บัตรกดเงินสดกลายเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ได้รับความสนใจ สำหรับคนที่อยากมีเงินสำรองไว้ใช้ยามฉุกเฉิน ช่วยให้อุ่นใจมากกว่าเมื่อต้องเจอกับค่าใช้จ่ายที่ไม่คาดคิด เพราะสามารถใช้เป็นวงเงินสำรองยามจำเป็นได้โดยไม่ต้องกู้ใหม่ทุกครั้ง แต่ก็ยังมีหลายคนลังเลที่จะสมัคร เนื่องจากกังวลว่าเงินเดือนขั้นต่ำของตัวเองอาจไม่ผ่านเกณฑ์การพิจารณา บทความนี้จะพาไปดูว่าบัตรกดเงินสดอันไหนผ่านง่ายและทำความเข้าใจเกณฑ์ที่สถาบันการเงินใช้พิจารณา เพื่อให้เลือกใช้บัตรกดเงินสดได้อย่างเหมาะสมกับสถานะทางการเงินของตัวเอง
เงินเดือนหมื่นต้นๆ สมัครบัตรกดเงินสดผ่านง่ายไหม?
แต่ละธนาคาร/สถาบันการเงินจะกำหนดเกณฑ์สมัครบัตรกดเงินสดต่างกัน ซึ่งส่วนมากเงินเดือนขั้นต่ำที่ใช้ยื่นสมัครจะต่ำกว่าสมัครบัตรเครดิต อย่างบัตรกดเงินสด KTC PROUD จะกำหนดฐานรายได้ขั้นต่ำสำหรับผู้มีรายได้ประจำอยู่ที่ 12,000 บาทต่อเดือนเท่านั้นสำหรับผู้ที่สมัครด้วยตัวเองผ่านแอป KTC Mobile ทำให้คนที่มีเงินเดือนไม่สูงมาก เงินเดือนไม่ถึงเกณฑ์ที่บัตรเครดิตกำหนดก็สามารถสมัครได้เช่นกัน
ดังนั้น สำหรับผู้ที่มีเงินเดือนหมื่นต้น ๆ ยังสามารถสมัครบัตรกดเงินสดได้ หากมีคุณสมบัติตรงตามเกณฑ์ขั้นต่ำของผู้ให้บริการแต่ละแห่ง ซึ่งอาจกำหนดรายได้ขั้นต่ำแตกต่างกัน
นอกจากเงินเดือนแล้ว มีอะไรอีกบ้างที่เป็นเกณฑ์พิจารณาเมื่อยื่นสมัครบัตรกดเงินสด
นอกจากรายได้ประจำแล้ว สิ่งที่สถาบันการเงินมักนำมาพิจารณาประกอบด้วยมีดังนี้
- อายุงาน ผู้สมัครที่ทำงานประจำมาระยะหนึ่งแล้ว มักได้รับความน่าเชื่อถือมากกว่าคนที่เพิ่งเริ่มงานได้ไม่กี่เดือน เพราะสะท้อนความมั่นคงของรายได้ในระยะยาว
- ประวัติการชำระหนี้ ข้อมูลจากเครดิตบูโรที่แสดงว่าที่ผ่านมาจ่ายตรงเวลาหรือเคยผิดนัดชำระ มีผลโดยตรงต่อการอนุมัติ แม้เงินเดือนจะสูงแค่ไหนก็ตาม
- ภาระหนี้ที่มีอยู่ ยิ่งมีภาระผ่อนเดิมมาก โอกาสได้วงเงินก็ยิ่งลดลง เพราะกระทบต่อค่า DSR โดยตรง
- ความสม่ำเสมอของรายได้ เงินเข้าบัญชีตรงวันทุกเดือนโดยไม่มีรายการติดลบ ช่วยสร้างความน่าเชื่อถือให้ระบบประเมินได้ง่ายขึ้น
- ความถูกต้องของเอกสารที่ใช้ยื่นสมัคร เอกสารที่ครบถ้วน ตรงกับข้อมูลจริง และไม่มีรอยแก้ไข ช่วยลดโอกาสที่ใบสมัครจะถูกตีกลับหรือใช้เวลาตรวจสอบนานขึ้น
คำนวณ DSR (Debt Service Ratio) เพื่อประเมินโอกาสผ่านก่อนยื่นใบสมัครยังไง?
