รถเป็นภาระค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่ที่ต้องผ่อนต่อเนื่องทุกเดือน แต่ระหว่างทางอาจมีเหตุจำเป็นที่ต้องใช้เงินก้อนขึ้นมา ทำให้คนที่ยังมีค่างวดรถอยู่ต้องคิดหนักว่าจะหาเงินจากช่องทางไหนดี โดยเฉพาะกรณีที่ไม่อยากเพิ่มภาระจนกระทบค่าใช้จ่ายประจำ บทความนี้จึงจะพาไปดูว่า รถผ่อนอยู่กู้ได้ไหม ต้องเช็กอะไรบ้างก่อนยื่นขอสินเชื่อ ส่วนต่างระหว่างราคาประเมินรถกับยอดหนี้คงเหลือคำนวณอย่างไร รวมถึงเปรียบเทียบการกู้เพิ่มกับการรีไฟแนนซ์ เพื่อช่วยให้ประเมินสถานการณ์ของตัวเองได้ก่อนตัดสินใจ

รถที่ยังผ่อนไม่หมด นำไปขอสินเชื่อได้หรือไม่?

รถที่ยังผ่อนไม่หมดอาจนำมาใช้ประกอบการขอสินเชื่อได้ในบางกรณี แต่ไม่มีเปอร์เซ็นต์การผ่อนที่ใช้เป็นเกณฑ์กลางสำหรับทุกสถาบันการเงิน เพราะต้องดูทั้งมูลค่ารถ ยอดหนี้คงเหลือ ประวัติการชำระ และความสามารถในการรับภาระหนี้เพิ่มเติมร่วมกัน

คำนวณส่วนต่างของรถอย่างไร?

ส่วนต่างเบื้องต้น = ราคาประเมินรถในปัจจุบัน - ยอดปิดบัญชีจากไฟแนนซ์เดิม

ตัวอย่าง หากผู้ให้บริการประเมินรถไว้ที่ 500,000 บาท และยอดปิดบัญชีเดิมอยู่ที่ 380,000 บาท ส่วนต่างเบื้องต้นจะเท่ากับ 120,000 บาท

ตัวเลขนี้ใช้ดูความเป็นไปได้ในขั้นต้นเท่านั้น ไม่ได้หมายความว่าจะได้รับวงเงิน 120,000 บาทเต็มจำนวน เนื่องจากวงเงินจริงยังขึ้นอยู่กับความสามารถในการชำระหนี้และเงื่อนไขการพิจารณาของผู้ให้บริการแต่ละแห่ง


3 เงื่อนไขสำคัญที่ต้องผ่านมีอะไรบ้าง

การที่รถยังมีราคาสูงกว่ายอดหนี้ไม่ได้แปลว่าจะกู้ผ่านทันที ผู้ให้บริการต้องประเมินข้อมูลหลายด้านร่วมกัน โดยเงื่อนไขสำคัญแบ่งได้เป็น 3 ข้อ

1. ราคาประเมินรถต้องเพียงพอเมื่อเทียบกับยอดปิดบัญชี

ผู้ให้บริการจะตรวจสอบข้อมูลของรถและประเมินราคาตลาดในปัจจุบัน ก่อนนำไปเทียบกับยอดปิดบัญชีเดิม หากมีส่วนต่างเหลือ จึงค่อยพิจารณาว่าสามารถจัดวงเงินได้เท่าไร

ข้อมูลหรือเอกสารที่เกี่ยวข้อง

  • ข้อมูลรถและเล่มทะเบียน 
  • ยี่ห้อ รุ่น ปีจดทะเบียน และเลขตัวถัง 
  • สภาพและระยะทางของรถ 
  • เอกสารแสดงยอดปิดบัญชีจากผู้ให้สินเชื่อเดิม 

2. ประวัติการชำระค่างวดต้องผ่านการพิจารณา

ประวัติการจ่ายค่างวดเดิมช่วยสะท้อนพฤติกรรมการชำระหนี้ ผู้ที่ชำระตรงเวลาต่อเนื่องย่อมมีข้อมูลการเงินต่างจากผู้ที่เคยค้างหรือจ่ายล่าช้าบ่อยครั้ง แต่การผ่อนตรงเวลาทุกงวดก็ไม่ได้รับรองว่าจะได้รับอนุมัติเสมอ เพราะยังมีปัจจัยด้านรายได้ ภาระหนี้ และมูลค่ารถร่วมด้วย

