ในโลกการเงินปัจจุบันที่ไม่ว่าใครก็ต้องการเครื่องมือทางการเงินคู่ใจไว้ใช้จ่าย “บัตรกดเงินสด” มักจะถูกพูดถึงในแง่มุมของการเป็นดาบสองคม โดยในแง่มุมหนึ่งคือการเป็น “อัศวินขี่ม้าขาว” ที่เข้ามาช่วยจัดการรายจ่ายในยามฉุกเฉิน แต่ในอีกแง่มุมหนึ่งก็ถูกมองว่าเป็น “กับดักหนี้”  ถึงอย่างนั้น ในความจริงแล้วบัตรกดเงินสดไม่ใช่ผู้ร้ายทางการเงิน หากใช้อย่างเหมาะสมและตรงตามวัตถุประสงค์ แต่หากใช้เกินจำเป็นและมองเป็นตัวช่วยให้ฟุ่มเฟือย คมดาบของบัตรกดเงินสดนี้ก็อาจสร้างแผลใหญ่ทางการเงินไว้ให้กับผู้ใช้ได้ และเพื่อไม่ให้บัตรกดเงินสดกลายเป็นเครื่องมือทางการเงินที่หลายคนหวาดกลัว KTC จะพาไปเจาะลึกความจริงเกี่ยวกับข้อเสียของบัตรกดเงินสดตามที่หลายคนเชื่อกัน แท้จริงเป็นอย่างไร และอันตรายจริงหรือไม่ พร้อมแนะนำข้อควรรู้ก่อนตัดสินใจสมัครบัตรกดเงินสด

 

ข้อเสียของบัตรกดเงินสดที่พนักงานออฟฟิศควรรู้ มีอะไรบ้าง

  • บัตรกดเงินสดมีอัตราดอกเบี้ยที่สูงกว่าเงินกู้ประเภทอื่น โดยธนาคาร/สถาบันการเงินจะกำหนดอัตราดอกเบี้ยแบบลดต้นลดดอกสูงสุดอยู่ที่ 25% ต่อปี ซึ่งถือว่าเป็นอัตราที่สูง หากเทียบกับสินเชื่อบ้านหรือสินเชื่อรถ
  • การคำนวณดอกเบี้ยแบบรายวัน ซึ่งดอกเบี้ยจะเริ่มคิดตั้งแต่วันที่กดเงินออกมาทันที ไม่มีระยะเวลาปลอดดอกเบี้ยเหมือนกับบัตรเครดิต
  • ใช้งานง่ายจนอาจสร้างหนี้ไม่รู้ตัว ด้วยความที่เป็นเครื่องมือทางการเงินที่ใช้งานง่าย ทั้งสามารถใช้ในรูปแบบบัตรพลาสติก และใช้งานผ่านแอปพลิชันของธนาคาร/สถาบันการเงินได้ตลอด 24 ชั่วโมง ความสะดวกนี้จึงอาจทำให้ใครหลายคนที่ขาดวินัยทางการเงินเผลอใช้จ่ายเกินตัว จนกลายเป็นวงจรหนี้ที่หมุนวนไม่รู้จบ

 

3 กลยุทธ์ใช้บัตรกดเงินสดให้เป็น “ตัวช่วย” ไม่ใช่ “ตัวถ่วง”

รวม 3 กลยุทธ์การใช้บัตรกดเงินสดให้เป็นอัศวินขี่ม้าขาวที่เข้ามาช่วยบริหารการเงิน ไม่ใช่กับดักหนี้ที่เข้ามาเป็นตัวถ่วงสภาพคล่องในระยะยาว

