ในยุคที่ใครต่อใครต่างมองหาวิธีดูแลผิวที่ ได้ผลจริง และ ยาวนาน โดยไม่ต้องพึ่งการผ่าตัด ชื่อของ Sculptra ก็เริ่มถูกพูดถึงมากขึ้นเรื่อย ๆ ทั้งในคลินิกเวชกรรมความงามและในกลุ่มผู้ที่ใส่ใจสุขภาพผิวอย่างจริงจัง

แต่ Sculptra คืออะไรกัน ? ต่างจากฟิลเลอร์ทั่วไปอย่างไร ? ใครควรฉีด และต้องทำกี่ครั้งถึงจะเห็นความเปลี่ยนแปลง ? บทความนี้มีคำตอบ 

Sculptra คืออะไร และทำงานอย่างไร ?

Sculptra คือสารกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน (Collagen Biostimulator) ที่ผลิตจากสาร PLLA (Poly-L-Lactic Acid) ซึ่งเป็นสารสังเคราะห์จากธรรมชาติ ไม่ตกค้างในร่างกาย และสลายได้เองตามกระบวนการทางชีวภาพ 100%


Sculptra ถือเป็น Collagen Biostimulator ตัวแรกของโลกที่ได้รับการรับรองจาก US FDA ตั้งแต่ปี 1999 และยังได้รับการรับรองจาก อย. ไทย ว่ามีความปลอดภัยและประสิทธิภาพในการใช้ทางการแพทย์ มีงานวิจัยสนับสนุนมากกว่า 50 ฉบับทั่วโลก

กลไกการทำงานของ Sculptra 

กลไกการทำงานของ Sculptra เมื่อฉีดเข้าสู่ผิวชั้นลึก (Subcutaneous) ด้วยเข็มทู่ขนาด 22-25 G ตัวยาจะกระจายตัวอย่างสม่ำเสมอโดยใช้เทคนิค Cross-hatching จากนั้นจะเกิดกลไกตามลำดับดังนี้

  1. ร่างกายส่งเซลล์เม็ดเลือดขาว Macrophage เข้ามาจัดการกับอนุภาค PLLA
  2. Macrophage กระตุ้น Fibroblast ซึ่งเป็นเซลล์ต้นกำเนิดหลักในการสร้างคอลลาเจน
  3. ร่างกายผลิต Collagen Type I ขึ้นมาใหม่อย่างต่อเนื่องและเป็นธรรมชาติ

ผลลัพธ์ที่ได้คือผิวค่อย ๆ แน่น กระชับ และดูอ่อนเยาว์ขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ โดยไม่ได้เป็นการ เติมสาร เข้าไปแบบฟิลเลอร์ทั่วไป

จากการศึกษาของ Bohnert et al. (Dermatol Surg, 2019) พบว่าภายใน 3 เดือนหลังฉีด Sculptra ปริมาณ Collagen Type I ในผิวเพิ่มขึ้นกว่า 66.5% ซึ่งยังไม่มีสารใดสามารถกระตุ้นคอลลาเจนได้ในระดับนี้


Sculptra ช่วยเรื่องอะไรบ้าง ? 


  • ผิวหย่อนคล้อย ไม่กระชับ : Sculptra สามารถช่วย ฟื้นฟูโครงสร้างใต้ผิว ทำให้ผิวกลับมาเต่งตึง
  • ริ้วรอยและร่องลึก : Sculptra สามารถกระตุ้นให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนมาเติมเต็มจากภายใน
  • ขมับและแก้มตอบ : ช่วยเพิ่มความอิ่มฟูให้ใบหน้า ทำให้โครงหน้าดูสมดุล
  • ผิวขาดความยืดหยุ่น : Sculptra ช่วยเพิ่มเส้นใย Elastin และคอลลาเจน ทำให้ผิวเด้งกลับดีขึ้น
  • หลุมสิวและรอยบุ๋ม : ช่วยปรับสภาพผิวที่เป็นหลุมเป็นบ่อให้เรียบเนียนขึ้น
  • ผิวหมองคล้ำ ขาดความกระจ่างใส : ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นและกระจ่างใสจากภายใน

