ธนาคารกรุงไทยมีบัตรเครดิตอะไรบ้าง แต่ละใบเหมาะกับการใช้งานแบบไหน และใบไหนมีโอกาสอนุมัติง่ายหรือได้วงเงินสูง บทความนี้รวบรวมข้อมูลบัตรเครดิตของธนาคารกรุงไทย พร้อมเปรียบเทียบจุดเด่น เงื่อนไขสมัคร และปัจจัยที่มีผลต่อการอนุมัติ เพื่อช่วยให้เลือกบัตรที่เหมาะกับรายได้และรูปแบบการใช้จ่ายของตัวเองได้ง่ายขึ้น

บัตรเครดิตกรุงไทยกับ KTC เหมือนกันไหม?

บัตรเครดิตกรุงไทยและบัตรเครดิต KTC คือสิ่งเดียวกัน โดย KTC (บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน)) เป็นบริษัทในเครือของธนาคารกรุงไทยที่แยกออกมาดูแลบริการด้านบัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคลโดยเฉพาะ ดังนั้น ผู้ใช้บริการจึงใช้สิทธิ์และชำระค่าบริการผ่านช่องทางของธนาคารกรุงไทยได้ตามปกติ

บัตรเครดิต KTC มีกี่ประเภท เลือกใบไหนให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์

บัตรเครดิต KTC แบ่งตามเครือข่ายชำระเงิน (Visa, Mastercard, JCB, UnionPay) และตามไลฟ์สไตล์การใช้จ่าย การเลือกบัตรที่คุ้มค่าที่สุดควรพิจารณาจากฐานรายได้ขั้นต่ำ และสิทธิประโยชน์ที่ใช้จริง

1. กลุ่มบัตร KTC รายได้เริ่มต้น 15,000 บาท/เดือน

กลุ่มนี้เหมาะเป็นบัตรใบแรกของคนที่เพิ่งเริ่มต้นทำงาน (First Jobber) หรือผู้มีอาชีพอิสระ ฟรีแลนซ์ (Freelance)  ที่มีรายได้สม่ำเสมอ จุดเด่น คือไม่มีค่าธรรมเนียมแรกเข้าและรายปีตลอดชีพ พร้อมผ่อนชำระสินค้าและบริการด้วยอัตราดอกเบี้ยพิเศษ 0% ตามโปรโมชั่น เฉพาะร้านค้าที่ร่วมรายการ

  • บัตรเครดิต KTC VISA PLATINUM บัตรพื้นฐานตอบโจทย์การใช้จ่ายทั่วไป เบิกถอนเงินสดได้ผ่าน ATM และแอป KTC Mobile
  • บัตรเครดิต KTC PLATINUM MASTERCARD เน้นสายช้อปปิ้งออนไลน์ มีประกันการซื้อสินค้าคุ้มครองกรณีของไม่ถึงมือหรือส่งผิด
  • บัตรเครดิต KTC DIGITAL PLATINUM MASTERCARD / VISA บัตรไร้หมายเลขไร้แถบแม่เหล็ก สมัครออนไลน์แล้วใช้ได้ทันที ลดความเสี่ยงข้อมูลรั่วไหล
  • บัตรเครดิต KTC JCB PLATINUM ตอบโจทย์สายญี่ปุ่น ได้คะแนน KTC FOREVER x2เมื่อใช้จ่ายที่ญี่ปุ่น พร้อมสิทธิ์ห้องรับรองสนามบินบางประเทศ
  • บัตรเครดิต KTC UNIONPAY PLATINUM เหมาะกับผู้ที่ที่เดินทางเอเชีย ใช้จ่ายง่ายในฮ่องกง มาเก๊า ไต้หวัน

2. กลุ่มบัตร KTC รายได้ 50,000 บาทขึ้นไป

บัตรกลุ่มนี้จะเหมาะกับคนทำงาน หรือเจ้าของธุรกิจที่ต้องการสิทธิประโยชน์ที่เหนือกว่าบัตรทั่วไป  เพราะสิทธิประโยชน์เด่น ๆ คือห้องรับรองสนามบิน MIRACLE LOUNGE ที่สุวรรณภูมิ และรับคะแนน KTC FOREVER x2 เมื่อใช้จ่ายเป็นสกุลเงินต่างประเทศตามเงื่อนไขที่กำหนด นอกจากนี้ยังมีส่วนลดโรงแรมหรือร้านอาหารพิเศษอีกมากมาย