1. ใช้เฉพาะเหตุฉุกเฉินและคืนไวที่สุด

เนื่องจากดอกเบี้ยของบัตรกดเงินสดจะคิดเป็นรายวัน ยิ่งคุณชำระคืนเร็ว ดอกเบี้ยก็จะยิ่งน้อยลงเท่านั้น ยกตัวอย่างเช่น ผู้ใช้บัตรกดเงินสดรายหนึ่งได้ทำการเบิกถอนเงินสดจากบัตรกดเงินสด เป็นจำนวนเงิน 20,000 บาท ในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ โดยมีวันสรุปยอดบัญชีทุกวันที่ 15 ของเดือน และวันครบกำหนดชำระเงินทุกวันที่ 10 ของเดือน และเมื่อคำนวณจากอัตราดอกเบี้ยที่ 25% ต่อปี ในวันครบกำหนดชำระ ซึ่งก็คือวันที่ 10 มีนาคม ผู้ใช้บัตรกดเงินสดรายนี้จะต้องคำนวณดอกเบี้ยบัตรกดเงินสด โดยนำเงินต้นคงเหลือ x อัตราดอกเบี้ยฯ ต่อปี x จำนวนวันในแต่ละรอบบัญชี (นับตั้งแต่วันที่ทำการเบิกถอนเงินสด จนถึงวันชำระคืน)

 

2. ซื้อสินค้า/บริการจากร้านค้าที่ร่วมรายการผ่อน 0% แทนการใช้จ่ายด้วยการเบิกถอนเงินสด

สิ่งสำคัญคือการเลือกวิธีการใช้จ่ายอย่างชาญฉลาด โดยการเลือกซื้อสินค้าและบริการจากร้านค้าที่ร่วมโปรโมชั่นผ่อน 0% นานสูงสุด 24 เดือน แทนการเบิกถอนเงินสดจากบัตรกดเงินสดเพื่อนำเงินออกมาใช้จ่าย เพราะการใช้จ่ายด้วยเงินสดก้อนใหญ่ในครั้งเดียวทำให้เสียสิทธิ์ในการใช้โปรโมชั่นผ่อนชำระที่บัตรกดเงินสดร่วมมือกับร้านค้า ซึ่งเงินสดส่วนนั้นสามารถนำมาใช้เป็นเงินทุนฉุกเฉินยามขาดสภาพคล่องได้

 

 

 

3. วางแผนชำระคืนเต็มจำนวน ไม่ใช่แค่ “ขั้นต่ำ”

แม้ว่าบัตรกดเงินสด KTC PROUD จะสามารถชำระขั้นต่ำ 3% โดยที่ต้องไม่ต่ำกว่า 300 บาท ได้ แต่หากไม่ได้ติดขัดทางการเงินจริง ๆ หรือไม่ได้มีเหตุฉุกเฉินสำคัญที่ทำให้ไม่มีเงินสดเพียงพอมาชำระยอดหนี้ ในมุมหนึ่งการจ่ายเพียงขั้นต่ำก็เปรียบเสมือนกับการติดกับดักหนี้ ดังนั้นเคล็ดลับคือการจ่ายมากกว่าขั้นต่ำเสมอเท่าที่ไหว เพื่อให้ยอดเงินที่ชำระไปนั้นไปตัดเงินต้นให้ลดลงได้มากที่สุด เพื่อให้สุดท้ายก็สามารถปิดยอดหนี้ได้ในที่สุด

ด้วยเหตุเหล่านี้เอง ข้อเสียของบัตรกดเงินสดที่หลาย ๆ คนต่างเชื่อกันนั้น จึงเป็นเพียงความเชื่อความเข้าใจที่เกิดขึ้นจากกรณีการสมัครใช้บริการบัตรกดเงินสดอย่างผิดจุดประสงค์ และมองเป็นเครื่องมืออำนวยความสะดวกในการใช้จ่ายฟุ่มเฟือย เพราะหากเลือกใช้เฉพาะในยามจำเป็น และระมัดระวังการก่อหนี้โดยไม่รู้ตัวอยู่เสมอ บัตรกดเงินสดก็นับเป็นเครื่องมือทางการเงินที่ไร้ข้อเสีย และจะยิ่งอำนวยให้ชีวิตการเงินราบรื่นมากยิ่งขึ้นด้วย

บัตรกดเงินสด KTC PROUD และ บัตรเครดิต KTC ต่างกันอย่างไร? เลือกแบบไหนให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์