สูตรคำนวณ DSR = ภาระผ่อนชำระต่อเดือน ÷ รายได้ต่อเดือน × 100
เช่น รายได้ 12,000 บาทต่อเดือน และผ่อนสินค้าอยู่เดือนละ 2,000 บาท
DSR จะเท่ากับ (2,000 ÷ 12,000) x 100 เท่ากับประมาณ 16.7% ซึ่งถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ค่อนข้างปลอดภัย เพราะยิ่งตัวเลขนี้ต่ำเท่าไร โอกาสได้รับอนุมัติวงเงินเต็มจำนวนก็ยิ่งสูงขึ้นเท่านั้น
"เงินเดือนประจำ" กับ "รายได้แปรผัน" ส่งผลต่อวงเงินอย่างไร
ระบบพิจารณาสินเชื่อของสถาบันการเงินให้น้ำหนักกับรายได้ประจำมากกว่ารายได้แปรผันเสมอ เพราะเป็นตัวเลขที่คาดการณ์ได้แน่นอนทุกเดือน หากเป็นพนักงานประจำที่มีสลิปเงินเดือนชัดเจน ระบบจะคำนวณวงเงินอนุมัติจากฐานเงินเดือนโดยตรง ซึ่งส่วนใหญ่จะให้วงเงินสูงสุดไม่เกิน 5 เท่าของรายได้ต่อเดือน แต่ก็ไม่ใช่ว่ารายได้ อื่น ๆ จะถูกมองข้ามไป เพราะหลาย ๆ สถาบันการเงินสามารถนำรายได้ประเภทอื่นมาประกอบการพิจารณาได้ เช่น
- ค่าคอมมิชชั่น
- ค่าล่วงเวลา OT
- เงินโบนัส
- รายได้จากอาชีพเสริม
- รายได้จากธุรกิจส่วนตัว
แต่ต้องมีหลักฐานแสดงที่มาอย่างสม่ำเสมอย้อนหลังหลายเดือน เช่น Statement บัญชีธนาคารที่มีเงินเข้าเป็นประจำ หรือสัญญาว่าจ้างงาน หากมีรายได้เสริมและสามารถแสดงหลักฐานได้ครบถ้วน จะช่วยเพิ่มโอกาสได้วงเงินที่สูงขึ้นกว่าการยื่นแค่สลิปเงินเดือนอย่างเดียว
เทคนิคการจัดเตรียมเอกสารและ Statement เพื่อให้ระบบอัตโนมัติอนุมัติได้เร็วขึ้น
ระบบอนุมัติสินเชื่อยุคนี้ส่วนใหญ่ประมวลผลแบบกึ่งอัตโนมัติ ยิ่งเอกสารครบและอ่านง่าย ยิ่งลดเวลาในการตรวจสอบด้วยเจ้าหน้าที่ลง
ตัวอย่างเอกสารการสมัครบัตรกดเงินสด KTC PROUD สำหรับผู้มีรายได้ประจำ
- สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน
- หนังสือรับรองเงินเดือน หรือสลิปเงินเดือนล่าสุด
- สำเนาบัญชีธนาคารย้อนหลัง 6 เดือน พร้อมหน้าสมุดบัญชีที่ ระบุชื่อ-นามสกุล และเลขที่บัญชี
- สำเนาหน้าแรกของสมุดบัญชีธนาคารที่ต้องการรับเงินโอนก้อนแรก
ทำไมการใช้บัตรกดเงินสดระบบหมุนเวียน ถึงคุ้มค่ากว่าสินเชื่อหน้าร้านค้าทั่วไป?
จุดต่างสำคัญระหว่างบัตรกดเงินสดกับสินเชื่อส่วนบุคคลแบบทั่วไปคือรูปแบบวงเงิน สินเชื่อหน้าร้านค้ามักเป็นการกู้เป็นก้อน จ่ายครบแล้วต้องยื่นเรื่องขอใหม่ทุกครั้ง ในขณะที่บัตรกดเงินสดให้วงเงินหมุนเวียนที่ใช้ซ้ำได้ตลอดอายุบัตร วงเงินที่ได้จะกลับมาพร้อมใช้ใหม่ทุกครั้งที่ชำระคืน ไม่ต้องยื่นเอกสารสมัครใหม่ เหมาะกับคนที่ต้องการสำรองสภาพคล่องไว้ใช้ยามฉุกเฉินระยะยาวมากกว่า
การใช้ฟังก์ชันผ่อนชำระเพื่อสร้างคะแนนเครดิตเชิงบวกดีอย่างไร?
