนประกอบ หรือการฉีดฟิลเลอร์ จึงเป็นทางเลือกในการฟื้นฟูผิวและเติมเต็มริ้วรอยให้กลับมาดูสดใส อ่อนเยาว์ขึ้นครับ

หากร่างกายขาดไฮยาลูรอน ผิวจะเป็นอย่างไร ?


ปัญหาผิวเสื่อมสภาพก่อนวัย เกิดจากไฮยาลูรอนในผิวลดลง

หากร่างกายเริ่มผลิตไฮยาลูรอนได้น้อยลง หรือขาดไฮยาลูรอนในผิว จะมีสัญญาณเตือนหลายอย่างที่สามารถสังเกตได้ โดยเฉพาะปัญหาผิวที่เสื่อมสภาพก่อนวัย ซึ่งจะเห็นได้จาก

  • ผิวแห้ง ขาดน้ำ : ผิวดูไม่สดใส ขาดความชุ่มชื้น 
  • ผิวแห้งลอก เป็นขุย : เกิดการระคายเคืองง่าย ผิวลอกตามแนวแก้ม หน้าผาก หรือร่องจมูก
  • ผิวหมองคล้ำ ไม่เปล่งปลั่ง : ผิวดูอ่อนล้า ไม่สดชื่น หน้าดูโทรมอยู่ตลอดเวลา
  • เริ่มมีฝ้า กระ จุดด่างดำ : จากผิวที่อ่อนแอ โดนแสงแดดก็เกิดความหมองคล้ำง่ายขึ้น
  • ผิวหย่อนคล้อย ขาดความยืดหยุ่น : ไม่เต่งตึงเหมือนเดิม มีความรู้สึกว่าผิวหย่อนนิด ๆ แม้ยังไม่มาก
  • รูขุมขนกว้าง ผิวไม่เรียบเนียน : ผิวขาดสมดุลความชุ่มชื้น ทำให้รูขุมขนดูชัดเจนขึ้น
  • ริ้วรอย ร่องลึกเริ่มปรากฏ : โดยเฉพาะบริเวณใต้ตา ร่องแก้ม และหน้าผาก

อาการเหล่านี้ล้วนเป็นผลจากการขาดไฮยาลูรอนที่ช่วยหล่อเลี้ยงและฟื้นฟูผิว หากปล่อยไว้โดยไม่ดูแล สภาพผิวก็จะเสื่อมสภาพลงเรื่อย ๆ ปัจจุบันจึงได้มีการพัฒนาผลิตไฮยาลูรอนขึ้นมาทดแทนครับ

ไฮยาลูรอน ทำมาจากอะไร ?

ไฮยาลูรอนทดแทนในอดีตนิยมสกัดจากหงอนไก่หรือวุ้นในตาวัวเพื่อนำมาใช้ด้านความงามและการแพทย์ แต่มีข้อจำกัด ทั้งในเรื่องปริมาณที่สกัดได้มีน้อย อายุการใช้งานสั้น และมีความเสี่ยงต่อการปนเปื้อน

ปัจจุบันจึงนิยมผลิตไฮยาลูรอนด้วยกระบวนการหมักจากแบคทีเรีย Streptococcus ซึ่งได้สารไฮยาลูรอนที่มีโครงสร้างใกล้เคียงกับในร่างกายมนุษย์ มีความบริสุทธิ์สูง ลดความเสี่ยงในการแพ้ และเข้ากันได้ดีกับเซลล์ผิว จึงเหมาะกับการนำมาใช้ในผลิตภัณฑ์เวชสำอางและฟิลเลอร์ครับ

กรดไฮยาลูโรนิก (HA) นำไปใช้เป็นส่วนประกอบอะไรบ้าง ?