แม้ทั้งสองเครื่องมือทางการเงินจะมาในรูปแบบบัตรพลาสติกเหมือนกัน แต่จุดประสงค์การใช้งานกลับต่างกันโดยสิ้นเชิง เพราะบัตรเครดิตถูกออกแบบมาเพื่อการรูดซื้อสินค้าและบริการแทนการใช้เงินสด จากนั้นค่อยชำระคืนในภายหลังตามยอดที่เรียกเก็บในรอบบิล แต่ในส่วนของบัตรกดเงินสดถูกออกแบบมาเพื่อเป็นเงินสดสำรอง ที่เน้นความรวดเร็วในการนำมาใช้จ่าย รวมถึงความสะดวกในการถอนออกมาเป็นเงินสด

รูปแบบการใช้งาน

บัตรกดเงินสด

บัตรเครดิต

การกดเงินสด

ไม่มีค่าธรรมเนียมการเบิกถอนเงินสด

เสียค่าธรรมเนียม 3% ของยอดที่กดเงินสด และเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% ในทุกครั้งที่กดเงินสด

การผ่อนชำระ

ผ่อนสินค้าและบริการ ด้วยอัตรา

ดอกเบี้ยพิเศษ 0% นานสูงสุด 24 เดือน เฉพาะร้านค้าที่ร่วมรายการ

ผ่อนสินค้าและบริการ ด้วยอัตรา

ดอกเบี้ย 0% โดยระยะเวลาการผ่อนขึ้นอยู่กับแต่ละร้านค้าที่ร่วมรายการ

ดอกเบี้ย

อัตราดอกเบี้ยแบบลดต้นลดดอกสูงสุดอยู่ที่ 25% ต่อปี

อัตราดอกเบี้ยบัตรเครดิต KTC ทุกประเภทอยู่ที่ 16% ต่อปี

ค่าธรรมเนียมรายปี

ไม่มีค่าธรรมเนียมรายปี และค่าธรรมเนียมการเบิกถอนเงินสด

ไม่มีค่าธรรมเนียมแรกเข้าและรายปี ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับประเภทของบัตรเครดิตด้วย

ทำไมพนักงานบริษัทควรมีบัตรกดเงินสดเก็บไว้ใช้จ่าย

สำหรับพนักงานบริษัทที่มีรายได้ประจำอย่างสม่ำเสมอ โดยมีรายได้ไม่ต่ำกว่า 12,000 บาท ต่อเดือน และมีอายุการทำงาน 4 เดือนขึ้นไป​ ตามที่ KTC กำหนด หากเตรียมเอกสารส่วนตัว รวมถึงเอกสารทางการเงินถูกต้องครบถ้วน การยื่นสมัครและพิจารณาอนุมัติจะใช้เวลาไม่นาน ทำให้คุณสามารถมีบัตรกดเงินสด KTC PROUD ไว้เป็น "เงินสดสำรองฉุกเฉิน (Emergency Fund)" ในยามยาก

และอีกหนึ่งสิ่งสำคัญที่เป็นเหตุผลให้การสมัครบัตรกดเงินสดเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์ชีวิตพนักงานบริษัทอย่างมากก็คือ “ไม่ใช้ไม่เสียดอกเบี้ย” กล่าวคือ หากคุณสมัครบัตรกดเงินสด KTC PROUD ทิ้งไว้ แต่ไม่ได้กดเงินออกมาใช้ คุณจะไม่เสียเงินดอกเบี้ยใด ๆ แม้แต่บาทเดียว รวมถึงไม่เสียค่าธรรมเนียมรายปีด้วย ด้วยเหตุนี้บัตรกดเงินสด KTC PROUD จึงเหมาะอย่างยิ่งในการเป็นแผนสำรองที่ปลอดภัยในกรณีที่เกิดเหตุไม่คาดฝัน เช่น การเจ็บป่วย เกิดอุบัติเหตุ ซ่อมแซมบ้าน หรืออาจสมัครใช้งานเพื่อรับสิทธิ์ผ่อน 0% นานสูงสุด 24 เดือน กับร้านค้าที่ร่วมรายการ ซึ่งเป็นอีกหนทางในการช่วยบริหารกระแสเงินสดในแต่ละเดือนให้คล่องตัวยิ่งกว่าเดิม

 

