“พิธีอุปสมบท” หรือ “การบวช” เป็นหนึ่งในพิธีกรรมทางพระพุทธศาสนาที่ครอบครัวชาวไทยส่วนใหญ่ให้ความสำคัญอย่างมาก เพราะการบวชพระไม่เพียงแต่จะเป็นธรรมเนียมที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนานเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวโยงไปถึงความเชื่อที่ว่า การบวชพระเป็นหนึ่งในแนวทางการตอบแทนพระคุณพ่อแม่ แม้การบวชนั้น ๆ จะเกิดขึ้นตามประเพณีประจำปี หรือมีจุดประสงค์การบวชเพื่อต้องการศึกษาหลักธรรมคำสอนก็ตาม
แต่กว่าจะมีงานบวชเกิดขึ้นได้นั้นก็จำเป็นต้องทำความเข้าใจในหลาย ๆ เรื่องให้ดีเสียก่อน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องงานบวชต้องเตรียมอะไรบ้าง จัดงานบวชมีค่าใช้จ่ายเท่าไหร่ รวมไปถึงเรื่องของฤกษ์ยามวันบวชที่ต้องพิจารณาให้ดี สมพงศ์กับเลขวันเดือนปีเกิดหรือไม่อย่างไร ดังนั้นแล้ว การจัดงานบวชจึงเป็นเรื่องที่ต้องเตรียมตัวและเตรียมความพร้อมกันให้เรียบร้อย และในบทความนี้ KTC ก็ได้รวบรวมเรื่องราวน่ารู้เกี่ยวกับการเตรียมงานบวช เพื่อเป็นประโยชน์ให้แก่คุณผู้ชายที่ตั้งใจจะบวชทดแทนบุญคุณพ่อแม่
ขั้นตอนการเตรียมตัวบวชฉบับมือใหม่ เริ่มต้นอย่างไรให้งานราบรื่น
เมื่อตัดสินใจที่เข้าสู้เส้นทางสายธรรมแล้ว อันดับต่อมาคือการวางแผนเตรียมงานบวช ซึ่งแนะนำให้เริ่มวางแผนล่วงหน้าอย่างน้อย 2 - 3 เดือน เพื่อที่จะมีเวลาจัดการทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับพิธีกรรมได้อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง โดยขั้นตอนการเตรียมตัวบวชมีดังนี้
1. หาฤกษ์มงคลและติดต่อวัด
เริ่มจากการเลือกวัดและนัดพบพระอุปัชฌาย์เพื่อกำหนดวันบวช ควรเช็กว่าวัดมีกำหนดการรับบวชในช่วงนั้นหรือไม่ เพราะวัดดังหลายแห่งจะมีจำนวนพระบวชใหม่เป็นจำนวนมากในช่วงเดือนมิถุนายน ถึงเดือนกรกฎาคม และช่วงก่อนเข้าพรรษา
2. ฝากตัวเป็นศิษย์และเริ่มท่องคำขานนาค
ผู้จะบวชต้องเดินทางไปวัดเพื่อฝากตัวเป็นศิษย์ของพระอุปัชฌาย์ และเริ่มฝึกท่องบทสวดที่ใช้ในพิธีอุปสมบท ซึ่งอาจใช้เวลาฝึกถึง 1 - 2 เดือน สำหรับคนที่ไม่มีพื้นฐาน
3. เตรียมเอกสารที่จำเป็น
เอกสารที่จำเป็น ได้แก่ บัตรประชาชน สำเนาทะเบียนบ้าน ใบรับรองแพทย์ว่าไม่มีโรคที่เป็นข้อห้ามในการบวช และรูปถ่าย
4. จัดซื้อเครื่องอัฐบริขารและของใช้ทั้งหมด