กรดไฮยาลูโรนิก หรือ Hyaluronic Acid ถูกนำไปใช้เป็นส่วนประกอบในผลิตภัณฑ์หลายประเภท เช่น

ฟิลเลอร์ไฮยาลูรอน (Filler)


ฟิลเลอร์เป็นสารเติมเต็มประเภทไฮยาลูโรนิก แอซิด

ฟิลเลอร์ เป็นสารเติมเต็มที่สร้างขึ้นเลียนแบบไฮยาลูรอนตามธรรมชาติ มีหลากหลายยี่ห้อและรุ่นให้เลือก ใช้ฉีดเข้าใต้ผิวหนังเพื่อทดแทนโครงสร้างผิวที่เสื่อมไปตามวัย เช่น ไฮยาลูรอน คอลลาเจน และอิลาสติน ช่วยให้ผิวชุ่มชื้น ลดริ้วรอย เติมเต็มร่องลึก และปรับรูปหน้าให้ดูอ่อนเยาว์อย่างเป็นธรรมชาติ เห็นผลการเปลี่ยนแปลงทันทีหลังฉีด และคงผลลัพธ์ได้นาน 6–24 เดือน ขึ้นอยู่กับรุ่นของฟิลเลอร์และตำแหน่งที่ฉีดครับ

เซรั่มไฮยาลูรอน ครีมไฮยาลูรอน แชมพู


สกินแคร์และผลิตภัณฑ์หลายประเภท มักมีการนำไฮยาลูรอนมาใช้เป็นส่วนประกอบ

เซรั่ม มอยส์เจอร์ไรเซอร์ และครีมบำรุงผิวหลายยี่ห้อ มักมีส่วนผสมของไฮยาลูรอน เพื่อช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นและลดเลือนริ้วรอยเล็ก ๆ โดยมีการพัฒนาให้กรดไฮยาลูโรนิกมีขนาดโมเลกุลเล็กลง เพื่อให้ซึมซาบเข้าสู่ผิวได้ลึกขึ้น หากมีขนาดโมเลกุลใหญ่ จะทำหน้าที่เพียงเคลือบผิวเพื่อป้องกันการสูญเสียน้ำ ไม่สามารถซึมลึกถึงผิวชั้นในได้ดีนัก

นอกจากนี้ ไฮยาลูรอนยังถูกนำมาใช้ในผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผม เช่น แชมพูหรือทรีตเมนต์ ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้หนังศีรษะ ลดความแห้งกร้าน ทำให้ผมนุ่มลื่น มีน้ำหนัก และดูสุขภาพดีขึ้นครับ

ยาบรรเทาและรักษาโรค


การฉีดไฮยาลูโรนิก แอซิดเข้าบริเวณข้อ สามารถบรรเทาอาการปวดที่เกิดจากโรคข้ออักเสบได้

US FDA (U.S. Food and Drug Administration) ได้อนุมัติให้ใช้ไฮยาลูรอนิก แอซิด ในการรักษาโรคบางชนิด เช่น โรคข้อเข่าเสื่อม โรคต้อกระจก รวมถึงในยาหยอดตาเพื่อบรรเทาอาการตาแห้ง และยังพบในเจลสมานแผลสำหรับแผลในช่องปากหรือแผลไฟไหม้ ช่วยลดการอักเสบและเร่งการฟื้นตัวของเนื้อเยื่อครับ

วิตามินบำรุงและอาหารเสริม


ไฮยาลูรอนในรูปแบบเม็ดหรือแคปซูล 

ไฮยาลูรอนในรูปแบบวิตามินและอาหารเสริมชนิดเม็ดหรือแคปซูล โดยมีปริมาณและความเข้มข้นของไฮยาลูรอนแตกต่างกันตามสูตร บางยี่ห้อจะมีการผสมคอลลาเจน วิตามินซี หรือสารสกัดจากธรรมชาติเพื่อช่วยบำรุงผิวพรรณให้ชุ่มชื้น ลดความแห้งกร้าน และทำให้ผิวนุ่มลื่นขึ้น อย่างไรก็ตาม ควรเลือกซื้อจากแหล่งที่เชื่อถือได้ และควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเริ่มรับประทาน

ผลิตภัณฑ์จากไฮยาลูรอน อันตรายไหม ?

