เวลาไปเที่ยวต่างประเทศ ค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่มักไม่ใช่แค่ตั๋วเครื่องบินกับที่พักที่จองไว้ล่วงหน้า แต่เป็นค่าใช้จ่ายปลีกย่อยระหว่างทริป ทั้งค่าอาหาร ค่าเดินทางในเมือง ค่าช้อปปิ้ง ที่พอบวกกันแล้วมักเยอะกว่าที่ตั้งงบไว้ตอนแรก บัตรเครดิตจึงเป็นตัวช่วยสำคัญทั้งในเรื่องความสะดวก ปลอดภัย ไม่ต้องพกเงินสดจำนวนมาก พร้อมรับสิทธิประโยชน์บางอย่างที่เงินสดให้ไม่ได้ เช่น ประกันอุบัติเหตุการเดินทาง สิทธิ์เข้า Airport Lounge หรือส่วนลดร้านค้าเฉพาะบางประเทศ บทความนี้จะพาไปดูตั้งแต่การเลือกบัตรเครดิตให้เหมาะกับพฤติกรรมการเดินทางของตัวเอง ไปจนถึงรื่องค่าความเสี่ยงจากการแปลงสกุลเงินและการเตรียมบัตรก่อนบินที่หลายคนมักมองข้าม 

บัตรเครดิตเที่ยวต่างประเทศใบไหนดี ควรเลือกจากอะไร? 

ควรเลือกบัตรจากพฤติกรรมใช้จ่ายจริง ได้แก่ ประเทศที่เดินทางบ่อย ยอดใช้จ่ายต่างประเทศต่อปี การจองตั๋วและโรงแรม ความต้องการใช้ Lounge ประกันเดินทาง คะแนน ไมล์ และค่าธรรมเนียมต่าง ๆ บัตรที่ให้สิทธิ์จำนวนมากอาจไม่คุ้ม หากผู้ถือบัตรไม่ได้ใช้สิทธิ์เหล่านั้น หรือมีข้อยกเว้นตรงกับประเทศและหมวดร้านค้าที่ใช้เป็นประจำ 

เพราะบางครั้งบัตรที่ "ดีที่สุด" ในรีวิวอาจไม่ใช่บัตรที่ "คุ้มที่สุด" หากสิทธิพิเศษนั้น ๆ ไม่ตรงกับเส้นทางการเดินทาง หรือพฤติกรรมการใช้จ่ายของคุณ 

แนะนำให้พิจารณาจาก 8 ปัจจัยที่ต้องเปรียบเทียบก่อนสมัครมีอะไรบ้าง? 

  1. ประเทศจุดหมายปลายทาง — เลือกบัตรที่มีโปรโมชั่นตรงกับประเทศที่เดินทางบ่อย ถ้าไปญี่ปุ่นทุกปีแต่ถือบัตรที่เน้นโปรฝั่งจีน ก็ไม่ได้ใช้สิทธิ์เต็มที่ 
  2. เครือข่ายบัตรที่ร้านค้ารองรับ (Visa, Mastercard, JCB, UnionPay) — บางประเทศหรือบางร้านค้าอาจรับเฉพาะบางเครือข่าย ควรเช็กก่อนเดินทาง 
  3. ค่าความเสี่ยงจากการแปลงสกุลเงิน — ทุกบัตรมีค่าธรรมเนียมนี้ในอัตราใกล้เคียงกัน แต่บางบัตรมีโปรลดหรือยกเว้นในบางช่วง 
  4. คะแนน ไมล์ หรือเครดิตเงินคืน — เช็กดูอัตราคะแนนที่ได้จากการใช้จ่ายต่างประเทศ และเงื่อนไขการแลกเป็นของรางวัลหรือไมล์สายการบิน 
  5. การให้คะแนนไม่ได้ครอบคลุมทุกการใช้จ่าย — คะแนนสะสมอาจมีเงื่อนไขว่าต้องใช้จ่ายในประเทศ สกุลเงิน หรือหมวดร้านค้าที่กำหนด โดยพิจารณาจากรหัสประเภทร้านค้า (MCC) ดังนั้น ก่อนใช้จ่ายควรตรวจสอบเงื่อนไขของบัตรว่า รายการนั้นได้รับคะแนนหรือไม่ 
  6. ประกันอุบัติเหตุและประกันการเดินทาง — เช็กว่าบัตรมีประกันติดมาโดยอัตโนมัติหรือไม่ ต้องชำระค่าตั๋วโดยสารด้วยบัตรก่อนหรือเปล่าถึงจะได้รับความคุ้มครอง 
  7. สิทธิ์ Airport Lounge — บางบัตรให้สิทธิ์ฟรีตามจำนวนครั้งต่อปี บางบัตรต้องใช้คะแนนแลก ควรดูว่าแบบไหนเหมาะกับพฤติกรรการเดินทางของตัวเอง 
  8. ค่าธรรมเนียมรายปีและคุณสมบัติสมัคร — เทียบรายได้ขั้นต่ำที่ต้องใช้สมัคร กับค่าธรรมเนียมรายปีว่าคุ้มกับสิทธิ์ที่จะได้ใช้จริงหรือไม่ 

