ในยุคที่การใช้จ่ายบนโลกดิจิทัลกลายเป็นเรื่องปกติในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นการสั่งอาหารผ่านแอปพลิเคชัน การช้อปปิ้งออนไลน์ การจองโรงแรมและการซื้อตั๋วเครื่องบินผ่านเว็บไซต์ หรือสมัครใช้บริการ Subscription ต่าง ๆ และเพราะเหตุนี้ผู้คนจำนวนมากจึงเริ่มมองหาวิธีบริหารการเงินที่สะดวกและยืดหยุ่นมากขึ้น โดยเฉพาะคนวัยทำงานที่ต้องการเครื่องมือทางการเงินสำหรับช่วยจัดการค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันให้มีความคล่องตัวมากขึ้น

หนึ่งในเครื่องมือทางการเงินที่ได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบันคือ “บัตรเครดิต” ซึ่งไม่ได้มีบทบาทหน้าที่เพียงการใช้จ่ายแทนเงินสดเท่านั้น แต่ยังสามารถช่วยสร้างประวัติทางการเงิน เพิ่มความสะดวกในการชำระค่าสินค้าและบริการ รวมถึงมอบสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ เช่น คะแนนสะสม เครดิตเงินคืน ส่วนลดร้านค้า และโปรโมชั่นผ่อนชำระ 0% ที่ช่วยให้ทุกการใช้จ่ายคุ้มค่ามากขึ้น

สำหรับหลาย ๆ คนที่กำลังมองหา “บัตรเครดิตใบแรก” เพื่อนำมาใช้จ่ายในยุคดิจิทัลเช่นนี้ ก็มักจะมีข้อสงสัยว่า ควรเลือกบัตรเครดิตแบบไหนให้เหมาะสมกับตัวเอง สมัครบัตรเครดิตยากหรือไม่ ต้องมีรายได้เริ่มต้นเป็นเท่าไหร่ จำเป็นต้องใช้เอกสารประกอบการสมัครอะไรบ้าง และจะต้องทำอย่างไรให้มีโอกาสผ่านอนุมัติมากขึ้น เพราะการเลือกบัตรเครดิตใบแรกที่เหมาะสมกับตนเองตั้งแต่ในช่วงเริ่มต้นใช้งาน ไม่เพียงช่วยให้ใช้งานได้อย่างคุ้มค่า แต่ยังเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของการสร้างวินัยทางการเงินและประวัติเครดิตที่ดีในอนาคตอีกด้วย

 

บัตรเครดิตใบแรกควรเลือกยังไงให้เหมาะกับตัวเอง?

การเลือกสมัครบัตรเครดิตใบแรกควรพิจารณาเลือกจากคุณสมบัติของตนเองเทียบกับเงื่อนไขของการสมัครบัตรเครดิต เช่น เกณฑ์อายุ รายได้ และอายุงาน จากนั้นก็พิจารณาถึงไลฟ์สไตล์การใช้จ่ายของตนเอง ค่าธรรมเนียมบัตรเครดิต สิทธิประโยชน์ที่จะได้รับ และความสามารถในการชำระคืน ไม่ควรเลือกเพียงเพราะมีโปรโมชั่น หรือการให้วงเงินสูงเท่านั้น

สำหรับมือใหม่ใช้บัตรเครดิตควรเริ่มต้นจากการสมัครบัตรเครดิตพื้นฐานที่ใช้งานง่าย เหมาะกับการใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน และสามารถทำธุรกรรมที่เกี่ยวข้องอื่น ๆ ได้ผ่านแอปพลิเคชัน เช่น การตรวจสอบยอดใช้จ่าย การสะสมคะแนน การชำระคืน และการจัดการบัตร เพื่อเป็นตัวช่วยในการควบคุมค่าใช้จ่ายโดยรวมในรอบบิล

1. เลือกบัตรเครดิตจากรายได้และคุณสมบัติ

สำหรับผู้ที่กำลังมองหาบัตรเครดิตใบแรก สิ่งแรกที่ควรพิจารณาไม่ใช่โปรโมชั่นหรือสิทธิประโยชน์ แต่คือการพิจารณาตนเองว่า มีคุณสมบัติตรงตามเงื่อนไขของบัตรเครดิตที่สนใจสมัครหรือไม่ ไม่ว่าจะเป็นอายุ รายได้ขั้นต่ำที่กำหนด อาชีพ อายุงาน หรือแม้แต่เอกสารส่วนตัวและเอกสารแสดงรายได้ที่มี เพราะแม้ว่าบัตรเครดิตใบนั้น ๆ จะมอบสิทธิประโยชน์ที่เหนือระดับกว่าบัตรเครดิตใบอื่น ๆ แค่ไหน แต่หากผู้สมัครมีคุณสมบัติไม่ตรงตามเงื่อนไขที่ธนาคาร/สถาบันการเงินกำหนด ก็มีโอกาสที่จะไม่ผ่านการอนุมัติบัตรเครดิต