ไฮยาลูรอนเป็นสารที่มีความปลอดภัยครับ เพราะมีโครงสร้างคล้ายกับสารที่มีอยู่ในร่างกายตามธรรมชาติ จึงไม่ก่อให้เกิดการแพ้ในคนส่วนใหญ่ แม้อาการแพ้อาจเกิดขึ้นได้ แต่ก็เกิดขึ้นได้น้อย เพื่อความปลอดภัย จึงควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ และเลือกผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการรับรองจาก อย. พร้อมใช้งานอย่างเหมาะสมตามรูปแบบผลิตภัณฑ์ครับ

Hyaluronic Acid มีผลข้างเคียงหรือไม่ ?

ผลข้างเคียงของไฮยาลูรอนที่อาจพบได้ในแต่ละรูปแบบ ได้แก่

ไฮยาลูรอนแบบฉีด (ฟิลเลอร์) 

หากเป็นฟิลเลอร์แท้ที่ผ่านการรับรองจาก US FDA และ อย. ไทย จะมีความปลอดภัยสูง สลายได้เองตามธรรมชาติ ไม่ทิ้งสารตกค้าง และไม่ก่อให้เกิดการแพ้ ผลข้างเคียงที่พบได้ เช่น บวม รอยแดงที่มาจากการลงเข็ม ไม่ใช่จากไฮยาลูรอนโดยตรง และมักเป็นอาการชั่วคราวที่หายได้เอง แนะนำฉีดกับแพทย์ที่มีประสบการณ์ ในคลินิกที่ได้มาตรฐานเท่านั้นครับ

ไฮยาลูรอนแบบทา

เช่น เซรั่มหรือครีมบำรุง ควรเลือกสูตรที่มีความเข้มข้นไม่เกิน 2% เพื่อให้ซึมซาบได้ดีและลดโอกาสการระคายเคือง โดยเฉพาะในผู้ที่มีผิวแพ้ง่าย หากใช้ความเข้มข้นสูงเกินไป อาจเกิดอาการบวม ผื่น หรือแพ้ได้ครับ

ไฮยาลูรอนแบบรับประทาน

เช่น วิตามินที่มีไฮยาลูรอนเป็นส่วนผสม ควรพิจารณาให้รอบคอบ และปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ เพราะในท้องตลาดมีหลายยี่ห้อที่อาจไม่ได้มาตรฐาน หรือมีการอวดอ้างสรรพคุณเกินจริง

หากฉีดสารเติมเต็มไฮยาลูโรนิก แอซิด ควรรู้อะไรบ้าง ?

สำหรับไฮยาลูรอนแบบฉีด หรือฟิลเลอร์ ก่อนตัดสินใจฉีดสารเติมเต็มไฮยาลูโรนิก แอซิด คนไข้ควรศึกษาข้อมูลให้รอบด้าน ทั้งเรื่องตำแหน่งที่สามารถฉีดได้ ข้อควรปฏิบัติก่อนและหลังการฉีด รวมถึงวิธีเลือกฉีดฟิลเลอร์ที่ไหนดี เพื่อความปลอดภัยและผลลัพธ์ที่สวยดูเป็นธรรมชาติครับ

ฉีด Hyaluron Filler ตำแหน่งไหนได้บ้าง ?