ตำแหน่งบนใบหน้าที่นิยมฉีด Sculptra

 


  • ขมับ (Temple) แก้ขมับตอบ ทำให้ใบหน้าดูสมส่วน
  • หน้าแก้ม (Midface) เพิ่มความอิ่มฟู ลดร่องลึก ดูอ่อนเยาว์
  • กรอบหน้า (Jawline) ยกกระชับแนวกราม ลดความหย่อนคล้อย

ข้อควรู้ : Sculptra ไม่เหมาะสำหรับการฉีดใต้ตาโดยตรง เนื่องจากบริเวณนั้นผิวบางมาก แพทย์จะใช้เทคนิคฉีดบริเวณแก้มส่วนบน (Submalar Area) แทน เพื่อยกพยุงผิวใต้ตาอย่างปลอดภัย

นอกจากใบหน้า Sculptra ยังสามารถใช้กับ Sculptra Body เพื่อฟื้นฟูผิวบริเวณหน้าท้อง แขน และขาได้อีกด้วย

Sculptra เหมาะกับใคร และใครควรหลีกเลี่ยง ? 

Sculptra เหมาะเป็นพิเศษสำหรับผู้ที่ต้องการ ฟื้นฟูผิวจากภายใน ไม่ใช่แค่การเติมเต็มเฉพาะจุด ได้แก่


  • ผู้ที่มีอายุ 25 ปีขึ้นไป เนื่องจากร่างกายเริ่มสร้างคอลลาเจนน้อยลงเฉลี่ยปีละ 1% ตั้งแต่อายุ 25 ปี
  • ผู้ที่มีปัญหา ผิวหย่อนคล้อย ไม่กระชับ ผิวย้วย
  • ผู้ที่มี ริ้วรอยที่เห็นได้ชัด และต้องการแก้ไขอย่างเป็นธรรมชาติ
  • ผู้ที่ต้องการ ผลลัพธ์ระยะยาว โดยไม่ต้องทำซ้ำบ่อย
  • ผู้ที่ ผิวขาดคอลลาเจน จากปัจจัยต่าง ๆ เช่น อายุ แสงแดด หรือภาวะสุขภาพ

กลุ่มที่ควรหลีกเลี่ยงหรือปรึกษาแพทย์ก่อน

  • ผู้ที่มีประวัติแพ้ PLLA หรือแพ้ยาชา
  • ผู้ที่เคยมีประวัติ แพ้รุนแรง (Anaphylactic shock)
  • ผู้ที่มีประวัติเป็น คีลอยด์ หรือแผลเป็นนูน
  • ผู้ที่มีการ อักเสบหรือติดเชื้อที่ผิวหนัง บริเวณที่จะฉีด เช่น สิวอักเสบ เริม
  • ผู้ที่มีโรค แพ้ภูมิตัวเอง (SLE) หรือกำลังรับประทานยากดภูมิ
  • สตรีมีครรภ์หรือให้นมบุตร

Sculptra ต่างจากฟิลเลอร์และหัตถการอื่นอย่างไร ? 

Sculptra และ ฟิลเลอร์ มีกระบวนการทำงานที่แตกต่างกัน รวมถึงผลลัพธ์หลังทำก็แตกต่างกัน 

  • Sculptra จะเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการฟื้นฟูงานผิวแน่น อิ่มฟู ดูอ่อนเยาว์ในระยะยาวแบบเป็นธรรมชาติ ไม่โป๊ะ
  • ฟิลเลอร์ (HA) จะตอบโจทย์สำหรับผู้ที่ต้องการเติมเต็มร่องลึก ปรับรูปหน้าเฉพาะจุด หรือต้องการเห็นผลลัพธ์การเปลี่ยนแปลงแบบเร่งด่วนครับ

ตารางเปรียบเทียบความแตกต่างระหว่าง Sculptra กับ ฟิลเลอร์ (HA)



หัวข้อเปรียบเทียบ

Sculptra 

(Collagen Biostimulator)

ฟิลเลอร์ 

(Hyaluronic Acid)