  • บัตรเครดิต KTC VISA SIGNATURE ประกันอุบัติเหตุการเดินทางวงเงินคุ้มครองสูง สิทธิ์เข้าใช้ห้องรับรองพิเศษ MIRACLE LOUNGE 2 ครั้ง/ปี  เหมาะกับคนทำงานรายได้สูงที่เดินทางบ่อย
  • บัตรเครดิต KTC DIGITAL VISA SIGNATURE บัตรไร้หมายเลขไร้แถบแม่เหล็ก สมัครออนไลน์แล้วใช้จ่ายได้ทันที ผูก Device Pay ได้สะดวก
  • บัตรเครดิต KTC DIGITAL WORLD REWARDS MASTERCARD บัตรไร้หมายเลขไร้แถบแม่เหล็ก  เน้นสะสมคะแนนจากการใช้จ่ายต่างประเทศ พร้อมสิทธิ์ห้องรับรอง MIRACLE LOUNGE ปีละ 2 ครั้ง
  • บัตรเครดิต KTC WORLD REWARDS MASTERCARD สะสมคะแนนไม่จำกัดยอดสูงสุดเมื่อใช้จ่ายต่างประเทศ คะแนนไม่มีวันหมดอายุ
  • บัตรเครดิต KTC JCB ULTIMATE เจาะสายเที่ยวญี่ปุ่นและเอเชีย มีห้องรับรองสนามบินและบริการ JCB Plaza Lounge ทั่วโลก
  • บัตรเครดิต KTC UNIONPAY DIAMOND ไม่มีค่าธรรมเนียมรายปี รับคะแนนคูณสองเมื่อใช้จ่ายต่างประเทศ พร้อมสิทธิ์ห้องรับรอง MIRACLE LOUNGE ภายในสนามบินสุวรรณภูมิ

3. กลุ่มบัตรเครดิต Co-Branded

บัตรกลุ่มนี้เป็นบัตรที่สถาบันการเงิน/ธนาคาร ร่วมกับองค์กรหรือแบรนด์ธุรกิจชั้นนำต่าง ๆ เพื่อออกบัตรเครดิต โดยมุ่งเน้นให้สิทธิประโยชน์กับผู้ถือบัตรเมื่อนำบัตรไปใช้จ่ายกับแบรนด์นั้น ๆ

  • บัตรเครดิต KTC - BANGCHAK VISA PLATINUM  รับเครดิตเงินคืนเมื่อเติมน้ำมันที่บางจาก เหมาะกับคนที่มีรถส่วนตัวและใช้รถเป็นประจำ
  • บัตรเครดิต KTC - AGODA PLATINUM MASTERCARD  รับสิทธิ์อัพเกรดสถานะสมาชิกเป็น AgodaVIP พร้อมส่วนลดจองที่พัก เหมาะกับสายเที่ยวที่จองผ่าน Agoda บ่อย
  • บัตรเครดิต KTC X - BANGKOK AIRWAYS VISA SIGNATURE สิทธิ์เข้าห้องรับรอง Blue Ribbon Club Lounge และส่วนลดตั๋วเครื่องบิน เหมาะกับผู้โดยสารประจำสายการบินบางกอกแอร์เวยส์

ตารางเปรียบเทียบบัตรเครดิต KTC แต่ละประเภท

คุณสมบัติ / บัตรเครดิต

บัตรเครดิต KTC VISA PLATINUM

บัตรเครดิต KTC PLATINUM MASTERCARD

บัตรเครดิต KTC JCB PLATINUM

บัตรเครดิต KTC UNIONPAY PLATINUM

บัตรเครดิต KTC DIGITAL PLATINUM VISA / บัตรเครดิต KTC DIGITAL PLATINUM MASTERCARD