แนะนำบัตรเครดิตเที่ยวต่างประเทศ 2026 ใบไหนดีตอบโจทย์สุด 

 


บัตรเครดิต KTC VISA PLATINUM 

บัตรเครดิตที่เหมาะกับคนเพิ่งเริ่มทำงานได้ไม่นานหรือคนที่อยากมีบัตรเครดิตใบแรก  เพราะไม่มีค่าธรรมเนียมแรกเข้าและรายปีตลอดชีพ มีประกันอุบัติเหตุการเดินทางทั้งในและต่างประเทศ และประกันกระเป๋าเดินทางสูญเสีย หรือเสียหายจากการเดินทาง เงื่อนไขเป็นไปตามกำหนด สะดวก ปลอดภัย ใช้จ่ายไม่สะดุด ผ่าน Google Fitbit , Garmin Pay , Google Pay และ SWATCHPAY! นอกจากนี้ยังสะสมคะแนนได้ง่าย ๆ เพราะทุก 25 บาท ที่ใช้จ่ายผ่านบัตรฯ รับ 1 คะแนน KTC FOREVER เพื่อแลกสินค้า / บริการ ณ ร้านค้าที่ร่วมรายการ และคะแนนไม่มีวันหมดอายุ แลกได้หลากหลาย  

  • รายได้รวมขั้นต่ำ 15,000 บาท/เดือน 

บัตรเครดิต KTC VISA PLATINUM เหมาะกับคนเดินทางแบบไหน? 

  • ต้องการบัตรหลักสำหรับใช้จ่ายทั่วไประหว่างทริป ตั้งแต่ค่าอาหารไปจนถึงค่าที่พัก 
  • ต้องการใช้ระบบ Contactless หรือ Mobile Payment ที่ร้านค้าต่างประเทศส่วนใหญ่รองรับ 
  • ต้องการใช้โปรโมชั่นรายประเทศที่ Visa จัดร่วมกับ KTC เป็นช่วง ๆ 

 


 

บัตรเครดิต KTC PLATINUM MASTERCARD 

บัตรเครดิต KTC PLATINUM MASTERCARD เป็นบัตรที่ไม่มีค่าธรรมเนียมทั้งแรกเข้าและรายปี โดดเด่นด้วยสิทธิพิเศษ ณ ร้านอาหารหรูทั่วไทยและโปรโมชั่น Mastercard Priceless Special ทั่วโลก มีประกันการซื้อสินค้า ทุกครั้งที่ช้อปออนไลน์ และประกันการเดินทาง ประกันอุบัติเหตุการเดินทางทั้งในและต่างประเทศ และประกันกระเป๋าเดินทางสูญเสีย หรือเสียหายจากการเดินทาง เงื่อนไขเป็นไปตามกำหนด นอกจากนี้ยังรับคะแนนง่ายๆ ทุก 25 บาท ที่ใช้จ่ายผ่านบัตรฯ รับ 1 คะแนน KTC FOREVER เพื่อแลกสินค้า / บริการ ณ ร้านค้าที่ร่วมรายการ และคะแนนไม่มีวันหมดอายุ 

  • รายได้รวมขั้นต่ำ 15,000 บาท/เดือน 

 

บัตรเครดิต KTC PLATINUM MASTERCARD เหมาะกับคนเดินทางแบบไหน? 

