ในยุคที่ราคาทองคำพุ่งทะยานขึ้นทุกวัน “ทองคำ” ได้กลายเป็นหนึ่งในสินทรัพย์ยอดนิยม จากการเป็นสินทรัพย์มีมูลค่าที่มั่นคง เป็นที่ยอมรับทั่วโลก และยังสามารถถือครองได้จริง ซึ่งได้ส่งผลโดยตรงการกระแสการลงทุนทองคำในสังคม ที่ไม่ว่าจะอายุหรือสายอาชีพใดต่างก็เริ่มให้ความสนใจในการออมทองคำกันมากขึ้น แต่ในขณะเดียวกัน การซื้อหรือการลงทุนทองคำก็มีความเสี่ยงที่ต้องระวัง โดยเฉพาะหากไม่สามารถแยกแยะระหว่างทองคำแท้กับทองปลอมด้วยตนเองได้

ยิ่งไปกว่านั้นข่าวคราวมิจฉาชีพค้าทองปลอมในราคาทองคำแท้ก็ยังมีให้เห็นอยู่เสมอ ๆ ทำให้การลงทุนทองคำนั้นยิ่งเป็นเรื่องที่ต้องระมัดระวังมากขึ้น ในบทความนี้ KTC จึงได้รวบรวม 10 วิธีเช็กทองคำแท้ง่าย ๆ ด้วยตนเอง พร้อมแนะนำเทคนิคลงทุนทองให้คุ้มค่าที่สุด

ทำไมต้องรู้วิธีเช็กทองคำแท้?

“ทองคำ” เป็นสินทรัพย์ที่มีราคาสูง แม้จะเพียงไม่กี่กรัมก็มีมูลค่าหลักพันบาท และการที่คุณสามารถตรวจสอบทองคำแท้ได้ด้วยตัวเองจึงถือเป็นทักษะที่สำคัญ โดยเฉพาะในยุคที่บรรดามิจฉาชีพฉวยโอกาสจากคนทั่วไปที่ไม่มีความรู้เฉพาะทางในการรัดเอาเปรียบ โดยการเลียนแบบทองคำปลอมให้แนบเนียน ทั้งลวดลาย สีสัน และน้ำหนัก และเมื่อใดที่คุณพลั้งพลาดซื้อทองปลอม ก็ทำให้ต้องสูญเงินจำนวนมากอย่างไม่มีแม้แต่โอกาสเรียกร้องคืน

การป้องกันการถูกหลอกซื้อทองปลอม

การถูกหลอกขายทองคำปลอมไม่ได้เกิดแค่ในตลาดมืดเท่านั้น แม้แต่ในร้านค้าทั่วไป ตลาดนัด หรือแม้แต่ช่องทางออนไลน์ก็สามารถเกิดขึ้นได้เช่นกัน และหากไม่มีใบรับประกันหรือเครื่องหมายที่ชัดเจนก็อาจเสี่ยงสูงที่จะเจอทองคำปลอม ดังนั้นการรู้วิธีตรวจสอบทองคำแท้เบื้องต้นจะช่วยให้คุณไม่ตกเป็นเหยื่อกลโกง และยังสามารถเป็นข้อมูลเพื่อช่วยตัดสินใจซื้อขายได้อย่างปลอดภัยด้วย

10 วิธีเช็กทองคำแท้ด้วยตนเองที่ใช้ได้จริง

สำหรับวิธีตรวจสอบทองคำแท้ด้วยตนเองนั้น มีดังนี้

1. ดูตราประทับ (Hallmark)

ทองคำแท้มักมีตราประทับเปอร์เซ็นต์ความบริสุทธิ์เช่น “96.5%” หรือ “99.99%” อยู่บริเวณด้านในของแหวน หรือด้านหลังของสร้อยคอ โดยจะมีสัญลักษณ์ของโรงงานหรือร้านทอง เช่น โลโก้ หรือตราของผู้ผลิต และสำหรับในประเทศไทยจะมีค่าความบริสุทธิ์อยู่ 96.5% (ทองคำแท้ 23K) พร้อมชื่อหรือโลโก้ร้านที่ผลิต และหากไม่มีตราประทับเหล่านี้ก็อาจจะต้องระมัดระวังเป็นพิเศษและตรวจสอบด้วยวิธีอื่น ๆ เพิ่มเติม