ควรจัดซื้อล่วงหน้าอย่างน้อย 1 เดือน เพราะบางรายการอาจต้องสั่งพิเศษหรือไม่สามารถหาซื้อได้ตามร้านค้าทั่วไป
5. จัดการสถานที่และงานเลี้ยง
ดำเนินการจองเต็นท์ เครื่องเสียง และช่างภาพให้เรียบร้อย โดยเฉพาะในช่วงเดือนที่จะพระบวชใหม่จำนวนมาก คิวช่างภาพและออร์แกไนเซอร์มักเต็มเร็ว จึงแนะนำให้จองล่วงหน้าอย่างน้อย 2 เดือน
6. จัดพิธีทำขวัญนาคและแห่นาค
โดยทั่วไปจะจัดในคืนก่อนวันบวช เป็นการเตรียมตัวทางจิตใจและเป็นการทำพิธีตามประเพณีท้องถิ่น
Checklist รายการของที่ต้องใช้ในงานบวช โดยแบ่งตามหมวดหมู่
นอกจากจะต้องเตรียมความพร้อมของร่างกายและจิตใจ สำหรับการเข้าสู่ใต้ร่มกาสาวพัสตร์แล้ว สิ่งของที่จำเป็นสำหรับการประกอบพิธีอุปสมบทก็เป็นสิ่งสำคัญไม่แพ้กัน
หมวดเครื่องอัฐบริขารและของใช้ส่วนตัวของนาค
- ผ้าไตรครอง
- ผ้าไตรอาศัย
- ตาลปัตร
- ขาตั้งสำหรับตาลปัตร
- ย่าม
- บาตรครบชุด
- อาสนะ
- หมอนพระ
- มุ้ง (มีหรือไม่มีก็ได้)
- เสื่อพับ (มีหรือไม่มีก็ได้)
- ผ้าห่ม
- ผ้าเช็ดตัว
- ผ้าเช็ดหน้า
- ผ้าอาบน้ำฝน
- อุปกรณ์สำหรับอาหาร (จาน ช้อนส้อม)
- กาสำหรับต้มน้ำ
- ปิ่นโต
- กระโถน
- ของใช้จำเป็นอื่น ๆ (เช่น แปรงสีฟัน ยาสีฟัน สบู่ แชมพู และเข็มกับด้าย)
- รองเท้าแตะ
ของใช้ในพิธีปลงผม / ทำขวัญนาค
- ผ้านุ่ง
- เสื้อนาค
- ร่ม
- มีดโกน
หมวดพิธีสงฆ์และสังฆทาน
- ผ้าไตรถวาย สำหรับถวายพระอุปัชฌาย์และพระคู่สวด
- ต้นเทียน สำหรับถวายพระอุปัชฌาย์และพระคู่สวด
- กรวยถวาย สำหรับพระอุปัชฌาย์ และพระคู่สวด
- ชุดบายศรี สำหรับพิธีทำขวัญนาค
- ชุดเทียนแพ สำหรับใช้ในพิธีแห่นาคและพิธีอุปสมบท
- เทียน ธูป และดอกไม้สำหรับบูชา
- พานแว่นฟ้า สำหรับวางผ้าไตร
- ดอกไม้ครอบไตร สำหรับประดับบนพานแว่นฟ้า
- เครื่องไทยธรรม สำหรับถวายพระอันดับในพิธี
- ปัจจัยถวายพระ หรือซองใส่เงินสำหรับพระแต่ละรูป
- ภัตตาหารเช้าและเพลสำหรับถวายพระในวันพิธี
- ชุดสังฆทานยา ประกอบด้วยยาสามัญประจำบ้าน วิตามิน และเวชภัณฑ์ต่าง ๆ
หมวดการจัดเลี้ยงและสถานที่
- สัปทนขนาดใหญ่ (กางให้นาคในขบวนแห่รอบอุโบสถ)
- อาหารและเครื่องดื่มสำหรับเลี้ยงแขก
- เต็นท์และโต๊ะเก้าอี้ (หากจัดนอกสถานที่)
- เครื่องเสียงและไมโครโฟน
- การตกแต่งสถานที่ เช่น ดอกไม้ ผ้าระบาย
- ช่างภาพและช่างวิดีโอ