  • คนที่ต้องการใช้สิทธิ์ Mastercard Priceless ที่มักมีดีลร้านอาหาร โรงแรม และประสบการณ์พิเศษในหลายประเทศ 
  • โปรโมชั่นพิเศษด้านโรงแรม ร้านค้า และแพ็กเกจการเดินทางจาก Mastercard และพันธมิตรที่ร่วมรายการ 

 

บัตรเครดิต KTC JCB PLATINUM

บัตรเครดิต KTC JCB PLATINUM 

บัตรเครดิตสำหรับสายเที่ยวที่สมัครง่าย มีประกันการเดินทาง ประกันอุบัติเหตุการเดินทางทั้งในและต่างประเทศ และประกันกระเป๋าเดินทางสูญเสีย หรือเสียหายจากการเดินทาง เงื่อนไขเป็นไปตามกำหนด แถมยังสามารถรับคะแนน KTC FOREVER x2  แบบไม่จำกัดยอดรับคะแนนสูงสุด สำหรับทุกยอดการใช้จ่ายผ่านบัตรฯ ที่ประเทศญี่ปุ่น (ยกเว้นยอดการใช้จ่ายที่เป็นสกุลเงินไทย) ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 69 – 31 ธ.ค. 69   

นอกจากนี้ยังมีสิทธิ์ใช้ Airport Lounge บริการห้องรับรองในสนามบินญี่ปุ่น จีน ไต้หวัน เกาหลี  สิงคโปร์  มาเลเซีย เวียดนาม เยอรมนี สหราชอาณาจักร และฮาวาย และ JCB Plaza Lounge บริการห้องรับรอง ผ่าน JCB Plaza ทั่วโลก เมื่อเดินทางไปต่างประเทศ (ยกเว้นการใช้บริการห้องรับรอง JCB Plaza Lounge Bangkok)   

  • รายได้รวมขั้นต่ำ 15,000 บาท/เดือน 

บัตรเครดิต KTC JCB PLATINUM เหมาะกับคนเดินทางแบบไหน? 

JCB เป็นเครือข่ายบัตรเครดิตจากญี่ปุ่น จึงมักมีสิทธิประโยชน์เฉพาะสำหรับคนเที่ยวญี่ปุ่นมากกว่าเครือข่ายอื่น  

  • คนที่ต้องการสะสมคะแนน เพราะจะได้รับคะแนน KTC FOREVER แบบ x2 เมื่อใช้จ่ายเป็นสกุลเงินต่างประเทศ ซึ่งมักมีการกำหนดช่วงเวลา 
  • ต้องการส่วนลดร้านค้าและร้านอาหารที่ร่วมรายการในญี่ปุ่น 
  • คนที่อยากรับสิทธิ์ Airport Lounge ทั้งในและต่างประเทศผ่านเครือข่าย JCB Plaza Lounge  
     

 


บัตรเครดิต KTC UNIONPAY PLATINUM 

บัตรเครดิต KTC UNIONPAY PLATINUM ไม่มีค่าธรรมเนียม ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนชอบกิน เที่ยว ช้อปปิ้ง แตะจ่ายง่าย ปลอดภัย รวดเร็ว ด้วย UnionPay QuickPass เพิ่มความคล่องตัวในการใช้จ่าย โดยไม่ต้องเสียบ / รูดบัตรที่เครื่องอ่านบัตร มีประกันการเดินทาง ประกันอุบัติเหตุการเดินทางทั้งในและต่างประเทศ และประกันกระเป๋าเดินทางสูญเสีย หรือเสียหายจากการเดินทาง เงื่อนไขเป็นไปตามกำหนด  

