คนที่กำลังสงสัยว่า Oligio ลดเหนียงได้ไหม ต้องประเมินก่อนว่าเหนียงเกิดจากสาเหตุใดและมีความรุนแรงมากน้อยแค่ไหน บทความนี้หมอจะพาไปรู้จักการทำงานของ Oligio พร้อมอธิบายว่าบริเวณเหนียงควรใช้กี่ช็อต เหมาะกับใครและมีข้อจำกัดอะไรบ้างที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจทำ
Oligio ลดเหนียงได้ไหม ไขข้อสงสัยก่อนตัดสินใจ
Oligio ช่วยให้บริเวณเหนียงและใต้คางดูกระชับขึ้นได้ โดยเหมาะกับผู้ที่มีผิวใต้คางเริ่มหย่อนคล้อย กรอบหน้าไม่ชัด หรือมีเนื้อสะสมใต้คางในระดับไม่มาก อย่างไรก็ตาม Oligio ไม่ใช่การดูดไขมันและไม่สามารถทำให้ไขมันปริมาณมากหายไปทั้งหมดได้ หากเหนียงเกิดจากไขมันสะสมค่อนข้างหนา ผิวหย่อนมากหรือโครงสร้างคางสั้น ผลลัพธ์จากการทำ Oligio เพียงอย่างเดียวนั้นอาจไม่ตอบโจทย์
Oligio ทำงานอย่างไร ทำไมจึงช่วยให้เหนียงดูกระชับขึ้น
Oligio เป็นเครื่องที่ใช้พลังงานคลื่นวิทยุแบบขั้วเดียวหรือ Monopolar RF ความถี่ 6.78 MHz ส่งพลังงานความร้อนลงสู่ชั้นหนังแท้แบบกระจายเป็นบริเวณ เมื่อนำมาใช้บริเวณเหนียงและกรอบหน้า จะมีการทำงานหลักดังนี้
- ความร้อนที่เหมาะสมกระตุ้นการหดตัวและการจัดเรียงตัวของเส้นใยคอลลาเจน
- เมื่อผิวมีความแน่นขึ้น บริเวณใต้คางอาจดูเรียบและรับกับแนวกรามมากขึ้น
- การวางพลังงานครอบคลุมแก้มส่วนล่าง กรอบหน้าและใต้คางช่วยให้รูปหน้าโดยรวมดูได้สัดส่วนขึ้น
- ผลลัพธ์จะค่อย ๆ เปลี่ยนแปลงตามกระบวนการสร้างและปรับโครงสร้างคอลลาเจนของร่างกาย
Oligio ลดเหนียงต้องทำกี่ช็อต
จำนวนช็อตที่เหมาะสมไม่มีตัวเลขตายตัวเพราะหมอต้องดูจากบริเวณที่จะทำ ระดับความหย่อนคล้อย ความหนาของเนื้อใต้คาง โดยสามารถประเมินภาพรวมได้ดังนี้
Oligio 300 ช็อตลดเหนียงเพียงพอไหม
Oligio 300 ช็อตอาจเพียงพอสำหรับผู้ที่ต้องการเน้นบริเวณแก้มส่วนล่าง กรอบหน้าหรือใต้คางในพื้นที่จำกัด โดยเฉพาะผู้ที่มีความหย่อนคล้อยเล็กน้อยและไม่ได้มีเหนียงหนามาก แต่หากต้องการทำทั้งใบหน้า กรอบหน้า และใต้คาง จำนวน 300 ช็อตอาจต้องกระจายไปหลายบริเวณจนแต่ละจุดได้รับพลังงานไม่มากพอ ในกรณีนี้แพทย์อาจพิจารณาประมาณ 600 ช็อตเพื่อให้สามารถวางพลังงานได้ครอบคลุมมากขึ้น
ใครบ้างที่เหมาะกับการทำ Oligio ลดเหนียง
Oligio เหมาะกับผู้ที่ต้องการดูแลเหนียงและกรอบหน้าในลักษณะดังนี้
- มีผิวบริเวณใต้คางเริ่มหย่อนคล้อย
- กรอบหน้าไม่ชัดจากผิวและเนื้อแก้มส่วนล่าง
- มีเหนียงระดับเล็กน้อยถึงปานกลาง
- ต้องการให้ผิวบริเวณใบหน้าและใต้คางดูแน่นขึ้น
- ต้องการดูแลทั้งคุณภาพผิวและความกระชับในโปรแกรมเดียว
- ไม่ต้องการหัตถการที่มีแผลหรือใช้เข็ม
