สำหรับเหล่าพนักงานสัญญาจ้างทั้งหลายที่มองหาเครื่องมือทางการเงินเพื่อเพิ่มสภาพคล่องในแต่ละเดือน แต่ด้วยความที่ไม่ได้เป็นพนักงานประจำจึงเกิดความกังวลเกี่ยวกับ “การสมัครบัตรเครดิต” อาจจะด้วยเป็นสัญญาจ้างชั่วคราวเพียง 1 ปี หรือบ้างก็อาจจะอาจเคยถูกปฏิเสธจากธนาคาร/สถาบันการเงินมาก่อน ทำให้จนสุดท้ายไม่กล้าที่จะยื่นสมัครบัตรเครดิตกับธนาคาร/สถาบันการเงินอื่น ๆ อีก ซึ่งก็มีน้อยคนนักจะรู้ว่า สถานะพนักงานลูกจ้างชั่วคราวไม่ได้เป็นอุปสรรคต่อการสมัครเครดิตแต่อย่างใด ขอเพียงแค่คุณเป็นผู้ที่มีคุณสมบัติตามที่ธนาคาร/สถาบันการเงินกำหนด และจัดเตรียมเอกสารส่วนตัว รวมถึงเอกสารทางการเงินให้ถูกต้องครบถ้วน การยื่นสมัครบัตรเครดิตให้ผ่านอนุมัติก็ไม่ใช่เรื่องยาก

 

ไขกระจ่าง พนักงานชั่วคราวหรือสัญญาจ้าง สมัครบัตรเครดิตได้หรือไม่?

จากข้อสงสัยที่ว่า “พนักงานชั่วคราวหรือสัญญาจ้าง” ที่มีระยะเวลาจ้างงานเพียง 1 ปี จะสามารถสมัครบัตรเครดิตได้หรือไม่นั้น คำตอบคือ “ได้” แน่นอน หากคุณมีคุณสมบัติตรงตามเงื่อนไขที่ธนาคาร/สถาบันการเงินกำหนด ทั้งในเรื่องของอายุ ฐานเงินเดือน อายุงาน และมีเอกสารทางการเงินที่จำเป็นครบถ้วน

สำหรับพนักงานสัญญาจ้าง 1 ปี ที่ต้องการสมัครบัตรเครดิต KTC สามารถยื่นสมัครออนไลน์ด้วยตนเอง หรือกรอกข้อมูลให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับ ขอเพียงแค่มีคุณสมบัติตรงตามที่กำหนด ดังนี้

คุณสมบัติผู้สมัคร

  • อายุ 20 - 80 ปี
  • รายได้รวมขั้นต่ำ 15,000 บาท/เดือน
  • ทำงานในสถานที่ทำงานปัจจุบันไม่น้อยกว่า 4 เดือน

เอกสารประกอบการสมัคร

เอกสารยืนยันตัวตน

  • สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน

เอกสารแสดงรายได้

  • เอกสารแสดงรายได้ (อย่างใดอย่างหนึ่ง) : หนังสือรับรองเงินเดือน หรือสลิปเงินเดือนล่าสุด (ฉบับจริง) หรือหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย 50 ทวิ
  • สำเนาบัญชีธนาคารย้อนหลัง 6 เดือน พร้อมหน้าสมุดบัญชีที่ระบุชื่อ-นามสกุล และเลขที่บัญชี

ดังนั้นแล้วจึงสรุปได้ว่า การเป็นพนักงานสัญญาจ้าง 1 ปี ไม่ได้เป็นข้อจำกัดในการสมัครบัตรเครดิตอย่างใด เพราะธนาคาร/สถาบันการเงินไม่ได้พิจารณาเพียงแค่ประเภทการจ้างงาน แต่จะพิจารณารวมไปถึงปัจจัยด้านรายได้ว่าคุณมีรายได้สม่ำเสมอหรือไม่ ประกอบกับว่าคุณมีประวัติทางการเงินที่น่าเชื่อถือมากน้อยเพียงใด เพื่อประเมินถึงความสามารถในการชำระหนี้


ทำไมพนักงานสัญญาจ้างถึงควรมีบัตรเครดิต?