นอกจากนี้ยังรับส่วนลด และสิทธิพิเศษจากร้านค้า ร้านอาหาร โรงแรม ท่องเที่ยว ระดับพรีเมี่ยมทั้งใน และต่างประเทศ นอกจากนี้ยังมี U Plan e-Coupon ส่วนลดและสิทธิพิเศษต่างๆ ผ่าน U Plan Platform จากร้านค้าชั้นนำที่ร่วมรายการในประเทศไทย และต่างประเทศ ผ่าน UnionPay International WeChat Official Account และหน้าร้านค้าที่เข้าร่วมรายการ เหมาะมากกับคนชอบความคุ้มค่า เพราะ ทุกการใช้จ่ายผ่านบัตรฯที่ฮ่องกง มาเก๊า และไต้หวันเป็นสกุลเงินท้องถิ่น HKD/MOP/TWD จะได้รับคะแนน KTC FOREVER x2 ตั้งแต่ 1 ม.ค. 69 – 31 ธ.ค. 69   

  • รายได้รวมขั้นต่ำ 15,000 บาท/เดือน 

บัตรเครดิต KTC UNIONPAY PLATINUM เหมาะกับคนเดินทางแบบไหน? 

  • ต้องการโปรใช้จ่ายในจีนแผ่นดินใหญ่ เพราะมักมีแคมเปญเครดิตเงินคืนเป็นช่วง ๆ โดยต้องลงทะเบียนรับสิทธิ์ก่อนใช้จ่ายทุกครั้ง (ไม่ใช่สิทธิ์อัตโนมัติ) 
  • คนที่ต้องการสะสมคะแนน เพราะทุกการใช้จ่ายผ่านบัตรฯที่ฮ่องกง มาเก๊า และไต้หวันเป็นสกุลเงินท้องถิ่น HKD/MOP/TWD จะได้รับคะแนน KTC FOREVER x2 ตั้งแต่ 1 ม.ค. 69 – 31 ธ.ค. 69   
  • ต้องการผูกกับ Alipay หรือ WeChat Pay (Weixin Pay) เพราะ KTC ยกเว้นค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรมบัตรเครดิตระหว่างประเทศ 3% ทุกรายการใช้จ่าย เมื่อผูกบัตรเครดิต KTC UNIONPAY ทุกประเภท กับแอป Weixin Pay (หรือ WeChat Pay) และ Alipay 

หมายเหตุ: 

  • Weixin Pay ยกเว้นค่าธรรมเนียมถึง 31 ธ.ค. 69 
  • Alipay ยกเว้นค่าธรรมเนียมถึง 31 ธ.ค. 69 

 




 

บัตรเครดิต KTC DIGITAL PLATINUM VISA / บัตรเครดิต KTC DIGITAL PLATINUM MASTERCARD  

บัตรเครดิตรูปแบบใหม่ ป้องกันการโจรกรรม ด้วยบัตรใสไร้แถบแม่แหล็ก แต่ยังคงใช้จ่ายได้สะดวกสบาย ปลอดภัยกว่าเดิม ไม่ว่าด้วยการแตะจ่าย หรือชำระผ่านเครื่องรูดบัตร (EDC) รับคะแนนง่ายๆ ทุก 25 บาท ที่ใช้จ่ายผ่านบัตรฯ รับ 1 คะแนน KTC FOREVER เพื่อแลกสินค้า / บริการ ณ ร้านค้าที่ร่วมรายการ และคะแนนไม่มีวันหมดอายุ นอกจากนี้ยังมีประกันการเดินทาง ประกันอุบัติเหตุการเดินทางทั้งในและต่างประเทศ และประกันกระเป๋าเดินทางสูญเสีย หรือเสียหายจากการเดินทาง เงื่อนไขเป็นไปตามกำหนด 

  • รายได้รวมขั้นต่ำ15,000 บาท/เดือน 

บัตรเครดิต KTC DIGITAL เหมาะคนเดินทางแบบไหน? 

