บัตรเครดิตเป็นเครื่องมือทางการเงินที่ช่วยให้การใช้จ่ายในชีวิตประจำวันสะดวกและปลอดภัย พร้อมรับสิทธิประโยชน์มากมาย ไม่ว่าจะเป็นโปรโมชั่นผ่อน 0% โปรโมชั่นส่วนลดและการได้รับเครดิตเงินคืนเมื่อมีการใช้จ่ายตามเงื่อนไขโปรโมชั่น การได้รับคะแนนสะสมเมื่อมีการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตตามกำหนด หรือแม้แต่การได้รับสิทธิพิเศษอื่น ๆ อีกมากมาย ที่ครอบคลุมทุกความจำเป็นในชีวิตประจำวันของคนยุคใหม่ ซึ่งแต่สิ่งสำคัญที่ผู้ถือบัตรเครดิตทุกคนควรทำความเข้าใจก่อนใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตก็คือ การจ่ายเงินคืนเต็มจำนวนที่ถูกเรียกเก็บและตรงเวลาภายในวันครบกำหนดจ่ายเสมอ เพราะหากจ่ายล่าช้าหรือจ่ายเพียงขั้นต่ำ อาจทำให้เกิดดอกเบี้ย ค่าธรรมเนียม รวมถึงส่งผลต่อประวัติทางการเงินในระยะยาว

ด้วยเหตุนี้ KTC จึงอยากพาผู้อ่านทุกคนไปทำความเข้าใจตั้งแต่วันสรุปรอบบัญชีบัตรเครดิต (Statement Date) รายละเอียดในใบแจ้งยอด ระยะเวลาปลอดดอกเบี้ย วันครบกำหนดชำระ (Payment Due Date) ไปจนถึงเทคนิคการวางแผนจ่ายคืนเต็มจำนวนและตรงเวลา เพื่อให้ผู้ถือบัตรเครดิตทุกคนสามารถใช้บัตรเครดิตได้อย่างคุ้มค่าและมีวินัย

 

จ่ายบัตรเครดิตอย่างไรไม่ให้โดนค่าปรับ?

แนวทางที่ดีที่สุดในการหลีกเลี่ยงค่าปรับและดอกเบี้ยบัตรเครดิต คือ การจ่ายยอดเต็มจำนวนตามใบแจ้งยอดภายในวันครบกำหนดชำระพร้อมตรวจสอบยอดที่ต้องจ่าย วันครบกำหนดชำระและช่องทางการจ่ายทุกครั้ง และหากมีบัตรเครดิตหลายใบควรตั้งระบบแจ้งเตือนในโทรศัพท์ หรือแอปพลิเคชันของบัตรเครดิต เพื่อไม่ให้พลาดจ่ายยอดที่ถูกเรียกเก็บและเกิดดอกเบี้ยในอัตรา 16% ต่อปี

แม้ว่าปัจจุบันจะมีช่องทางจ่ายยอดบัตรเครดิตผ่านแอปพลิเคชันและระบบออนไลน์ที่สะดวกขึ้น แต่ผู้ถือบัตรเครดิตก็ยังควรเผื่อเวลาสำหรับการประมวลผลของแต่ละช่องทางการจ่ายเงิน โดยเฉพาะกรณีที่จ่ายผ่านธนาคารอื่น จุดรับจ่าย หรือกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ (Wallet) เพราะยอดจ่ายอาจไม่ได้เข้าระบบในทันที

สำหรับผู้สมัครบัตรเครดิตใบใหม่ที่สามารถเลือกวันสรุปรอบบัญชีบัตรเครดิตได้ ควรวางแผนเลือกให้สอดคล้องกับระยะเวลาที่เงินเดือนออก เพื่อช่วยลดความเสี่ยงในการลืมจ่าย หรือมีเงินสดไม่เพียงพอเมื่อถึงกำหนดจ่าย

 

อ่านใบแจ้งยอดบัตรเครดิต ต้องดูข้อมูลอะไรบ้าง?