กลไกการทำงาน

กระตุ้นจากภายใน เข้าไปกระตุ้นให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนตามธรรมชาติขึ้นมาใหม่ด้วยตัวเอง

เติมเต็มจากภายนอก เป็นการเติมสารไฮยาลูโรนิกแอซิด เพื่อเพิ่มปริมาตรใต้ผิวโดยตรง

ระยะเวลา

การเห็นผล

ค่อยเป็นค่อยไป : จะเริ่มเห็นผลลัพธ์ชัดเจนภายใน 2-3 เดือน เนื่องจากต้องรอให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนใหม่

เห็นผลทันที : สามารถเห็นการเปลี่ยนแปลง เติมเต็มร่องลึก หรือปรับรูปหน้าได้ทันทีหลังฉีดเสร็จ

ผลลัพธ์

ความเป็นธรรมชาติ

เนียนเป็นธรรมชาติสูง ผิวจะค่อย ๆ ฟูแน่นขึ้นเองจากภายใน หน้าไม่เปลี่ยนรูปทรงแบบกะทันหัน

สวยงามทันใจ ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับปริมาณยูนิต (cc) ที่ใช้ และเทคนิคความแม่นยำของแพทย์

ระยะเวลา

การคงผลลัพธ์

ยาวนานกว่า 2 ปีขึ้นไป

ประมาณ 6 -24 เดือน (ขึ้นอยู่กับรุ่นและแบรนด์ที่เลือกใช้)

จุดเด่นหลัก

เน้นการฟื้นฟูโครงสร้างผิวลึกจากภายใน แก้ปัญหาผิวหย่อนคล้อย และปรับภาพรวมคุณภาพผิวให้แน่นกระชับ

เน้นการแก้ปัญหาเฉพาะจุดได้อย่างรวดเร็ว เช่น เติมเต็มร่องแก้ม ใต้ตา ขมับ หรือปรับทรงคางและริมฝีปาก

หมายเหตุ : ทั้งสองหัตถการสามารถใช้ร่วมกันได้ในบางเคส เพื่อผลลัพธ์ที่ครอบคลุมมากขึ้น

Sculptra vs เครื่องยกกระชับ (HIFU / Ulthera / Thermage)

เครื่องยกกระชับเหล่านี้ใช้คลื่นเสียงหรือคลื่นวิทยุกระตุ้นคอลลาเจนเฉพาะจุด เหมาะสำหรับงานยกกระชับแบบไม่ใช้เข็ม 

ในขณะที่ Sculptra เน้นการฟื้นโครงสร้างผิวในวงกว้างกว่า โดยทั้งสองแนวทางสามารถนำมาใช้ร่วมกันได้ตามคำแนะนำของแพทย์

ฉีด Sculptra กี่ครั้งถึงเห็นผล ? 

การฉีด Sculptra แพทย์จะให้ข้อมูลกับคนไข้ เกี่ยวกับการฉีด ด้วย "กฎ 3-3-3" เพื่อเป็นแนวทางในการวางแผนการรักษา ได้แก่

  • ฉีด 3 ครั้ง : เพื่อกระตุ้นคอลลาเจนอย่างต่อเนื่องและเพียงพอ
  • ห่างกัน 3-4 สัปดาห์ถึง 1 เดือน : ให้ร่างกายมีเวลาสร้างคอลลาเจนระหว่างรอบ
  • ผลอยู่ได้นาน 2-3 ปี : หากฉีดครบตามแผนและดูแลตัวเองอย่างถูกต้อง

ไทม์ไลน์การเห็นผลหลังฉีด Sculptra

  • หลังฉีด 5-7 วัน : กระบวนการผลิตคอลลาเจนเริ่มต้นขึ้น
  • หลังฉีด 2-3 สัปดาห์ : เริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย ผิวดูฟูขึ้น
  • หลังฉีด 1-3 เดือน : เห็นผลชัดเจนมากขึ้น ผิวแน่น ยกกระชับ ริ้วรอยลดลง
  • ครบ 3 ครั้ง : ผิวเต่งตึงและแน่นกระชับเต็มที่ ผลลัพธ์คงอยู่ได้ถึง 2 ปี

ต้องใช้ Sculptra กี่ขวดต่อครั้ง ? 