  • ลดความเสี่ยงข้อมูลบัตรรั่วระหว่างเดินทาง เพราะไม่มีเลขบัตรและ CVV พิมพ์อยู่บนตัวบัตร ต่อให้บัตรพลาสติกหายหรือมีคนแอบเห็น ก็ไม่สามารถคัดลอกข้อมูลไปใช้จ่ายต่อได้ทันที 
  • รองรับ Contactless และ Mobile/Device Pay หลายแพลตฟอร์ม เช่น Google Pay รวมถึง Wearable Pay บางระบบ ตอบโจทย์ร้านค้าต่างประเทศที่นิยมจ่ายแบบแตะบัตรหรือแตะมือถือ 
  • เหมาะกับสายช้อปออนไลน์จองตั๋ว/ที่พักล่วงหน้า เพราะ Dynamic CVV ที่เปลี่ยนทุกครั้งช่วยลดความเสี่ยงจากการถูกดักข้อมูลตอนกรอกจ่ายเงินผ่านเว็บ 

คุณสมบัติ / บัตรเครดิต

บัตรเครดิต KTC VISA PLATINUM

บัตรเครดิต  KTC PLATINUM MASTERCARD

บัตรเครดิต KTC JCB PLATINUM

บัตรเครดิต KTC UNIONPAY PLATINUM

บัตรเครดิต KTC DIGITAL PLATINUM VISA / KTC DIGITAL PLATINUM MASTERCARD

รายได้ขั้นต่ำ

รายได้ 15,000 บาทขึ้นไป / เดือน

รายได้ 15,000 บาทขึ้นไป / เดือน

รายได้ 15,000 บาทขึ้นไป / เดือน

รายได้ 15,000 บาทขึ้นไป / เดือน

รายได้ 15,000 บาทขึ้นไป / เดือน

ค่าธรรมเนียมรายปี

ไม่มีค่าธรรมเนียมรายปี

ไม่มีค่าธรรมเนียมรายปี

ไม่มีค่าธรรมเนียมรายปี

ไม่มีค่าธรรมเนียมรายปี

ไม่มีค่าธรรมเนียมรายปี

จุดเด่น

รับส่วนลดที่ห้องอาหารโรงแรมชั้นนำทั่วไทย พร้อมสิทธิพิเศษช้อปออนไลน์ และสั่งอาหารเดลิเวอรี่ตลอดปี

- รับสิทธิพิเศษที่ร้านอาหารหรูทั่วไทยตลอดปี พร้อมข้อเสนอสุดพิเศษทั่วโลกกับ Mastercard Priceless Special

 

- รับคะแนน KTC FOREVER x2 เมื่อใช้จ่ายที่ญี่ปุ่นตามกำหนด ตั้งแต่ 1 ม.ค. 69 - 31 ธ.ค. 69

- สิทธิ์การใช้บริการห้องรับรองสนามบินประเทศที่กำหนด

- รับส่วนลดสุดคุ้มที่ญี่ปุ่น พร้อมเพลิดเพลินกิน ช้อป เที่ยวในไทย

- รับคะแนน KTC FOREVER x2 เมื่อใช้จ่ายที่ฮ่องกง มาเก๊า และไต้หวันตามกำหนด ตั้งแต่ 1 ม.ค. 69 - 31 ธ.ค. 69

- U Collection รับส่วนลด และสิทธิพิเศษหลากหลาย

- รับส่วนลดที่จีน ฮ่องกง มาเก๊า และไต้หวัน

- ปลอดภัยกว่า ช้อปออนไลน์มั่นใจขั้นสุดด้วย Dynamic CVV (บัตรเครดิต KTC DIGITAL PLATINUM VISA) และ Dynamic CVC2 (บัตรเครดิต KTC DIGITAL PLATINUM MASTERCARD) รหัสหลังบัตรที่เปลี่ยนทุกครั้งที่ขอ

- สบายใจกว่า เมื่อใช้จ่ายที่ร้านค้าทั่วไป ด้วย Numberless Physical Credit Card บัตรพลาสติกไร้หมายเลขที่สามารถขอได้ผ่านแอป KTC Mobile

- รับส่วนลดที่ห้องอาหารโรงแรมชั้นนำทั่วไทย พร้อมสิทธิพิเศษช้อปออนไลน์ และสั่งอาหารเดลิเวอรี่ตลอดปี เฉพาะบัตรเครดิต KTC DIGITAL PLATINUM VISA

