ปัญหาโทรศัพท์พังไม่ใช่เรื่องแปลกในยุคที่เราใช้งานมือถือแทบทั้งวัน ไม่ว่าจะดูคอนเทนต์ออนไลน์ แชตคุยกับเพื่อน ๆ หรือใช้ทำงาน บางคนอาจเจออาการแปลก ๆ แล้วมองข้ามไปจนกลายเป็นปัญหาใหญ่ในภายหลัง ซึ่งเมื่อเครื่องเริ่มมีปัญหาก็ถึงเวลาที่ต้องคิดแล้วว่าจะซ่อมหรือเปลี่ยนใหม่ บทความนี้จะพาไปรู้จัก 8 อาการโทรศัพท์พังที่พบบ่อย พร้อมสาเหตุ วิธีแก้ และดูว่าเมื่อเกิดปัญหาขึ้นแล้วควรซ่อมหรือซื้อใหม่จะคุ้มกว่ากัน เพื่อเป็นแนวทางให้กับคนที่กำลังเจอปัญหาโทรศัพท์พังอยู่ในตอนนี้


8 อาการโทรศัพท์พังเป็นอย่างไรบ้าง?

แม้จะใช้งานมือถืออย่างระมัดระวัง แต่ความเสียหายก็เกิดขึ้นได้จากอุบัติเหตุหรือการใช้งานสะสม โทรศัพท์พังอาจเริ่มจากอาการเล็กน้อยที่หลายคนมองข้าม แต่ถ้าปล่อยไว้นานก็อาจลุกลามจนต้องเสียเงินมากขึ้น มาดูกันว่า 8 อาการโทรศัพท์พังที่พบบ่อยมีอะไรบ้าง แบบไหนควรซ่อมหรือเปลี่ยนเครื่องใหม่จะคุ้มกว่า

โทรศัพท์หล่นจนหน้าจอแตก

หน้าจอแตกเป็นอาการโทรศัพท์พังที่พบได้บ่อย โดยเฉพาะคนที่ไม่ติดฟิล์มหรือไม่ใส่เคสกันกระแทก มักเกิดจากการทำโทรศัพท์หล่นพื้น เผลอนั่งทับ หรือทำของแข็งตกกระแทกใส่ หากหน้าจอยังสัมผัสได้ตามปกติ อาจเลือกแค่เปลี่ยนกระจกครอบเท่านั้น แต่ถ้าทัชไม่ได้หรือแสดงผลผิดเพี้ยนควรเปลี่ยนจอใหม่ยกชุด หากราคาใกล้เคียงกับเครื่องใหม่ การพิจารณาซื้อใหม่อาจเป็นทางเลือกที่คุ้มกว่า

ทัชสกรีนไม่ทำงาน

ปัญหาหน้าจอโทรศัพท์พังหรือทัชสกรีนไม่ทำงาน เป็นอีกหนึ่งอาหารที่พบได้บ่อย บางครั้งหน้าจอไม่มีรอยใด ๆ แต่ทัชสกรีนไม่ตอบสนองเลย แบบนี้อาจเกี่ยวกับแผงทัชภายในตัวเครื่องเกิดปัญหา มักเกิดจากแรงกระแทก ความชื้น หรือบอร์ดเสีย หากเกิดเฉพาะจุดสามารถซ่อมได้ แต่ถ้าไม่ทัชเลยทั้งแผงหรือทำให้ใช้งานไม่ได้ ควรเปลี่ยนจอใหม่และทำการตรวจสอบเมนบอร์ดไปด้วยเลย

กล้องเสียใช้ถ่ายภาพไม่ได้

โทรศัพท์มือถือยุคนี้ขาดกล้องไม่ได้ ปัญหากล้องเสียจึงเป็นหนึ่งในอาการโทรศัพท์พังที่พบได้บ่อย สาเหตุเกิดได้ทั้งจากตัวฮาร์ดแวร์ เช่น เลนส์แตก เซนเซอร์รับภาพเสีย และจากซอฟต์แวร์ ซึ่งก็คือแอปกล้องต่าง ๆ หากกล้องหลังเสียเพียงตัวเดียว อาจเปลี่ยนเฉพาะโมดูลกล้องได้ แต่หากทั้งกล้องหน้า-หลังมีปัญหา หรือมีผลต่อระบบอื่น เช่น Face ID หรือระบบโฟกัส การซื้อใหม่อาจคุ้มกว่า