ในทุกเดือนผู้ออกบัตรเครดิตจะส่งใบแจ้งยอด (Statement) ซึ่งเป็นเอกสารสรุปรายการใช้จ่ายทั้งหมดในรอบบิลที่ผ่านมา โดยใบแจ้งยอดไม่ได้มีไว้เพียงเพื่อแจ้งยอดที่ต้องจ่ายเท่านั้น แต่ยังเป็นเอกสารที่ช่วยให้ผู้ถือบัตรเครดิตสามารถติดตามการใช้จ่ายและวางแผนการเงินในแต่ละเดือนได้ดียิ่งขึ้น โดยควรตรวจสอบข้อมูลสำคัญต่อไปนี้ทุกครั้ง

 

1. ยอดจ่ายเต็มจำนวน (Statement Balance)

ยอดจ่ายเต็มจำนวน คือ ยอดใช้จ่ายทั้งหมดที่เกิดขึ้นในรอบบัญชี หากสามารถจ่ายยอดหนี้นี้ได้ครบภายในวันครบกำหนดชำระโดยเป็นไปตามเงื่อนไขของผู้ออกบัตรเครดิต ผู้ถือบัตรก็จะได้รับสิทธิ์ปลอดดอกเบี้ยสำหรับยอดใช้จ่ายซื้อสินค้าและบริการตามเงื่อนไขของผู้ออกบัตรเครดิต โดยการจ่ายเต็มจำนวนยังส่งผลดีต่อความคล่องตัวทางการเงิน ดังนี้

  • ไม่เกิดดอกเบี้ยจากยอดซื้อสินค้าและบริการ
  • ใช้วงเงินเครดิตได้เต็มจำนวนหลังการจ่าย
  • วางแผนค่าใช้จ่ายในเดือนถัดไปได้ง่ายและคล่องตัวขึ้น
  • ลดความเสี่ยงของการสะสมภาระหนี้

 

2. ยอดจ่ายขั้นต่ำ (Minimum Payment)

ยอดขั้นต่ำ คือ จำนวนเงินขั้นต่ำที่ผู้ออกบัตรกำหนดให้จ่ายในแต่ละรอบบิล เพื่อรักษาสถานะบัญชีไม่ให้ผิดนัดจ่าย อย่างไรก็ตาม การจ่ายเพียงยอดขั้นต่ำไม่ได้ทำให้ยอดหนี้หมดไป เพราะยอดคงเหลือที่ยังไม่ได้จ่ายจะถูกนำไปคำนวณดอกเบี้ยตามเงื่อนไขของผู้ออกบัตร ทำให้ภาระหนี้เพิ่มขึ้นในเดือนถัดไป

ดังนั้น การจ่ายขั้นต่ำจึงควรใช้เฉพาะกรณีที่มีเหตุจำเป็นด้านสภาพคล่องทางการเงิน และควรวางแผนกลับมาจ่ายเต็มจำนวนโดยเร็วที่สุด

 

3. วันสรุปรอบบัญชี (Statement Date)

วันสรุปรอบบัญชี หรือ วันตัดรอบบิล คือ วันที่ผู้ออกบัตรเครดิตรวบรวมรายการใช้จ่ายทั้งหมดในรอบบัญชี เพื่อนำไปจัดทำใบแจ้งยอด ดังตัวอย่าง

  • สรุปรอบบัญชีทุกวันที่ 10 ของเดือน
  • รายการใช้บัตรเครดิต ในวันที่ 9 จะอยู่ในรอบบิลปัจจุบัน
  • รายการใช้บัตรเครดิต ในวันที่ 10 จะอยู่ในรอบบิลปัจจุบัน
  • รายการใช้บัตรเครดิต ในวันที่ 11 จะถูกรวมไว้ในรอบบิลถัดไป

หลายคนอาจเข้าใจผิดคิดว่า วันสรุปยอดบัญชี คือ วันที่ต้องรีบจ่ายเงินทันที แต่ในความเป็นจริง หลังจากตัดรอบบิลแล้ว ผู้ถือบัตรจะยังคงมีช่วงระยะเวลาปลอดดอกเบี้ยก่อนถึงวันครบกำหนดชำระซึ่งโดยทั่วไปจะอยู่ประมาณ 2 สัปดาห์ หรืออาจแตกต่างกันไปตามเงื่อนไขของผู้ออกบัตรเครดิต

 

4. วันครบกำหนดชำระ(Payment Due Date)