- รับสิทธิพิเศษที่ร้านอาหารหรูทั่วไทยตลอดปี พร้อมข้อเสนอสุดพิเศษทั่วโลกกับ Mastercard Priceless Special เฉพาะบัตรเครดิต KTC DIGITAL PLATINUM MASTERCARD

ประกันการเดินทาง

ประกันอุบัติเหตุการเดินทางทั้งในและต่างประเทศ 8,000,000 บาท

ประกันกระเป๋าเดินทางสูญเสีย หรือเสียหายจากการเดินทาง 40,000 บาท

ประกันอุบัติเหตุการเดินทางทั้งในและต่างประเทศ 8,000,000 บาท

ประกันกระเป๋าเดินทางสูญเสีย หรือเสียหายจากการเดินทาง 40,000 บาท

ประกันอุบัติเหตุการเดินทางทั้งในและต่างประเทศ 8,000,000 บาท

ประกันกระเป๋าเดินทางสูญเสีย หรือเสียหายจากการเดินทาง 40,000 บาท

ประกันอุบัติเหตุการเดินทางทั้งในและต่างประเทศ 8,000,000 บาท

ประกันกระเป๋าเดินทางสูญเสีย หรือเสียหายจากการเดินทาง 40,000 บาท

ประกันอุบัติเหตุการเดินทางทั้งในและต่างประเทศ 8,000,000 บาท

ประกันกระเป๋าเดินทางสูญเสีย หรือเสียหายจากการเดินทาง 40,000 บาท

เหมาะกับใคร

ผู้ที่ชื่นชอบการช้อปออนไลน์ สั่งอาหารเดลิเวอรี่ ทานอาหารโรงแรม

ผู้ที่ชอบรับประทานอาหารร้านหรู มีการใช้จ่ายต่างประเทศแถบเอเชียเป็นประจำ และต้องการผ่อนชำระด้วยอัตราดอกเบี้ยพิเศษ

ผู้ที่ชื่นชอบไลฟ์สไตล์แบบญี่ปุ่น ทั้งผู้ที่ชอบไปเที่ยวพักผ่อน ช้อปปิ้ง ทานอาหารญี่ปุ่นทั้งในไทยและประเทศญี่ปุ่นเป็นประจำ รวมถึงผู้ที่เดินทางต่างประเทศบ่อยและต้องการใช้บริการห้องรับรองสนามบินเพื่อความสะดวกสบาย

ผู้ที่เดินทางหรือใช้จ่ายในจีน ฮ่องกง มาเก๊า และไต้หวัน พร้อมรับส่วนลดช้อปปิ้งหลากหลาย

ผู้ที่ต้องการความปลอดภัยในการช้อปออนไลน์ ด้วย Dynamic CVV/CVC2 รหัสหลังบัตรที่เปลี่ยนทุกครั้งที่ขอผ่านแอป KTC Mobile และใช้ได้ภายใน 24 ชั่วโมง และต้องการใช้บัตรพลาสติกไร้หมายเลข เพื่อลดโอกาสการถูกโจรกรรมข้อมูล

 

ค่าความเสี่ยงจากการแปลงสกุลเงินต่างประเทศคิดอย่างไร?

เมื่อรูดบัตรเครดิตเป็นสกุลเงินต่างประเทศ ผู้ถือบัตรต้องจ่าย "ค่าความเสี่ยงจากการแปลงสกุลเงิน" (FX Risk Fee) เพิ่มจากยอดใช้จ่าย โดยธนาคารส่วนใหญ่ในไทยคิดอยู่ที่ประมาณ 2-2.5% ของยอดใช้จ่าย ซึ่งเป็นอัตรามาตรฐานที่ผู้ประกอบการเครือข่ายบัตรอย่าง Visa, Mastercard และ JCB กำหนดเป็นแนวปฏิบัติสากล ไม่ใช่ค่าธรรมเนียมที่ธนาคารตั้งขึ้นเอง