โดยทั่วไป ผู้สมัครบัตรเครดิตครั้งแรกควรเลือกบัตรที่กำหนดรายได้ขั้นต่ำสอดคล้องกับรายได้จริงของตนเอง เช่น ผู้มีรายได้เริ่มต้น 15,000 บาท/เดือน ควรเลือกบัตรเครดิตที่ออกแบบมาสำหรับกลุ่มพนักงานประจำหรือผู้เริ่มต้นทำงานที่กำหนดรายได้ขั้นต่ำต่อเดือนที่ 15,000 บาท มากกว่าการจะยื่นสมัครบัตรเครดิตระดับสูงที่กำหนดรายได้ขั้นต่ำสูงกว่ามาก เพราะการเลือกสมัครบัตรเครดิตตามรายได้ที่ได้รับจริง นอกจากจะช่วยเพิ่มโอกาสในการได้รับการอนุมัติแล้ว ยังช่วยให้ได้รับวงเงินที่เหมาะสมกับความสามารถในการชำระหนี้ และลดความเสี่ยงในการใช้จ่ายเกินตัวอีกด้วย

บัตรเครดิต KTC ได้กำหนดเกณฑ์รายได้ผู้สมัครไว้ทั้งหมด 2 ระดับ ตามประเภทบัตรเครดิตระดับเริ่มต้น และบัตรเครดิตระดับที่สูงกว่า ดังนี้

  • บัตรเครดิตระดับเริ่มต้น หรือบัตรเครดิต KTC PLATINUM  กำหนดไว้ว่า ผู้มีรายได้ประจำจะต้องมีรายได้ขั้นต่ำ 15,000 บาท/เดือน ขณะที่เจ้าของกิจการ จะต้องมีรายได้ขั้นต่ำ 15,000 บาท/เดือน และผู้ประกอบอาชีพอิสระ จะต้องมีรายได้ขั้นต่ำ 20,000 บาท/เดือน
  • บัตรเครดิตระดับที่สูงกว่า KTC กำหนดไว้ว่า ผู้มีรายได้ประจำ จะต้องมีรายได้ขั้นต่ำที่ 50,000 บาท/เดือน ขณะที่เจ้าของกิจการ จะต้องมีรายได้ขั้นต่ำ 50,000 บาท/เดือน และผู้ประกอบอาชีพอิสระ จะต้องมีรายได้ขั้นต่ำ 50,000 บาท/เดือน

ทั้งนี้ เกณฑ์รายได้เป็นเพียงหนึ่งในปัจจัยที่ใช้ประกอบการพิจารณาอนุมัติบัตรเครดิต KTC ผู้สมัครควรตรวจสอบคุณสมบัติ เงื่อนไข และประเภทอาชีพของตนเองให้ตรงกับเงื่อนไขการสมัครของบัตรเครดิต KTC ที่สนใจ เพื่อเพิ่มโอกาสในการได้รับการอนุมัติและช่วยเลือกบัตรเครดิตที่เหมาะกับศักยภาพทางการเงินของตนเองมากที่สุด

2. เลือกบัตรเครดิตจากพฤติกรรมการใช้จ่ายประจำ

อีกหนึ่งหลักการสำคัญในการเลือกสมัครบัตรเครดิตใบแรกก็คือ การเลือกจากพฤติกรรมการใช้จ่ายจริงในชีวิตประจำวัน เช่น การใช้บัตรเครดิตเพื่อชำระค่าอาหาร ค่าเดินทาง หรือแม้แต่ค่าช้อปปิ้ง เพราะสิทธิประโยชน์ของบัตรเครดิตแต่ละใบจะมอบสิทธิประโยชน์ที่ตอบโจทย์ผู้ใช้งานที่แตกต่างกัน

ตัวอย่าง

  • สายช้อป ควรมองหาบัตรเครดิตที่ให้คะแนนสะสม หรือเครดิตเงินคืนจากการซื้อสินค้าทั้งหน้าร้านและออนไลน์
  • สายกินและสายคาเฟ่ ควรเลือกบัตรเครดิตที่มีโปรโมชั่นส่วนลดร้านอาหาร หรือสิทธิพิเศษด้านไลฟ์สไตล์
  • นักเดินทาง ควรมองหาบัตรเครดิตที่มอบสิทธิประโยชน์ด้านการท่องเที่ยว การใช้บริการห้องรับรองในสนามบิน หรือการใช้จ่ายที่ต่างประเทศ
  • สายขับขี่เดินทาง อาจเลือกบัตรเครดิตที่มีโปรโมชั่นเติมน้ำมัน หรือได้รับคะแนนสะสมจากการใช้จ่ายในหมวดเดินทาง
  • ผู้ที่มีค่าใช้จ่ายประกันเป็นประจำ ควรเลือกบัตรเครดิตที่มีสิทธิพิเศษสำหรับการชำระเบี้ยประกัน