รายได้ขั้นต่ำ/เดือน 

15,000 บาท

15,000 บาท

 15,000 บาท

 15,000 บาท

15,000 บาท

ค่าธรรมเนียมรายปี

ไม่มีค่าธรรมเนียมรายปี

ไม่มีค่าธรรมเนียมรายปี

ไม่มีค่าธรรมเนียมรายปี

ไม่มีค่าธรรมเนียมรายปี

ไม่มีค่าธรรมเนียมรายปี

จุดเด่น

  • รับส่วนลดที่ห้องอาหารโรงแรมชั้นนำทั่วไทย
  • ประกันอุบัติเหตุการเดินทางทั้งในและต่างประเทศ และประกันกระเป๋าเดินทางสูญเสีย หรือเสียหายจากการเดินทาง
  • พิเศษ ผ่อนชำระด้วยอัตราดอกเบี้ยพิเศษ 0.69% เมื่อทำรายการผ่าน KTC PHONE สำหรับรายการใช้จ่ายที่ฮ่องกง สิงคโปร์ มาเลเซีย และอินโดนีเซีย
  • รับสิทธิพิเศษที่ร้านอาหารหรูทั่วไทยตลอดปี พร้อมข้อเสนอสุดพิเศษทั่วโลกกับ Mastercard Priceless Special
  • รับคะแนน KTC FOREVER x2 เมื่อใช้จ่ายที่ญี่ปุ่นตามกำหนด ตั้งแต่ 1 ม.ค. 69 - 31 ธ.ค. 69
  • สิทธิ์การใช้บริการห้องรับรองสนามบินประเทศที่กำหนด
  • รับส่วนลดสุดคุ้มที่ญี่ปุ่น พร้อมเพลิดเพลินกิน ช้อป เที่ยวในไทย
  • รับคะแนน KTC FOREVER x2 เมื่อใช้จ่ายที่ฮ่องกง มาเก๊า และไต้หวันตามกำหนด ตั้งแต่ 1 ม.ค. 69 - 31 ธ.ค. 69
  • U Collection รับส่วนลด และสิทธิพิเศษหลากหลาย
  • รับส่วนลดที่จีน ฮ่องกง มาเก๊า และไต้หวัน
  • ปลอดภัยกว่า ช้อปออนไลน์มั่นใจขั้นสุดด้วย Dynamic CVV (บัตรเครดิต KTC DIGITAL PLATINUM VISA) และ Dynamic CVC2 (บัตรเครดิต KTC DIGITAL PLATINUM MASTERCARD) รหัสหลังบัตรที่เปลี่ยนทุกครั้งที่ขอ
  • สบายใจกว่า เมื่อใช้จ่ายที่ร้านค้าทั่วไป ด้วย Numberless Physical Credit Card บัตรพลาสติกไร้หมายเลขที่สามารถขอได้ผ่านแอป KTC Mobile
  • รับส่วนลดที่ห้องอาหารโรงแรมชั้นนำทั่วไทย พร้อมสิทธิพิเศษช้อปออนไลน์ และสั่งอาหารเดลิเวอรี่ตลอดปี เฉพาะบัตรเครดิต KTC DIGITAL PLATINUM VISA
  • รับสิทธิพิเศษที่ร้านอาหารหรูทั่วไทยตลอดปี พร้อมข้อเสนอสุดพิเศษทั่วโลกกับ Mastercard Priceless Special เฉพาะบัตรเครดิต KTC DIGITAL PLATINUM MASTERCARD

เหมาะกับใคร

ผู้ที่ต้องการความคุ้มค่าจากการใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นช้อปปิ้ง หรือสั่งอาหารเดลิเวอรี่ ทานอาหารโรงแรม และต้องการผ่อนชำระด้วยอัตราดอกเบี้ยพิเศษ

ผู้ที่ชื่นชอบการช้อปออนไลน์   หรือ ชอบรับประทานอาหารร้านหรู มีการใช้จ่ายต่างประเทศแถบเอเชียเป็นประจำ และต้องการผ่อนชำระด้วยอัตราดอกเบี้ยพิเศษ

ผู้ที่ชื่นชอบไลฟ์สไตล์แบบญี่ปุ่น ทั้งผู้ที่ชอบไปเที่ยวพักผ่อน ช้อปปิ้ง ทานอาหารญี่ปุ่นทั้งในไทยและประเทศญี่ปุ่นเป็นประจำ รวมถึงผู้ที่เดินทางต่างประเทศบ่อยและต้องการใช้บริการห้องรับรองสนามบินเพื่อความสะดวกสบาย

