ข้อดี-ข้อเสีย การทำ Ulthera ที่ควรรู้
ก่อนตัดสินใจเลือกหัตถการยกกระชับผิว หลายคนมักค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับ ข้อดี-ข้อเสีย การทำ Ulthera เพื่อประเมินว่าผลลัพธ์ที่ได้จะคุ้มค่ากับงบประมาณและความคาดหวังของตัวเองหรือไม่ โดยเฉพาะในกลุ่มที่เริ่มมีปัญหาผิวหย่อนคล้อย แต่ยังไม่พร้อมสำหรับการผ่าตัดหรือการพักฟื้นเป็นเวลานาน
บทความนี้ อธิบายถึงข้อดี-ข้อเสีย การทำ Ulthera พร้อมทั้งข้อควรรู้ก่อนตัดสินใจ เช่น ระยะเวลาการเห็นผล ราคาค่าใช้จ่าย และแนวทางการเลือกคลินิกทำอัลเทอร่าที่ได้มาตรฐาน เพื่อให้คนไข้สามารถตัดสินใจได้อย่างมั่นใจมากขึ้นครับ
เข้าใจหลักการทำงานของ Ulthera ก่อนข้อดี-ข้อเสีย
Ulthera เป็นเทคโนโลยียกกระชับผิวด้วยคลื่นเสียงอัลตราซาวนด์ สามารถส่งพลังงานลงลึกถึงผิวชั้น SMAS อย่างแม่นยำ เพราะมีหน้าจอแสดงผลชั้นผิวแบบเรียลไทม์ ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่และให้ผลลัพธ์ที่ยาวนานถึง 1 ปี โดยไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องพักฟื้นหลังทำ
ความสำคัญของผิวชั้น SMAS
เมื่อเข้าใจถึงหลักการทำงานของ Ulthera แล้ว หมอจะเจาะลึกถึงข้อดี-ข้อเสีย การทำ Ulthera ให้ในหัวข้อถัดไปครับ
ข้อดีของการทำ Ulthera ที่ทำให้หลายคนเลือก
จากหลักการทำงานดังกล่าว จึงทำให้การทำ Ulthera มีจุดเด่นหลายด้านที่ทำให้หลายคนเลือกใช้ในยกกระชับผิวหย่อนคล้อย ฟื้นฟูคุณภาพผิว และปรับรูปหน้าให้เรียวสวยครับ
ข้อดีของการทำ Ulthera
สรุปข้อดีของการทำ Ulthera
- ออกแบบการรักษาเฉพาะบุคคลได้ : Ulthera มีหน้าจอแสดงผลชั้นผิวแบบเรียลไทม์ แพทย์สามารถยิงพลังงานแบบ Customized ให้เหมาะกับสภาพผิวของคนไข้แต่ละคนได้
- แม่นยำ มีประสิทธิภาพในการยกกระชับ : Ulthera สามารถส่งพลังงานลงถึงผิวชั้น SMAS ได้อย่างแม่นยำ และมีหัวยิงหลายหัว เพื่อการดูแลผิวอย่างครอบคลุม
- ช่วยยกกระชับผิวโดยไม่ต้องผ่าตัด : Ulthera สามารถช่วยยกกระชับผิวรอบดวงตา ยกคิ้วตก ยกแก้มห้อย และทำให้กรอบหน้าดูชัดขึ้น ผิวดูแน่นขึ้น โดยไม่ต้องผ่าตัด
- กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ : ความร้อนที่เกิดจากการยิงพลังงานของ Ulthera จะกระตุ้นให้ผิวสร้างคอลลาเจนใหม่อย่างต่อเนื่อง ช่วยลดริ้วรอย และชะลอการเกิดริ้วรอย ความหย่อนคล้อยในอนาคต
- ผลลัพธ์อยู่ได้นาน : การทำ Ulthera 1 ครั้ง ผลลัพธ์อยู่ได้นานประมาณ 1 ปี หรือมากกว่านั้น ขึ้นอยู่กับสภาพผิว และการดูแลตัวเองหลังทำ
- ใช้เวลาในการทำไม่นานและไม่ต้องพักฟื้น : ใช้เวลาประมาณ 30-60 นาที ขึ้นอยู่กับเครื่อง หลังทำสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ ไม่ต้องพักฟื้น ไม่ต้องลางาน
- เริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงหลังทำ : โดยทั่วไปหลังทำ Ulthera จะเห็นการเปลี่ยนแปลงประมาณ 30% สังเกตได้ว่าผิวหน้าแน่นกระชับขึ้น และเห็นผลเต็มที่ใน 2-3 เดือนตามกระบวนการสร้างคอลลาเจนของผิว
- สามารถทำได้หลายตำแหน่ง : Ulthera สามารถทำได้ทั้งบริเวณใบหน้าและร่างกาย ที่นิยม เช่น รอบดวงตา ขมับ แก้ม ลำคอ เหนียงใต้คาง
- ผ่านการรับรองด้านความปลอดภัยในระดับสากล : Ulthera เป็นเทคโนโลยีที่พัฒนามาจากอัลตราซาวนด์ดูแลทารกในครรภ์ ได้รับ U.S. FDA สำหรับการยกกระชับผิว และมีการใช้งานในคลินิกความงามหลายแห่งทั่วโลก
ข้อเสียหรือข้อจำกัดของการทำ Ulthera ที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจ
นอกจากข้อดีของการทำ Ulthera ที่ได้อธิบายไปแล้ว ก่อนตัดสินใจทำ Ulthera จำเป็นต้องทราบถึงข้อจำกัดของหัตถการ เพื่อให้สามารถประเมินตัวเองในเบื้องต้น และเตรียมตัวได้อย่างเหมาะสมครับ
สรุปข้อเสียของการทำ Ulthera
- ระหว่างยิงพลังงานอาจรู้สึกเจ็บ หรือร้อนในผิวชั้นลึก ซึ่งแสดงว่าพลังงานยกกระชับถึงผิวชั้นลึกครับ ก่อนทำแนะนำให้แปะยาชาประมาณ 30-45 นาที
- Ulthera มีราคาค่อนข้างสูง เริ่มต้นที่หลักหมื่นต้น ๆ
- อาจมีรอยแดงเล็กน้อย อาการบวม หรือระบมใต้ผิว ซึ่งมักหายได้เอง ไม่เป็นอันตราย
โดยรวมแล้ว ข้อเสียของการทำ Ulthera มักเป็นอาการชั่วคราว และสามารถประเมินหรือวางแผนการรักษา เพื่อลดความไม่สบายตัวได้ตามคำแนะนำของแพทย์
ขั้นตอนการทายาชาก่อนเริ่มทำ Ulthera
ผลลัพธ์ของ Ulthera ควรคาดหวังแค่ไหน ?
นอกจากเรื่องข้อดี-ข้อเสีย การทำ Ulthera แล้ว อีกสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม คือ การทำความเข้าใจถึงลักษณะผลลัพธ์ของ Ulthera จะช่วยให้สามารถสังเกตอาการ และประเมินได้ว่า การทำหัตถการนี้ตอบโจทย์กับเป้าหมายของตนเองหรือไม่ครับ
- ลักษณะผลลัพธ์ของการทำ Ulthera : ผิวดูแน่นและกระชับขึ้น ริ้วรอยเล็ก ๆ ดูจางลง กรอบหน้าดูชัดขึ้น ลดความหย่อนคล้อยบริเวณแก้ม ใต้คาง รวมถึงช่วยยกหางตาหรือหางคิ้วได้ในบางราย
- การเปลี่ยนแปลงหลังทำทันที : หลังทำบางคนอาจรู้สึกว่าผิวตึงขึ้นเล็กน้อย หรือเห็นการเปลี่ยนแปลงประมาณ 30% จากการหดตัวของเนื้อเยื่อใต้ผิว
- ระยะเวลาเห็นผลชัดเจน : ผลลัพธ์ของ Ulthera จะค่อยเป็นค่อยไป มักเริ่มเห็นการเปลี่ยนใน 1 เดือน และผลลัพธ์เต็มที่ใน 2-3 เดือน ตามกระบวนการสร้างคอลลาเจนใหม่ของร่างกาย
- คำแนะนำในการทำซ้ำ : โดยทั่วไปผลลัพธ์ Ulthera อยู่ได้นานประมาณ 1 ปี นิยมทำซ้ำปีละ 1 ครั้ง หรือตามคำแนะนำของแพทย์ เพื่อคงผลลัพธ์ผิวสวย ๆ ได้ยาวนานขึ้นครับ
ผลข้างเคียงที่ควรรู้ก่อนทำ Ulthera
