“บัตรเครดิต” ที่มาพร้อมสิทธิประโยชน์ได้รับคะแนนสะสม เป็นเครื่องมือทางการเงินที่ช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับยอดใช้จ่ายที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นค่าอาหาร ค่าเดินทาง หรือค่าใช้จ่ายรายเดือนต่าง ๆ ซึ่งหากเลือกใช้บัตรเครดิตอย่างเหมาะสมและชาญฉลาด ยอดใช้จ่ายเหล่านี้ก็จะสามารถเปลี่ยนเป็นคะแนนสะสมที่สามารถนำไปรับแลกส่วนลด เครดิตเงินคืน คูปอง หรือสิทธิพิเศษอื่น ๆ ได้โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม
เพราะเหตุนี้ ผู้ที่ใช้บัตรเครดิตใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน รวมถึงผู้กำลังมองหาบัตรเครดิตไว้เป็นเครื่องมือใช้จ่าย จึงอาจเกิดคำถามว่า “บัตรเครดิตสะสมคะแนนใบไหนดี” เนื่องจากธนาคาร/สถาบันการเงินแต่ละแห่งต่างก็กำหนดเงื่อนไขการให้คะแนน เงื่อนไขยอดใช้จ่าย หมวดหมู่การใช้จ่าย ช่องทางการรับและช่องทางใช้คะแนนที่แตกต่างกัน การเลือกบัตรเครดิตโดยพิจารณาตามคำแนะนำหรือกระแสนิยมเพียงอย่างเดียว อาจทำให้เลือกบัตรเครดิตได้ไม่สอดคล้องกับพฤติกรรมการใช้จ่ายที่แท้จริงของตนเอง โดยในบทความนี้ KTC ได้รวบรวมบัตรเครดิตสะสมคะแนนที่น่าสนใจ พร้อมพาเจาะลึก 7 ปัจจัยที่ควรพิจารณาก่อนสมัครบัตรเครดิต เพื่อให้สายสะสมคะแนนเลือกสมัครบัตรเครดิตได้เหมาะสมและตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่สุด
บัตรเครดิตสะสมคะแนนคืออะไร และเหมาะกับใคร?
“บัตรเครดิตสะสมคะแนน” หรือ “บัตรเครดิตที่ได้รับคะแนนสะสมจากการใช้จ่าย” คือ บัตรเครดิตที่สามารถเปลี่ยนยอดใช้จ่ายที่เข้าเงื่อนไขกำหนดให้กลายเป็นคะแนนสะสมของบัตรเครดิต ซึ่งคะแนนเหล่านี้สามารถนำไปแลกรับส่วนลด เครดิตเงินคืน คูปอง สินค้า หรือแลกเปลี่ยนเป็นไมล์สะสมของสายการบินพันธมิตร รวมถึงแลกรับสิทธิประโยชน์อื่น ๆ ตามโปรโมชั่นในแต่ละช่วงเวลา ถือเป็นเครื่องมือทางการเงินเหมาะอย่างยิ่งกับผู้ที่ใช้บัตรเครดิตอย่างสม่ำเสมอในชีวิตประจำวัน และชำระคืนเต็มจำนวนตรงเวลาทุกรอบบัญชี
บัตรเครดิตสะสมคะแนนจะแตกต่างจากบัตรเครดิตประเภทเงินคืน (Cashback) ที่สมาชิกบัตรเครดิตจะได้รับเครดิตเงินคืนเข้าวงเงินบัตรเครดิตโดยตรง ทำให้มีความยืดหยุ่นมากกว่าในแง่มุมของการนำคะแนนไปแลกรับสิทธิพิเศษได้ตามต้องการ แต่ขณะเดียวกันก็ต้องอาศัยความรู้ความเข้าใจในเงื่อนไขการรับและแลกคะแนนด้วยเช่นกัน เพื่อให้สามารถใช้สิทธิ์แลกคะแนนได้อย่างคุ้มค่ามากที่สุด
ต้องซื้ออะไรถึงจะได้รับคะแนนบัตรเครดิต?