แม้ว่าหลาย ๆ คนอาจจะมองเพียงว่า บัตรเครดิตคือตัวช่วยทางการเงินในการใช้ก่อนและจ่ายทีหลัง แต่ในความเป็นจริงแล้ว บัตรเครดิตนั้นมีประโยชน์มากกว่าที่หลายคนเข้าใจกัน โดยเฉพาะสำหรับพนักงานบริษัทที่มีสถานะเป็นพนักงานสัญญาจ้าง 1 ปี

1. สร้างประวัติเครดิตที่ดีเพื่อเป็นประโยชน์ในอนาคต

การสมัครใช้งานบัตรเครดิตและหมั่นชำระบิลเต็มจำนวนและตรงเวลาอย่างสม่ำเสมอ จะเป็นผลดีต่อการสร้างเครดิตสกอร์ (Credit Score) สิ่งนี้จะเป็นใบเบิกทางสำคัญต่อการยื่นกู้ขอสินเชื่อบ้าน สินเชื่อรถ หรือสินเชื่ออื่น ๆ ในอนาคต เพราะการเริ่มต้นสร้างเครดิตสกอร์ที่ดีอย่างต่อเนื่องจะแสดงให้เห็นถึงความรับผิดชอบ และขีดความสามารถในการชำระหนี้ ซึ่งจะแตกต่างจากผู้ที่ไม่เคยใช้งานบัตรเครดิตใด ๆ เลย ที่ธนาคาร/สถาบันการเงินไม่มีหลักฐานที่ชี้ชัดถึงความน่าเชื่อถือได้เพียงพอ ทำให้ประเมินความเสี่ยงได้ยาก

2. ตัวช่วยยามฉุกเฉิน

ในยามที่มีค่าใช้จ่ายฉุกเฉินที่ไม่ได้คาดการณ์ไว้ล่วงหน้า อย่างค่าซ่อมรถ ค่ารักษาพยาบาล หรือค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่เกิดขึ้นระหว่างรอยต่อรอเซ็นสัญญาจ้างรอบใหม่ บัตรเครดิตจะเป็นตัวช่วยทางการเงินเพื่อให้คุณสามารถผ่านช่วงเวลาขาดสภาพคล่องเหล่านั้นไปได้โดยไม่ต้องพึ่งกู้เงินนอกระบบ

3. สิทธิประโยชน์เหนือระดับกว่าการใช้จ่ายด้วยเงินสด

การใช้บัตรเครดิตในการชำระค่าสินค้าและบริการต่าง ๆ ในชีวิตประจำวันช่วยให้คุณได้รับสิทธิพิเศษต่าง ๆ ที่เหนือกว่าการใช้จ่ายด้วยเงินสด ไม่ว่าจะเป็นการสะสมคะแนนเพื่อนำไปแลกรับสิทธิพิเศษอื่น ๆ หรือใช้แลกรับส่วนลดและเครดิตเงินคืนสำหรับการใช้จ่ายในครั้งต่อ ๆ ไป รวมไปถึงการใช้โปรโมชั่นบัตรเครดิตที่ร้านค้า ร้านอาหาร ห้างสรรพสินค้า ปั๊มน้ำมัน โรงภาพยนตร์ หรือแม้แต่โรงพยาบาล เพื่อช่วยให้ทุกการใช้จ่ายได้รับความคุ้มค่ากลับคืนมากยิ่งขึ้น

 สำหรับบัตรเครดิต KTC การใช้จ่ายตามเงื่อนไขที่กำหนดครบ 25 บาท จะได้รับ 1 คะแนน KTC FOREVER ซึ่งเป็นสิทธิประโยชน์ที่สามารถสะสมได้ไม่จำกัด และคะแนนไม่มีวันหมดอายุ ดังนั้นคุณจึงสามารถสะสมไว้เพื่อนำไปแลกรับสิทธิพิเศษตามต้องการเมื่อใดก็ได้

4. สะสมสองต่อในทุกการใช้จ่าย

การใช้บัตรเครดิตในการชำระค่าสินค้าและบริการที่ห้างสรรพสินค้า หรือร้านค้าที่มีระบบสะสมคะแนนสำหรับสมาชิก จะทำให้คุณสามารถสะสมคะแนนได้สองต่อพร้อมกันในการใช้จ่ายเพียงหนึ่งครั้ง อาทิ คุณเลือกชำระค่าสินค้าที่ซูเปอร์มาร์เก็ตด้วยบัตรเครดิต KTC ซึ่งทุกการซื้อครบ 25 บาท ก็จะได้รับ 1 คะแนน KTC FOREVER ขณะเดียวกันหากคุณเป็นสมาชิกของผู้ให้บริการซูเปอร์มาร์เก็ตนั้น ๆ ด้วยแล้ว คุณก็จะสามารถสะสมคะแนนกับบัตรสมาชิกนั้นได้ด้วยเช่นกัน