เช็กคุณสมบัติ ก่อนสมัครบัตรกดเงินสด KTC PROUD

เพื่อให้การสมัครบัตรกดเงินสด KTC PROUD เป็นไปอย่างราบรื่นและได้รับการอนุมัติวงเงินพร้อมใช้รวดเร็วทันใจ สิ่งสำคัญที่สุดคือการตรวจสอบคุณสมบัติเบื้องต้นและจัดเตรียมเอกสารให้ถูกต้องครบถ้วน

คุณสมบัติและเอกสารการสมัคร สำหรับพนักงานบริษัท

สำหรับพนักงานบริษัทที่ต้องการยืมเงินด่วนถูกกฎหมาย โดยการเปลี่ยนรายได้ประจำให้เป็นวงเงินพร้อมใช้ จำเป็นต้องศึกษาคุณสมบัติผู้สมัครและจัดเตรียมเอกสารที่ต้องใช้ในการสมัครให้ครบถ้วน โดยรายละเอียดมีดังนี้  

คุณสมบัติผู้สมัคร  

  • สัญชาติไทย อายุ 20 - 60 ปี​ 
  • รายได้ขั้นต่ำ 12,000 บาท/เดือน​ 
  • อายุการทำงาน 4 เดือนขึ้นไป​ 
  • เบอร์โทรศัพท์ที่สามารถติดต่อได้ที่อยู่อาศัยหรือที่ทำงาน 

เอกสารการสมัคร (พนักงานบริษัท) 

  • สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน​ 
  • หนังสือรับรองเงินเดือน / สลิปเงินเดือน เดือนล่าสุด (ฉบับจริง) 
  • สำเนาบัญชีธนาคารย้อนหลัง 6 เดือน (ชื่อผู้กู้) 
  • สำเนาหน้าแรกของสมุดบัญชีที่ต้องการรับเงินโอนก้อนแรก (เฉพาะบัญชีที่มีชื่อผู้กู้เท่านั้น) 

คุณสมบัติและเอกสารการสมัคร สำหรับเจ้าของกิจการ

นอกจากพนักงานบริษัท กลุ่มอาชีพเจ้าของกิจการก็สามารถยื่นสมัครบัตรกดเงินสด KTC PROUD ได้เช่นกัน เพียงแต่คุณสมบัติผู้สมัครและเอกสารที่จำเป็นต้องใช้นั้นแตกต่างกัน อย่างไรก็ดี หากเตรียมเอกสารครบถ้วน และผ่านคุณสมบัติที่กำหนดทุกประการ กลุ่มอาชีพเจ้าของกิจการก็สามารถสมัครสินเชื่อส่วนบุคคลประเภทไว้เพื่อเป็นเงินทุนสำรองเพื่อหมุนเวียนในกิจการได้ง่าย ๆ หมดห่วงเรื่องกระแสเงินสดขาดมือ 

คุณสมบัติผู้สมัคร  

  • สัญชาติไทย อายุ 20 - 60 ปี​ 
  • มีรายได้เฉลี่ยขั้นต่ำ 15,000 บาท/เดือน
  • มีอายุกิจการตั้งแต่ 2 ปีขึ้นไป​​ 
  • มีเบอร์โทรศัพท์ที่สามารถติดต่อได้ที่อยู่อาศัยหรือที่ทำงาน 

เอกสารการสมัคร (เจ้าของกิจการ) 

  • สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน​ 
  • สำเนาหนังสือรับรองจดทะเบียนนิติบุคคล หรือ ทะเบียนการค้า 
  • สำเนาบัญชีธนาคารย้อนหลัง 6 เดือน (ชื่อผู้กู้)​​​ 
  • สำเนาหน้าแรกของสมุดบัญชีที่ต้องการรับเงินโอนก้อนแรก (เฉพาะบัญชีที่มีชื่อผู้กู้เท่านั้น)  

คุณสมบัติและเอกสารการสมัคร สำหรับเจ้าของกิจการ

ผู้ประกอบอาชีพอิสระ (ฟรีแลนซ์) ก็สามารถยื่นสมัครบัตรกดเงินสด KTC PROUD ได้ ไม่ต่างจากกลุ่มพนักงานบริษัทและเจ้าของกิจการ โดยรายละเอียดคุณสมบัติและเอกสารที่จำเป็นต้องใช้ มีดังนี้  