โดยทั่วไป คะแนนสะสมบัตรเครดิตจะได้รับก็ต่อเมื่อสมาชิกบัตรเครดิตมีการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตตามเงื่อนไขที่ธนาคาร/สถาบันการเงินกำหนด ซึ่งจะครอบคลุมการซื้อสินค้าและบริการทั่วไปทุกหมวดหมู่การใช้จ่าย รวมถึงครอบคลุมทั้งการรูดซื้อ/แตะจ่ายที่หน้าร้านค้า การช้อปออนไลน์ และการชำระค่าใช้จ่ายประจำ
อย่างไรก็ตาม บางรายการใช้จ่ายที่ชำระผ่านบัตรเครดิตจากบางเครือข่ายชำระเงินอาจไม่ได้รับคะแนนสะสม ซึ่งสมาชิกบัตรเครดิตควรตรวจสอบเงื่อนไขการรับ/ใช้คะแนน จากช่องทางของธนาคาร/สถาบันการเงินผู้ออกบัตรเครดิตอีกครั้ง
คะแนนบัตรเครดิต KTC คืออะไร ต้องซื้อสินค้าอะไรถึงจะได้คะแนน?
คะแนนบัตรเครดิต KTC หรือ “คะแนน KTC FOREVER” คือ สิทธิประโยชน์หลักที่สมาชิกบัตรเครดิต KTC จะได้รับจากการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นการรูดซื้อ/แตะจ่ายที่หน้าร้านค้า การสั่งซื้อสินค้าออนไลน์ รวมถึงการชำระค่าสินค้าและบริการทั่วไป ซึ่งยอดใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิต KTC VISA, KTC MASTERCARD, KTC JCB และ KTC UNIONPAY ทุกประเภท ครบทุก 25 บาท จะได้รับ 1 คะแนน KTC FOREVER สามารถสะสมได้ไม่จำกัด และคะแนนไม่มีวันหมดอายุ (ยกเว้นบัตรเครดิต KTC – ROYAL ORCHID PLUS ที่จะได้รับเป็นคะแนน KTC ROP เพื่อใช้แลกรอยัล ออร์คิด พลัส ไมล์ ของการบินไทยโดยเฉพาะ) ช่วยเพิ่มมูลค่าและความคุ้มค่าให้กับทุกการใช้จ่ายได้อย่างต่อเนื่อง
จุดเด่นของคะแนน KTC FOREVER คือ ความยืดหยุ่นในการนำไปใช้แลกรับสิทธิพิเศษต่าง ๆ ได้อย่างหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการนำคะแนน KTC FOREVER ไปแลกรับโค้ดส่วนลดสำหรับช้อปปิ้งออนไลน์บน Shopee, Lazada หรือแพลตฟอร์มชั้นนำ การแลกรับเครดิตเงินคืนเข้าบัญชีบัตรเครดิต การแลกสิทธิ์รับส่วนลด ณ ร้านค้าและแบรนด์พันธมิตร ไปจนถึงการเปลี่ยนคะแนน KTC FOREVER เป็นไมล์สะสมของสายการบินพันธมิตร หรือการใช้ทุก 1,000 คะแนน KTC FOREVER แทนมูลค่าเงินสด 100 บาท
ด้วยเหตุนี้ คะแนน KTC FOREVER จึงถือเป็นเครื่องมือทางการเงินที่เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตเป็นประจำและชำระคืนเต็มจำนวนภายในวันครบกำหนดชำระเสมอ เพราะช่วยให้สมาชิกบัตรเครดิตสามารถเปลี่ยนยอดใช้จ่ายในชีวิตประจำวันกลับมาเป็นสิทธิประโยชน์สุดคุ้มค่าได้อย่างเต็มที่โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม
การใช้จ่ายที่ได้รับคะแนน KTC FOREVER ในอัตราพิเศษ
นอกจากการได้รับคะแนน KTC FOREVER ในอัตราปกติ ที่จะได้รับเมื่อมีการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตครบทุก 25บาท บัตรเครดิต KTC บางประเภทยังมอบสิทธิประโยชน์สุดพิเศษ ด้วยการให้คะแนน KTC FOREVER ในอัตราพิเศษ เช่น คะแนนสะสม x2, x3 และ x4 เมื่อมีการใช้จ่ายตามเงื่อนไขที่กำหนด ไม่ว่าจะเป็นการใช้จ่ายเป็นสกุลเงินต่างประเทศตามกำหนด และการใช้จ่ายในหมวดหมู่ร้านอาหาร ช้อปปิ้ง และท่องเที่ยวในประเทศไทย ช่วยให้สมาชิกบัตรเครดิตสามารถสะสมคะแนนได้รวดเร็วยิ่งขึ้น และแลกรับสิทธิพิเศษได้มากขึ้น
การใช้จ่ายที่ไม่ได้รับคะแนน KTC FOREVER
แม้ว่าการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิต KTC จะได้รับคะแนน KTC FOREVER เพื่อนำไปแลกสิทธิประโยชน์ได้อย่างคุ้มค่า แต่สมาชิกบัตรเครดิตก็ควรทราบว่า ยังมีรายการใช้จ่ายบางประเภทที่ไม่ได้รับคะแนนสะสมด้วยเช่นกัน เช่น
- ยอดใช้จ่ายจากการเบิกถอนเงินสดล่วงหน้า
- ยอดใช้จ่ายในหมวดสาธารณูปโภค เช่น ค่าน้ำ และค่าไฟ
- การซื้อกองทุนรวมหรือประกันภัยบางประเภท
- การใช้จ่าย ณ บางร้านค้าหรือบางแพลตฟอร์ม
- รายการชำระด้วยสกุลเงินบาท ณ ร้านค้าที่จดทะเบียนในต่างประเทศ
- การใช้จ่ายที่ร้านค้าในบางประเทศ
ดังนั้น เพื่อรักษาสิทธิประโยชน์สูงสุดในการได้รับคะแนน KTC FOREVER จากการใช้จ่าย สมาชิกบัตรเครดิต KTC สามารถศึกษารายละเอียดและเงื่อนไขการรับ/ใช้คะแนนเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ https://www.ktc.co.th/rewards
7 ปัจจัยเลือกบัตรเครดิตสะสมคะแนนให้คุ้ม ต้องพิจารณาอะไรบ้าง?
ก่อนจะตัดสินใจสมัครบัตรเครดิตสะสมคะแนน สิ่งสำคัญอันดับแรก คือ การทำความเข้าใจปัจจัยสำคัญที่ต้องนำมาพิจารณา เนื่องจากบัตรเครดิตแต่ละประเภทต่างก็ถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์พฤติกรรมการใช้จ่ายที่แตกต่างกัน รวมถึงยังเกี่ยวข้องกับเงื่อนไขของแต่ละธนาคาร/สถาบันการเงินผู้ออกบัตรเครดิตด้วย
1. อัตราการสะสมคะแนน
ควรตรวจสอบว่า ต้องใช้จ่ายกี่บาทจึงจะได้รับ 1 คะแนน และมีโปรโมชั่นได้รับคะแนนสะสมในอัตราพิเศษหรือไม่ เนื่องจากปัจจัยเหล่านี้เป็นตัวกำหนดความเร็วในการสะสมคะแนนจากยอดใช้จ่ายที่เท่ากัน
2. หมวดหมู่คะแนนอัตราพิเศษ
ตรวจสอบว่า ร้านค้าหรือหมวดหมู่การใช้จ่ายใดที่ให้อัตราคะแนนสะสมได้อัตราที่สูงกว่าปกติ และสอดคล้องกับพฤติกรรมการใช้จ่ายของตนเองหรือไม่ เพื่อช่วยให้ได้รับคะแนนสะสมรวดเร็วยิ่งขึ้นโดยไม่ต้องเพิ่มยอดใช้จ่ายเกินความจำเป็น