ก่อนยื่นขอสินเชื่อ ควรตรวจสอบว่า

  • ค่างวดล่าสุดชำระครบแล้วหรือไม่ 
  • มีงวดค้างชำระหรือยอดผิดนัดหรือไม่ 
  • ข้อมูลส่วนตัวในสัญญาเดิมเป็นปัจจุบันหรือไม่ 
  • ยอดปิดบัญชีที่ได้รับเป็นยอดล่าสุดหรือไม่ 

3. รายได้ต้องรองรับค่างวดตามสัญญาใหม่

แม้รถจะมีส่วนต่างเพียงพอ ผู้สมัครยังต้องมีรายได้รองรับค่างวดใหม่ ผู้ให้บริการอาจพิจารณารายได้ประจำ รายได้จากอาชีพอิสระ ค่าใช้จ่าย และภาระหนี้ที่มีอยู่ เพื่อดูว่ายังสามารถชำระคืนได้หรือไม่

เอกสารที่อาจใช้ประกอบการพิจารณา เช่น

  • สลิปเงินเดือนหรือหนังสือรับรองรายได้ 
  • รายการเดินบัญชีย้อนหลัง 
  • หลักฐานรายได้ของผู้ประกอบอาชีพอิสระ 
  • เอกสารแสดงภาระหนี้ที่มีอยู่ 
  • เอกสารประจำตัวและเอกสารเกี่ยวกับรถ 

กู้เพิ่มจากรถที่ผ่อนอยู่กับรีไฟแนนซ์ ต่างกันอย่างไร

ผู้ให้บริการรายใหม่อาจกำหนดให้ปิดสัญญาเดิมก่อน แล้วจึงทำสัญญาใหม่โดยใช้รถเป็นหลักประกัน สำหรับกรณีรถติดไฟแนนซ์ของสินเชื่อ KTC พี่เบิ้ม รถแลกเงิน ต้องปิดภาระกับผู้ให้สินเชื่อรายเดิม และดำเนินการให้กรรมสิทธิ์รถเป็นชื่อผู้กู้ก่อน การอนุมัติและโอนเงินจึงเกิดขึ้นหลังจากขั้นตอนดังกล่าวเสร็จเรียบร้อย ไม่ใช่การมีสินเชื่อที่ใช้รถคันเดียวกันเป็นหลักประกันสองสัญญาพร้อมกัน

ประเด็น

รีไฟแนนซ์รถ

ขอสินเชื่อโดยใช้รถปลอดภาระ

สถานะรถก่อนดำเนินการ

รถยังมีหนี้กับผู้ให้สินเชื่อเดิม

รถปลอดภาระและกรรมสิทธิ์เป็นชื่อผู้สมัคร

วิธีดำเนินการ

ปิดสัญญาเดิมแล้วทำสัญญาใหม่

ใช้รถเป็นหลักประกันของสินเชื่อใหม่

เงินส่วนต่าง

อาจมี หากวงเงินใหม่สูงกว่ายอดที่ใช้ปิดหนี้เดิมและค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้อง

พิจารณาจากราคาประเมินรถและความสามารถในการชำระ

จุดประสงค์ที่พบบ่อย

ย้ายเจ้าหนี้ ลดค่างวด หรือขอเงินส่วนต่าง

เปลี่ยนมูลค่ารถเป็นเงินก้อน

สิ่งที่ต้องเปรียบเทียบ

ยอดปิดเดิม ดอกเบี้ย ระยะเวลา ค่างวด และต้นทุนรวม

วงเงิน ดอกเบี้ย ค่างวด ระยะเวลาผ่อน และเงื่อนไขหลักประกัน


จะได้วงเงินประมาณเท่าไร และควรระวังอะไร?

วงเงินที่ได้รับไม่ได้คำนวณจากราคาประเมินรถอย่างเดียว สำหรับรถที่ยังติดไฟแนนซ์ ต้องนำยอดที่ใช้ปิดภาระเดิมมาหักออกก่อน จากนั้นจึงพิจารณาความสามารถในการชำระหนี้ของผู้สมัคร

ราคาประเมินรถ > วงเงินที่ผู้ให้บริการพิจารณา > หักยอดปิดบัญชีและค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้อง > เงินส่วนต่างที่อาจได้รับ

จำนวนเงินจริงต้องรอผลประเมินและอนุมัติ ไม่ควรสร้างตารางจับคู่รายได้กับวงเงิน หากไม่มีหลักเกณฑ์อย่างเป็นทางการรองรับ เพราะผู้มีรายได้เท่ากันอาจได้รับวงเงินต่างกันตามภาระหนี้ รถ และประวัติการชำระ