- เข้าใจว่าผลลัพธ์จะค่อย ๆ เปลี่ยนแปลงและแตกต่างกันในแต่ละบุคคล
เหนียงแบบไหนที่ Oligio อาจไม่ตอบโจทย์
Oligio อาจไม่ใช่ตัวเลือกหลักสำหรับผู้ที่มีปัญหาดังต่อไปนี้
- มีไขมันใต้คางปริมาณมากหรือเหนียงหนาชัดเจน
- มีผิวหย่อนคล้อยมากจนเกิดผิวส่วนเกิน
- มีคางสั้นหรือคางถอย ทำให้บริเวณใต้คางดูเต็ม
- ต้องการให้เหนียงลดลงมากภายในครั้งเดียว
- คาดหวังผลลัพธ์ใกล้เคียงการดูดไขมันหรือการผ่าตัด
- มีปัญหาโครงสร้างใบหน้าหลายส่วนร่วมกัน
Oligio ลดเหนียงเห็นผลเมื่อไหร่
หลังทำบางคนอาจรู้สึกว่าผิวบริเวณกรอบหน้าและใต้คางดูแน่นขึ้นเล็กน้อยจากการหดตัวของเส้นใยคอลลา เจนเดิม แต่ผลลัพธ์หลักจะค่อย ๆ ชัดขึ้นตามกระบวนการสร้างและปรับโครงสร้างคอลลาเจน งานวิจัยที่ใช้ Oligio จำนวน 600 ช็อตทั่วใบหน้า พบว่าความแน่นของผิวเริ่มเปลี่ยนแปลงตั้งแต่ประมาณ 4 สัปดาห์และผลด้านความหย่อนคล้อยเห็นชัดขึ้นในช่วงประมาณ 12 สัปดาห์ โดยยังติดตามผลได้ถึง 24 สัปดาห์
เลือกทำ Oligio ลดเหนียงอย่างไรให้เหมาะกับตัวเอง
การเลือกทำ Oligio ไม่ควรพิจารณาเฉพาะจำนวนช็อตหรือโปรโมชั่นเพราะการวางพลังงานและการประเมินสาเหตุของเหนียงมีผลต่อผลลัพธ์โดยตรง โดยควรพิจารณาดังนี้
- เลือกสถานพยาบาลที่มีใบอนุญาตและแสดงข้อมูลผู้ให้บริการอย่างชัดเจน
- ให้แพทย์ตรวจว่าปัญหาเกิดจากไขมัน ผิวหย่อน หรือโครงสร้างใบหน้า
- สอบถามว่าจำนวนช็อตครอบคลุมบริเวณใดบ้าง อย่างเหนียง แก้มหรือทั่วหน้า
- ตรวจสอบว่าเป็นเครื่อง Oligio และหัวทิปที่มาจากแหล่งจำหน่ายอย่างเป็นทางการ
- แจ้งประวัติการทำหัตถการ การศัลยกรรมหรืออุปกรณ์ที่ฝังในร่างกายให้แพทย์ทราบก่อนทำ
- แจ้งแพทย์หากกำลังตั้งครรภ์ มีเครื่องกระตุ้นหัวใจ หรือมีแผลและการอักเสบในบริเวณที่จะทำ
- ตรวจสอบสิทธิพิเศษจากบัตรเครดิต KTC สมาชิกบัตรเครดิตอาจได้รับสิทธิ์แบ่งชำระ 0% หรือสิทธิประโยชน์อื่นเมื่อรับบริการที่ APEX ตามรายการและช่วงเวลาที่กำหนด
*ทั้งนี้ควรสอบถามรายละเอียด ระยะเวลาผ่อนชำระและเงื่อนไขกับเจ้าหน้าที่ก่อนใช้สิทธิ์
สรุป Oligio ลดเหนียงได้ไหม ต้องทำกี่ช็อต
Oligio ช่วยให้เหนียงดูน้อยลงได้ในผู้ที่มีผิวใต้คางหย่อนคล้อยหรือกรอบหน้าไม่ชัดระดับเล็กน้อยถึงปานกลาง โดยเน้นทำให้ผิวแน่นและรับกับแนวกราม จำนวนช็อตที่ใช้มักเริ่มตั้งแต่ประมาณ 300 ช็อตสำหรับการดูแลเฉพาะจุดและประมาณ 600 ช็อตเมื่อต้องการดูแลทั่วหน้าและใต้คาง
ทั้งนี้จำนวนช็อตมากไม่ได้หมายความว่าผลลัพธ์จะดีกว่าเสมอ สิ่งสำคัญคือการวิเคราะห์สาเหตุของเหนียง การเลือกพลังงานและการวางตำแหน่งให้เหมาะกับโครงหน้าของแต่ละคน