3. วันที่คะแนนหมดอายุ
ตรวจสอบว่า คะแนนบัตรเครดิตที่ได้รับมีอายุการใช้งานกี่ปี หรือเป็นคะแนนสะสมแบบไม่มีวันหมดอายุ เช่น คะแนน KTC FOREVER ของบัตรเครดิต KTC เพื่อป้องกันการเสียสิทธิ์หรือคะแนนสูญเปล่าจากการไม่ได้นำคะแนนไปแลกรับสิทธิพิเศษ
4. ช่องทางการรับและใช้คะแนน
ตรวจสอบช่องทางการรับและใช้คะแนนว่า สามารถนำไปแลกเป็นเครดิตเงินคืน โค้ดส่วนลด ไมล์สะสม หรือสินค้าและบริการใดได้บ้าง และจะต้องแลกคะแนนผ่านช่องทางใด เนื่องจากมูลค่าจริงต่อคะแนนจะแตกต่างกันไปในแต่ละช่องทางและรายการแลกคะแนนที่เลือก
5. เพดานคะแนนสะสม
พิจารณาเงื่อนไขว่า มีการจำกัดคะแนนสะสมสูงสุดต่อเดือนหรือต่อปีในแต่ละหมวดหมู่การใช้จ่ายหรือไม่ เพื่อให้ทราบมูลค่าสิทธิประโยชน์สูงสุดที่จะได้รับ หากมีรายการใช้จ่ายก้อนใหญ่
6. รายการใช้จ่ายที่ไม่ได้รับคะแนน
ตรวจสอบเงื่อนไขการยกเว้นคะแนนสำหรับรายการใช้จ่ายบางประเภท เช่น การถอนเงินสด ค่าน้ำ ค่าไฟ หรือการซื้อประกันบางประเภท เพื่อป้องกันความเข้าใจผิดและช่วยวางแผนการใช้บัตรเครดิตให้ได้รับคะแนนอย่างเต็มที่
7. สิทธิประโยชน์เสริม
ตรวจสอบสิทธิพิเศษเพิ่มเติมอื่น ๆ เช่น สิทธิ์การเข้าใช้บริการห้องรับรองสนามบิน ประกันอุบัติเหตุการเดินทาง หรือโปรโมชั่นผ่อนชำระ 0% เพื่อช่วยเพิ่มมูลค่าความคุ้มค่าโดยรวมของบัตรเครดิต ที่นอกเหนือจากการได้รับคะแนนสะสมคะแนนเพียงอย่างเดียว
บัตรเครดิตสะสมคะแนนใบไหนดี?
สำหรับบัตรเครดิต KTC สะสมคะแนน ที่แนะนำในปี 2026 มีดังนี้
บัตรเครดิต KTC VISA PLATINUM
บัตรเครดิตสำหรับผู้มีรายได้ 15,000 บาท/เดือน ที่ไม่มีค่าธรรมเนียมรายปี โดดเด่นด้วยสิทธิประโยชน์ส่วนลดห้องอาหารโรงแรมชั้นนำ ช้อปออนไลน์ และสั่งอาหารเดลิเวอรี่ตลอดปี พร้อมความยืดหยุ่นในการผ่อนชำระ ด้วยอัตราดอกเบี้ยพิเศษ 0.74% นานสูงสุด 10 เดือน ที่สามารถเปลี่ยนยอดชำระเต็มจำนวนเป็นยอดผ่อนได้ด้วยตนเอง ผ่านแอป KTC Mobile และมอบประกันอุบัติเหตุการเดินทางทั้งในและต่างประเทศ 8,000,000 บาท และประกันกระเป๋าเดินทางสูญเสีย หรือเสียหายจากการเดินทาง 40,000 บาท
คุณสมบัติผู้สมัคร
- อายุ 20 – 80 ปี
- รายได้รวมขั้นต่ำ 15,000 บาท/เดือน
บัตรเครดิต KTC PLATINUM MASTERCARD