 


 

สมัครบัตรเครดิตแบบใช้สลิปเงินเดือน vs แบบใช้เงินฝากค้ำประกัน

สำหรับลูกจ้างชั่วคราว หรือพนักงานสัญญาจ้าง 1 ปี ที่อาจจะไม่มีสลิปเงินเดือน หรือ มีหนังสือรับรองเงินเดือน เพื่อใช้ในการยื่นสมัครบัตรเครดิต ทางบัตรเครดิต KTC ก็มีรูปแบบการสมัครบัตรเครดิตอีกหนึ่งวิธีที่เรียกว่า “บัตรเครดิตเงินฝากค้ำประกัน” ซึ่งจะเป็นการที่ผู้สมัครบัตรเครดิตต้องนำเงินฝากประเภทออมทรัพย์หรือฝากประจำมาค้ำประกันวงเงินบัตรเครดิตกับธนาคาร/สถาบันการเงิน เพื่อทดแทนการยื่นสลิปเงินเดือน หรือ หนังสือรับรองเงินเดือน

 

สมัครบัตรเครดิตโดยยื่นสลิปเงินเดือน

สมัครบัตรเครดิตโดยใช้เงินฝากค้ำประกัน

จำนวนเงินออมในบัญชี

ไม่ต้องใช้เงินก้อน หรือเปิดเผยยอดเงินออมสะสม

ต้องมีเงินฝากคงไว้ในบัญชีตามที่ธนาคาร/สถาบันการเงินกำหนด

วงเงินบัตรเครดิตที่ได้รับ

วงเงินบัตรเครดิตที่แต่ละบุคคลจะได้รับขึ้นอยู่กับฐานรายได้ โดยวงเงินสูงสุดจะไม่เกิน 5 เท่าของรายได้รวมต่อเดือน

เท่ากับหรือตามสัดส่วนของเงินฝากคงไว้ในบัญชี

โอกาสในการอนุมัติ

พิจารณาตามเกณฑ์ของธนาคาร/สถาบันการเงินนั้น ๆ

มีโอกาสผ่านการอนุมัติสูง

เหมาะกับใคร

คนมีรายได้ประจำ และมีเอกสารแสดงรายได้ชัดเจน รวมถึงมีประวัติทางการเงินที่ดี

คนที่มีเงินออมคงไว้ในบัญชี แต่ไม่มีสลิปเงินเดือน หรืออาจจะยังไม่เคยมีประวัติทางการเงินมาก่อน

 

อย่างไรก็ดี สำหรับพนักงานสัญญาจ้างที่มีสลิปเงินเดือนและมีเอกสารทางการเงินอื่น ๆ ครบถ้วนตามที่ธนาคาร/สถาบันการเงินกำหนด KTC แนะนำให้ยื่นสมัครบัตรเครดิตแบบใช้สลิปเงินเดือนเป็นอันดับแรก เพราะจะได้วงเงินที่ยืดหยุ่นกว่าและไม่ต้องกังวลเรื่องการคงเงินฝากค้ำประกันไว้ในบัญชี

 