วันครบกำหนดชำระคือ วันสุดท้ายที่ควรจ่ายเงินตามใบแจ้งยอดบัตรเครดิต โดยจะเริ่มนับตั้งแต่วันสรุปรอบบัญชีบัตรเครดิตนี้ไปอีกประมาณ 15 วัน อาทิ บัตรเครดิตมีวันสรุปยอดบัญชีวันที่ 5 ของทุกเดือน วันครบกำหนดจ่ายก็จะเป็นวันที่ 20 ของทุกเดือน ซึ่งหากจ่ายครบเต็มจำนวนภายในวันดังกล่าว ผู้ถือบัตรจะสามารถรักษาสิทธิ์ปลอดดอกเบี้ยตามเงื่อนไขของบัตรเครดิตได้ แต่หากจ่ายล่าช้าหลังจากวันครบกำหนด ผู้ถือบัตรเครดิตจะถูกคิดดอกเบี้ยในอัตรา 16% ต่อปี และอาจมีค่าธรรมเนียม หรือค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ตามเงื่อนไขของผู้ออกบัตรเครดิต ซึ่งสามารถตรวจสอบวันครบกำหนดจ่ายได้จากช่องทางเหล่านี้

  • ใบแจ้งยอดรายเดือน
  • แอปพลิเคชันของผู้ออกบัตร เช่น บัตรเครดิต KTC สามารถตรวจสอบวันครบกำหนดชำระและยอดที่ต้องจ่ายได้ผ่านแอป KTC Mobile
  • อีเมล หรือ SMS แจ้งเตือน

 

5. ดอกเบี้ย ค่าธรรมเนียม และยอดหนี้คงค้าง

อีกส่วนหนึ่งที่ไม่ควรมองข้ามในใบแจ้งยอดบัตรเครดิตก็คือ รายละเอียดเกี่ยวกับดอกเบี้ยที่เกิดขึ้นจากยอดค้างจ่าย ค่าธรรมเนียมต่าง ๆ (ถ้ามี) รายการผ่อนจ่าย และรายการใช้วงเงินเบิกถอนเงินสด (ถ้ามี) ซึ่งรายละเอียดข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้ทราบว่า ภาระหนี้ทั้งหมดเกิดจากรายการใช้จ่ายใด และควรวางแผนจ่ายคืนอย่างไรให้เหมาะสม

สำหรับอัตราดอกเบี้ยบัตรเครดิต KTC ทุกประเภทอยู่ที่ 16% ต่อปี โดยระยะเวลาปลอดดอกเบี้ยของบัตรเครดิต KTC จะอยู่ที่ 45 วัน ซึ่งจะเริ่มนับตั้งแต่วันถัดไปของวันสรุปยอดบัญชีของเดือนที่แล้วไปอีก 45 วัน และหากผู้ถือบัตรเครดิตมีการจ่ายคืนภายในวันครบกำหนดชำระซึ่งจะยังคงอยู่ในภายในขอบเขตระยะเวลาปลอดดอกเบี้ย ผู้ถือบัตรเครดิตก็จะไม่ถูกเรียกเก็บดอกเบี้ยใด ๆ

 

“วันสรุปรอบบัญชี” กับ “วันครบกำหนดจ่าย” ต่างกันอย่างไร?

ผู้ถือบัตรเครดิตจำนวนไม่น้อยอาจสับสนระหว่าง “วันสรุปรอบบัญชี” กับ “วันครบกำหนดจ่าย” และเพื่อให้ผู้ถือบัตรเครดิตสามารถใช้จ่ายผ่านบัตรฯ และบริหารจัดการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ สิ่งสำคัญอันดับแรก ๆ คือ การทำความเข้าใจความหมายและความแตกต่างของทั้งสองวันนี้

วันสรุปรอบบัญชี

  • วันที่สรุปรายการใช้จ่ายของรอบบัญชี
  • ใช้อ้างอิงวันสุดท้ายของรายการใช้จ่ายใบแจ้งยอดบัตรเครดิต
  • ผู้ถือบัตรยังไม่ต้องจ่ายในทันที

วันครบกำหนดจ่าย

  • วันที่ต้องจ่ายเงินคืนตามยอดที่ถูกเรียกเก็บในใบแจ้งยอดบัตรเครดิต
  • ใช้กำหนดวันที่ต้องจ่ายคืน
  • หากจ่ายล่าช้ากว่าภายในวันครบกำหนดจ่ายอาจเกิดดอกเบี้ย หรือค่าธรรมเนียมในการติดตามทวงหนี้

