เลเซอร์รอยสิว ทุกเรื่องที่ควรรู้สำหรับมือใหม่
เลเซอร์รอยสิวเป็นวิธีฟื้นฟูผิวที่หลายคนเริ่มสนใจมากขึ้น เมื่อปัญหาสิวอักเสบดีขึ้นแล้ว แต่ยังทิ้งรอยแดง รอยดำ หรือความไม่เรียบเนียนไว้บนผิว การใช้เทคโนโลยีเลเซอร์เข้ามาช่วยดูแลสามารถช่วยให้ผิวดูสม่ำเสมอและเรียบเนียนขึ้นได้อย่างค่อยเป็นค่อยไป
บทความนี้จะพาไปทำความเข้าใจว่าเลเซอร์รอยสิวคืออะไร สามารถแก้ปัญหารอยสิวแบบไหนได้บ้าง เหมาะกับใครบ้าง ต้องทำกี่ครั้ง รวมถึงปัจจัยที่ควรรู้ก่อนเข้ารับการรักษา
เลเซอร์รอยสิว คืออะไร ?
เลเซอร์รอยสิว คือ การใช้พลังงานจากแสงเลเซอร์หรือเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้อง เช่น RF และ LED Light ยิงลงสู่ชั้นผิว เพื่อช่วยฟื้นฟูปัญหาที่เกิดขึ้นหลังการอักเสบของสิว เช่น รอยแดง รอยดำ หรือหลุมสิว โดยมีเป้าหมายเพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ผลัดเซลล์ผิว หรือจัดการกับเม็ดสีที่ผิดปกติ ให้ผลลัพธ์ผิวที่เรียบเนียน สีผิวสม่ำเสมอ และกระจ่างใสขึ้นครับ
เลเซอร์รอยสิว สามารถแก้ปัญหารอยสิวแบบไหนบ้าง ?
เลเซอร์รอยสิว สามารถรักษารอยสิวได้อย่างครอบคลุม ดังนี้
- รอยแดงจากสิว (Post-Inflammatory Erythema–PIE) : มักใช้เลเซอร์ที่ช่วยลดการอักเสบและกระตุ้นการฟื้นฟูเส้นเลือดฝอยใต้ผิว เพื่อให้สีผิวดูสม่ำเสมอขึ้น รอยแดงจากลง
- รอยดำ (Post-Inflammatory Hyperpigmentation–PIH) : เลเซอร์ที่เน้นจัดการกับเม็ดสี ช่วยให้จุดดำด่างดำ รอยดำจากสิว จางลง และยังช่วยปรับสีผิวให้กระจ่างใสขึ้นอีกด้วย
- หลุมสิว (Acne Scar) : เลเซอร์หรือเทคโนโลยีที่กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน หรือผลัดเซลล์ผิว เพื่อให้ผิวดูเรียบเนียน หลุมสิวจางลง
รอยแดงและรอยดำจากสิว นิยมแก้ไขด้วยการทำเลเซอร์รอยสิว
เลเซอร์รอยสิว เหมาะกับใครบ้าง ?
การทำเลเซอร์รอยสิวมักเหมาะกับผู้ที่รักษาสิวอักเสบจนสงบแล้ว แต่ยังมีรอยหรือความไม่เรียบเนียนของผิวหลงเหลืออยู่ ซึ่งส่งผลต่อความมั่นใจ หรือทำให้การแต่งหน้าดูไม่เรียบเนียน มักเหมาะกับบุคคลเหล่านี้
- ผู้ที่มีรอยแดงหรือรอยดำจากสิวที่ไม่จางลงแม้ดูแลผิวอย่างต่อเนื่อง
- ผู้ที่มีหลุมสิวที่ทำให้พื้นผิวดูไม่เรียบ ผิวโทรม
- ผู้ที่ต้องการฟื้นฟูสีผิวให้สม่ำเสมอ กระจ่างใส และผิวเรียบเนียนขึ้น
- ผู้ที่ต้องการเห็นผลชัดเจน ในเวลารวดเร็ว
เลเซอร์รอยสิว มีเครื่องไหนบ้าง ?