บัตรเครดิตสำหรับผู้มีรายได้ 15,000 บาท/เดือน ที่ไม่มีค่าธรรมเนียมรายปี โดดเด่นด้วยสิทธิพิเศษ ณ ร้านอาหารหรูทั่วไทยและโปรโมชั่น Mastercard Priceless Special ทั่วโลก พร้อมความคุ้มค่าในการผ่อนชำระ ด้วยอัตราดอกเบี้ยพิเศษ 0.74% นานสูงสุด 10 เดือน ที่สามารถเปลี่ยนยอดชำระเต็มจำนวนเป็นยอดผ่อนได้ด้วยตนเอง ผ่านแอป KTC Mobile และการผ่อนชำระด้วยอัตราดอกเบี้ยพิเศษ 0.69% เมื่อทำรายการผ่าน KTC PHONE สำหรับรายการใช้จ่ายที่ฮ่องกง สิงคโปร์ มาเลเซีย และอินโดนีเซีย ทั้งยังสามารถอุ่นใจด้วยประกันอุบัติเหตุการเดินทางทั้งในและต่างประเทศ 8,000,000 บาท และประกันกระเป๋าเดินทางสูญเสีย หรือเสียหายจากการเดินทาง 40,000 บาท
คุณสมบัติผู้สมัคร
- อายุ 20 – 80 ปี
- รายได้รวมขั้นต่ำ 15,000 บาท/เดือน
บัตรเครดิต KTC JCB PLATINUM
บัตรเครดิตสำหรับสายญี่ปุ่นที่มีรายได้ 15,000 บาท/เดือน โดยไม่มีค่าธรรมเนียมรายปี มาพร้อมสิทธิพิเศษการรับคะแนน KTC FOREVER x2 แบบไม่จำกัดยอดรับคะแนนสูงสุด สำหรับทุกยอดการใช้จ่ายผ่านบัตรฯ ที่ประเทศญี่ปุ่น (ยกเว้นยอดการใช้จ่ายที่เป็นสกุลเงินไทย) ตั้งแต่ 1 ม.ค. 69 – 31 ธ.ค. 69 และส่วนลดสุดคุ้มทั้งกิน ช้อป เที่ยว ในไทยและญี่ปุ่น ทั้งยังได้รับสิทธิ์เข้าใช้ Airport Lounge บริการห้องรับรองในสนามบินญี่ปุ่น จีน ไต้หวัน เกาหลี สิงคโปร์ มาเลเซีย เวียดนาม เยอรมนี สหราชอาณาจักร และฮาวาย อุ่นใจด้วยประกันอุบัติเหตุการเดินทางทั้งในและต่างประเทศ 8,000,000 บาท และประกันกระเป๋าเดินทางสูญเสีย หรือเสียหายจากการเดินทาง 40,000 บาท
คุณสมบัติผู้สมัคร
- อายุ 20 – 80 ปี
- รายได้รวมขั้นต่ำ 15,000 บาท/เดือน
บัตรเครดิต KTC UNIONPAY PLATINUM
บัตรเครดิตสำหรับผู้มีรายได้ 15,000 บาท/เดือน โดยไม่มีค่าธรรมเนียมรายปี เหมาะกับสายเดินทางและช้อปปิ้งในเอเชีย ด้วยสิทธิประโยชน์รับคะแนน KTC FOREVER x2 ทุกการใช้จ่ายผ่านบัตรฯ ที่ฮ่องกง มาเก๊า และไต้หวัน เป็นสกุลเงินท้องถิ่น HKD/MOP/TWD เท่านั้น ตั้งแต่ 1 ม.ค. 69 – 31 ธ.ค. 69 พร้อมรับส่วนลดพิเศษจาก U Collection และร้านค้าชั้นนำที่ร่วมรายการ ทั้งยังมอบความอุ่นใจด้วยประกันอุบัติเหตุการเดินทางทั้งในและต่างประเทศ 8,000,000 บาท และประกันกระเป๋าเดินทางสูญเสีย หรือเสียหายจากการเดินทาง 40,000 บาท
คุณสมบัติผู้สมัคร
- อายุ 20 – 80 ปี
- รายได้รวมขั้นต่ำ 15,000 บาท/เดือน
บัตรเครดิต KTC DIGITAL PLATINUM VISA