ตัวอย่างจำลองเพื่อทำความเข้าใจส่วนต่าง

ตารางนี้เป็นเพียงตัวอย่างวิธีคำนวณ ไม่ใช่เกณฑ์อนุมัติหรือข้อเสนอวงเงินจริง

ราคาประเมินรถ

ยอดปิดบัญชีเดิม

ส่วนต่างเบื้องต้น

400,000 บาท

350,000 บาท

50,000 บาท

500,000 บาท

380,000 บาท

120,000 บาท

600,000 บาท

630,000 บาท

ไม่มีส่วนต่าง

ทำไมวงเงินจริงอาจต่ำกว่าส่วนต่างที่คำนวณได้?

สาเหตุที่เงินส่วนต่างจริงอาจต่ำกว่าตัวเลขเบื้องต้น ได้แก่

  • วงเงินไม่ได้อนุมัติเต็มราคาประเมินในทุกกรณี 
  • ผู้สมัครมีภาระหนี้อื่นอยู่แล้ว 
  • รายได้รองรับค่างวดได้จำกัด 
  • ราคาประเมินจริงต่ำกว่าราคาขายในตลาดที่ผู้สมัครใช้อ้างอิง 
  • มียอดหรือค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการปิดสัญญาเดิม 
  • สภาพรถไม่ตรงกับข้อมูลที่ใช้ประเมินเบื้องต้น 

คำนวณภาระรายเดือนก่อนยื่นยังไง?

ภาระรายเดือนรวม = ค่างวดสินเชื่อใหม่ + หนี้บ้าน + หนี้บัตรเครดิต + สินเชื่อส่วนบุคคล + ภาระประจำอื่น

จากนั้นนำไปเทียบกับรายได้สุทธิและค่าใช้จ่ายจำเป็น หากจ่ายค่างวดแล้วแทบไม่เหลือเงินสำรอง แม้วงเงินจะได้รับอนุมัติ ก็อาจทำให้สภาพคล่องตึงมือในระยะยาว การเพิ่มภาระหนี้ยังอาจถูกนำไปพิจารณาเมื่อสมัครสินเชื่ออื่นในอนาคต โดยผลพิจารณาจริงขึ้นอยู่กับนโยบายและหลักเกณฑ์ของผู้ให้บริการสินเชื่อแต่ละราย

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับรถผ่อนอยู่และการขอสินเชื่อ

Q: ทำไมรถที่ผ่อนมาเท่ากันจึงมีส่วนต่างไม่เท่ากัน?

แม้เจ้าของรถสองคนจะผ่อนมาแล้ว 24 งวดเท่ากัน แต่ส่วนต่างของรถอาจต่างกันมาก เพราะราคาตลาดของรถไม่ได้ลดลงในอัตราเดียวกันทุกรุ่น ปัจจัยที่มีผลต่อราคาประเมิน เช่น

  • ยี่ห้อและรุ่นของรถ 
  • ปีที่จดทะเบียนและอายุรถ 
  • สภาพภายนอกและภายใน 
  • ระยะทางที่ใช้งาน 
  • ประวัติอุบัติเหตุหรือการซ่อมหนัก 
  • ความต้องการของตลาดรถมือสอง 
  • ยอดหนี้และเงื่อนไขของสัญญาเดิม 

Q: หากยอดหนี้สูงกว่ามูลค่ารถจะเกิดอะไรขึ้น

หากราคาประเมินรถต่ำกว่ายอดปิดบัญชี หมายความว่ามูลค่ารถยังไม่พอสำหรับปิดภาระเดิม กรณีนี้มักไม่มีส่วนต่างเหลือเป็นเงินก้อน และอาจไม่เข้าเงื่อนไขของผู้ให้บริการสินเชื่อ สิ่งที่ทำได้คือผ่อนสัญญาเดิมต่อเพื่อลดยอดหนี้ รักษาประวัติการชำระให้ดี และขอประเมินใหม่ในภายหลัง แต่ต้องคำนึงด้วยว่าราคารถจะลดลงตามอายุและสภาพการใช้งานเช่นกัน

Q: ทำไมรีไฟแนนซ์แล้วค่างวดอาจลดลง

ค่างวดต่อเดือนอาจลดลงได้เมื่อสัญญาใหม่ขยายระยะเวลาผ่อนออกไป แต่ไม่ได้แปลว่าต้นทุนรวมจะลดลงทุกกรณี เพราะการผ่อนนานขึ้นอาจทำให้จ่ายดอกเบี้ยรวมมากขึ้น