คุณสมบัติผู้สมัคร  

  • สัญชาติไทย อายุ 20-60 ปี
  • รายได้เฉลี่ยขั้นต่ำ 20,000 บาท/เดือน
  • มีเบอร์มือถือ และเบอร์ที่ทำงาน

เอกสารการสมัคร (อาชีพอิสระ) 

  • สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน
  • หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย 50 ทวิ
  • สำเนาบัญชีธนาคารย้อนหลัง 6 เดือน พร้อมหน้าสมุดบัญชีที่ ระบุชื่อ-นามสกุล และเลขที่บัญชี
  • สำเนาหน้าแรกของสมุดบัญชีที่ต้องการรับเงินโอนก้อนแรก

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการสมัครบัตรกดเงินสด

Q : ฐานเงินเดือนเท่าไหร่ถึงสมัครบัตรกดเงินสดได้

A : สำหรับกลุ่มพนักงานบริษัทและผู้ที่มีรายได้ประจำ ฐานเงินเดือนเริ่มต้นในการยื่นสมัครบัตรกดเงินสด KTC PROUD อยู่ที่ 12,000 บาท ต่อเดือน แต่สำหรับเจ้าของกิจการ ฐานเงินเดือนเริ่มต้นในการยื่นสมัครบัตรกดเงินสด KTC PROUD จะอยู่ที่ 15,000 บาท ต่อเดือน และกลุ่มผู้ประกอบอาชีพอิสระ ฐานเงินเดือนเริ่มต้นในการยื่นสมัครบัตรกดเงินสด KTC PROUD คือ 20,000 บาท ต่อเดือน

 

Q : สมัครบัตรกดเงินสดทิ้งไว้ แต่ไม่ใช้ จะเสียเงินไหม

A : ไม่เสียเงินใด ๆ อย่างแน่นอน โดยเฉพาะกับบัตรกดเงินสด KTC PROUD ที่ไม่ใช้ก็ไม่เสียอะไร ทั้งดอกเบี้ย

ไม่มีค่าธรรมเนียมรายปี และค่าธรรมเนียมการเบิกถอนเงินสด

 

Q : กดเงินสดจากบัตรเครดิต หรือ บัตรกดเงินสดดีกว่ากัน

A : การกดเงินสดจากบัตรกดเงินสดย่อมดีกว่าอย่างแน่นอน เพราะการกดเงินสดจากบัตรกดเงินสด KTC PROUD ไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียม 3% ของยอดที่กดเงินสด และเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% ในทุกครั้งที่กดเงินสด ซึ่งจะต่างจากการเบิกถอนเงินสดจากบัตรเครดิตที่มีค่าใช้จ่ายในส่วนนี้  

 

“บัตรกดเงินสด” เปรียบเสมือนเครื่องมือทางการเงินที่ครอบคลุมการใช้งานและตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การใช้จ่ายของคนยุคใหม่ได้อย่างดี หากใช้งานอย่างมี “สติ” และ “วินัย” เครื่องมือทางการเงินนี้ถือเป็นคำตอบของคนที่รู้จักวางแผนและต้องการแผนสำรองให้กับชีวิตพนักงานบริษัทที่ถึงจะมีความแน่นอนของรายได้ แต่อาจมีความไม่แน่นอนในรายจ่าย หากยังไม่มีบัตรกดเงินสด แต่ต้องการสมัครเพื่อเริ่มต้นใช้งานบัตรกดเงินสดใบแรกในชีวิต สมัครบัตรกดเงินสด KTC PROUD ที่สามารถรูด โอน กด และผ่อนสินค้าหรือบริการ ด้วยอัตราดอกเบี้ยพิเศษ 0% นานสูงสุด 24 เดือน (เฉพาะร้านค้าที่ร่วมรายการ) และไม่มีค่าธรรมเนียมในการเบิกถอนเงินสดทุกช่องทาง

บัตรกดเงินสด KTC PROUD ตัวช่วยทางการเงินให้กับคนรุ่นใหม่