ตัวอย่าง

หากวันสรุปรอบบัญชี คือ วันที่ 25 ของทุกเดือน ใบแจ้งยอดบัตรเครดิตจะส่งถึงผู้ถือบัตรหลังจากวันที่ 25 ของทุกเดือน และผู้ถือบัตรก็จะยังมีเวลาอีก 15 วัน นับตั้งแต่วันสรุปยอดบัญชี ในการจ่ายคืนเต็มจำนวนภายในวันครบกำหนดชำระซึ่งก็คือ วันที่ 10 ของเดือนถัดไป

วันครบกำหนดชำระ = วันสรุปรอบบัญชี + 15 วัน (โดยประมาณ)

ดังนั้นแล้ว หลังจากได้รับใบแจ้งยอดบัตรเครดิตในวันสรุปรอบบัญชี ผู้ถือบัตรยังคงมีเวลาบริหารและจัดเตรียมเงินก่อนถึงวันครบกำหนดชำระและดำเนินการจ่ายให้อยู่ภายในวันที่กำหนด โดยไม่จำเป็นต้องรีบจ่ายในทันทีหลังได้รับใบแจ้งยอดบัตรเครดิต

 


ควรจ่ายบัตรเครดิตก่อนวันครบกำหนดกี่วัน?

แม้ว่าปัจจุบันหลายช่องทางจะรองรับการจ่ายเงินแบบออนไลน์ แต่ระยะเวลาที่ยอดเงินเข้าระบบอาจแตกต่างกัน โดยเฉพาะเมื่อจ่ายผ่านธนาคารอื่น จุดรับจ่าย หรือกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ (Wallet) และเพื่อลอดความเสี่ยงในการจ่ายคืนล่าช้า ผู้ถือบัตรควรจ่ายยอดบัตรเครดิตล่วงหน้าก่อนถึงวันครบกำหนดจ่ายอย่างน้อย 2 – 3 วันทำการ

หากจำเป็นต้องจ่ายคืนในช่วงใกล้วันครบกำหนดชำระผู้ถือบัตรควรเลือกช่องทางที่อัพเดทยอดจ่ายคืนในทันที โดยส่วนใหญ่คือ การจ่ายโดยตรงผ่านแอปพลิเคชันของผู้ให้บริการบัตรเครดิตนั้น ๆ และเก็บหลักฐานการจ่าย เช่น สลิปโอนเงินหรือหมายเลขอ้างอิงธุรกรรมไว้ทุกครั้ง เพื่อใช้สำหรับตรวจสอบในกรณีเกิดปัญหาไม่คาดคิด

สำหรับบัตรเครดิต KTC ช่องทางการจ่ายที่แนะนำคือ การจ่ายผ่านแอป KTC Mobile เพราะยอดจ่ายจะอัพเดทแบบเรียลไทม์ และจะได้รับวงเงินคืนกลับเข้าบัตรเครดิตทันที เมื่อเลือกตัดผ่านบัญชีกรุงไทย ทำให้ใช้จ่ายต่อเนื่องได้อย่างไม่มีสะดุด แต่หากเลือกสร้าง QR Code หรือ Barcode ผ่านแอป KTC Mobile และนำไปจ่ายผ่านช่องทางอื่น ๆ ระยะเวลาที่วงเงินจะกลับคืนเข้าบัตรเครดิตจะขึ้นอยู่กับช่องทางที่เลือกจ่าย

 


วิธีจ่ายบัตรเครดิต KTC ผ่านแอป KTC Mobile ทำอย่างไร?

การจ่ายบิลบัตรเครดิต KTC ผ่านแอป KTC Mobile ผู้ถือบัตรจำเป็นต้องมีบัญชีธนาคารกรุงไทย และลงทะเบียนผ่านแอป Krungthai NEXT ให้เสร็จสมบูรณ์ก่อน และเมื่อลงทะเบียนเรียบร้อยจึงจะสามารถจ่ายบิลบัตรเครดิต KTC ผ่านแอป KTC Mobile ได้ ด้วยขั้นตอนดังนี้

  1. เลือกบัตรและเลือกเมนู “จ่ายบิล KTC”
  2. เลือกช่องทางจ่ายบิล
  3. เลือกบัญชีธนาคารกรุงไทยที่ต้องการ
  4. เลือกจำนวนเงินที่ต้องการจ่าย
  5. เลือกปุ่มยืนยัน และกรอกรหัส OTP เพื่อจ่ายบิล
  6. จ่ายบิล KTC สำเร็จ