ทั้งนี้ การเลือกบัตรเครดิตให้ตรงกับพฤติกรรมการใช้จ่ายจริง จะช่วยให้ได้รับความคุ้มค่ากลับคืนจากการใช้จ่ายทุกเดือนมากกว่าการเลือกบัตรเครดิตตามกระแส หรือตามคำแนะนำของผู้อื่น

3. ค่าธรรมเนียมแรกเข้าและค่าธรรมเนียมรายปี

ผู้สมัครบัตรเครดิตหลาย ๆ คนมักให้ความสำคัญกับเพียงสิทธิประโยชน์ของบัตรเครดิต แต่กลับมองข้ามรายละเอียดเรื่องค่าธรรมเนียมแรกเข้าและค่าธรรมเนียมรายปี ซึ่งเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ควรพิจารณาก่อนสมัครบัตรเครดิตเสมอ ไม่เพียงแค่การสมัครบัตรเครดิตใบแรกเท่านั้น

อย่างไรก็ดี แม้ว่าบัตรเครดิตใบนั้น ๆ จะฟรีค่าธรรมเนียมรายปี แต่ก็อาจกำหนดเงื่อนไขเพิ่มเติม เช่น ต้องมียอดใช้จ่ายขั้นต่ำต่อปี หรือมีรายการใช้จ่ายตามจำนวนครั้งที่กำหนด จึงจะได้รับการยกเว้นค่าธรรมเนียม ดังนั้น ก่อนตัดสินใจสมัครบัตรเครดิตจึงควรตรวจสอบรายละเอียดเงื่อนไขเกี่ยวกับค่าธรรมเนียมแรกเข้า ค่าธรรมเนียมรายปี ค่าธรรมเนียมกรณีผิดนัดชำระ อัตราดอกเบี้ย และเงื่อนไขการใช้สิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ให้ครบถ้วน เพื่อให้มั่นใจว่าบัตรเครดิตที่เลือกสามารถตอบโจทย์ทั้งการใช้งานและค่าใช้จ่ายในระยะยาวได้


บัตรเครดิตใบแรกเหมาะกับใคร และควรมีเมื่อไหร่?

บัตรเครดิตใบแรกเหมาะสำหรับคนที่มีรายได้สม่ำเสมอ มีวินัยทางการเงิน และต้องการตัวช่วยบริหารค่าใช้จ่าย เช่น ค่าช้อปปิ้ง ค่าเดินทาง ผ่อนสินค้า หรือสะสมคะแนนเพื่อแลกรับสิทธิประโยชน์ แต่ก็ควรยื่นสมัครเมื่อมั่นใจว่า จะสามารถชำระเต็มจำนวนและตรงเวลาตามวันครบกำหนดชำระได้อย่างสม่ำเสมอในทุกเดือน ไม่ควรตัดสินใจสมัครเพียงเพราะต้องการเงินทุนเพิ่ม หรือเพื่อนำมาใช้จ่ายกับสิ่งไม่จำเป็นที่เกินรายได้

ข้อดีของการสมัครบัตรเครดิตใบแรก

  • สร้างประวัติเครดิตทางการเงินที่ดี ตั้งแต่เริ่มเข้าทำงาน
  • มีตัวช่วยบริหารจัดการค่าใช้จ่ายและพร้อมรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉิน
  • ได้รับคะแนนสะสมจากค่าใช้จ่าย ซึ่งสามารถนำไปแลกรับสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ เพิ่มเติมได้ในอนาคต
  • ได้รับสิทธิประโยชน์ที่เหนือระดับกว่าการใช้จ่ายด้วยเงินสด

สิ่งที่ต้องระวังในการสมัครบัตรเครดิตใบแรก

  • หากรายได้เริ่มต้นไม่สูง จำเป็นต้องเลือกสมัครบัตรเครดิตที่เงื่อนไขเงินเดือนไม่เกินเงินเดือนที่ได้รับจริง เพื่อไม่ให้พลาดโอกาสในการได้รับอนุมัติ
  • เมื่อได้รับอนุมัติ ควรใช้จ่ายอย่างมีแบบแผน ไม่ใช้จ่ายเงินเกินตัว หรือสร้างภาระหนี้สูงเกินความสามารถในการชำระคืน

 

เพิ่งเริ่มทำงาน สมัครบัตรเครดิตใบแรกได้ไหม?