การมีบัตรกดเงินสดหรือบัตรเครดิตแล้วใช้อย่างมีวินัย จ่ายเต็มจำนวนหรือตรงตามกำหนดทุกงวด คือการค่อย ๆ สร้างประวัติทางการเงินที่ดี ซึ่งจะเป็นประโยชน์เมื่อวันหนึ่งต้องการขอสินเชื่อก้อนใหญ่ขึ้น เช่น สินเชื่อบ้านหรือสินเชื่อรถยนต์
ซึ่งอย่างบัตรกดเงินสด KTC PROUD ก็มีโปรโมชั่นผ่อน 0% นาน 24 เดือน ณ ร้านค้าที่รวมรายการ ทำให้นอกจากจะช่วยแบ่งเบาภาระการจ่ายเงินก้อนใหญ่แล้ว การผ่อนชำระตรงเวลาอย่างสม่ำเสมอยังถูกบันทึกเป็นประวัติการชำระหนี้ในเครดิตบูโร ซึ่งเป็นข้อมูลที่สถาบันการเงินอื่นใช้ประกอบการพิจารณาสินเชื่อในอนาคต
ดอกเบี้ยลดต้นลดดอกของบัตรกดเงินสดคิดอย่างไร? วิธีใช้ให้คุ้มค่าและปลอดภัยจากหนี้สะสม
กฎหมายไทยกำหนดเพดานดอกเบี้ยบัตรกดเงินสดไว้ไม่เกิน 25% ต่อปีโดยรวมค่าธรรมเนียมการใช้วงเงินแล้ว แต่ละสถาบันจะกำหนดอัตราจริงแตกต่างกันไปตามความเสี่ยงของลูกค้าและโปรโมชั่น อย่างบัตรกดเงินสด KTC PROUD เมื่อสมัครและได้รับอนุมัติเรียบร้อย หากใช้บริการเบิกถอนสินเชื่อก้อนแรก และเลือกประเภทการชำระคืนแบบผ่อนชำระรายงวด โดยจะได้รับอัตราดอกเบี้ยพิเศษคำนวณแบบลดต้นลดดอก (Effective Rate) 19.99% ต่อปี หรือเปรียบเทียบเป็นอัตราดอกเบี้ยคงที่ประมาณการต่ำสุด (Flat Rate) 0.92% ต่อเดือน (ขึ้นอยู่กับระยะเวลาการผ่อน) สำหรับเงินโอนก้อนเเรกแบบผ่อนรายงวดตั้งเเต่ 50,000 บาท ขึ้นไป เลือกผ่อนได้นานสูงสุด 60 งวด เฉพาะลูกค้าที่สมัคร และได้รับอนุมัติภายใน 1 ก.ค. 69 – 31 ธ.ค. 69 (ทั้งนี้ สำหรับยอดการเบิกถอนสินเชื่อฯ ผ่านช่องทางอื่น สมาชิกจะได้รับอัตราดอกเบี้ยปกติ 25% ต่อปี)
วิธีคิดดอกเบี้ยรายวัน (Daily Interest Rate) ยิ่งปิดยอดไว ยิ่งจ่ายน้อย
ตัวอย่างเช่น กดเงินสด 10,000 บาท ที่อัตราดอกเบี้ย 25% ต่อปี และค้างชำระ 10 วัน ดอกเบี้ยที่เกิดขึ้นจะอยู่ที่ประมาณ 68 บาท ดังนั้นยอดที่ต้องจ่ายคืนรวมแล้วจะอยู่ที่ราว 10,068 บาท จะเห็นว่ายิ่งรีบปิดยอดเร็วเท่าไร ดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายก็ยิ่งน้อยลงเท่านั้น หลักการง่ายๆ คือถ้ามีเงินก้อนเข้ามาควรรีบโปะคืนก่อนกำหนด แทนที่จะจ่ายแค่ขั้นต่ำไปเรื่อยๆ ซึ่งจะทำให้ดอกเบี้ยสะสมนานขึ้น