ในกรณีที่ไม่มีแอป Krungthai NEXT ผู้ถือบัตรสามารถจ่ายบิลบัตรเครดิต KTC ได้ด้วยการเลือกสร้าง QR Code หรือ Barcode และกำหนดยอดใน QR Code หรือ Barcode จากนั้นสามารถบันทึกรูปลงเครื่อง เพื่อนำไปจ่ายผ่านช่องทางอื่น ๆ ได้

ทั้งนี้ ผู้ถือบัตรสามารถตรวจสอบใบแจ้งยอดบัตรเครดิต (e-Statement) ได้ผ่านแอป KTC Mobile จากเมนู “ดูใบแจ้งยอด” โดยสามารถตรวจสอบย้อนหลังได้สูงสุด 6 เดือน และหากผู้ถือบัตรเครดิต KTC คนใดที่ยังคงยังรับใบแจ้งยอดบัตรเครดิตในรูปแบบกระดาษ สามารถเปลี่ยนช่องทางการรับเอกสารทางอีเมลได้ เพื่อลดการใช้กระดาษและลดโลกร้อนด้วยตัวเองง่าย ๆ ผ่านแอป KTC Mobile โดยขั้นตอนการเปลี่ยนช่องการรับเอกสาร คือ เลือกแถบ “เพิ่มเติม” ที่ด้านล่างของแอป จากนั้นเลือก “เปลี่ยนช่องทางรับเอกสาร” และเลือก “บัตรเครดิตและสินเชื่อบุคคล” พร้อมเลือก “รับเอกสารทางอีเมล” และกดยืนยัน

 


จ่ายบิลบัตรเครดิต KTC ที่ไหนได้บ้าง?

การจ่ายบิลบัตรเครดิต KTC สามารถเลือกจ่ายได้หลากหลายช่องทาง โดยจำนวนเงินที่ต้องการจ่ายมีทั้งชำระแบบเต็มจำนวน ชำระขั้นต่ำ และการชำระแบบกำหนดเอง โดยช่องทางการจ่ายเงินบิลบัตรเครดิต KTC มีดังต่อไปนี้

  • แอป KTC Mobile : ไม่เสียค่าบริการ จ่ายสะดวกทุกที่ทุกเวลา และวงเงินกลับคืนเข้าบัตรเครดิตทันทื โดยสามารถดาวน์โหลดแอปได้ที่  App Store,  Google Play  และ  AppGallery
  • จุดบริการ KTC TOUCH : ครบทุกธุรกรรม ทั้งการทำบัตรเครดิต สินเชื่อ และชำระค่าใช้จ่าย มีทั้งหมด 7 สาขา โดยสามารถเช็กจุดให้บริการได้ที่ สาขา KTC TOUCH 
  • ธนาคารกรุงไทย : ช่องทางธนาคารที่ไม่มีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียม และค่าบริการ ซึ่งเมื่อชำระเสร็จสิ้นจะได้รับวงเงินกลับคืนเข้าบัตรเครดิตในทันที ทำให้สามารถใช้วงเงินต่อได้อย่างไม่มีสะดุด
  • แอปพลิเคชัน Wallet บนสมาร์ทโฟน (Mobile Application) : แอปพลิเคชัน TrueMoney (ชำระขั้นต่ำ 300 บาท สูงสุดไม่เกิน 30,000 บาท/รายการ) และ ShopeePay (สูงสุดไม่เกิน 49,000 บาท/รายการ) โดยมีค่าบริการ 15 บาท/รายการ
  • ร้านค้าที่รับชำระ : สามารถตรวจสอบรายชื่อร้านค้าที่ร่วมรายการได้ที่ ร้านค้าที่รับชำระ โดยอัตราค่าธรรมเนียมจะขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของแต่ละร้านค้า
  • ธนาคารอื่น ๆ : สามารถตรวจสอบรายชื่อธนาคารได้ที่ เคาน์เตอร์ธนาคารที่รับชำระ โดยอัตราค่าธรรมเนียมจะขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของแต่ละธนาคาร
  • ไปรษณีย์ : สามารถชำระด้วยเช็คผ่านทางไปรษณีย์ (สาขาในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล) โดยกรณีชำระด้วยเช็คต้องชำระก่อนวันครบกำหนดอย่างน้อย 3 วันทำการ กรุณาสั่งจ่ายเช็คขีดคร่อมในนาม "บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน)" (ขีด "หรือผู้ถือ") พร้อมทั้งเขียนชื่อ-นามสกุล หมายเลขสมาชิก และหมายเลขโทรศัพท์ของสมาชิกด้านหลังเช็ค (เช็ค 1 ใบ / 1 หมายเลขบัตร) ส่งเช็คมายัง บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ตู้ ป.ณ. 1370 ปณฝ. นานา กรุงเทพฯ 10112

 

Checklist อะไรบ้างที่ควรทำก่อนจ่ายบัตรเครดิต?