- ของที่ระลึกสำหรับแขก (ถ้ามี)
อย่างไรก็ดี สำหรับของที่ต้องเตรียมในงานบวช ต้องมีอะไรบ้าง บางอย่างอาจเป็นสิ่งไม่จำเป็น หรือทางวัดอาจสามารถจัดหาให้ได้ ดังนั้นจึงควรสอบถามรายละเอียดกับทางวัดอีกครั้ง
5 เทคนิคบริหารงบงานบวชให้ประหยัดและคุ้มค่า
เปิด 5 เทคนิคการบริหารงบประมาณการจัดงานบวชให้ประหยัดและคุ้มค่า มีดังนี้
1. เลือกซื้อของใช้ที่จำเป็นสำหรับงานบวช
เลือกซื้อของใช้ที่จำเป็นสำหรับงานบวช โดยเลือกชำระผ่าน “บัตรเครดิต” หรือ “บัตรกดเงินสด” ที่มีโปรโมชั่นครอบคลุมหลากหลายหมวดหมู่การใช้จ่าย เช่น บัตรเครดิต KTC และบัตรกดเงินสด KTC PROUD ที่ทั้งสามารถรูดซื้อของที่ซูเปอร์มาร์เก็ตและห้างสรรพสินค้า เพื่อรับโปรโมชั่นส่วนลดหรือสิทธิผ่อน 0% ซึ่งจะช่วยให้กระแสเงินสดเกิดสภาพคล่อง และมีเงินทุนหมุนเวียนไว้ใช้จ่ายในแต่ละเดือนมากขึ้น
2. สั่งซื้อเครื่องอัฐบริขารและของใช้ส่วนตัวผ่านช่องทางออนไลน์
สำหรับเครื่องอัฐบริขารและของใช้ในพิธีสงฆ์หลายรายการ มีจำหน่ายบนแพลตฟอร์มออนไลน์ ทั้ง Shopee และ Lazada ซึ่งหากสั่งซื้อพร้อมเลือกใช้โค้ดส่วนลดจากทางแพลตฟอร์มและเลือกชำระผ่านบัตรเครดิตจะให้ได้ราคาที่คุ้มค่ายิ่งขึ้น อีกทั้งจะยังได้รับคะแนน KTC FOREVER ที่เมื่อมีการใช้จ่ายครบ 25 บาท จะได้รับ 1 คะแนน KTC FOREVER สะสมได้ไม่จำกัดและคะแนนไม่มีวันหมดอายุ ซึ่งคะแนนเหล่านี้สามารถนำไปแลกสิทธิประโยชน์อื่น ๆ ได้อีกมากมาย ถือเป็นอีกหนึ่งช่องทางในการช่วยให้ได้ความคุ้มค่ากลับมาจากยอดใช้จ่ายทั้งหมด
3. ใช้โปรโมชั่นเปลี่ยนยอดเต็มจำนวนเป็นยอดผ่อนชำระจากบัตรเครดิต
สำหรับค่าใช้จ่ายในส่วนค่าอาหารจัดเลี้ยง การเลือกซื้ออาหารหรือวัตถุดิบสำหรับปรุงอาหารที่ร้านค้าหรือซูเปอร์มาร์เก็ตที่รับชำระด้วยบัตรเครดิต KTC ทำให้สามารถเปลี่ยนยอดชำระเต็มจำนวนเป็นยอดผ่อนชำระต่อเดือนได้ ก่อนวันสรุปรอบบัญชี ด้วยอัตราดอกเบี้ย 0.74% ต่อเดือน สูงสุด 10 เดือน โดยสามารถทำได้ด้วยตนเองผ่านแอป KTC Mobile หรือโทร KTC PHONE 02 123 5000 กด 4 ซึ่งสิทธิพิเศษนี้จะช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายสำหรับจัดงานบวชให้ไม่หนักเกินไปจนกระทบกับสภาพคล่องทางการเงินในเดือนนั้น ๆ
4. เปรียบเทียบราคาจากหลายร้านค้าก่อนตัดสินใจ