Q: รถติดไฟแนนซ์ขอประเมินกับสินเชื่อ KTC พี่เบิ้ม รถแลกเงินได้ไหม

รถยนต์ที่ยังติดภาระสามารถขอประเมินวงเงินเบื้องต้นกับสินเชื่อ KTC พี่เบิ้ม รถแลกเงิน ได้ โดยวงเงินสินเชื่อสูงสุดไม่เกิน 1,000,000 บาท และสูงสุดได้ถึง 100% ของราคาประเมิน ทั้งนี้ วงเงินจริงเป็นไปตามราคาประเมินรถและความสามารถในการชำระหนี้ของผู้สมัคร

  • รถติดภาระขอประเมินวงเงินเบื้องต้นได้ 
  • วงเงินสูงสุดไม่เกิน 1,000,000 บาท 
  • วงเงินสูงสุดได้ถึง 100% ของราคาประเมิน 
  • ไม่ต้องจอดรถ และยังใช้รถได้ตามปกติ 
  • อนุมัติไวภายใน 1 ชั่วโมง เมื่อเอกสารครบถ้วนถูกต้องและเป็นไปตามเงื่อนไข 
  • วงเงินอนุมัติขึ้นอยู่กับราคาประเมินรถและความสามารถในการชำระหนี้ 

Q: สินเชื่อ KTC พี่เบิ้ม รถแลกเงินต้องมีคุณสมบัติและใช้เอกสารอะไรบ้าง 

บุคคลธรรมดา ผู้มีรายได้ประจำ/อาชีพอิสระ  

  • สัญชาติไทย อายุ 20 – 65 ปี  
  • รายได้ขั้นต่ำ 8,000 บาท ต่อเดือน  
  • ประสบการณ์ทำงานไม่ต่ำกว่า 4 เดือน  
  • มีรถยนต์ / รถกระบะ / รถตู้ เป็นชื่อของตนเอง อายุรถไม่เกิน 20 ปี 

เจ้าของกิจการ / ประกอบธุรกิจส่วนตัว  

  • สัญชาติไทย อายุ 20 - 65 ปี  
  • รายได้/มียอดขายต่อเดือนไม่ต่ำกว่า 30,000 บาท  
  • ดำเนินธุรกิจไม่ต่ำกว่า 6 เดือน  
  • มีรถยนต์ / รถกระบะ / รถตู้ เป็นชื่อของตนเอง อายุรถไม่เกิน 20 ปี 

เอกสารแสดงตัวตนและรายได้ 

  • บัตรประชาชนตัวจริง  
  • สำเนาทะเบียนบ้าน  
  • สเตทเม้นย้อนหลัง 6 เดือน  
  • เอกสารแสดงรายได้  
  • เอกสารแสดงการประกอบอาชีพ  
  • สำเนาหน้าแรกของสมุดบัญชีธนาคารกรุงไทย (กรณีโอนเงินผ่านพร้อมเพย์ ใช้หมายเลขบัตรประชาชนเท่านั้น) 

 


เมื่อรู้แล้วว่าการขอสินเชื่อจากรถที่ยังผ่อนอยู่ต้องดูทั้งมูลค่ารถ ยอดหนี้คงเหลือ และความสามารถในการชำระ การเริ่มต้นจากการประเมินรถและวงเงินที่มีโอกาสได้รับจึงช่วยให้วางแผนเรื่องเงินได้ง่ายขึ้น สำหรับใครที่มองหาสินเชื่อรถแลกเงิน KTC พี่เบิ้ม รถแลกเงินช่วยคุณได้ด้วยบริการสินเชื่อวงเงินก้อนใหญ่ สมัครง่าย ไม่ยุ่งยาก อีกทั้งยังมีบริการ พี่เบิ้ม Delivery ไปประเมินราคารถให้ถึงหน้าบ้าน อนุมัติไวใน 1 ชม. รับเงินก้อนได้ทันที โดยไม่ต้องมีคนค้ำประกัน และผ่อนได้นานสูงสุด 84 เดือน โดยสามารถเลือกรับบัตรกดเงินสด KTC พี่เบิ้ม ไว้ใช้จ่ายในกรณีฉุกเฉินได้อย่างอุ่นใจ หากไม่มีการกดใช้ก็ไม่เสียดอกเบี้ยแต่อย่างใด 

สินเชื่อ KTC พี่เบิ้ม รถแลกเงินได้ วงเงินสูง อนุมัติเร็ว