ผู้ที่เดินทางหรือใช้จ่ายในจีน ฮ่องกง มาเก๊า และไต้หวัน พร้อมรับส่วนลดช้อปปิ้งหลากหลาย

ผู้ที่ต้องการความปลอดภัยในการช้อปออนไลน์ ด้วย Dynamic CVV/CVC2 รหัสหลังบัตรที่เปลี่ยนทุกครั้งที่ขอผ่านแอป KTC Mobile และใช้ได้ภายใน 24 ชั่วโมง และต้องการใช้บัตรพลาสติกไร้หมายเลข เพื่อลดโอกาสการถูกโจรกรรมข้อมูล

 

บัตรเครดิต KTC ใบไหนสมัครตามเกณฑ์ได้ง่ายที่สุด

การเลือกสมัครบัตรเครดิตในกลุ่มเริ่มต้น สำหรับฐานรายได้ขั้นต่ำ 15,000 บาท เช่น บัตรเครดิต KTC VISA PLATINUM หรือบัตรเครดิต KTC DIGITAL PLATINUM MASTERCARD มักจะมีโอกาสผ่านเกณฑ์การอนุมัติได้มากกว่า บัตรเครดิตในกลุ่มรายได้ 50,000 บาทขึ้นไป

แต่ทั้งนี้ ปัจจัยที่ทำให้ผ่านการอนุมัติง่ายขึ้นไม่ได้มีแค่ตัวเลขรายได้เพียงอย่างเดียว แต่รวมถึงอายุงานปัจจุบัน ความมั่นคงของอาชีพ การมีเอกสารแสดงรายได้ครบถ้วน และประวัติในเครดิตบูโรที่ไม่มีการผิดนัดชำระ ผู้ที่เพิ่งเริ่มทำงานได้ไม่นานหรือมีประวัติหนี้เสียอาจต้องใช้เวลาพิจารณานานกว่าปกติ หรือถูกขอเอกสารเพิ่มเติม

เกณฑ์การพิจารณาวงเงินบัตรเครดิต KTC

วงเงินบัตรเครดิต KTC พิจารณาจากฐานรายได้ ความมั่นคงของอาชีพ ภาระหนี้เดิม และประวัติการชำระเงิน ผู้สมัครที่มีรายได้เท่ากันอาจได้รับวงเงินไม่เท่ากัน และจะทราบวงเงินที่แท้จริงหลังจากได้รับการอนุมัติแล้วเท่านั้น

รายได้สูงขึ้น ได้วงเงินสูงขึ้นเสมอไปหรือไม่

ไม่เสมอไป รายได้เป็นแค่หนึ่งในหลายปัจจัยที่ใช้คำนวณ ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนดเพดานวงเงินสูงสุดตามระดับรายได้ไว้เป็นกรอบกลาง แต่ภายในกรอบนั้น KTC ยังพิจารณาภาระหนี้สินที่มีอยู่แล้วในระบบ สัดส่วนหนี้ต่อรายได้ (DSR) และพฤติกรรมการชำระหนี้ในอดีตประกอบด้วย คนที่มีรายได้สูงแต่มีภาระผ่อนหลายทางอาจได้วงเงินน้อยกว่าคนที่รายได้น้อยกว่าแต่ไม่มีหนี้เลย

ระดับบัตร (Platinum / Signature) มีผลต่อวงเงินที่ได้รับไหม

บัตรเครดิตแต่ละระดับกำหนดเกณฑ์รายได้ขั้นต่ำไว้ต่างกัน ทำให้กลุ่มผู้สมัครบัตรเครดิต Signature ซึ่งมีฐานรายได้สูงกว่าอยู่แล้วมีแนวโน้มได้วงเงินสูงกว่ากลุ่มผู้สมัครบัตรเครดิต Platinum โดยเฉลี่ย แต่ไม่ได้หมายความว่าชื่อบัตรเป็นตัวกำหนดวงเงินโดยตรง ผู้สมัครสองคนที่ถือบัตรระดับเดียวกันอาจได้วงเงินต่างกันมากตามฐานะการเงินจริงของแต่ละคน