ปัจจุบันมีเครื่องเลเซอร์และเทคโนโลยีที่ใช้รักษารอยสิวหลายประเภท ขึ้นอยู่กับลักษณะปัญหาผิวของแต่ละบุคคล โดยกลุ่มที่ได้รับความนิยมอย่างมากคือ Pico Laser ซึ่งช่วยดูแลได้ทั้งรอยดำ รอยแดง และช่วยกระตุ้นคอลลาเจนได้
นอกจากนี้ยังมีเครื่องในกลุ่มอื่น ๆ เช่น Q-Switch, LED Light Therapy หรือเทคโนโลยีคลื่นวิทยุ (RF) ที่สามารถนำมาใช้ร่วมกันเพื่อให้ผลลัพธ์เหมาะสมกับปัญหาผิวที่แตกต่างกัน
สำหรับในหัวข้อนี้ จะขอแนะนำเครื่องเลเซอร์รอยสิวที่ทาง V Square Clinic ให้บริการ ได้แก่
1. PicoSure Pro
PicoSure Pro เป็นเลเซอร์ในกลุ่ม Picosecond Laser ใช้ความยาวคลื่น 755 nm ที่ออกแบบมาเพื่อจัดการเม็ดสีโดยเฉพาะ จึงเหมาะกับใช้เลเซอร์รอยดำจากสิว จุดด่างดำ หรือสีผิวที่ไม่สม่ำเสมอ รวมถึงกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนให้ผิวเรียบเนียน
จุดเด่นของ PicoSure Pro คือไม่ทำให้เกิดจุดเลือดออก ผลข้างเคียงน้อย หลังทำผิวมักไม่ลอกหรือเกิดสะเก็ดมาก
จุดเด่นของ PicoSure Pro Laser
2. Pico Plus
Pico Plus เป็นเลเซอร์ในกลุ่ม Picosecond Laser ที่มีหลายความยาวคลื่นและหลายโหมดการรักษา จึงสามารถช่วยดูแลได้ทั้งรอยแดงจากสิว รอยดำ รวมถึงปัญหารูขุมขนกว้างและผิวไม่เรียบเนียน ในการรักษาเดียว
ผู้ที่เหมาะกับการทำ Pico Plus
3. Discovery Pico
Discovery Pico เป็นเลเซอร์ในกลุ่ม Picosecond Laser ที่ออกแบบมาเพื่อดูแลปัญหาผิวได้หลายด้าน ช่วยฟื้นฟูผิวให้เรียบเนียน แก้ปัญหารูขุมขนกว้าง และปรับ Skin Texture เหมาะกับปัญหารอยดำ รอยแดง และหลุมสิว
ปัญหาที่เหมาะกับการทำ Discovery Pico
4. Fotona SP Dynamis
Fotona SP Dynamis เป็นเลเซอร์กลุ่ม Nd:YAG (1064 nm) และ Er:YAG (2940 nm) ใช้ 2 ความยาวคลื่น ที่เน้นการฟื้นฟูโครงสร้างผิวและช่วยดูแล หลุมสิว ริ้วรอย รวมถึงพื้นผิวที่ไม่เรียบเนียน ได้ในระดับลึก
โปรแกรมดูแลผิวด้วย Fotona SP Dynamis
5. Sylfirm X Plus
Sylfirm X Plus เป็นเทคโนโลยีกลุ่ม RF Microneedling ที่ใช้เข็มขนาดเล็กนำพลังงานคลื่นวิทยุลงสู่ผิว สามารถปล่อยพลังงานได้ 2 รูปแบบ (Continuous Wave + Pulsed Wave) เหมาะสำหรับรักษาหลุมสิวลึก กระชับรูขุมขน และลดรอยแดงจากสิว แก้ผิวอักเสบเรื้อรัง
จุดเด่นของการทำ Sylfirm X Plus
6. Bellalux Lite
Bellalux Lite เป็นเทคโนโลยีในกลุ่ม LED Light Therapy ที่ช่วยฟื้นฟูสภาพผิวอย่างอ่อนโยน มีหลายความยาวคลื่นให้เลือก ตามปัญหาของคนไข้ครับ เช่น แสงสีน้ำเงินสำหรับการฆ่าเชื้อสิว ลดสิวอักเสบ และแสงสีเหลืองสำหรับการกระตุ้นคอลลาเจน
จุดเด่นคือไม่มีความร้อนหรือการทำลายผิวโดยตรง จึงมักใช้เป็นโปรแกรมเสริมเพื่อช่วยให้ผิวแข็งแรงขึ้นและสนับสนุนผลลัพธ์ของการรักษารอยสิวในระยะยาว
ปัญหาที่เหมาะกับ Bellalux Light แต่ละสี
ทำเลเซอร์รอยสิว ต้องทำกี่ครั้ง ?