หลายคนอาจเคยเข้าใจผิดคิดว่า การที่จะสมัครใช้งานบัตรเครดิตใบแรกได้นั้นจำเป็นต้องทำงานมาหลายปี แต่ในความเป็นจริง ผู้ที่เพิ่งเริ่มทำงานหรือเป็น First Jobber ก็สามารถสมัครบัตรเครดิตได้เช่นกัน หากมีรายได้ขั้นต่ำและเอกสารประกอบการสมัครถูกต้องตามเกณฑ์ที่ธนาคาร/สถาบันการเงินกำหนด และสำหรับบัตรเครดิต KTC ผู้สนใจสามารถสมัครใช้งานบัตรเครดิตใบแรกได้ เพียงมีรายได้รวมขั้นต่ำ 15,000 บาท/เดือน และทำงานในสถานที่ทำงานปัจจุบันไม่น้อยกว่า 4 เดือน

อย่างไรก็ตาม ผู้ที่เพิ่งเริ่มทำงานควรเลือกประเภทบัตรเครดิตที่เหมาะกับระดับรายได้เริ่มต้นของตนเอง ไม่ควรเลือกบัตรเครดิตระดับสูง หรือบัตรเครดิตที่มีเงื่อนไขรายได้สูงเกินรายได้จริงของตนเอง เนื่องจากอาจทำให้เสียโอกาสในการได้รับอนุมัติจากธนาคาร/สถาบันการเงิน เพราะการได้รับอนุมัติและใช้งานบัตรเครดิตใบแรกสามารถช่วยสร้างประวัติทางการเงินที่ดี หากใช้งานอย่างมีวินัยและชำระตรงเวลา ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการขอสินเชื่อประเภทอื่นในอนาคต

 

ฟรีแลนซ์หรืออาชีพอิสระสมัครบัตรเครดิตใบแรกได้ไหม?

แม้จะไม่มีสลิปเงินเดือนเหมือนพนักงานประจำ หรือผู้มีรายได้ประจำ แต่ฟรีแลนซ์และผู้ประกอบอาชีพอิสระก็สามารถสมัครบัตรเครดิตใบแรกได้เช่นกัน เพียงแต่เงื่อนไขคุณสมบัติและเอกสารประกอบการสมัครจะแตกต่างจากเกณฑ์ที่กำหนดของผู้สมัครกลุ่มผู้มีรายได้ประจำ โดยคุณสมบัติและเอกสารสำหรับการยื่นสมัครบัตรเครดิตใบแรกของฟรีแลนซ์และอาชีพอิสระ เป็นดังนี้

คุณสมบัติผู้สมัคร

  • บุคคลธรรมดาสัญชาติไทย เท่านั้น
  • อายุ 20 – 80 ปี
  • รายได้รวมขั้นต่ำ 20,000 บาท/เดือน

เอกสารยืนยันตัวตน

  • สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน

เอกสารแสดงรายได้

  • สำเนาบัญชีธนาคารในนามส่วนตัวผู้สมัคร ย้อนหลัง 6 เดือน พร้อมหน้าสมุดบัญชีที่ระบุ ชื่อ-นามสกุล และเลขที่บัญชี​
  • หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย 50 ทวิ​​​

ยังไม่มีประวัติเครดิตบูโร สมัครบัตรเครดิตใบแรกยากไหม?

การไม่มีประวัติเครดิตบูโรไม่ได้หมายความว่าจะสมัครบัตรเครดิตใบแรกไม่ผ่านเสมอไป เพราะธนาคาร/สถาบันการเงินจะพิจารณาอนุมัติบัตรเครดิตจากปัจจัยอื่น ๆ ประกอบร่วมกันแทน เช่น รายได้ อาชีพ เอกสารทางการเงิน เอกสารประกอบการสมัครอื่น ๆ และความสามารถในการชำระหนี้

สำหรับผู้ที่สมัครบัตรเครดิตใบแรก ควรเริ่มต้นจากบัตรเครดิตที่ออกแบบมาเพื่อผู้เริ่มต้นหรือผู้มีรายได้เริ่มต้นทั่วไป และหลีกเลี่ยงการสมัครบัตรเครดิตหลายใบพร้อมกัน เพราะอาจจะส่งผลต่อการพิจารณาได้

 

บัตรเครดิตใบแรก เลือกแบบไหนดีตามไลฟ์สไตล์?