2. ทดสอบด้วยแม่เหล็ก

ด้วยความที่ทองคำแท้ไม่มีคุณสมบัติแม่เหล็ก หากนำแม่เหล็กแรงสูงเข้าใกล้ทองแล้วเกิดแรงดูด อาจแสดงว่ามีการผสมโลหะอื่น เช่น เหล็กหรือนิกเกิล

3. ชั่งน้ำหนักและวัดขนาด

ทองมีความหนาแน่นสูงมาก ประมาณ 19.3 กรัมต่อลูกบาศก์เซนติเมตร ดังนั้นทอง 1 บาท ตามมาตรฐานประเทศไทยจึงต้องมีน้ำหนัก 15.244 กรัม ซึ่งหากเป็นทองคำขนาดใหญ่แต่มีน้ำหนักเบาผิดปกติ นั่นอาจเป็นสัญญาณว่าคือทองคำปลอม

4. สังเกตรอยต่อและขอบชิ้นงาน

สามารถใช้แว่นขยายส่องบริเวณข้อต่อหรือขอบชิ้นทอง ซึ่งหากเป็นทองคำแท้จะมีสีเหลืองเข้มแวววาวไม่ซีด มีสีสม่ำเสมอตลอด ไม่มีรอยลอกหรือสีอื่น ต่างจากทองปลอมที่อาจมีสีซีด มีเหลืองจัดผิดธรรมชาติ หรือเห็นโลหะสีต่างออกมาบริเวณขอบที่เสียดสี

5. ทดสอบด้วยกรดไนตริก

หนึ่งในวิธีการที่แม่นยำแต่ก็จำเป็นต้องคำนึงถึงความปลอดภัย โดยทองบริสุทธิ์ 99.9% จะไม่ทำปฏิกิริยากับกรดไนตริก ขณะที่ทอง 96.5% อาจเกิดปฏิกิริยาเล็กน้อย แต่หากเป็นทองคำปลอมหรือโลหะอื่นจะเกิดฟองและเปลี่ยนสีชัดเจน ทั้งนี้ ควรใช้ชุดทดสอบสำเร็จรูปที่มีขายในร้านทองหรือเป็นอุปกรณ์ห้องปฏิบัติการ


6. ทดสอบเสียงเมื่อกระทบพื้นผิวแข็ง

เมื่อนำทองคำแท้ไปเคาะหรือกระทบเบา ๆ กับกระจกหรือพื้นผิวแข็งจะให้เสียงที่ค่อนข้างทึบและสั้น แตกต่างจากโลหะชนิดอื่นที่มักให้เสียงกังวานนาน ซึ่งวิธีนี้จำเป็นต้องอาศัยประสบการณ์จึงจะตอบได้อย่างแม่นยำ โดยอาจจะเหมาะสำหรับผู้ที่คุ้นชินกับทองคำมาสักระยะหนึ่งแล้ว

7. สังเกตสีเมื่อโดนไฟ

เมื่อนำไฟแช็กไปลนที่ทองคำประมาณ 30 - 60 วินาที หากเป็นทองแท้จะไม่เปลี่ยนสีและไม่กลายเป็นสีดำ แต่หากเป็นโลหะอื่นหรือทองชุบจะเปลี่ยนสีเป็นดำหรือเข้มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ข้อควรระวังคือวิธีนี้อาจทำให้ผิวทองแท้หมองได้ชั่วคราว

8. ทดสอบความหนาแน่นในน้ำ

สำหรับวิธีนี้ใช้หลักการของอาร์คิมีดีส โดยจะเริ่มจากการชั่งน้ำหนักชิ้นทองก่อน จากนั้นนำจุ่มในน้ำเพื่อหาปริมาตรโดยดูจากน้ำที่ล้นออกมา ต่อด้วยการคำนวณความหนาแน่น และหากถ้าได้ค่าใกล้เคียง 19.3 g/cm³ แสดงว่าเป็นทองคำแท้  อย่างไรก็ดี สำหรับความหนาแน่นของทองไทย ความบริสุทธิ์ 96.5% จะอยู่ที่ประมาณ 17–18 g/cm³

9. ขูดกับหินทดสอบ (Touchstone)