โดยทั่วไปจะเริ่มต้นที่ 1 ขวด (10 CC) ต่อครั้ง สำหรับผู้ที่เริ่มต้นหรือปัญหาไม่มาก ส่วนผู้ที่มีอายุ 30 ปีขึ้นไปหรือมีปัญหาผิวหย่อนคล้อยมาก แพทย์อาจแนะนำ 2 ขวด (20 CC) ต่อครั้งเพื่อประสิทธิภาพสูงสุด

ข้อดี-ข้อเสียของ Sculptra ที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจ

ข้อดีของการฉีด Sculptra

  • หลังฉีดไม่ต้องพักฟื้น กลับมาใช้ชีวิตปกติได้ทันที
  • ผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติ เพราะคอลลาเจนสร้างจากร่างกายเราเอง
  • คงผลได้นานถึง 2 ปี ต่างจากฟิลเลอร์ทั่วไปที่อยู่ได้ 6-12 เดือน
  • มีงานวิจัยรองรับกว่า 50 ฉบับ และผ่านการรับรองจาก US FDA และ อย. ไทย
  • สารหลัก PLLA สลายได้เองตามธรรมชาติ ไม่มีสารตกค้างในร่างกาย

ข้อเสียและสิ่งที่ควรระวัง

  • ผลลัพธ์ไม่เห็นทันที ต้องรอกระบวนการสร้างคอลลาเจน 2-3 เดือน
  • ต้องฉีดหลายครั้ง (2-3 ครั้ง) จึงจะได้ผลลัพธ์ที่คงทน
  • หากฉีดโดยแพทย์ที่ขาดประสบการณ์ อาจเกิดก้อนใต้ผิวหรือผลลัพธ์ไม่สม่ำเสมอ
  • ควรเลือกคลินิกที่ใช้ Sculptra ของแท้ ผ่าน อย. เพื่อความปลอดภัยสูงสุด

ความปลอดภัยและผลข้างเคียงของ Sculptra

Sculptra ถือว่ามีความปลอดภัยสูงมากเมื่อฉีดโดยแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญและใช้ผลิตภัณฑ์ของแท้ ผลข้างเคียงที่อาจพบได้ในบางราย ได้แก่

  • บวมแดงเล็กน้อย บริเวณที่ฉีด มักหายเองภายใน 1-3 วัน
  • รอยฟกช้ำจากเข็ม เป็นอาการปกติที่เกิดขึ้นได้ หายเองใน 2-7 วัน
  • ก้อนเล็กใต้ผิว หากไม่นวดตามคำแนะนำของแพทย์ สามารถป้องกันได้ด้วยการนวดตามหลัก Triple 5 (5 วัน / 5 ครั้ง / 5 นาที)

ผลข้างเคียงรุนแรงพบได้น้อยมาก โดยเฉพาะเมื่อเลือกแพทย์ที่ผ่านการอบรมเฉพาะและใช้ตัวยาที่ได้มาตรฐาน

Sculptra ราคาโปรโมชั่น ที่ V Square Clinic


หมายเหตุ : ราคาการ ฉีด Sculptra อาจมีการเปลี่ยนแปลงตามโปรโมชันส่งเสริมการตลาด แนะนำให้ปรึกษาแพทย์ และอัปเดตราคาล่าสุดกับทางคลินิก

ที่ V Square Clinic ก่อนฉีด Sculptra หมอจะแกะกล่อง จัดเตรียมการผสมยา ให้คนไข้ดูต่อหน้า และให้คนไข้เอากล่องและขวดกลับบ้านได้ครับ เพื่อความมั่นใจว่าเป็นตัวยา Sculptra แท้ 

การเตรียมตัวและการดูแลตัวเองหลังฉีด Sculptra

ก่อนฉีด Sculptra

  • งดยาหรืออาหารเสริมที่ทำให้เลือดหยุดไหลยาก เช่น แอสไพริน วิตามิน E น้ำมันปลา อย่างน้อย 2 สัปดาห์
  • งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อย่างน้อย 1-3 วัน ก่อนฉีด
  • แจ้งแพทย์หากมีโรคประจำตัวหรือยาที่รับประทานเป็นประจำ