การเลือกบัตรเครดิตใบแรกตามไลฟ์สไตล์การใช้จ่ายของตนเอง เป็นอีกหนึ่งแนวทางที่จะช่วยให้ผู้สมัครบัตรเครดิตสามารถใช้สิทธิประโยชน์ได้คุ้มกว่าการเลือกบัตรเครดิตตามกระแส เพราะแต่ละคนต่างก็มีพฤติกรรมใช้จ่ายที่แตกต่างกัน สำหรับผู้ที่ชื่นชอบการช้อปก็ควรเลือกบัตรเครดิตที่มีโปรโมชั่นในหมวดหมู่ช้อปปิ้ง สายกินอาหารนอกบ้านก็ควรเลือกบัตรเครดิตที่มอบส่วนลดร้านอาหาร นักเดินทางก็ควรเลือกบัตรเครดิตที่มีสิทธิพิเศษด้านการท่องเที่ยวอย่างหลากหลาย และผู้เริ่มต้นที่ต้องการบัตรเครดิตไว้ใช้จ่ายทั่วไปในชีวิตประจำวันก็ควรเลือกบัตรเครดิตที่ใช้งานง่ายและสามารถบริหารจัดการได้สะดวกผ่านแอปพลิเคชัน

ไลฟ์สไตล์

ควรเลือกบัตรเครดิตแบบไหน

ช้อปหน้าร้านและออนไลน์

ได้รับคะแนนสะสม ที่สามารถนำไปใช้แลกรับส่วนลดหรือเครดิตเงินคืน เพื่อรับความคุ้มค่ากลับคืนในการใช้จ่ายครั้งถัดไป

สายกิน

มีส่วนลดร้านอาหาร หรือสิทธิพิเศษด้านไลฟ์สไตล์

เดินทางบ่อย

มอบสิทธิประโยชน์ด้านการเดินทาง ท่องเที่ยว และการใช้จ่ายที่ต่างประเทศ

ใช้รถยนต์เป็นประจำ

มีโปรโมชั่นเติมน้ำมัน หรือได้รับคะแนนสะสมพิเศษเมื่อมีการใช้จ่ายในหมวดหมู่การเดินทาง

มือใหม่

บัตรเครดิตที่เงื่อนไขการสมัครไม่ซับซ้อน ใช้งานง่าย รูดจ่ายหรือแตะจ่ายได้สะดวก และสามารถบริหารจัดการค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ได้ผ่านแอปพลิเคชัน

 

 


บัตรเครดิต KTC DIGITAL PLATINUM VISA

บัตรเครดิต KTC DIGITAL PLATINUM VISA บัตรเครดิตสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการใช้จ่ายผ่านช่องทางดิจิทัล โดยผสานทั้งความสะดวกและความปลอดภัยไว้ในบัตรใบเดียว ด้วยระบบ Dynamic CVV รหัสหลังบัตร ที่เปลี่ยนทุกครั้งที่ขอ และใช้ได้ภายใน 24 ชั่วโมง ซึ่งสามารถขอได้ด้วยตนเองผ่านแอป KTC Mobile พร้อมบัตรแบบไร้หมายเลขและไร้แถบแม่เหล็ก ช่วยลดความเสี่ยงจากการถูกโจรกรรมข้อมูลทางการเงิน ทั้งยังสามารถเริ่มใช้งานบัตรดิจิทัลได้ทันทีหลังได้รับอนุมัติ โดยไม่ต้องรอรับบัตรพลาสติก

บัตรเครดิตใบนี้ยังมาพร้อมสิทธิประโยชน์ที่ครอบคลุมการใช้ชีวิตประจำวัน ทั้งโปรโมชั่นช้อปออนไลน์และบริการเดลิเวอรี่ตลอดปี การผ่อนสินค้า 0% กับร้านค้าที่ร่วมรายการ การได้รับคะแนน KTC FOREVER จากทุกการใช้จ่ายครบ 25 บาท ตามเงื่อนไขที่กำหนด การเปลี่ยนยอดใช้จ่ายเป็นผ่อนชำระผ่านแอป KTC Mobile ก่อนวันสรุปรอบบัญชี รวมถึงประกันอุบัติเหตุ ประกันการเดินทาง และคะแนน KTC FOREVER ที่สามารถนำไปแลกรับสินค้าและบริการจากร้านค้าที่ร่วมรายการโปรโมชั่นได้อย่างคุ้มค่า