การฉีดไฮยาลูรอน หรือฟิลเลอร์ ไม่ได้มีแค่เพื่อเติมเต็มริ้วรอยครับ แต่ยังช่วยปรับรูปหน้าให้สมส่วนและมีมิติมากยิ่งขึ้น โดยตำแหน่งยอดฮิตที่คนไข้นิยมฉีดมีทั้งหมด 7 จุดหลัก ๆ ดังนี้ครับ


  • ฟิลเลอร์ใต้ตา : แก้ปัญหาริ้วรอยร่องลึกใต้ตา ขอบตาดำ หรือใต้ตาคล้ำ ช่วยให้ใต้ตาดูสดใสและอ่อนวัยขึ้น
  • ฟิลเลอร์ร่องแก้ม : ช่วยลดร่องแก้มที่ลึกชัดจากอายุที่เพิ่มขึ้น คืนความอิ่มฟูให้ผิวบริเวณนี้ดูเรียบเนียน
  • ฟิลเลอร์ขมับ : แก้ปัญหาขมับตอบ เพิ่มความละมุนให้ใบหน้า ดูสมส่วนและอ่อนเยาว์มากขึ้น
  • ฟิลเลอร์คาง : เหมาะสำหรับเสริมคางให้ดูยาวเรียวแบบ V Shape ช่วยปรับรูปหน้าให้ได้สัดส่วนมากขึ้น
  • ฟิลเลอร์ปาก : เติมเต็มริมฝีปากให้ดูชุ่มชื้น อวบอิ่ม มีมิติ และเสริมเสน่ห์ให้ใบหน้า
  • ฟิลเลอร์แก้มส้ม : ฉีดเติมเต็มแก้มส้ม ให้ใบหน้าดูเด็ก สดใส และมีชีวิตชีวาขึ้นทันที
  • ฟิลเลอร์หน้าผาก : ช่วยเติมเต็มหน้าผากที่แบนหรือมีร่องลึก ให้โค้งสวย หน้าดูมีมิติ อ่อนหวานขึ้น

ข้อควรปฏิบัติก่อน-หลังฉีดไฮยาลูรอน

เพื่อให้การฉีดไฮยาลูรอนหรือฟิลเลอร์ได้ผลลัพธ์ที่ดี และลดความเสี่ยงจากผลข้างเคียง คนไข้ควรเตรียมตัวให้พร้อมทั้งก่อนและหลังการฉีด โดยมีคำแนะนำดังนี้ครับ


ก่อนฉีดฟิลเลอร์ไฮยาลูรอน

  • งดยากลุ่มที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด เช่น แอสไพริน วิตามิน E และยาต้านการอักเสบบางชนิด อย่างน้อย 3-5 วันก่อนฉีด
  • งดผลิตภัณฑ์ผลัดเซลล์ผิว การขัดถูรุนแรง และการโกนขนบริเวณที่ฉีด
  • งดดื่มแอลกอฮอล์ อย่างน้อย 24 ชั่วโมงก่อนเข้ารับบริการ
  • หลีกเลี่ยงกิจกรรมหนัก หรือการออกกำลังกายที่ทำให้เลือดสูบฉีดมากผิดปกติในวันก่อนฉีด

หลังฉีดฟิลเลอร์ไฮยาลูรอน

  • ดื่มน้ำให้เพียงพอ ประมาณ 1.5–2 ลิตร/วัน เพื่อให้ไฮยาลูรอนอุ้มน้ำและอยู่ได้นานขึ้น
  • หลีกเลี่ยงการนวด กด หรือแกะบริเวณที่ฉีด โดยเฉพาะในช่วง 48 ชั่วโมงแรก
  • งดดื่มแอลกอฮอล์ สูบบุหรี่ และอาหารหมักดอง เป็นเวลาอย่างน้อย 48 ชั่วโมง
  • งดเลเซอร์ร้อนที่ลงลึกถึงชั้นผิว เป็นเวลา 1 เดือนหลังฉีด

การปฏิบัติตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัดจะช่วยให้ผลลัพธ์ออกมาสวย ดูเป็นธรรมชาติ และลดโอกาสเกิดผลข้างเคียงต่าง ๆ ได้อย่างมากครับ

เลือกคลินิกฉีดฟิลเลอร์ (HA) ที่ไหนดี ?