เช็กค่าธรรมเนียมแอบแฝง เลือกบัตรกดเงินสดอย่างไรให้ไม่มีต้นทุนเมื่อไม่ใช้งาน
นอกจากดอกเบี้ย ค่าธรรมเนียมที่ควรตรวจสอบก่อนสมัครมีหลายรายการ เช่น
- ค่าธรรมเนียมแรกเข้า
- ค่าธรรมเนียมรายปี
- ค่าธรรมเนียมเบิกถอนเงินสดล่วงหน้า
- ค่าติดตามทวงถามหนี้กรณีชำระล่าช้า
ซึ่งสำหรับบัตรกดเงินสด KTC PROUD จะไม่มีค่าธรรมเนียมแรกเข้าและรายปี และค่าธรรมเนียมการเบิกถอนเงินสด เพื่อให้ผู้ถือบัตรที่ไม่ได้ใช้งานบ่อยไม่ต้องแบกต้นทุนคงที่โดยไม่จำเป็น
การใช้ฟีเจอร์ "โอนเงินสดเข้าบัญชีผ่านแอป" เพื่อเลี่ยงค่าธรรมเนียมหน้าตู้ ATM
ปัจจุบันบัตรกดเงินสดหลายใบพัฒนาแอปพลิเคชันของตัวเอง ให้สามารถกดโอนเงินจากวงเงินที่ได้รับอนุมัติเข้าบัญชีธนาคารได้โดยตรงตลอด 24 ชั่วโมง โดยไม่ต้องเดินทางไปตู้ ATM อย่างบัตรกดเงินสด KTC PROUD เองก็รองรับการเบิกถอนผ่านแอป KTC Mobile ซึ่งทำรายการโอนเงินสดเข้าบัญชีี ได้ทันทีที่ต้องการ โดยไม่มีค่าธรรมเนียมเบิกถอนเงินสดไม่ว่าจะทำผ่านช่องทางใดก็ตาม
ฟีเจอร์นี้นอกจากจะสะดวกกว่าการเดินทางไปกดเงินที่ตู้แล้ว ยังช่วยให้ตรวจสอบยอดวงเงินคงเหลือและประวัติการเบิกถอนได้แบบเรียลไทม์ผ่านมือถือ ทำให้วางแผนการชำระคืนได้แม่นยำขึ้น และลดความเสี่ยงที่จะลืมยอดค้างจนเกิดดอกเบี้ยสะสมโดยไม่รู้ตัว
สำหรับผู้ที่กำลังมองหาบัตรกดเงินสดที่ใช้งานได้มากกว่าการกดเงินสด KTC PROUD รองรับทั้งการใช้จ่ายผ่านร้านค้าที่รับบัตรและการใช้เป็นวงเงินสำรองเมื่อจำเป็น โดยผู้สมัครมีรายได้เริ่มต้นแค่หมื่นต้น ๆ ก็สามารถสมัครได้ ที่สำคัญไม่มีค่าธรรมเนียมแรกเข้าและค่าธรรมเนียมรายปีตลอดชีพ อีกทั้งยังสามารถทำได้ทั้ง รูดช้อปสะดวกที่ร้านค้า และช้อปออนไลน์ ได้ทั่วโลก, โอนเงินผ่านแอป KTC Mobile ตลอด 24 ชั่วโมง, กดเงิน ที่ตู้ ATM ทั่วไทย ฟรีค่าธรรมเนียม หรือ เลือกผ่อนสินค้า 0% นาน 24 เดือน ณ ร้านค้าที่ร่วมรายการ ซึ่งช่วยให้บริหารค่าใช้จ่ายได้ยืดหยุ่นมากขึ้นโดยไม่ต้องขอสินเชื่อใหม่ทุกครั้ง ใครสนใจ สมัครบัตรกดเงินสด KTC PROUD ผ่านทางออนไลน์ด้วยตัวเองตลอดเวลา สะดวก ง่าย ไม่ต้องไปที่สาขา
บัตรกดเงินสด KTC PROUD ตัวช่วยทางการเงินให้กับคนรุ่นใหม่