การทำเลเซอร์รอยสิวส่วนใหญ่จะนิยมทำต่อเนื่อง ประมาณ 3-5 ครั้ง ขึ้นอยู่กับปัญหา เครื่องเลเซอร์ที่ใช้ และการตอบสนองของผิวคนไข้ครับ
เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนขึ้น หมอขอใช้เป็นคำแนะนำของเครื่องกลุ่ม Pico Laser เพราะเป็นเครื่องเลเซอร์รอยสิว และงานผิวที่นิยมใช้กันมากที่สุด
จำนวนครั้งที่แนะนำในการเลเซอร์รอยสิวด้วยเครื่อง Pico Laser
การเตรียมตัวก่อนทำเลเซอร์รอยสิว
การเตรียมผิวก่อนทำเลเซอร์เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ช่วยให้การรักษาเป็นไปอย่างราบรื่น และลดโอกาสเกิดผลข้างเคียงหลังทำ ซึ่งมีแนวทางดังนี้
- หลีกเลี่ยงการตากแดดจัดหรือทำกิจกรรมกลางแจ้งเป็นเวลานานก่อนเข้ารับการรักษา
- งดการใช้ผลิตภัณฑ์ผลัดเซลล์ผิวแรง ๆ เช่น AHA, BHA, เรตินอล หรือวิตามิน C อย่างน้อย 3-5 วัน
- งดการสครับ กดสิว หรือแวกซ์ผิวหน้า อย่างน้อย 3-5 วัน
- แจ้งแพทย์หากมีประวัติผิวแพ้ง่าย หรือกำลังใช้ยารักษาสิวบางชนิด
- พักผ่อนให้เพียงพอ และดูแลผิวให้มีความชุ่มชื้นอยู่เสมอ
ขั้นตอนการทำเลเซอร์รอยสิว
ขั้นตอนการทำเลเซอร์รอยสิวในแต่ละคลินิกอาจแตกต่างกันไป โดยทั่วไปหากเป็นโปรแกรมเลเซอร์รอยสิวที่ V Square Clinic จะมีขั้นตอน ดังนี้
- ใช้เครื่องสแกนสภาพผิว ISEMECO 3D เพื่อช่วยวิเคราะห์ปัญหาผิวอย่างละเอียด
- ประเมินสภาพผิวและปรึกษากับแพทย์ เพื่อวางแผนการรักษาให้เหมาะสม
- ทำความสะอาดผิว และแปะยาชา เพื่อลดความไม่สบายตัวระหว่างทำ
- แพทย์ใส่แว่นปกป้องสายตา และทำการยิงเลเซอร์ตามแผนที่วางไว้
- หลังทำมีการมาสก์ผิว เพื่อปลอบประโลมผิว และลดความร้อน
- แนะนำการดูแลตัวเองหลังทำ และมีการนัดหมายเพื่อติดตามผลการรักษา
ขั้นตอนการทำเลเซอร์รอยสิว
การดูแลตัวเองหลังทำเลเซอร์รอยสิว
หลังทำเลเซอร์รอยสิว การดูแลผิวอย่างเหมาะสมจะช่วยให้ผิวฟื้นตัวได้ดีขึ้น และช่วยลดโอกาสเกิดการระคายเคืองหลังทำ โดยมีแนวทาง ดังนี้
- หลีกเลี่ยงความร้อนและแสงแดดจัด รวมถึงงดกิจกรรมกลางแจ้งหรือซาวน่าในช่วง 1-2 สัปดาห์
- ใช้ครีมกันแดดเป็นประจำ และบำรุงผิวให้ความชุ่มชื้น ด้วยผลิตภัณฑ์ที่อ่อนโยน
- งดการสครับผิวหรือใช้ผลิตภัณฑ์ที่ระคายเคือง เช่น AHA, BHA, วิตามิน C หรือเรตินอลในช่วงแรก
- ใช้ยา และดูแลตัวเองตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด
แนวทางการดูแลตัวเองหลังเลเซอร์รอยสิว
เลือกทำเลเซอร์รอยสิว ที่ไหนดี ?