ก่อนยืนยันการจ่ายบิลบัตรเครดิต ผู้ถือบัตรเครดิตควรตรวจสอบสิ่งสำคัญเหล่านี้ให้ครบถ้วน

  • ตรวจสอบยอดจ่ายเต็มจำนวนและยอดขั้นต่ำ
  • ตรวจสอบวันครบกำหนดชำระ
  • เลือกช่องทางจ่ายบิลที่ยอดเข้าระบบได้ทันวันครบกำหนดชำระ สำหรับบัตรเครดิต KTC แนะนำให้จ่ายบัตรแอป KTC Mobile และเลือกตัดยอดเงินผ่านบัญชีธนาคารกรุงไทย
  • ตรวจสอบหมายเลขบัตรเครดิต หรือ QR Code/Barcode ให้ถูกต้อง
  • เก็บหลักฐานการจ่ายเงินไว้จนกว่ายอดจะอัพเดทในระบบ

เพียงทำตาม Checklist ง่าย ๆ เหล่านี้ทุกเดือน ก็จะช่วยลดความเสี่ยงในการจ่ายผิดยอด ไม่ครบเต็มจำนวน จ่ายล่าช้า หรือเกิดดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมโดยไม่จำเป็น

 

จ่ายเต็มจำนวน ทำไมถึงไม่เสียดอกเบี้ย?

การจ่ายบัตรเครดิตเต็มจำนวนภายในวันครบกำหนดชำระ เป็นวิธีการบริหารจัดการเงินที่ช่วยหลีกเลี่ยงดอกเบี้ยสำหรับยอดซื้อสินค้าและบริการตามเงื่อนไขของผู้ออกบัตร พร้อมรักษาวงเงินเครดิตให้กลับมาใช้งานได้เต็มจำนวน

ในทางกลับกัน หากจ่ายเพียงยอดขั้นต่ำ ยอดเงินส่วนที่เหลือจะยังถูกนำไปคิดดอกเบี้ย ในอัตรา 16% ต่อปี ทำให้ภาระหนี้เพิ่มขึ้นในรอบบัญชีถัดไป ซึ่งการจ่ายเต็มจำนวนภายในวันครบกำหนดชำระเพื่อให้ได้รับสิทธิ์การถูกยกเว้นเรียกเก็บดอกเบี้ยนั้น มีความเกี่ยวข้องโดยตรงกับระยะปลอดดอกเบี้ย 45 – 55 วัน ที่ธนาคาร/สถาบันการเงินเป็นผู้กำหนด โดยผู้ถือบัตรเครดิตจะได้สิทธิ์ดอกเบี้ย 0% ทุกครั้ง เมื่อมีการจ่ายเงินบิลบัตรเครดิตเต็มจำนวนภายในวันครบกำหนดชำระ ซึ่งจะเป็นวันที่ยังอยู่ภายในขอบเขตระยะเวลาปลอดดอกเบี้ย

 

ระยะปลอดดอกเบี้ย 45–55 วัน คืออะไร?

ระยะปลอดดอกเบี้ย คือ ช่วงเวลาที่ผู้ถือบัตรเครดิตสามารถใช้บัตรเครดิตซื้อสินค้าและบริการ แล้วจ่ายคืนเต็มจำนวนภายในวันครบกำหนด โดยไม่ต้องเสียดอกเบี้ยสำหรับยอดซื้อสินค้าและบริการ ตามเงื่อนไขของผู้ออกบัตร

แม้บัตรเครดิตจากหลากหลายธนาคาร/สถาบันการเงินจะระบุว่ามี ระยะปลอดดอกเบี้ยประมาณ 45 – 55 วัน แต่จำนวนวันที่ได้รับจริงอาจแตกต่างกัน เนื่องจากขึ้นอยู่กับช่วงเวลาที่ใช้บัตรเครดิตภายในรอบบัญชี โดยหลักการง่าย ๆ เพื่อให้สามารถใช้ประโยชน์จากระยะเวลาปลอดดอกเบี้ยได้อย่างคุ้มค่าที่สุดก็คือ การใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตในช่วงต้นของรอบบัญชี เพื่อให้ได้รับระยะเวลาปลอดดอกเบี้ยที่นานสูงสุดตามเงื่อนไขกำหนด

ทั้งนี้ ระยะเวลาปลอดดอกเบี้ยของบัตรเครดิต KTC จะอยู่ที่ 45 วัน

 

จ่ายเต็มจำนวนกับจ่ายขั้นต่ำ ต่างกันอย่างไร?