บัตรเครดิตนวัตกรรมดิจิทัลที่ออกแบบมาเพื่อความปลอดภัยขั้นสุดสำหรับการใช้จ่ายยุคใหม่ มาพร้อมฟีเจอร์ Dynamic CVV รหัสหลังบัตร ที่เปลี่ยนทุกครั้งที่ขอ และใช้ได้ภายใน 24 ชั่วโมง ควบคุมการใช้งานง่าย ผ่านแอป KTC Mobile ป้องกันการโจรกรรมข้อมูลออนไลน์ได้เป็นอย่างดี และสามารถสะสมคะแนน KTC FOREVER ได้ง่าย ๆ เมื่อมีการใช้จ่ายครบทุก 25 บาท ตามเงื่อนไขกำหนด เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบช้อปปิ้งออนไลน์และต้องการความคล่องตัวปลอดภัยในบัตรเดียว
คุณสมบัติผู้สมัคร
- อายุ 20 – 80 ปี
- รายได้รวมขั้นต่ำ 15,000 บาท/เดือน
บัตรเครดิต KTC DIGITAL PLATINUM MASTERCARD
บัตรเครดิตที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ยุคดิจิทัล ที่มาพร้อม Dynamic CVC2 รหัสหลังบัตรที่เปลี่ยนทุกครั้งที่ขอ และใช้ได้ภายใน 24 ชั่วโมง ควบคุมการใช้งานง่าย ผ่านแอป KTC Mobile ช่วยเพิ่มความอุ่นใจในทุกการช้อปปิ้งออนไลน์ พร้อมมอบคะแนน KTC FOREVER เมื่อมีการใช้จ่ายครบทุก 25 บาท ตามเงื่อนไขกำหนด สะสมได้ไม่จำกัดและคะแนนไม่มีวันหมดอายุ ค่าธรรมเนียมแรกเข้าและรายปี เหมาะสำหรับผู้ที่มองหาบัตรเครดิตสะสมคะแนนที่เน้นความปลอดภัยและใช้งานง่ายผ่านแอปพลิเคชัน
คุณสมบัติผู้สมัคร
- อายุ 20 – 80 ปี
- รายได้รวมขั้นต่ำ 15,000 บาท/เดือน
รวมจุดเด่นบัตรเครดิตสะสมคะแนน ใบไหนน่าสมัครในปี 2026?
เลือกบัตรเครดิตสะสมคะแนนตามไลฟ์สไตล์อย่างไร?
สำหรับวิธีการเลือกบัตรเครดิตสะสมคะแนนตามไลฟ์สไตล์การใช้จ่าย มีดังนี้
- ขาช้อปออนไลน์ : เลือกบัตรเครดิตที่มีความปลอดภัยในการใช้จ่าย และให้มอบคะแนนสะสมเมื่อมีการใช้จ่ายออนไลน์ รวมถึงสามารถแลกคะแนนรับสิทธิพิเศษได้ง่ายผ่านแอปพลิเคชัน
- สายเดินทางต่างประเทศ : เลือกบัตรเครดิตที่มอบคะแนนสะสมที่สามารถนำไปแลกเป็นไมล์สะสมของสายการบินที่เดินทางเป็นประจำ หรืออาจเลือกเป็นบัตรเครดิตสะสมไมล์โดยตรง พร้อมพิจารณาสิทธิ์ในการเข้าใช้บริการห้องรับรองสนามบินทั้งในไทยและต่างประเทศ
- First Jobber : ควรเริ่มต้นด้วยบัตรเครดิตที่ไม่มีค่าธรรมเนียมแรกเข้าและรายปี เงื่อนไขการสมัครไม่ซับซ้อน ใช้จ่ายสะดวกทุกร้านค้าและออนไลน์ และให้คะแนนสะสมครอบคลุมหมวดหมู่การใช้จ่ายพื้นฐาน
- คนใช้จ่ายหลากหลายหมวดหมู่ : สามารถใช้บัตรเครดิตหลายใบเพื่อรับคะแนนจากการใช้จ่ายได้อย่างคุ้มค่าตามจุดเด่นของบัตรเครดิตแต่ละใบ เช่น การได้รับคะแนนสะสมในอัตราพิเศษเมื่อมีการใช้จ่ายเป็นสกุลเงินต่างประเทศ หรือเมื่อมียอดใช้จ่ายตามกำหนด
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับบัตรเครดิตสะสมคะแนน (FAQ)
Q : สามารถสมัครบัตรเครดิตสะสมคะแนนหลายใบพร้อมกันได้หรือไม่?