การเลือกคลินิกสำหรับทำเลเซอร์รอยสิว เป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อความปลอดภัยและผลลัพธ์ของการรักษา โดยแนวทางเบื้องต้นที่ควรพิจารณา เช่น
- เป็นคลินิกที่มีใบอนุญาตถูกต้องตามกฎหมาย และมีมาตรฐานด้านความสะอาดและความปลอดภัย
- เดินทางสะดวก เพื่อให้สามารถเข้ารับการรักษาอย่างต่อเนื่องได้ตามแผน
- มีแพทย์ผู้มีประสบการณ์เป็นผู้ประเมินและทำการรักษา เพื่อวางแผนการยิงเลเซอร์ให้เหมาะกับปัญหาผิว
- ใช้เครื่องเลเซอร์ที่ได้มาตรฐานและสามารถตรวจสอบได้ เพื่อช่วยลดความเสี่ยงและเพิ่มประสิทธิภาพของผลลัพธ์
- มีรีวิวหรือประสบการณ์จากผู้รับบริการจริง เพื่อช่วยประกอบการตัดสินใจ
สำหรับใครที่กำลังมองหาโปรแกรมเลเซอร์รอยสิว ที่ V Square Clinic มีเทคโนโลยีเลเซอร์ให้เลือกหลายประเภท เพื่อให้แพทย์สามารถ Combine เครื่องให้เหมาะสมกับปัญหาผิวของคนไข้ ก่อนทำมีการสแกนผิวหน้ากับเครื่อง ISEMECO 3D เพื่อช่วยวิเคราะห์สภาพผิวอย่างละเอียดร่วมด้วย
โปรโมชันเลเซอร์งานผิวทุกเครื่องที่ V Square Clinic
หมายเหตุ : ราคาเลเซอร์รอยสิวอาจเปลี่ยนแปลงตามโปรโมชันส่งเสริมการขาย แนะนำให้ปรึกษาแพทย์ และอัปเดตราคาล่าสุดกับทางคลินิก
สรุปเกี่ยวกับเลเซอร์หลุมสิว
การทำเลเซอร์รอยสิวเป็นทางเลือกยอดนิยม ในการฟื้นฟูผิวจากรอยแดง รอยดำ และรอยหลุมสิว เหมาะกับผู้ที่รักษาสิวจนสงบแล้ว แต่ยังมีปัญหารอยหลงเหลืออยู่ ช่วยปรับสีผิวให้สม่ำเสมอ และกระจ่างใสขึ้นอย่างมีประสิทธิภาพ เมื่อทำต่อเนื่องตามคำแนะนำของแพทย์
ก่อนตัดสินใจเข้ารับการรักษา การเลือกคลินิกที่มีการประเมินใบหน้าและสภาพผิวอย่างละเอียด รวมถึงมีเทคโนโลยีเลเซอร์หลายประเภทให้เลือกใช้ จะช่วยเพิ่มความมั่นใจในการวางแผนการรักษา และทำให้สามารถแก้ปัญหารอยสิวได้อย่างครอบคลุมและตรงจุดมากขึ้น ทั้งยังช่วยสนับสนุนให้ผลลัพธ์เป็นไปตามความคาดหวังในระยะยาว









-800x1000.webp)