เทคนิคสมัครบัตรเครดิตอย่างไรให้ผ่านฉลุย สำหรับพนักงานสัญญาจ้าง

  • เลือกสมัครบัตรเครดิตที่สอดคล้องกับรายได้ของตนเอง เพราะการเริ่มต้นสมัครบัตรเครดิตตามฐานรายได้ของคุณ จะช่วยให้การบริหารจัดการเงินในแต่ละเดือนราบรื่นและไม่เกินตัวจนเกินไป ทั้งยังมีโอกาสผ่านการอนุมัติมากกว่าด้วย
  • รักษาเครดิตสกอร์ให้ดีอยู่เสมอ โดยก่อนเริ่มต้นสมัครบัตรเครดิตควรตรวจสอบให้แน่ใจว่า ไม่มีหนี้คงค้างชำระใด ๆ ไม่ว่าจะเป็นค่าโทรศัพท์ สินเชื่อส่วนบุคคล หรือบัตรเครดิตจากธนาคาร/สถาบันการเงินอื่น ๆ เพราะประวัติเครดิตบูโรที่ดีคือปัจจัยสำคัญที่ธนาคาร/สถาบันการเงินจะนำมาประกอบการพิจารณาอนุมัติ
  • อายุการทำงานตรงตามเงื่อนไขกำหนด กล่าวคือ แม้สัญญาจ้างจะระบุระยะเวลาทำงานเพียง 1 ปี แต่หากผู้สมัครบัตรเครดิตทำงานมาแล้วเกิน 4 - 6 เดือน และมีเอกสารแสดงรายได้ที่เข้ามาอย่างต่อเนื่องชัดเจน โอกาสที่จะได้รับการอนุมัติก็จะสูงขึ้น

 

FAQ : ตอบข้อสงสัยการสมัครบัตรเครดิตของพนักงานสัญญาจ้าง

Q : พนักงาน Outsource สมัครบัตรเครดิตยากไหม?

A : พนักงาน Outsource ที่มีคุณสมบัติครบถ้วนตามกำหนด สามารถสมัครบัตรเครดิตได้ไม่ยาก หากเตรียมเอกสารที่จำเป็นครบถ้วนถูกต้อง เพราะเกณฑ์การพิจารณาของธนาคาร/สถาบันการเงินคือ การประเมินจากความมั่นคงของรายได้และประวัติทางการเงินที่น่าเชื่อถือ

 

Q : เพิ่งเปลี่ยนงานใหม่ สมัครบัตรเครดิตได้เลยไหม?

A : ยังไม่แนะนำให้รีบสมัครสมัครบัตรเครดิตทันที เพราะธนาคาร/สถาบันการเงินจำเป็นต้องพิจารณาความต่อเนื่องและความมั่นคงของรายได้ ดังนั้นจึงควรรอให้ทำงานในบริษัทปัจจุบันครบอย่างน้อย 4 เดือนก่อน  จึงค่อยยื่นสมัครบัตรเครดิต เพราะจะมีโอกาสผ่านอนุมัติมากกว่า

 

Q : ไม่มีสลิปเงินเดือน ใช้แค่ Statement ย้อนหลัง 6 เดือน อย่างเดียวได้หรือไม่?

A : แนะนำให้ลองยื่นขอเอกสารหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย หรือที่รู้จักกันในชื่อ 50 ทวิ จากทางบริษัท เพราะเอกสารฉบับนี้เป็นเอกสารราชการที่ธนาคาร/สถาบันการเงินให้การยอมรับ ซึ่งจะเป็นหลักฐานในการช่วยยืนยันรายได้ของคุณได้ดีกว่าการยื่น Statement เพียงอย่างเดียว

 

การมีสถานะเป็นพนักงานสัญญาจ้าง ไม่ได้เป็นอุปสรรคต่อการใช้เครื่องมือทางการเงิน อย่างบัตรเครดิต แต่อย่างใด เพียงแค่ผู้สมัครเตรียมเอกสารที่ธนาคาร/สถาบันการเงินกำหนดให้ครบถ้วน รักษาประวัติเครดิตบูโรให้ดี และเลือกบัตรเครดิตที่สอดคล้องกับรายได้ของตนเอง เท่านี้ก็จะสามารถมีบัตรเครดิตไว้บริหารค่าใช้จ่ายให้คล่องตัวขึ้นได้ ทั้งยังได้รับสิทธิประโยชน์ที่คุ้มค่า ควบคู่ไปกับการสร้างรากฐานทางการเงินที่แข็งแกร่งสำหรับอนาคต เริ่มต้น สมัครบัตรเครดิต KTC ตั้งแต่วันนี้ ยื่นเอกสารออนไลน์ได้ทุกเวลา ไม่มีค่าธรรมเนียมแรกเข้า พร้อมรับความคุ้มค่าในทุกการใช้จ่ายกับคะแนน KTC FOREVER ที่สะสมได้ไม่จำกัดและไม่มีวันหมดอายุ

 

ใช้จ่าย คุ้มค่า นึกถึงบัตรเครดิต KTC