ภาวะสมองล้า ใครว่าไม่อันตราย

แม้ตอนนี้ไม่มีประกาศล็อกดาวน์ทั่วประเทศ หลังสถานการณ์โควิด-19 ภายในประเทศส่อวิกฤต ทำให้หลายบริษัทยังคงมาตรการ Work From Home เพื่อลดความเสี่ยงติดเชื้อระหว่างเดินทาง ขณะที่หลายคนก็ไม่อยากออกไปไหนเพราะไม่ต้องการเพิ่มความเสี่ยงให้ตัวเอง แต่การอยู่บ้านเป็นเวลานานโดยไม่ได้ออกไปไหน อาจทำให้เกิดความเครียดจนเกิดอาการเบลอ หัวตื้อ จนคิดงานไม่ออกอยู่บ่อยครั้ง ซึ่งอาการเหล่านี้เป็นสัญญาณเตือน Brain Fog หรือภาวะสมองล้า อาการที่สามารถส่งผลต่อการดำเนินชีวิตประจำวัน


ทำความรู้จัก Brain Fog ที่มาของอาการสมองล้า คืออะไร

เป็นภาวะเครียดโดยไม่รู้ตัวจากการที่สมองถูกใช้งานอย่างหนักเป็นระยะเวลานาน ประกอบกับพักผ่อนน้อย ใช้สายตาทำงานหน้าจอคอมพิวเตอร์นานเกินไป หรือสมองคิดแต่เรื่องงานโดยไม่ได้พัก จนประสิทธิภาพการทำงานของสมองแย่ลง ส่งผลให้คิดอะไรช้าลงหรือคิดอะไรไม่ค่อยออก เหมือนสมองทำงานไม่เต็มที หากเกิดอาการ Brain Fog บ่อยครั้งนอกจากส่งผลต่อการทำงานในระยะยาว ยังอาจกลายเป็นสาเหตุของโรคร้ายแรงต่าง ๆ อย่างโรคอัลไซเมอร์, โรคพาร์กินสัน หรือโรคความจำเสื่อมก่อนวัย เป็นต้น


Brain Fog เกิดจากสาเหตุใด

ภาวะสมองล้าสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกเพศทุกวัยโดยเฉพาะวัยทำงานและวัยเรียนที่ไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตเปลี่ยนไปหลังเกิด COVID-19 โดยสาเหตุสำคัญของการเกิดภาวะสมองล้า มีดังนี้

  • พักผ่อนไม่เพียงพอ หรือนอนไม่เป็นเวลา
  • ความเครียดสะสมจากการทำงาน ทำให้การไหลเวียนของเลือดไปเลี้ยงสมองลดลง เกิดอาการมึนงง ความจำแย่ลง
  • ขาดการออกกำลังกาย
  • ขาดสารอาหารบางชนิด เนื่องจากทานอาหารไม่ครบ 5 หมู่
  • เกิดจากการทำงานของฮอร์โมนที่ไม่สมดุล อาทิ ฮอร์โมนไทรอยด์ เป็นต้น
  • ใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อย่างคอมพิวเตอร์ สมาร์ทโฟน ไอแพด โน๊ตบุ๊ค หรือแท็บแล็ตมากเกินไป จนคลื่นแม่เหล็กจากเครื่องมือสื่อสารเหล่านี้รบกวนการหลั่งสารสื่อประสาทในสมอง
  • เกิดจาการใช้ยาบางชนิดที่มีผลข้างเคียงให้เกิดภาวะสมองล้า
  • ร่างกายขาดน้ำ จนทำให้ประสิทธิภาพในการทำงานของสมองลดลง
  • ได้รับสารพิษต่าง ๆ ในชีวิตประจำวัน อาทิ มลภาวะ สารเคมี โลหะหนัก ยาฆ่าแมลงที่ปนเปื้อนในอากาศ อาหาร และน้ำ เป็นต้น


7 สัญญาณเตือน Brain Fog ภาวะสมองล้า ที่วัยทำงานต้องระวัง


1. นอนหลับยาก หรือหลับไม่สนิท แม้ว่าจะเหนื่อย

ถ้าหัวถึงหมอนแล้ว แต่ทำยังไงก็นอนไม่หลับหรือมีอาการหลับ ๆ ตื่น ๆ ตลอดทั้งคืน แม้รู้สึกเหนื่อยมากก็ตาม นั่นแสดงว่าคุณมีความเครียดสะสมและอาการวิตกกังวล ทำให้สมองทำงานหนักและตาค้าง จนนอนไม่หลับหรือกว่าจะหลับได้ก็เหลือเวลานอนไม่กี่ชั่วโมง