วิธีคำนวณคร่าว ๆ 

ค่าความเสี่ยงจากการแปลงสกุลเงิน = ยอดใช้จ่าย (แปลงเป็นบาทแล้ว) x อัตรา FX Risk Fee 

ตัวอย่าง: ซื้อสินค้าต่างประเทศ 100 ดอลลาร์สหรัฐ เมื่อแปลงเป็นเงินบาทแล้วได้ 3,600 บาท (สมมติอัตราแลกเปลี่ยน) หากบัตรคิด FX Risk Fee ที่ 2.5% จะมีค่าธรรมเนียมเพิ่มอีกประมาณ 90 บาท รวมเป็นยอดที่ต้องชำระราว 3,690 บาท  

(ตัวเลขอัตราแลกเปลี่ยนเป็นตัวอย่างสมมติเพื่อความเข้าใจ ไม่ใช่อัตราจริง ณ วันที่เผยแพร่) 

ข้อควรระวังเพิ่มเติม: 

  • ร้านค้าบางแห่งเสนอให้เลือกจ่ายเป็น "เงินบาท" แทนสกุลเงินท้องถิ่น (Dynamic Currency Conversion หรือ DCC) ซึ่งมักแพงกว่าเลือกจ่ายเป็นสกุลเงินท้องถิ่นแล้วให้ธนาคารเป็นคนแปลงเอง ควรเลือกจ่ายเป็นสกุลเงินท้องถิ่นเสมอ 
  • FX Risk Fee เป็นคนละส่วนกับค่าธรรมเนียมกดเงินสดต่างประเทศ (Cash Advance Fee) ซึ่งมักมีอัตราสูงกว่าและไม่ควรใช้บัตรเครดิตกดเงินสดที่ต่างประเทศถ้าไม่จำเป็น 
  • อัตราที่แน่นอนของบัตร KTC แต่ละใบควรตรวจสอบข้อมูลและแหล่งอ้างอิงจากหน้าเว็บทางการก่อนเผยแพร่ เพราะอาจปรับเปลี่ยนได้ 

 


 

ก่อนเดินทางต้องตั้งค่าบัตรเครดิตอย่างไรให้ปลอดภัย? 

  • ตรวจชื่อบนบัตรกับ Passport ว่าตรงกัน 
  • ตรวจวันหมดอายุของบัตรว่าครอบคลุมช่วงเดินทาง 
  • เปิดใช้งานบัตร (Activate) ก่อนเดินทางล่วงหน้า 
  • ตรวจวงเงินคงเหลือให้เพียงพอกับแผนใช้จ่าย 
  • เปิดแจ้งเตือนธุรกรรมผ่านแอปหรือ SMS ทุกรายการ 
  • บันทึกเบอร์ติดต่อฉุกเฉินของธนาคารแบบโทรจากต่างประเทศได้ 
  • ตรวจสอบและจำรหัส PIN ให้แม่นก่อนบิน 
  • ตรวจสอบการตั้งค่า Device Pay เช่น Apple Pay หรือ Google Pay 
  • เตรียมบัตรที่จะใช้ค้ำประกันโรงแรมหรือรถเช่าแยกจากบัตรใช้จ่ายประจำวัน 
  • เตรียมบัตรสำรองต่างเครือข่าย เผื่อบัตรหลักมีปัญหาหรือร้านค้าไม่รับ 
  • แยกเก็บบัตรหลักกับบัตรสำรองคนละที่ ไม่ใส่กระเป๋าใบเดียวกันทั้งหมด 
  • อัปเดตแอปธนาคารเป็นเวอร์ชันล่าสุดก่อนเดินทาง 
  • ตั้งวงเงินใช้จ่ายให้เหมาะกับทริป ไม่ตั้งสูงเกินความจำเป็น 
  • ตรวจรายการ Pending ทุกวันระหว่างทริป เพื่อจับความผิดปกติได้ทัน 

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับบัตรเครดิตเที่ยวต่างประเทศ 

Q: บัตรเครดิตเที่ยวต่างประเทศใบไหนดีที่สุด?  