โทรศัพท์ตกน้ำ เปิดไม่ติด

โทรศัพท์ตกน้ำควรซ่อมหรือซื้อใหม่? น่าจะเป็นหนึ่งในคำถามคาใจของหลายคน ก่อนอื่นควรทำการแก้ไขเบื้องต้นด้วยการทำให้โทรศัพท์แห้งสนิทก่อน แล้วลองเปิดใช้งานอีกครั้ง แต่ถ้าโทรศัพท์ช็อต เปิดไม่ติด ควรให้ร้านเช็กวงจรภายในเครื่องว่ามีความเสียหายหรือไม่ หากมีคราบสนิมขึ้นในบอร์ด ถือว่าเสียหายหนัก การพิจารณาซื้อโทรศัพท์ใหม่อาจจะคุ้มกว่าการซ่อม

แบตเตอรี่โทรศัพท์เสื่อม

แบตเตอรี่โทรศัพท์เสื่อมเป็นอาการโทรศัพท์พังที่พบได้บ่อยที่สุด โทรศัพท์ทุกเครื่องต้องเจอปัญหานี้เมื่อใช้งานไปเป็นระยะเวลานาน ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ แต่อาการนี้จัดว่าเป็นปัญหาที่ซ่อมง่ายและไม่แพง หากเครื่องยังทำงานปกติ เปลี่ยนแบตเตอรี่ก้อนใหม่ก็ใช้งานได้เหมือนเดิม แต่หากแบตบวมจนดันหน้าจอ ควรรีบเปลี่ยนทันทีเพื่อความปลอดภัย

ลำโพงแตก ลำโพงไม่ดัง

ลำโพงมีเสียงแตก หรือเปิดเพลงแล้วไม่มีเสียงเลย เป็นอาการโทรศัพท์พังที่รบกวนการใช้งานไม่น้อย สาเหตุอาจมาจากฝุ่นสะสม น้ำเข้าลำโพง หรือแผงวงจรเสีย หากลำโพงยังมีเสียงเบา ๆ อาจลองทำความสะอาดก่อน แต่ถ้าเสียงลำโพงหาย เงียบสนิท ไม่ตอบสนอง สามารถซ่อมได้ด้วยการเปลี่ยนโมดูลลำโพงใหม่ ยังไม่ต้องซื้อโทรศัพท์ใหม่ก็ได้

โทรศัพท์ไม่มีสัญญาณ

ถ้าโทรศัพท์ไม่มีสัญญาณตลอดเวลา ทั้งที่อยู่ในพื้นที่มีคลื่นสัญญาณปกติ อาจไม่ใช่ปัญหาเครือข่าย แต่อาจเป็นปัญหาที่เครื่องเอง เช่น เสารับสัญญาณภายในเสีย หรือระบบอ่านซิมไม่เจอ ถือว่าเป็นอาการโทรศัพท์พังที่ส่งผลต่อการใช้งานโดยตรง หากลองรีเซ็ตเครื่องหรือเปลี่ยนซิมแล้วยังไม่ดีขึ้น แนะนำให้ทำความสะอาดหน้าสัมผัสทองแดงที่ตัวซิมการ์ด หากยังไม่หายให้แนะนำให้ส่งร้านเช็กฮาร์ดแวร์ในแผงเมนบอร์ด

เครื่องค้างบ่อย เข้าแอปต่าง ๆ ช้า

โทรศัพท์ค้างบ่อย โหลดช้า หรือเด้งออกจากแอป เป็นอาการที่บ่งชี้ว่าเครื่องเริ่มมีปัญหา สาเหตุอาจมาโทรศัพท์เก่า ฮาร์ดแวร์ต่าง ๆ เริ่มไม่รองรับแอปใหม่ ๆ พื้นที่เต็ม หรือฮาร์ดแวร์เริ่มเสื่อมสภาพ หากเป็นแค่ปัญหาซอฟต์แวร์ การล้างเครื่องหรือลงระบบใหม่ก็มักช่วยได้ แต่ถ้ายังไม่ดีขึ้นแม้รีเซ็ตแล้ว การพิจารณาซื้อมือถือใหม่จะคุ้มกว่า

โทรศัพท์พังควรทำอย่างไรดี ส่งซ่อมหรือซื้อใหม่เลย?