บัตรเครดิต KTC DIGITAL PLATINUM MASTERCARD

บัตรเครดิต KTC DIGITAL PLATINUM MASTERCARD บัตรเครดิตสำหรับคนยุคดิจิทัลที่ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยในการใช้จ่ายออนไลน์ โดยมาพร้อมเทคโนโลยี Dynamic CVC2 รหัสความปลอดภัยที่เปลี่ยนใหม่ทุกครั้งที่ขอ และใช้ได้ภายใน 24 ชั่วโมง ซึ่งสามารถขอได้ผ่านแอป KTC Mobile และบัตรแบบไร้หมายเลขและไร้แถบแม่เหล็ก ช่วยลดความเสี่ยงจากการถูกโจรกรรมข้อมูลทางการเงิน ทั้งยังสามารถเริ่มใช้งานบัตรดิจิทัลได้ทันทีหลังได้รับอนุมัติ โดยไม่ต้องรอรับบัตรพลาสติก

นอกจากความปลอดภัยที่โดดเด่นแล้ว ผู้ถือบัตรเครดิตยังได้รับสิทธิประโยชน์อีกมากมายที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นการผ่อนชำระสินค้า 0% กับร้านค้าที่ร่วมรายการ ตามเงื่อนไขโปรโมชั่น การได้รับคะแนน KTC FOREVER จากทุกการใช้จ่ายครบ 25 บาท ตามเงื่อนไขที่กำหนด รวมถึงประกันคุ้มครองการซื้อสินค้าออนไลน์จาก Mastercard ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 69 – 31 ธ.ค. 69 และการได้รับคะแนน KTC FOREVER ที่สะสมได้ไม่จำกัดและคะแนนไม่มีวันหมดอายุ


บัตรเครดิต KTC JCB PLATINUM

บัตรเครดิต KTC JCB PLATINUM บัตรเครดิตเหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการท่องเที่ยวและใช้จ่ายในประเทศญี่ปุ่น เพราะมาพร้อมสิทธิประโยชน์ที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์สายกิน ช้อป และเที่ยว ไม่ว่าจะเป็นการรับคะแนน KTC FOREVER เพิ่มเป็น 2 เท่า เมื่อมีการใช้จ่ายที่ประเทศญี่ปุ่น (ยกเว้นยอดการใช้จ่ายที่เป็นสกุลเงินไทย) ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 69 – 31 ธ.ค. 69 รวมถึงสิทธิ์เข้าใช้บริการห้องรับรอง JCB Plaza Lounge และ Airport Lounge ในประเทศที่กำหนด

นอกจากสิทธิประโยชน์ด้านการเดินทางแล้ว บัตรเครดิต KTC ยังไม่มีค่าธรรมเนียมแรกเข้าและรายปี ทั้งยังได้รับคะแนน KTC FOREVER จากทุกการใช้จ่ายครบ 25 บาท ตามเงื่อนไขที่กำหนด พร้อมบริการผ่อนชำระสินค้า 0% และการเปลี่ยนยอดใช้จ่ายเป็นผ่อนชำระผ่าน KTC Mobile ก่อนวันสรุปรอบบัญชี ด้วยอัตราดอกเบี้ยพิเศษ อีกทั้งยังได้รับความคุ้มครองประกันอุบัติเหตุการเดินทางและประกันกระเป๋าเดินทาง ทำให้เป็นบัตรเครดิตที่เหมาะสำหรับผู้ที่เดินทางต่างประเทศเป็นประจำ โดยเฉพาะประเทศญี่ปุ่น

 


บัตรเครดิต KTC UNIONPAY PLATINUM

บัตรเครดิต KTC UNIONPAY PLATINUM บัตรเครดิตที่เหมาะสำหรับผู้ที่เดินทางหรือมีการใช้จ่ายในฮ่องกง มาเก๊า และไต้หวันเป็นประจำ โดดเด่นด้วยการรับคะแนน KTC FOREVER เพิ่มเป็น 2 เท่า เมื่อใช้จ่ายที่ฮ่องกง มาเก๊า และไต้หวัน เป็นสกุลเงินท้องถิ่น HKD/MOP/TWD ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 69 – 31 ธ.ค. 69 พร้อมสิทธิประโยชน์จากเครือข่าย UnionPay ทั้งส่วนลดร้านค้า ร้านอาหาร โรงแรม และบริการท่องเที่ยวระดับพรีเมี่ยมผ่านโปรแกรม U Collection และ U Plan

นอกจากนี้ยังสามารถผ่อนสินค้า 0% กับร้านค้าที่ร่วมรายการโปรโมชั่นได้ และได้รับคะแนน KTC FOREVER จากทุกการใช้จ่ายครบ 25 บาท ตามเงื่อนไขที่กำหนด นับเป็นอีกหนึ่งบัตรเครดิตที่ตอบโจทย์ทั้งการเดินทางและการใช้จ่ายในชีวิตประจำวันได้อย่างครบครัน