ขึ้นอยู่กับประเทศที่เดินทางบ่อยและพฤติกรรมใช้จ่าย เพราะแต่ละเครือข่ายบัตรมีจุดเด่นและโปรโมชั่นที่ต่างกันไปในแต่ละช่วงเวลา สิ่งสำคัญคือดูจากพฤติกรรมใช้จ่ายจริงของตัวเอง เช่น ประเทศที่เดินทางบ่อย ยอดใช้จ่ายต่อทริป และสิทธิ์ที่จะได้ใช้จริง แล้วเทียบโปรโมชันปัจจุบันของแต่ละบัตรก่อนตัดสินใจ 

Q: บัตรดิจิทัลช่วยลดความเสี่ยงอะไรได้บ้าง? 

บัตรเครดิตแบบดิจิทัลที่ใช้ผ่าน Mobile Wallet ช่วยลดความเสี่ยงจากการทำบัตรตัวจริงหายหรือถูกขโมยระหว่างเดินทาง เพราะยังใช้จ่ายผ่านมือถือได้แม้บัตรพลาสติกจะไม่อยู่ติดตัว นอกจากนี้ยังลดความเสี่ยงจากการที่ร้านค้าหรือพนักงานเห็นเลขบัตรเต็มจำนวน เพราะระบบมักสร้างเลขอ้างอิงชั่วคราวสำหรับแต่ละธุรกรรมแทนเลขบัตรจริง 

Q: ควรพกบัตรเครดิตกี่ใบตอนไปเที่ยวต่างประเทศ?  

แนะนำอย่างน้อย 2 ใบจากคนละเครือข่าย เผื่อร้านค้าบางแห่งไม่รองรับเครือข่ายใดเครือข่ายหนึ่ง และแยกเก็บบัตรหลักกับบัตรสำรองคนละที่เพื่อความปลอดภัย 

Q: บัตรเดบิตกับบัตรเครดิตต่างกันอย่างไรตอนไปเที่ยวต่างประเทศ?  

บัตรเครดิตมักมีสิทธิประโยชน์เสริม เช่น ประกันเดินทางและคะแนนสะสม ซึ่งบัตรเดบิตส่วนใหญ่ไม่มี แต่บัตรเดบิตตัดเงินจากบัญชีทันทีโดยไม่มีวงเงินหมุนเวียน ทั้งสองแบบต่างก็มีค่าความเสี่ยงจากการแปลงสกุลเงินเช่นเดียวกัน 

 


คำตอบของบัตรเครดิตเที่ยวต่างประเทศ ใบไหนดี ขึ้นอยู่กับไลฟ์สไตล์และพฤติกรรมการเดินทางของแต่ละคนเป็นหลัก เพราะบัตรแต่ละใบก็มีจุดเด่นและโปรโมชั่นที่แตกต่างกันไปตามเครือข่ายและช่วงเวลา สิ่งที่ควรทำคือกลับมาดูว่าตัวเองเดินทางแบบไหน แล้วเลือกสิทธิ์ที่ตรงกับการใช้งานจริง 

KTC มีบัตรเครดิตให้เลือกครบทั้ง Visa, Mastercard, JCB และ UnionPay พร้อมสิทธิประโยชน์หลากหลายที่ออกแบบมาให้ตอบโจทย์นักเดินทางแต่ละแบบ และถึงแม้ว่าจะไม่ได้ไปเที่ยวไหน ใช้จ่ายทั่วไปในชีวิตประตำวันก็ยังสามารถรับคะแนนง่ายๆ ทุก 25 บาท ที่ใช้จ่ายผ่านบัตรฯ รับ 1 คะแนน KTC FOREVER เพื่อแลกสินค้า / บริการ ณ ร้านค้าที่ร่วมรายการ และคะแนนไม่มีวันหมดอายุ ใครสนใจดูรายละเอียดผลิตภัณฑเพิ่มเติมและสมัครบัตรเครดิต KTC ผ่านแอป KTC Mobile ด้วยตัวเองได้ตลอด 24 ชม.  

ทุกทริปเที่ยวคุ้มค่า นึกถึงบัตรเครดิต KTC