หลังฉีด Sculptra

  • งดแต่งหน้า 24 ชั่วโมง
  • งดออกกำลังกายหักโหม 2-3 วัน
  • งดซาวน่าและความร้อนสูง 1-2 สัปดาห์
  • งดทำเลเซอร์ที่ใช้ความร้อน 1 เดือน
  • นวดหน้าตามหลัก Triple 5 - นวด 5 ครั้งต่อวัน ครั้งละ 5 นาที ต่อเนื่อง 5 วัน เพื่อให้ตัวยากระจายสม่ำเสมอ


คำแนะนำเพิ่ม : การรับประทานวิตามิน C, Zinc และ Collagen Peptide จะช่วยส่งเสริมกระบวนการสร้างคอลลาเจนหลังฉีดได้ดียิ่งขึ้น

FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Sculptra

Sculptra เจ็บไหม ?

เจ็บน้อยมาก เนื่องจากใช้เข็มขนาดเล็กและมีการแปะยาชาก่อนฉีดประมาณ 30-45 นาที ผู้รับการฉีดส่วนใหญ่รู้สึกเจ็บน้อยกว่าการฉีดฟิลเลอร์ทั่วไป

ฉีด Sculptra แล้วกลับบ้านได้เลยไหม ?

ได้เลย ไม่ต้องพักฟื้น สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติหลังจากฉีดเสร็จ

ถ้าฉีดเพียงครั้งเดียวผลจะอยู่ได้นานแค่ไหน ?

หากฉีดเพียงครั้งเดียวโดยไม่ต่อเนื่อง ผลลัพธ์จะอยู่ได้ประมาณ 2-4 เดือน เท่านั้น เพราะร่างกายยังไม่ได้รับการกระตุ้นคอลลาเจนอย่างเพียงพอ

Sculptra ฉีดร่วมกับหัตถการอื่นได้ไหม ?

สามารถทำร่วมกับโบท็อก ฟิลเลอร์ เมโสแฟต หรือ Skin Booster ได้ โดยแพทย์จะวางลำดับที่เหมาะสมเพื่อให้ผลลัพธ์ดีที่สุด

ผิวแพ้ง่ายฉีด Sculptra ได้ไหม ?

ได้ เนื่องจาก Sculptra ไม่มีสารก่อการแพ้ (ไม่มี BDDE) และสลายได้เองตามธรรมชาติ แต่ควรแจ้งประวัติการแพ้ยาให้แพทย์ทราบก่อนทุกครั้ง

สรุป Sculptra คุ้มค่าสำหรับใครบ้าง ? 

การฉีด Sculptra เหมาะที่สุดสำหรับผู้ที่อายุ 25 ปีขึ้นไป ต้องการผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติ ไม่โป๊ะ และต้องการความคุ้มค่าในระยะยาว เพราะผลลัพธ์คงอยู่ได้นานถึง 2 ปี ด้วยการฉีดเพียง 2-3 ครั้ง

Sculptra ไม่ใช่แค่การฉีดสารเสริมความงามทั่วไป แต่เป็นนวัตกรรมทางการแพทย์ที่ช่วย ฟื้นฟูผิวจากภายในอย่างยั่งยืน ด้วยการกระตุ้นให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนขึ้นมาเองตามธรรมชาติ

หากใครสนใจฉีดสิ่งสำคัญที่สุดในการฉีด Sculptra คือการเลือก แพทย์ที่ผ่านการอบรมเฉพาะ และ ใช้ผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการรับรองจาก อย. เพราะเทคนิคการฉีดและคุณภาพของสารมีผลโดยตรงต่อทั้งความปลอดภัยและประสิทธิภาพของการรักษา

สิทธิพิเศษจากบัตรเครดิต KTC ผ่อนชำระ 0% นานสูงสุด 10 เดือน พร้อมรับเครดิตเงินคืนไม่จำกัด ณ V SQUARE CLINIC