เมื่อโทรศัพท์พังหลายคนมักลังเลว่าจะซ่อมหรือซื้อใหม่ดี การตัดสินใจขึ้นอยู่กับอาการที่เกิดขึ้นและค่าใช้จ่ายที่ตามมา ถ้าเป็นปัญหาเล็กน้อย เช่น เปลี่ยนแบตเตอรี่, เปลี่ยนหน้าจอ, เปลี่ยนโมดูลลำโพง ราคาซ่อมอาจไม่สูง คุ้มค่ากว่าการซื้อเครื่องใหม่ แต่ถ้าอาการหนัก เช่น เครื่องเปิดไม่ติด หน้าจอเสียทั้งระบบ หรือเมนบอร์ดพัง ค่าอะไหล่และค่าแรงอาจใกล้เคียงกับการซื้อเครื่องใหม่ไปเลยก็ได้

ขณะเดียวกัน การซื้อโทรศัพท์เครื่องใหม่ก็มีค่าใช้จ่ายที่หลากหลายขึ้นอยู่กับรุ่นที่เลือก ถ้าคิดจะเปลี่ยนใหม่ทันทีแต่ยังไม่พร้อมจ่ายก้อนใหญ่ การใช้บัตรกดเงินสดก็เป็นทางเลือกที่ช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายได้ สามารถนำเงินสดที่ได้ไปจ่ายค่าซ่อมหรือซื้อเครื่องใหม่แล้วทยอยผ่อนชำระภายหลัง เช่น ผ่อนไอโฟน 24 เดือน ทำให้จัดการเรื่องค่าใช้จ่ายได้สะดวกขึ้น ไม่ต้องกระทบเงินก้อนในชีวิตประจำวัน 

สำหรับคนที่ต้องใช้มือถือก่อนแล้วจ่ายเงินทีหลัง อ่านเพิ่มเติมได้ที่ : ช้อปก่อนจ่ายทีหลังคุ้มจริงไหม? ทางเลือกใหม่ในการจ่ายเงิน

โทรศัพท์พังต้องตัดสินใจให้ดี ซ่อมหรือเปลี่ยนใหม่ อะไรคุ้มกว่ากัน

โทรศัพท์พังไม่ใช่เรื่องไกลตัว แต่บางครั้งก็เกิดขึ้นในช่วงที่ไม่พร้อมใช้เงินก้อนใหญ่ การพิจารณาว่าจะซ่อมหรือซื้อใหม่จึงควรดูจากอาการที่เกิดขึ้นเป็นหลัก ถ้าโทรศัพท์เสียเล็กน้อยการซ่อมอาจคุ้มกว่า แต่ถ้าเสียหายหนักจนซ่อมแพงหรือเครื่องเริ่มเก่าแล้ว การเปลี่ยนใหม่อาจเป็นทางเลือกที่ดีกว่า ซึ่งการผ่อนมือถือเครื่องใหม่ควรเลือกรุ่นที่ต้องการเพื่อใช้งานในระยะยาว โดยสามารถอ่าน รีวิว iphone 15 หรือรุ่นอื่น ๆ ประกอบการตัดสินใจในการเลือกโทรศัพท์เครื่องใหม่

อย่างไรก็ตาม การซื้อโทรศัพท์เครื่องใหม่ต้องใช้เงินค่อนข้างมาก บางคนอาจไม่มีเงินก้อนสำหรับการซื้อสดบัตรกดเงินสด KTC PROUD เป็นตัวช่วยทางการเงินที่ช่วยให้ซื้อมือถือเครื่องใหม่ได้ง่ายขึ้น ช่วยให้คุณมีเงินสำหรับผ่อนมือถือเครื่องใหม่เป็นรายเดือนและยังสามารถเซฟเงินไว้ใช้กับค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ได้ เหมาะสำหรับคนที่ต้องการวางแผนการเงินอย่างรอบคอบโดยไม่กระทบเงินในชีวิตประจำวัน

บัตรกดเงินสด KTC PROUD พกไว้ไม่สะดุด ทุกการใช้จ่าย

  • สมัครง่าย เงินเดือน 12,000 บาท ก็สมัครได้
  • อนุมัติไว เลือกรับเงินโอนเข้าบัญชีได้ทันที เมื่ออนุมัติ
  • เบิกเงินได้ 24 ชั่วโมง ผ่านแอป KTC Mobile และ ATM ทั่วประเทศ
  • ผ่อนสินค้า 0% นานสูงสุด 24 เดือน ณ ร้านค้าที่ร่วมรายการ
  • รูดซื้อสินค้า และช้อปออนไลน์ พร้อมรับสิทธิพิเศษทั้งปี

มีโทรศัพท์เครื่องใหม่โดยไม่กระทบต่อชีวิตประจำวัน ด้วยบัตรกดเงินสด KTC PROUD




*กู้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนไหว อัตราดอกเบี้ย 25% ต่อปี