การทำ Ulthera ให้ได้ผลลัพธ์ที่ดี และปลอดภัย ต้องอาศัยประสบการณ์ของแพทย์เป็นสำคัญ ร่วมกับการใช้เครื่องอัลเทอร่าของแท้ ที่นำเข้ามาถูกต้องครับ
ผลข้างเคียงทั่วไปที่อาจเกิดขึ้นได้ มีดังนี้
- รอยแดงหลังทำ : ผิวอาจมีรอยแดงเล็กน้อยจากพลังงานที่ส่งลงสู่ชั้นผิว ซึ่งโดยทั่วไปจะดีขึ้น และหายได้เองภายในไม่กี่ชั่วโมง
- อาการบวมเล็กน้อย : ในรายที่ผิวบอบบางเป็นทุนเดิม อาจมีอาการบวมเล็กน้อย หรือหน้าบวม มักหายได้เองใน 2-3 วัน
- อาการระบม : อาจมีความรู้สึกตึงที่ผิว กดแล้วเจ็บเล็กน้อย มักหายได้เองในช่วง 1-2 สัปดาห์ครับ
โดยทั่วไปหลังทำ Ulthera แนะนำให้หลีกเลี่ยงความร้อนทุกชนิด และการสัมผัสกด นวดผิวแรง ๆ ในช่วง 2 สัปดาห์แรก รวมถึงงดเลเซอร์ร้อนลงผิวชั้นลึกอย่างน้อย 1 เดือน ก็จะช่วยให้อาการเหล่านี้ดีขึ้น และผลลัพธ์หลังทำอยู่ได้นาน
แนวทางการดูแลตัวเองหลังทำ Ulthera
ข้อดี-ข้อเสีย การทำ Ulthera แต่ละรุ่นต่างกันไหม ?
ปัจจุบันในตลาดมีเครื่อง Ulthera ให้บริการอยู่หลัก ๆ 2 รุ่น คือ Ulthera SPT ซึ่งเป็นรุ่นที่ใช้อย่างแพร่หลายมานาน และ Ulthera Prime ซึ่งเป็นรุ่นที่พัฒนาต่อยอดมาจากเดิมครับ
ตารางเปรียบเทียบ Ulthera SPT และ Ulthera Prime
โดยทั้งสองรุ่นใช้หลักการทำงาน และมีหัวยิงหลายหัวเหมือนกันครับ แต่ต่างกันที่ราคา และประสบการณ์การทำของคนไข้ เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนขึ้น ข้อดี-ข้อเสีย การทำ Ulthera ทั้ง 2 รุ่น มีดังนี้
- ราคา : ข้อดีของ Ulthera SPT คือมักมีราคาต่ำกว่า Ulthera Prime แตกต่างกันประมาณ 30% ขึ้นอยู่กับคลินิกและจำนวนไลน์ที่ใช้
- ระยะเวลาในการทำ : Ulthera Prime มีระบบประมวลผลที่รวดเร็วขึ้น ยิงพลังงานได้ไว้กว่า ในบางเคสอาจใช้เวลาทำลดลง ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับจำนวนไลน์ที่ใช้ และประสบการณ์ของแพทย์ร่วมด้วย
- ความรู้สึกขณะทำ : จากรีวิวของคนไข้จะรู้สึกว่า Ulthera Prime เจ็บน้อยกว่า เพราะยิงได้ไวขึ้น ใช้เวลาทำหัตถการลดลง
ราคา Ulthera อยู่ที่เท่าไหร่ ?
Ulthera ราคาประมาณ 10,000-13,000.-/ 100 Line ขึ้นอยู่กับรุ่น จำนวนไลน์ที่ใช้ และโปรโมชันส่งเสริมการขายของคลินิกความงามครับ
สำหรับที่ V Square Clinic มีให้บริการทั้งเครื่อง Ulthera SPT และ Ulthera Prime ราคาประมาณ 42,000-55,000.-/ 500 Line ก่อนการทำมีการประเมินใบหน้ากับแพทย์โดยตรง ไม่ผ่านเซลส์ หมอให้คำปรึกษาฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายครับ
Ulthera ราคาโปรโมชันสุดคุ้ม ที่ V Square Clinic
หมายเหตุ : โปรแกรม Ulthera ราคาอาจเปลี่ยนแปลงตามโปรโมชันส่งเสริมการขาย แนะนำให้ปรึกษาแพทย์ และอัปเดตราคาล่าสุดกับทางคลินิก
วิธีตัดสินใจว่าควรทำ Ulthera หรือไม่ ?