 

เทคนิคเพิ่มโอกาสอนุมัติ สมัครบัตรเครดิตใบแรก

เทคนิคสมัครบัตรเครดิตใบแรกให้มีโอกาสผ่านมากขึ้น มีดังนี้

  • เลือกบัตรเครดิตที่มีเงื่อนไขรายได้ตรงกับรายได้ที่ได้รับจริง และตรวจสอบว่ารายได้ถึงเกณฑ์ที่กำหนดของธนาคาร/สถาบันการเงิน
  • เลือกบัตรเครดิตที่ตรงกับไลฟ์สไตล์การใช้จ่ายของตนเอง
  • เตรียมเอกสารยืนยันตัวตน และเอกสารทางการเงินตามที่ธนาคาร/สถาบันการเงินกำหนดให้ถูกต้องครบถ้วน
  • ตรวจสอบรายการเดินบัญชีย้อนหลังที่แสดงให้เห็นรายรับอย่างสม่ำเสมอ แนบสำเนาบัญชีธนาคารย้อนหลัง 6 เดือน
  • กรอกข้อมูลการสมัครให้ตรงกับที่ปรากฏในเอกสาร
  • บริหารจัดการภาระหนี้ที่มีอยู่ให้เรียบร้อยก่อนยื่นสมัคร หรือลดยอดค้างที่ไม่จำเป็น
  • เลือกสมัครบัตรเครดิตที่สนใจมากที่สุดเท่านั้น ไม่ควรยื่นสมัครบัตรเครดิตหลายใบพร้อมกัน

 


ทำไมสมัครบัตรเครดิตใบแรกไม่ผ่าน? เช็กสาเหตุที่พบบ่อย

การสมัครบัตรเครดิตใบแรกไม่ผ่านอาจเกิดจากหลายสาเหตุ เช่น รายได้ไม่ถึงเกณฑ์ เอกสารไม่ครบ ข้อมูลในใบสมัครไม่ตรงกับเอกสาร รายรับไม่สม่ำเสมอ ภาระหนี้สูง ประวัติชำระเงินไม่ดี หรือสมัครบัตรที่มีเงื่อนไขสูงเกินคุณสมบัติ ซึ่งการรู้เท่าทันสาเหตุที่ส่งผลให้สมัครบัตรเครดิตไม่ผ่าน จะช่วยเพิ่มความพร้อมในการเตรียมตัวและเพิ่มโอกาสในการได้รับอนุมัติ

 

1. รายได้ไม่ถึงเกณฑ์หรือเลือกบัตรเครดิตไม่ตรงกับคุณสมบัติของตนเอง

รายได้ไม่ถึงเกณฑ์ หรือเลือกบัตรเครดิตไม่ตรงกับคุณสมบัติของตนเอง เป็นหนึ่งในสาเหตุที่พบได้บ่อยในผู้สมัครบัตรเครดิตครั้งแรกที่อาจจะเลือกบัตรเครดิตจากโปรโมชั่น ชื่อเสียงของธนาคาร/สถาบันการเงิน ความเป็นเทรนด์นิยมมากกว่าการพิจารณาจากคุณสมบัติของตนเอง ซึ่งแนวทางก็คือ ควรเลือกบัตรเครดิตที่มีเงื่อนไขรายได้ผู้สมัครและอาชีพสอดคล้องกับตนเองมากที่สุด เพื่อเพิ่มโอกาสการได้รับอนุมัติ

2. เอกสารไม่ครบหรือข้อมูลไม่ตรงกัน

สาเหตุที่พบได้บ่อยไม่ต่างกันก็คือ การเตรียมเอกสารไม่ถูกต้อง ไม่ครบถ้วน หรือข้อมูลที่ระบุไว้ในใบสมัครไม่ตรงกับที่ปรากฏในเอกสารประกอบการสมัคร โดยตัวอย่างข้อมูลที่มักผิด มีดังนี้

  • ชื่อ-นามสกุลไม่ตรงกัน
  • ที่อยู่ไม่ตรงกับเอกสาร
  • เบอร์โทรติดต่อไม่ได้
  • ระบุรายได้ไม่ตรงกับเอกสาร
  • อัพโหลดเอกสารไม่ชัด

3. ภาระหนี้สูงหรือมีประวัติชำระล่าช้า

หากมีภาระหนี้เดิมสูง หรือเคยมีประวัติชำระหนี้ล่าช้า ธนาคาร/สถาบันการเงินจำเป็นต้องพิจารณาการอนุมัติอย่างถี่ถ้วนรอบคอบมากขึ้น เนื่องจากจำเป็นต้องประเมินความสามารถในการชำระหนี้ของผู้สมัคร ดังนั้น ก่อนสมัครบัตรเครดิต ควรจัดการภาระหนี้เดิมให้เหมาะสมและรักษาวินัยทางการเงินอย่างต่อเนื่อง

 

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการสมัครบัตรเครดิตใบแรก (FAQ)

Q : อายุเท่าไหร่ถึงจะสมัครบัตรเครดิตใบแรกได้?