การตรวจทองด้วยหินทดสอบสีดำและเป็นวิธีมาตรฐานที่ร้านทองใช้กันร้านทองมืออาชีพมักใช้ทดสอบความเป็นทองคำแท้ โดยจะนำหินสีดำขูดกับชิ้นทองเพื่อดูสีรอยขูด จากนั้นหยดกรดเพื่อพิจารณาว่า รอยขูดบนหินสามารถทนกรดได้หรือไม่ ซึ่งก็สามารถใช้กรดหลายระดับเพื่อประเมินค่าความบริสุทธิ์ของทองคำได้

10. ส่งตรวจด้วยเครื่อง XRF

วิธีการเช็กทองคำแท้ที่แม่นยำที่สุด ซึ่งก็คือการใช้เครื่องวิเคราะห์ XRF (X-ray Fluorescence) ที่ให้ผลเป็นองค์ประกอบของโลหะอย่างละเอียด โดยไม่ทำลายชิ้นทอง ซึ่งปัจจุบันมีร้านทองชั้นนำและห้องแล็บหลายแห่งให้บริการตรวจสอบด้วยเครื่องนี้วิเคราะห์นี้ เหมาะสำหรับการซื้อทองชิ้นใหญ่หรือทองมือสองที่มูลค่าสูง

ทองแท้ vs ทองปลอม ต่างกันอย่างไร?

วิธีการตรวจสอบ

ทองคำแท้

ทองปลอม / ทองชุบ

ตราประทับ (Hallmark)

มีตัวเลขระบุความบริสุทธิ์ชัดเจน เช่น 96.5% หรือ 99.99% พร้อมสลักด้วยโลโก้ของร้านทอง

ไม่มีตราประทับ หรือตราประทับไม่ชัดเจน และไม่ตรงตามมาตรฐาน

ทดสอบด้วยแม่เหล็ก

แม่เหล็กดูดไม่ติด เพราะทองคำไม่มีคุณสมบัติของแม่เหล็ก

มักจะดูดติดกับแม่เหล็ก หากมีการผสมเหล็กหรือนิกเกิล

น้ำหนักและขนาด

น้ำหนักต้องสัมพันธ์กับขนาดของทองคำ

ทองคำชิ้นใหญ่แต่น้ำหนักเบาผิดปกติ หรือน้ำหนักไม่ได้เกณฑ์

รอยต่อและขอบ

สีเหลืองทองสม่ำเสมอทั่วทั้งชิ้น ไม่มีรอยลอก

เห็นเนื้อโลหะสีอื่นตามรอยต่อ หรือมีรอยถลอก มีสีซีด

ทดสอบด้วยกรดไนตริก

ทองคำ 99.9% จะไม่ทำปฏิกิริยา หรือเกิดปฏิกิริยาเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

อาจทำให้เกิดฟองฟู่และเกิดการเปลี่ยนสี อย่างชัดเจน

เสียงกระทบพื้นแข็ง

เสียงจะทึบและสั้น ไม่ก้องกังวาน

เสียงจะแหลมและกังวานนานกว่าปกติ

การโดนความร้อน

ทองคำแท้จะไม่เปลี่ยนสีและไม่เป็นสีดำ แม้จะลนไฟทิ้งไว้

กลายเป็นสีดำ หรือสีเข้มขึ้นทันที

ความหนาแน่นในน้ำ

ค่าความหนาแน่นสูง โดยทองค่าความบริสุทธิ์ 96.5% จะมีความหนาแน่นอยู่ที่ 17–18 g/cm³

ค่าความหนาแน่นจะต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐานอย่างชัดเจน

ขูดกับหินทดสอบ

รอยขูดบนหินจะทนทานต่อการกัดกร่อนของกรด

รอยขูดจะจางหายหรือเปลี่ยนสีเมื่อโดนกรดที่ใช้ในการทดสอบ

เครื่อง XRF (X-ray)

สามารถแสดงผลส่วนประกอบเป็นทองคำแท้ตามเปอร์เซ็นต์

ตรวจพบสัดส่วนโลหะอื่นสูง เช่น ทองแดง, ตะกั่ว หรือ เงิน

 

เทคนิคการซื้อทองให้คุ้มด้วยบัตรเครดิต

หลาย ๆ คนอาจจะคิดว่า การซื้อทองคำจะต้องจ่ายด้วยเงินสดเท่านั้น แต่แท้จริงแล้วสามารถซื้อทองหรือลงทุนทองและเลือกชำระผ่านบัตรเครดิตได้ หนึ่งในนั้นก็คือบัตรเครดิต KTC ที่ไม่เพียงแต่จะสามารถใช้รูดซื้อทองได้เท่านั้น แต่ยังมีโปรโมชั่นร่วมกับร้านทองชั้นนำมากมาย เพื่อมอบความคุ้มค่าสูงสุดในการลงทุนทองของทุกคน