ในการตัดสินใจว่าควรทำ Ulthera หรือไม่ ? นอกจากศึกษาถึงข้อดี-ข้อเสีย การทำ Ulthera แล้ว แนะนำให้ปรึกษา และเข้ารับประเมินกับแพทย์โดยตรงครับ แพทย์ที่มีประสบการณ์จะสามารถประเมินระดับความหย่อนคล้อยของผิว วางแผนจำนวนไลน์ และออกแบบการรักษาให้เหมาะสมกับโครงสร้างใบหน้าและเป้าหมายของคนไข้ได้อย่างแม่นยำมากขึ้น
สำหรับผู้ที่ต้องการประเมินตัวเองในเบื้องต้น การทำ Ulthera เหมาะกับผู้ที่มีลักษณะดังต่อไปนี้
- ผู้ที่มีใบหน้าหย่อนคล้อย กรอบหน้าไม่ชัด
- ผู้ที่มีแก้มห้อย มีร่องแก้ม และร่องมุมปาก
- ผู้ที่มีริ้วรอยเล็ก ๆ รอบดวงตา มีถุงใต้ตา
- ผู้ที่มีคิ้วตก หนังตาตก หางตาตก
- ผู้ที่มีเหนียง มีคางสองชั้น ริ้วรอยบริเวณลำคอ
- ผู้ที่มีรูขุมขนกว้าง ผิวไม่เรียบเนียน
H2 : เลือกคลินิกทำ Ulthera อย่างไร ? ให้ได้ผลลัพธ์ที่ดี ปลอดภัย
ก่อนตัดสินใจทำ Ulthera ที่ไหน แนะนำให้ตรวจสอบความน่าเชื่อถือของคลินิกความงาม เครื่องอัลเทอร่า และแพทย์ที่ทำหัตถการครับ โดยมีแนวทางต่อไปนี้
- คลินิกมีใบอนุญาตสถานพยาบาลถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อให้มั่นใจในมาตรฐานด้านความปลอดภัยและระบบการดูแลผู้รับบริการ
- แพทย์มากประสบการณ์ ผ่านการเทรนนิงใช้งานเครื่องอัลเทอร่า มักพิจารณาจากรีวิว และใบ Certification ในเว็บไซต์ของคลินิกความงาม
- เครื่อง Ulthera ของแท้ สามารถตรวจสอบได้โดยนำชื่อคลินิกความงามที่สนใจ ไปเช็กกับเว็บไซต์บริษัทนำเข้าเครื่อง
- มีรีวิวผู้ใช้บริการตัวจริง ภาพก่อน-หลัง แสดงข้อมูลและรายละเอียดหัตถการไว้ชัดเจน เช่น ชื่อหัตถการ จำนวนไลน์ที่ใช้
นอกจากนี้หากทางคลินิกความงามมีบริการประเมินใบหน้ากับแพทย์โดยตรง ก็จะช่วยเพิ่มความมั่นใจในการใช้บริการได้ครับ
จุดเด่นของการทำเครื่องยกกระชับที่ V Square Clinic
สรุปเกี่ยวกับข้อดี-ข้อเสีย การทำ Ulthera
จากข้อดี-ข้อเสีย การทำ Ulthera ที่หมอได้อธิบายไว้ โปรแกรม Ulthera ถือเป็นตัวเลือกที่คุ้มค่าครับ เพราะช่วยยกกระชับผิวได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องพักฟื้น เหมาะกับผู้ที่เริ่มมีความหย่อนคล้อยในระดับเล็กน้อยถึงปานกลาง หากดูแลตัวเองอย่างเหมาะสม ก็สามารถคงผลลัพธ์ได้นานถึง 1 ปีหรือมากกว่านั้น
ทั้งนี้ ผลลัพธ์ของการรักษายังขึ้นอยู่กับการประเมินและการวางแผนที่เหมาะสมในแต่ละบุคคลร่วมด้วยครับ หากคลินิกที่เข้ารับบริการมีแพทย์ผู้มีประสบการณ์ เครื่องมือที่ได้มาตรฐาน และมีการออกแบบโปรแกรมการรักษาอย่างเหมาะสม ก็จะช่วยเพิ่มความมั่นใจและช่วยให้ผลลัพธ์เป็นไปตามความคาดหวังได้มากขึ้น