2. มีอาการปวดศีรษะเรื้อรัง

ขณะนั่งทำงานอยู่ ๆ ก็มีอาการปวดหัวมากเหมือนมีอะไรมารัดบริเวณหน้าผาก แม้ทานยาแล้วไม่ทุเลา นี่อาจเป็นสัญญาณเตือนว่าคุณเกิดความเครียด เพราะสมองกําลังพักผ่อนไม่เพียงพอ ซึ่งอาการเหล่านี้หากปล่อยไว้ไม่ได้กระทบแค่งานเท่านั้น อาจนำไปสู่โรคร้ายแรงที่คาดไม่ถึงได้เช่นกัน


3. อารมณ์แปรปรวน หงุดหงิดง่าย

ความเครียดคือตัวแปรสำคัญที่ทำให้เกิดอารมณ์แปรปรวน หรือหงุดหงิดง่ายกับเรื่องเล็กน้อย กรณีแบบนี้ส่งผลกระทบต่อการทำงานไม่น้อยทีเดียว นอกจากไม่มีสมาธิกับการทำงานแล้ว คุณอาจเผลอใส่อารมณ์กับคนใกล้ตัวหรือเพื่อนร่วมงานโดยไม่รู้ตัว


ซื้อหรือจ่ายเบี้ยประกันง่าย ๆ เพียงมีบัตรเครดิตในมือ...กรอกข้อมูลที่นี่


4. แก้ไขปัญหาต่าง ๆ ได้ไม่ดีเหมือนก่อน

เมื่อสมองถูกใช้งานอย่างหนักจากการทำงาน เนื่องจากพักผ่อนไม่พอหรือโต้รุ่งอดนอนเป็นประจำ อาจส่งผลต่อการตัดสินใจเพื่อจัดการหรือแก้ไขปัญหาต่าง ๆ เพราะสมองล้าจนไม่สามารถใช้ความคิดแก้ปัญหาได้ดีเท่าที่ควร


5. ความคิดสร้างสรรค์ที่เคยมีหายไป

รู้หรือไม่ว่า ความคิดที่แจ่มใส มีความสำคัญต่อประสิทธิภาพของการทำงานมาก แต่บางวันแม้ตั้งใจแค่ไหนกลับพบว่า มีอาการสมองตื้อ ความคิดสร้างสรรค์หายไป อาจเกิดจากการทำงานจนไม่ได้พักผ่อน อดนอนติดกันอย่างต่อเนื่อง เป็นเหตุให้สมองไม่ได้พักทำให้ทักษะด้านการคิดและความคิดสร้างสรรค์ลดน้อยลงไปด้วย


6. ขี้หลงขี้ลืมหรือความจำระยะสั้นแย่ลง

แม้อาการหลงลืมเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้ในชีวิตประจำวัน อย่างลืมว่าวางกุญแจห้องหรือมือถือไว้มุมไหนของห้อง หรือหาแว่นตาไม่เจอทั้ง ๆ ที่คาดอยู่บนหัวตัวเอง แต่สิ่งเหล่านี้อาจไม่ใช่เรื่องปกติ เพราะมีหลายครั้งที่การหลงลืมเกิดขึ้นจากความเครียดเข้ามาดึงความสนใจไป ยิ่งเครียดสะสมอาจทำให้อาการหลงลืมแย่ลงไปอีก


7. ประสิทธิภาพในการทำงานลดลง

จากที่เคยเป็นคนแอคทีฟ กระตือรือร้น แถมยังทำงานได้ดี แต่จู่ ๆ ความคิดสร้างสรรค์ที่เคยมีหายไป สมาธิในการทำงานลดลง ไม่สามารถโฟกัสงานที่อยู่ตรงหน้าได้ จนทำให้งานเสร็จช้าไม่ทันกำหนด เพราะทำงานหนักจนเกิดอาการสมองล้า



อาการสมองล้า ทำให้ประสิทธิภาพในการทำงานลดลง


Brain Fog อาการนี้ มีวิธีรักษาและการป้องกันได้

สำหรับใครที่ตกอยู่ในอาการสมองเบลอ สมองตื้อ คิดงานไม่ค่อยออก และรู้สึกเหนื่อยล้า ลองไปดูวิธีรับมือกับสภาวะสมองล้ากันดีกว่า