อาจจะลองคิดภาพตามว่า คุณซื้อทองคำมูลค่า 30,000 บาท หากเลือกจ่ายเงินสดก้อนเดียว เงินก้อนนั้นก็จะหายออกจากบัญชีทันที แต่หากเลือกชำระผ่านบัตรเครดิต KTC ที่มีโปรโมชั่นผ่อน 0% นาน 10 เดือน เงิน 30,000 บาท ในบัญชีออมทรัพย์ก็จะยังคงอยู่ เพื่อรักษาสภาพคล่องทางการเงินและเก็บไว้เป็นเงินทุนสำรองฉุกเฉินในยามคับขัน โดยที่คุณก็จะสามารถแบ่งชำระค่าทองคำเพียงเดือนละ 3,000 บาท ต่อเนื่องได้นานถึง 10 เดือน

FAQ : ตอบทุกข้อสงสัยการเช็กทองคำแท้

Q : ทองคำแท้โดนไฟแล้วดำไหม?

A : ทองแท้ที่บริสุทธิ์สูงอย่าง 99.9% จะไม่ดำและไม่เปลี่ยนรูปเมื่อโดนไฟอุณหภูมิปกติ ส่วนทองบริสุทธิ์ 96.5% อาจมีรอยหมองเล็กน้อยจากส่วนผสมของโลหะอื่น แต่สามารถขัดเพื่อให้กลับมาคืนสภาพเดิมได้ แต่หากเมื่อใดที่ทองโดนไฟแล้วกลายเป็นสีดำมากหรือเปลี่ยนรูปทันที แสดงว่าไม่ใช่ทองคำแท้

 

Q : ใส่ทองอาบน้ำได้ไหม?

A : ทองคำแท้ไม่ทำปฏิกิริยาใด ๆ กับน้ำเปล่าจึงไม่เสียหายหากใส่อาบน้ำ แต่คราบสบู่ แชมพู และผลิตภัณฑ์อาบน้ำต่าง ๆ อาจทำให้ทองดูหมองและสูญเสียความเงางาม แนะนำให้ถอดออกก่อนอาบน้ำเพื่อให้ทองคงความสวยงามได้นานขึ้น

 

Q : ซื้อทองช่วงไหนราคาถูกที่สุด?

A : ราคาทองผันผวนตามปัจจัยหลายอย่างทั้งในและต่างประเทศ จึงยากที่จะบอกได้ชัดเจนว่าช่วงไหนถูกที่สุด แต่โดยทั่วไปราคาทองมักปรับตัวลงในช่วงที่เศรษฐกิจโลกมีเสถียรภาพและค่าเงินดอลลาร์แข็งค่า

 

การรู้วิธีเช็กทองคำแท้ด้วยตนเองเป็นทักษะและสำคัญสำหรับผู้ที่สนใจในการลงทุนทองอย่างมาก แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือการเลือกซื้อทองคำจากร้านค้าที่ได้รับการรับรองและเชื่อถือได้ เพราะไม่ว่าจะเช็กด้วยตนเองได้แม่นยำแค่ไหน แต่ความปลอดภัยที่แท้จริงสามารถเริ่มได้จากการเลือกซื้อทองจากร้านค้าที่ได้รับการรับรอง สำหรับนักลงทุนรุ่นใหม่ที่มองหาโอกาสในการเริ่มต้นสะสมทอง การมีบัตรเครดิต KTC จะเป็นเครื่องมือทางการเงินที่ช่วยบริหารจัดการค่าใช้จ่ายจะทำให้การลงทุนทองคุ้มค่ากว่าการจ่ายเงินสดเพียงอย่างเดียว สมัครบัตรเครดิต KTC ออนไลน์ได้ทุกที่ทุกเวลา ไม่มีค่าธรรมเนียมแรกเข้า สะสมคะแนน KTC FOREVER ได้ไม่จำกัด และคะแนนไม่มีวันหมดอายุ 

ใช้จ่าย คุ้มค่า นึกถึงบัตรเครดิต KTC