จ่ายเต็มจำนวน

จ่ายขั้นต่ำ

จำนวนเงินที่จ่าย

จ่ายครบตามยอดที่ระบุไว้ในใบแจ้งยอดบัตรเครดิต

จ่ายเฉพาะยอดขั้นต่ำที่กำหนด

ดอกเบี้ย

โดยทั่วไปไม่เสียดอกเบี้ยสำหรับยอดซื้อสินค้าและบริการ เมื่อมีการชำระคืนเต็มจำนวนภายในวันครบกำหนดชำระ

ยอดคงเหลือจะถูกนำไปคิดดอกเบี้ยในอัตรา 16% ต่อปี

วงเงินเครดิต

ได้รับวงเงินกลับคืนเต็มจำนวน หลังการจ่ายตามเงื่อนไขบัตรเครดิต

ได้รับวงเงินกลับคืนเฉพาะส่วนที่จ่าย

ภาระหนี้เดือนถัดไป

เริ่มต้นรอบใหม่ได้ทันที โดยไม่มีภาระหนี้คงค้าง

มียอดหนี้สะสมต่อเนื่อง

ความเหมาะสม

พื้นฐานการใช้บัตรเครดิตให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยไม่สร้างหนี้

เฉพาะกรณีจำเป็น

จ่ายบัตรเครดิตช้า จ่ายบัตรเครดิตไม่ครบ หรือจ่ายขั้นต่ำ ส่งผลอย่างไร?

การจ่ายบิลบัตรเครดิตล่าช้า หรือจ่ายไม่เต็มจำนวนภายในวันครบกำหนด อาจทำให้เกิดดอกเบี้ยในอัตรา 16% ต่อปี รวมถึงเกิดค่าธรรมเนียมหรือค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ตามเงื่อนไขของผู้ออกบัตร เช่น ค่าธรรมเนียมในการติดตามทวงหนี้ รวมถึงส่งผลต่อการบริหารหนี้ในระยะยาว ดังนั้น วิธีที่ดีที่สุดในการใช้บัตรเครดิตก็คือ การจ่ายเต็มจำนวนภายในวันครบกำหนดชำระ และหากคาดว่าจะจ่ายไม่ทัน ควรรีบดำเนินการแก้ไขโดยเร็ว เพื่อช่วยลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น

 

จ่ายบัตรเครดิตขั้นต่ำ เสียประวัติไหม?

การจ่ายบิลบัตรเครดิตขั้นต่ำไม่ได้ทำให้เสียประวัติในทันที แต่หากผู้ถือบัตรจ่ายบัตรเครดิตล่าช้าเกิน 90 วัน จะถือว่าเป็นหนี้เสีย และรายชื่อจะไปปรากฏในฐานข้อมูลเครดิตบูโร ซึ่งจะส่งผลเสียต่อประวัติเครดิตบูโร และโอกาสทางการเงินอื่น ๆ ในอนาคต เช่น การได้รับอนุมัติสินเชื่อบ้าน สินเชื่อรถ

 

เทคนิคให้ไม่พลาดทุกการจ่ายบัตรเครดิต KTC ทำอย่างไร?

หากไม่อยากไม่พลาดวันครบกำหนดชำระบิลบัตรเครดิต KTC ผู้ถือบัตรสามารถตั้งค่าแจ้งเตือนก่อนวันครบกำหนดชำระได้ด้วยตนเองผ่านแอป KTC Mobile โดยวิธีการเป็นดังนี้

  • เลือกแถบ “เพิ่มเติม”
  • เลือก “ตั้งค่าการแจ้งเตือน”
  • เลือก “วันครบกำหนดชำระ” ซึ่งสามารถเลือกตั้งค่าแจ้งเตือนก่อนวันครบกำหนดชำระได้ล่วงหน้าสูงสุด 7 วัน
  • กดยืนยัน

 


จ่ายบัตรเครดิตอย่างไรไม่ให้โดนค่าปรับ? (FAQ)

Q : จ่ายบัตรเครดิตในวันครบกำหนดได้หรือไม่?