A : สามารถสมัครบัตรเครดิตได้หลายใบตามเงื่อนไขของธนาคาร/สถาบันการเงิน เพื่อรับสิทธิประโยชน์ที่หลากหลายของบัตรเครดิตแต่ละประเภท แต่ควรพิจารณาความสามารถในการชำระหนี้และการบริหารจัดการหลายบัตรเครดิตอย่างรอบคอบ
Q : คะแนนบัตรเครดิตสามารถแลกเป็นเงินสดได้หรือไม่?
A : ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของแต่ละธนาคาร/สถาบันการเงิน สำหรับบัตรเครดิต KTC ทุก 1,000 คะแนน KTC FOREVER แทนมูลค่าเงินสด 100 บาท
Q : บัตรเครดิตสะสมคะแนนกับบัตรเครดิตเงินคืนแตกต่างกันอย่างไร?
A : บัตรสะสมคะแนนเป็นการเปลี่ยนยอดใช้จ่ายเป็นคะแนนที่สามารถนำไปแลกรับสิทธิพิเศษต่าง ๆ ได้หลากหลาย ขณะที่บัตรเครดิตเงินคืน (Cashback) สมาชิกบัตรเครดิตจะได้รับเครดิตเงินคืนกลับเข้าวงเงินบัตรเครดิตตามอัตราเปอร์เซ็นต์ที่เงื่อนไขกำหนด ซึ่งความคุ้มค่าของบัตรเครดิตแต่ละประเภทขึ้นอยู่กับพฤติกรรมใช้จ่ายและความต้องการสมาชิกบัตรเครดิต
Q : เมื่อยกเลิกบัตรเครดิตแล้ว คะแนนสะสมจะเป็นอย่างไร?
A : โดยทั่วไป เมื่อยกเลิกใช้งานบัตรเครดิต คะแนนสะสมที่ยังไม่ได้นำไปแลกรับสิทธิพิเศษมักถูกยกเลิกไปด้วย ดังนั้นจึงควรแลกคะแนนสะสมเป็นสิทธิพิเศษต่าง ๆ ก่อนยกเลิกบัตรเครดิต
การเลือกบัตรเครดิตสะสมคะแนนที่เหมาะสมกับตนเอง ไม่ได้ขึ้นอยู่กับการหาบัตรเครดิตที่มอบคะแนนสะสมในอัตราสูงที่สุดเพียงอย่างเท่านั้น แต่ยังต้องพิจารณาอย่างรอบด้าน ตั้งแต่อัตราการสะสมคะแนน วันที่คะแนนหมดอายุ ช่องทางการรับ/ใช้คะแนน และเพดานคะแนนสะสม พร้อมทั้งคำนวณความคุ้มค่าจากพฤติกรรมใช้จ่ายจริงของตนเอง เพื่อให้มั่นใจว่าบัตรเครดิตที่เลือกจะสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน
สำหรับผู้ที่กำลังมองหาบัตรเครดิตสะสมคะแนนที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์หลากหลาย “บัตรเครดิต KTC” เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจ เพราะสามารถสะสมคะแนน KTC FOREVER จากยอดใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน ทั้งยังมาพร้อมช่องทางรับ/ใช้คะแนนที่หลากหลาย ทั้งส่วนลดร้านค้าพันธมิตร เครดิตเงินคืน และสินค้าต่าง ๆ หากสนใจ สมัครบัตรเครดิต KTC ออนไลน์ได้ทุกที่ทุกเวลา เพื่อเริ่มต้นรับความคุ้มค่าในทุกการใช้จ่ายด้วยสิทธิประโยชน์จากคะแนน KTC FOREVER และโปรโมชั่นที่ร้านค้าพันธมิตรตลอดทั้งปี
บัตรเครดิต KTC สะสมคะแนน KTC FOREVER ได้ไม่จำกัด และคะแนนไม่มีวันหมดอายุ