อยากสมัครบัตร KTC ให้ผ่านง่าย เอกสารและเงื่อนไขที่ต้องตรวจมีอะไรบ้าง

เตรียมเอกสารให้ครบก่อนยื่นสมัครช่วยลดโอกาสถูกปฏิเสธหรือเรียกเอกสารเพิ่มได้มาก แบ่งตามกลุ่มอาชีพดังนี้

เอกสารสำหรับผู้มีรายได้ประจำ (พนักงานประจำ)

เอกสารยืนยันตัวตน

  • สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน

เอกสารแสดงรายได้

  • หนังสือรับรองเงินเดือน หรือสลิปเงินเดือนล่าสุด (ฉบับจริง) หรือหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย 50 ทวิ
  • สำเนาบัญชีธนาคารย้อนหลัง 6 เดือน พร้อมหน้าสมุดบัญชีที่ระบุชื่อ-นามสกุล และเลขที่บัญชี

เอกสารสำหรับเจ้าของกิจการ/อาชีพอิสระ

เอกสารยืนยันตัวตน

  • สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน

เอกสารแสดงรายได้

  • สำเนาบัญชีธนาคารในนามส่วนตัวผู้สมัคร ย้อนหลัง 6 เดือน พร้อมหน้าสมุดบัญชีที่ระบุ ชื่อ-นามสกุล และเลขที่บัญชี หรือ สำเนาบัญชีธนาคารในนามนิติบุคคล ย้อนหลัง 6 เดือน พร้อมหน้าสมุดบัญชีที่ระบุ ชื่อกิจการ และเลขที่บัญชี สำเนาบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น (ผู้สมัครต้องถือหุ้นตั้งแต่ 50% ขึ้นไป)
  • สำเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียนบริษัท พร้อมหน้าสุดท้ายที่ระบุวัตถุประสงค์ในการประกอบธุรกิจ หรือทะเบียนการค้า (ถ้ามี)

เอกสารสำหรับผู้ประกอบอาชีพอิสระ

เอกสารยืนยันตัวตน

  • สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน

เอกสารแสดงรายได้

  • สำเนาบัญชีธนาคารในนามส่วนตัวผู้สมัคร ย้อนหลัง 6 เดือน พร้อมหน้าสมุดบัญชีที่ระบุ ชื่อ-นามสกุล และเลขที่บัญชี
  • หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย 50 ทวิ

เอกสารสำหรับผู้มีเงินออม

เอกสารยืนยันตัวตน

  • สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน

เอกสารแสดงรายการเงินออม

  • สำเนาบัญชีที่มีเงินฝาก/เงินลงทุนย้อนหลัง 6 เดือน พร้อมหน้าสมุดบัญชีที่ระบุ ชื่อ-นามสกุล และเลขที่บัญชี อย่างใดอย่างหนึ่ง หรือรวมกัน ได้แก่

o  สำเนาเงินฝากประจําในธนาคาร ที่มียอดคงเหลือตลอดระยะเวลา 6 เดือน ไม่น้อยกว่า 500,000  บาท หรือ

o  สำเนาเงินฝากประจําในสหกรณ์ออมทรัพย์ ที่มียอดคงเหลือตลอดระยะเวลา 6 เดือน ไม่น้อยกว่า 1,000,000 บาท หรือ

o  สำเนาเงินฝากออมทรัพย์ หรือเงินฝากประจํา หรือสลากออมสิน หรือสลาก ธ.ก.ส. หรือพันธบัตรรัฐบาล* หรือหุ้นกู้** หรือกองทุนรวม อย่างใดอย่างหนึ่ง หรือรวมกันแล้ว มียอดคงเหลือตลอดระยะเวลา 6 เดือน ไม่น้อยกว่า 1,000,000 บาท หรือ

o  สำเนาเงินลงทุนในกองทุนส่วนบุคคล ย้อนหลังเป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า 6 เดือน ไม่น้อยกว่า 1,000,000 บาท

เอกสารสำหรับผู้มสัญญาโอนสิทธิ

เอกสารยืนยันตัวตน

  • สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน

เอกสารประกอบการสมัคร

  • สัญญาโอนสิทธิเรียกร้องในบัญชีเงินฝากตั้งแต่ 20,000 บาท สูงสุด 1,000,000 บาท (เงื่อนไขเป็นไปตามที่กำหนด ขึ้นอยู่กับประเภทบัตรเครดิตที่สมัคร และต้องทำสัญญาที่ธนาคารกรุงไทยเท่านั้น)