ก่อนตัดสินใจฉีดฟิลเลอร์ที่ไหน หมอแนะนำให้คนไข้พิจารณาคุณสมบัติเหล่านี้ให้ถี่ถ้วนครับ

  • คลินิกต้องได้มาตรฐาน มีใบอนุญาตถูกต้อง

เปิดให้บริการอย่างถูกกฎหมาย ภายในคลินิกควรติดป้ายเลขใบอนุญาต 11 หลักที่ออกโดยกระทรวงสาธารณสุขไว้อย่างชัดเจน

  • แพทย์ต้องมีประสบการณ์ด้านการฉีดฟิลเลอร์

ควรเป็นแพทย์ที่มีประสบการณ์ด้านการฉีดฟิลเลอร์ปรับรูปหน้าโดยตรง มีใบประกอบวิชาชีพเวชกรรม และสามารถตรวจสอบชื่อได้จริง

  • ฟิลเลอร์ต้องเป็นของแท้ 100%

คลินิกที่ดีควรใช้ฟิลเลอร์ที่ผ่าน อย. เท่านั้น หมอควรแกะกล่องต่อหน้า ให้คนไข้ตรวจสอบกล่องหรือขอถ่ายรูปเก็บไว้ได้

  • มีรีวิวจากผู้ใช้บริการจริง

ควรมีรีวิวและฟีดแบคจากผู้รับบริการที่สามารถตรวจสอบได้จากหลายช่องทาง เช่น หน้าเพจ Facebook หรือเว็บไซต์ของคลินิก

รีวิวความประทับใจหลังฉีดฟิลเลอร์ ที่ V Square Clinic



ฉีดฟิลเลอร์ไฮยาลูรอน ราคาเท่าไหร่ ?

ราคาของการฉีดฟิลเลอร์ไฮยาลูรอนนั้นจะขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยครับ เช่น ยี่ห้อของฟิลเลอร์ ปริมาณ (cc) ที่ต้องใช้ ตำแหน่งที่ฉีด รวมถึงโปรโมชันที่แต่ละคลินิกจัดให้ในช่วงเวลานั้น

สำหรับ V Square Clinic มีโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ในแต่ละตำแหน่ง ราคาเริ่มต้นดังนี้ครับ

โปรโมชันฉีดฟิลเลอร์ ที่ V Square Clinic


หมายเหตุ : ราคาฉีดฟิลเลอร์อาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ตามโปรโมชันส่งเสริมการตลาดในแต่ละช่วง แนะนำให้ปรึกษาแพทย์ และสอบถามราคาล่าสุดกับทางคลินิก

สรุปไฮยาลูรอน สารสำคัญช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น

ไฮยาลูรอนเป็นสารที่ช่วยกักเก็บความชุ่มชื้นในผิวหนัง และพบได้ในร่างกายตามธรรมชาติครับ แต่เมื่ออายุเพิ่มขึ้น ปริมาณไฮยาลูรอนจะค่อย ๆ ลดลง ทำให้ผิวขาดน้ำ เกิดริ้วรอย และความยืดหยุ่นลดลงอย่างเห็นได้ชัด

การเติมไฮยาลูรอนกลับเข้าสู่ผิวในรูปแบบต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นแบบทา แบบรับประทาน หรือแบบฉีด จึงเป็นทางเลือกในการฟื้นฟูผิวให้กลับมาชุ่มชื้น เรียบเนียน และดูอ่อนเยาว์ขึ้น โดยเฉพาะการฉีดฟิลเลอร์ที่ให้ผลลัพธ์รวดเร็ว เห็นผลการเปลี่ยนแปลงทันทีหลังทำ เหมาะสำหรับคนที่ต้องการปรับรูปหน้า หรือเติมเต็มผิวในจุดที่มีปัญหาอย่างแม่นยำและปลอดภัยครับ