A : สามารถทำได้ แต่ต้องเลือกช่องทางชำระเงินที่อัพเดทยอดแบบเรียลไทม์เท่านั้น เช่น การจ่ายบิลบัตรเครดิต KTC ผ่านแอป KTC Mobile โดยตรง ซึ่งยอดชำระจะเข้าระบบทันที แต่หากชำระผ่านช่องทางอื่น ๆ อาจใช้เวลา 2 – 3 วันทำการ ตามเงื่อนไขของแต่ละผู้ให้บริการ

 

Q : หากจ่ายขั้นต่ำทุกเดือน จะมีผลอย่างไร?

A : การจ่ายขั้นต่ำช่วยรักษาสถานะบัญชีไม่ให้ผิดนัดชำระในรอบนั้น ๆ แต่ยอดเงินส่วนที่เหลือทั้งหมดจะถูกนำไปคิดดอกเบี้ยย้อนหลัง ในอัตราสูงสุดไม่เกิน 16% ต่อปีสำหรับบัตรเครดิต ซึ่งหากจ่ายขั้นต่ำต่อเนื่องหลายเดือน ภาระหนี้และดอกเบี้ยจะสะสมเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จึงควรใช้จ่ายขั้นต่ำเฉพาะยามฉุกเฉินเท่านั้น และควรรีบกลับมาจ่ายเต็มจำนวนทันทีเมื่อมีความพร้อม

 

Q : ใช้บัตรเครดิตหลายใบ ควรจัดการอย่างไร?

A : ควรรวบรวมวันตัดรอบบิลและวันครบกำหนดชำระของทุกใบไว้ในปฏิทินเดียวกัน และตั้งค่าแจ้งเตือนวันครบกำหนดชำระผ่านแอป KTC Mobile นอกจากนี้ หากวันครบกำหนดชำระของบัตรเครดิตแต่ละใบมีระยะเวลาห่างกันแบบกระจัดกระจาย ผู้ถือบัตรสามารถติดต่อ Call Center เพื่อขอเลื่อนรอบบิลให้มาอยู่ในช่วงหลังวันเงินเดือนออกพร้อมกันได้ เพื่อให้ง่ายต่อการวางแผนและชำระคืนได้ตรงเวลา

 

การใช้บัตรเครดิตให้คุ้มค่าไม่ได้ขึ้นอยู่กับสิทธิประโยชน์หรือโปรโมชั่นเพียงเท่านั้น แต่สามารถเริ่มต้นได้จากการชำระคืนเต็มจำนวนและตรงเวลาภายในวันครบกำหนดชำระ เพราะหลีกเลี่ยงดอกเบี้ย ค่าธรรมเนียม และค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น พร้อมรักษาประวัติเครดิตบูโรที่ดี ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อการสมัครผลิตภัณฑ์ทางการเงิน หรือยื่นสมัครสินเชื่ออื่น ๆ ในอนาคต

สำหรับผู้ที่มองหาบัตรเครดิตที่ตอบโจทย์การใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน พร้อมเครื่องมือช่วยบริหารจัดการบัญชี บัตรเครดิต KTC มีหลากหลายประเภทบัตรเครดิตให้เลือกสมัครตามไลฟ์สไตล์ และสามารถจัดการใบแจ้งยอด ตรวจสอบยอดใช้จ่าย จ่ายบิล รวมถึงติดตามข้อมูลทางการเงินที่สำคัญผ่านแอป KTC Mobile ได้อย่างสะดวก ช่วยให้การใช้บัตรเครดิตเป็นเรื่องง่าย พร้อมเสริมวินัยทางการเงินและการบริหารสภาพคล่องในระยะยาว

สมัครบัตรเครดิต KTC ออนไลน์ได้ทุกที่ทุกเวลา ไม่มีค่าธรรมเนียมแรกเข้า พร้อมรับความคุ้มค่าในทุกการใช้จ่ายด้วยสิทธิประโยชน์จากโปรโมชั่นที่ร้านค้าพันธมิตรตลอดทั้งปี  

 

ใช้จ่ายคุ้มค่า นึกถึงบัตรเครดิต KTC