A : สำหรับบัตรเครดิต KTC ได้กำหนดไว้ว่า ผู้สมัครจะต้องมีอายุ 20 - 80 ปี

 

Q : สมัครบัตรเครดิตใบแรกแล้วรออนุมัติกี่วัน?

A : สำหรับบัตรเครดิต KTC จะใช้เวลาอนุมัติไม่เกิน 7 วันทำการ ในกรณีสมัครบัตรเครดิตผ่านสาขาธนาคาร แต่ในกรณีสมัครออนไลน์ด้วยตนเอง ผู้สมัครจะทราบผลภายใน 3 – 5 วันทำการ

 

Q : ควรพิจารณาเลือกบัตรเครดิตใบแรกจากอะไร?

A : การเลือกสมัครบัตรเครดิตใบแรก ควรพิจารณาจากเงื่อนไขของการสมัครบัตรเครดิต เช่น เกณฑ์อายุ รายได้ และอายุงาน และพิจารณาไลฟ์สไตล์การใช้จ่าย รวมถึงสิทธิประโยชน์ที่จะได้รับว่าตอบโจทย์พฤติกรรมการใช้จ่ายของตนเองหรือไม่ และไม่ควรลืมพิจารณาถึงอัตราดอกเบี้ย และค่าธรรมเนียมรายปีที่จะเกิดขึ้นด้วย

 

Q : สมัครบัตรเครดิตใบแรกได้วงเงินเท่าไหร่?

A : โดยปกติแล้ว วงเงินบัตรเครดิตจะไม่เกิน 5 เท่าของรายได้ ซึ่งก็จะสามารถแบ่งแยกย่อยไปตามฐานรายได้ ดังนี้

  • ฐานรายได้ 15,000 - 29,999 บาท วงเงินในบัตรเครดิตจะไม่เกิน 1.5 เท่าของรายได้
  • ฐานรายได้ 30,000 - 49,999 บาท วงเงินในบัตรเครดิตจะไม่เกิน 3 เท่าของรายได้
  • ฐานรายได้ ตั้งแต่ 50,000 บาทขึ้นไป วงเงินในบัตรเครดิตจะไม่เกิน 5 เท่าของรายได้

 

การเลือกสมัครบัตรเครดิตใบแรก ไม่ใช่เพียงการเลือกบัตรเครดิตที่มอบโปรโมชั่นดีที่สุด แต่ควรเลือกบัตรเครดิตที่เหมาะสมกับรายได้ ไลฟ์สไตล์ พฤติกรรมการใช้จ่าย และความสามารถในการชำระหนี้ของตนเอง เพราะจะช่วยให้ได้รับความคุ้มค่าจากการใช้งานจริง พร้อมเพิ่มโอกาสในการได้รับการอนุมัติตั้งแต่ครั้งแรกที่ยื่นสมัคร

ไม่ว่าคุณจะเป็น First Jobber ผู้มีรายได้ประจำ ฟรีแลนซ์ เจ้าของกิจการ หรือผู้ที่กำลังมองหาบัตรเครดิตใบแรกเพื่อเป็นเครื่องมือใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน สิ่งสำคัญคือการเตรียมเอกสารให้ครบถ้วน เลือกสมัครบัตรเครดิตที่ตรงกับคุณสมบัติของตนเอง และใช้งานอย่างมีวินัยทางการเงิน ชำระคืนเต็มจำนวนและตรงเวลาเสมอ เพราะนอกจากจะช่วยให้การใช้จ่ายสะดวกและคุ้มค่ามากขึ้นแล้ว การมีวินัยในการใช้จ่ายยังเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างประวัติเครดิตที่ดี ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการขอสินเชื่อและผลิตภัณฑ์ทางการเงินอื่น ๆ ในอนาคต

สนใจ สมัครบัตรเครดิต KTC ออนไลน์ได้ทุกที่ทุกเวลา ไม่มีค่าธรรมเนียมแรกเข้า ทั้งยังได้รับความคุ้มค่าจากทุกการใช้จ่ายกับคะแนน KTC FOREVER ที่สะสมได้ไม่จำกัดและคะแนนไม่มีวันหมดอายุ

 

ใช้จ่าย คุ้มค่า นึกถึงบัตรเครดิต KTC