พูดคุยให้มากขึ้น

การพูดคุยกับเพื่อนร่วมห้อง เพื่อนร่วมบ้าน หรือวิดีโอคอลหาเพื่อนหาครอบครัว ช่วยให้คุณ Work From Home ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เพราะสามารถสอบถามข้อมูลหรือแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับงานหรือเรื่องทั่วไป นี่เป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยลดความเครียด หลังต้องแยกตัวโดดเดี่ยวเป็นเวลานาน

ขยับร่างกายให้บ่อย

การอยู่แต่ห้องนิ่ง ๆ ไม่ได้เคลื่อนไหวไปไหน ยิ่งส่งผลเสียต่อการทำงานของสมอง ฉะนั้นควรหากิจกรรมทำเพื่อให้ร่างกายได้เคลื่อนไหว อย่างการทำงานบ้าน เดินออกไปทิ้งขยะ หรือเดินไปเติมน้ำ ช่วยให้คุณได้ใช้กล้ามเนื้อและใช้พลังงานมากขึ้น

หากิจกรรมผ่อนคลาย

การเลือกทำกิจกรรมที่ชอบ ไม่ว่าจะเป็นการดูหนังดูซีรีส์ฟังเพลง อ่านหนังสือ เล่นเกมมือถือเล่น TikTok หรือดูคลิปฮา ๆ ถือเป็นการหาเวลาให้ร่างกายได้ผ่อนคลายระหว่างทำงานที่ไม่ว่าใครก็สามารถทำได้

ออกไปเจอสายลม แสงแดด

การที่ต้องอยู่ในสิ่งแวดล้อมเดิม ๆ ที่มีแต่เสียงต๊อกแต๊กของคีย์บอร์ด อาจส่งผลให้คนทำงานรู้สึกเบื่อหน่าย เครียดจนพาลให้หัวสมองไม่แล่น วิธีแก้ปัญหาก็แสนง่าย เพียงลุกออกไปสูดอากาศข้างนอก ไปเจอสายลมแสงแดด ก็ช่วยให้ร่างกายกระปรี้กระเปร่า แถมถือเป็นเติมพลังชีวิตอีกด้วย

จัดตารางชีวิตใหม่

ถ้าวัน ๆ หนึ่งมีกิจกรรมที่คุณต้องทำมากมาย ขอให้ลองตั้งสติแล้วค่อย ๆ ลิสต์งานที่ต้องทำในแต่ละวัน จากนั้นค่อยจัดลำดับความสำคัญของสิ่งที่ต้องทำ เพื่อให้รู้ว่าแต่ละวันต้องทำอะไรก่อน-หลังบ้าง วิธีนี้ไม่ได้ช่วยแค่จัดระเบียบชีวิต แต่ยังช่วยลดความวิตกกังวลอีกด้วย

นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ

การนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอเป็นสิ่งสำคัญในทุกกรณี เพราะถ้าเรานอนน้อยจะรู้สึกหนักหัว สมองเบลอ ๆ และทำให้เกิดอาการเฉื่อยชา ดังนั้นเมื่อถึงเวลานอนก็ต้องนอน เพื่อให้ร่างกายพักผ่อนอย่างเต็มที่ เวลาตื่นจะได้รู้สึกสดชื่น สมองแล่น

และนี่เป็นทริคเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ช่วยให้มนุษย์เงินเดือนสามารถหลุดพ้นจากภาวะสมองล้า หรือสมองเบลอได้ แค่ปรับการใช้ชีวิตให้แตกต่างไปจากเดิมเท่านั้น ส่วนใครที่อยากเตรียมพร้อมรับมือปัญหาสุขภาพที่อาจจะเกิดขึ้นแบบไร้กังวล สามารถทำประกันภัยสุขภาพไว้ล่วงหน้า เพื่อคุ้มครองและป้องกันความเสี่ยงเวลาป่วยจะได้มีคนดูแลเรื่องค่ารักษาพยาบาลให้ แถมทุกวันนี้การจ่ายเบี้ยประกันก็แสนสบาย แค่ตัดผ่านบัตรเครดิตนอกจากได้แต้มสะสมและเครดิตเงินคืนแล้ว ยังมีโปรโมชั่นผ่อน 0%เมื่อชำระด้วยบัตรเครดิตที่ร่วมรายการ

ผ่อนชำระค่าเบี้ยประกัน 0% สิทธิพิเศษสำหรับผู้ถือบัตรเครดิต...ที่นี่
ไม่มีค่าธรรมเนียมแรกเข้าและรายปี



สมัครบัตรกดเงินสด ติดตัวไว้อุ่นใจยามฉุกเฉิน...ที่นี่
เบิกถอนเงินสด แบ่งผ่อนชำระได้ทุกที่ทุกเวลา