วิธีสมัครบัตรเครดิต KTC ออนไลน์ ทำอย่างไร

สามารถสมัครบัตรเครดิต KTC ออนไลน์ได้ผ่านเว็บไซต์หรือแอป KTC Mobile  โดยกรอกข้อมูลพื้นฐานเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับหรืออัปโหลดเอกสารผ่านระบบ ระยะเวลาพิจารณาขึ้นอยู่กับความสมบูรณ์ของเอกสาร ทั้งนี้การส่งใบสมัครออนไลน์ไม่ได้เป็นการอนุมัติอัตโนมัติ

ขั้นตอนการสมัคร KTC ออนไลน์

  1. เลือกบัตรที่ต้องการสมัคร เข้าเว็บไซต์ KTC แล้วเลือก "สมัครผลิตภัณฑ์" จากนั้นเลือกบัตรเครดิตที่ตรงกับไลฟ์สไตล์และเกณฑ์รายได้ของตัวเอง
  2. ยืนยันตัวตนด้วยบัตรประชาชน ถ่ายภาพบัตรประจำตัวประชาชนเพื่อยืนยันข้อมูลผ่านระบบ
  3. กรอกข้อมูลส่วนตัวและที่อยู่ ใส่ข้อมูลที่อยู่ปัจจุบัน ข้อมูลติดต่อ และรายละเอียดรายได้ให้ครบถ้วนตามความเป็นจริง
  4. อัปโหลดเอกสารประกอบการสมัคร แนบเอกสารแสดงรายได้และสำเนาบัญชีธนาคารตามประเภทอาชีพของผู้สมัคร
  5. ยืนยันตัวตนขั้นสุดท้ายและรอผลพิจารณา ทำรายการยืนยันตัวตนให้เสร็จสิ้น จากนั้นรอเจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารและแจ้งผลการอนุมัติ

(FAQ) คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับบัตรเครดิต KTC

Q: กรอกข้อมูลสมัครออนไลน์แล้ว รู้ผลและได้วงเงินทันทีเลยไหม

ยังไม่ได้ทันที ต้องผ่านกระบวนการตรวจสอบเอกสารและประวัติทางการเงินก่อน

Q: วงเงินบัตรเครดิตกับวงเงินใช้ได้จริง ต่างกันอย่างไร

วงเงินรวม คือวงเงินสูงสุดที่ธนาคารอนุมัติให้ทั้งหมด ส่วนวงเงินคงเหลือ คือส่วนที่ยังใช้ได้หลังหักยอดใช้จ่ายที่เกิดขึ้นแล้ว รายการรอตัดบัญชี คือยอดที่ร้านค้าเรียกเก็บแล้วแต่ยังไม่ตัดจากวงเงินจริงในระบบ และวงเงินชั่วคราว คือวงเงินพิเศษที่ธนาคารอาจปรับเพิ่มให้ในบางช่วงหรือบางโปรโมชั่น ซึ่งจะกลับสู่วงเงินปกติเมื่อสิ้นสุดระยะเวลาที่กำหนด

 

การเลือกบัตรเครดิต KTC ที่เหมาะกับตัวเองที่สุด ควรเริ่มจากเช็กฐานรายได้ของตัวเองก่อนว่าอยู่ในเกณฑ์ 15,000 บาทหรือ 50,000 บาทขึ้นไป แล้วดูว่าใช้จ่ายหมวดไหนบ่อยที่สุดในชีวิตประจำวัน จากนั้นเลือกบัตรที่ให้สิทธิประโยชน์ตรงกับพฤติกรรมนั้น เพราะบัตรที่ "ดีที่สุด" สำหรับแต่ละคนไม่เหมือนกัน ขึ้นอยู่กับว่าใครใช้จ่ายอะไรเป็นหลัก สำหรับใครที่สนใจ สามารถสมัครบัครเครดิต KTC ด้วยตัวเองง่าย ๆ ที่แอป KTC Mobile ได้ตลอด 24 ชม.

ใช้จ่าย คุ้มค่า นึกถึงบัตรเครดิต KTC