โดยเฉพาะกับค่าใช้จ่ายในหมวดการจัดเลี้ยงและสถานที่ ทั้งค่าเต็นท์ โต๊ะเก้าอี้ และเครื่องเสียง ซึ่งราคาอาจจะแตกต่างกันไปตามพื้นที่และช่วงเวลา การสอบถามโดยตรงกับผู้ให้บริการจัดเลี้ยงและต่อรองราคา จะช่วยให้การจัดงานบวชประหยัดได้มากขึ้นอีก
5. กำหนดจำนวนแขกให้ชัดเจน
หมวดหมู่ค่าใช้จ่ายในการจัดเลี้ยงเป็นรายการใช้จ่ายที่มีมูลค่ามากที่สุด ดังนั้นการประเมินจำนวนแขกที่จะมาร่วมงาน จะช่วยให้เห็นภาพรวมของงบประมาณทั้งหมด ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการวางแผนการจัดงานบวช
FAQ : คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการเตรียมงานบวช
Q : จัดงานบวชต้องใช้เงินเท่าไหร่?
A : งบประมาณทั้งหมดขึ้นอยู่กับขนาดงานและจำนวนแขกที่มาร่วมงานเป็นหลัก
Q : ไม่มีเงินก้อนแต่อยากจัดงานบวชเพื่อทดแทนบุญคุณพ่อแม่ ควรทำอย่างไรดี?
A : สำหรับผู้ที่ต้องการเงินก้อนไว้สำหรับใช้จ่ายและจัดงานบวช สามารถเลือกสมัครบัตรเครดิต KTC สำหรับจัดการรายการค่าใช้จ่ายใหญ่ ๆ อย่างค่าอาหารจัดเลี้ยงและเครื่องบวชต่าง ๆ และสามารถเลือกสมัครบัตรกดเงินสด KTC PROUD เพื่อใช้เป็นวงเงินสำรองกรณีฉุกเฉินได้ในอนาคต
Q : อายุเท่าไหร่ถึงจะบวชได้?
A : สำหรับการบวชพระ (อุปสมบท)จะต้องมีอายุ 20 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป โดยไม่มีกำหนดอายุสูงสุดสำหรับการบวชพระ ขณะที่การบวชสามเณรสามารถทำได้ตั้งแต่อายุ 7 ปีขึ้นไป
เพื่อให้พิธีอุปสมบทเกิดมงคลสูงสุด การวางแผนที่ดีจะช่วยให้ทุกอย่างเป็นไปอย่างราบรื่นและไร้ความกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายเกินตัว สำหรับคนที่มีรายได้ประจำเริ่มต้น 12,000 - 15,000 บาทขึ้นไป การใช้บัตรเครดิตและบัตรกดเงินสดเป็นเครื่องมือช่วยบริหารค่าใช้จ่ายงานบวชนั้นสามารถให้ประโยชน์มากมาย โดยเฉพาะการได้รับความคุ้มค่ากลับคืน ทั้งยังได้รับคะแนน KTC FOREVER ที่สะสมได้ไม่จำกัดและไม่มีวันหมดอายุ
สำหรับใครที่กำลังวางแผนจัดงานมงคลและมองหาตัวช่วยเพิ่มสภาพคล่อง สมัครบัตรเครดิต KTC และ บัตรกดเงินสด KTC PROUD จะทำให้คุณสามารถวางแผนการเงินและเลือกใช้สิทธิประโยชน์จากเครื่องมือทางการเงินเหล่านี้ได้อย่างเต็มที่และเกิดความคุ้มค่าสูงสุด
ใช้จ่าย คุ้มค่า นึกถึงบัตรเครดิต KTC และบัตรกดเงินสด KTC PROUD



