ไฟฟ้าถือเป็นสาธารณูปโภคพื้นฐานที่มีความจำเป็นอย่างยิ่งต่อการดำรงชีวิต ด้วยเหตุนี้ ค่าไฟจึงถือเป็นหนึ่งในรายจ่ายสำคัญประจำเดือนของทุกครัวเรือน หากคุณมีคำถามเกี่ยวกับค่าไฟฟ้า ว่าค่าไฟหน่วยละกี่บาท ในปี 2569 นี้ จะมีการปรับค่าไฟหน่วยละกี่บาท ดูตรงไหน สามารถค้างค่าไฟได้กี่เดือน จ่ายช้าได้กี่วัน และอื่นๆ อีกมากมาย วันนี้เราได้รวบรวมข้อมูลสำคัญมาไว้ให้แล้ว
ค่า Ft คืออะไร ?
ค่า Ft หรือ Fuel Adjustment Charge (at the given time) คือ ค่าไฟฟ้าผันแปร หรือสูตรการปรับอัตราค่าไฟฟ้า ซึ่งจะเพิ่มขึ้น หรือลดลงตามการเปลี่ยนแปลงของต้นทุนค่าใช้จ่ายด้านเชื้อเพลิง และค่าซื้อไฟฟ้าจากเอกชนหรือประเทศเพื่อนบ้าน รวมไปถึงค่าใช้จ่ายที่การไฟฟ้าไม่สามารถควบคุมได้ ทั้งนี้ จะมีการปรับทุกๆ 4 เดือน โดยคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานจะเป็นผู้พิจารณาปรับค่า Ft โดยค่า Ft ประจำเดือน พฤษภาคม – สิงหาคม 2569 อยู่ที่หน่วยละ 0.1623 บาท หรือ 16.23 สตางค์ต่อหน่วย (ยังไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)
ค่าไฟหน่วยละกี่บาท 2569
สำหรับใครที่มีคำถามว่า ค่าไฟหน่วยละกี่บาท 2569 นี้ เมื่อวันที่ 27 เมษายน 2569 โดย นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ชี้แจงผ่านรายการ กรรมกรข่าวคุยนอกจอ ถึงอัตราค่าไฟฟ้า สำหรับรอบบิล มิ.ย. 2569 เน้นช่วยผู้ใช้ไฟน้อย ลดภาระค่าครองชีพ
กลุ่มที่ 1 ใช้ไฟไม่เกิน 200 หน่วยแรก
- อัตราค่าไฟ: ไม่เกิน 3 บาทต่อหน่วย
กลุ่มที่ 2 ใช้ไฟ 201 – 400 หน่วย
- อัตราค่าไฟ: 3.95 บาทต่อหน่วย
กลุ่มที่ 3 ใช้ไฟตั้งแต่ 401 หน่วยขึ้นไป
- อัตราค่าไฟ: แบบขั้นบันได มากกว่า 5 บาทต่อหน่วย
วิธีดูค่าไฟมีกี่วิธี
ค่าไฟหน่วยละกี่บาท ดูตรงไหน บอกเลยว่ามีหลายวิธีที่คุณสามารถดูค่าไฟฟ้าของตัวเองได้ โดยทั่วไปมีดังนี้
- ดูจากใบแจ้งหนี้ค่าไฟฟ้าประจำเดือน ที่ทางการไฟฟ้าจะส่งมาให้ ซึ่งใบแจ้งหนี้จะระบุปริมาณการใช้ไฟฟ้าและค่าใช้จ่ายที่ต้องชำระ
- ดูผ่านเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน
สำหรับผู้ใช้ไฟฟ้าของการไฟฟ้านครหลวง (MEA) สามารถดูค่าไฟฟ้าได้ 2 ช่องทาง คือ
เว็บไซต์ https://eservice.mea.or.th และ แอปพลิเคชัน MEA Smart Life ทั้งนี้ ผู้ใช้ไฟฟ้าจะต้องสมัครใช้บริการรับใบแจ้งค่าไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ (MEA e-Bill) ก่อน โดยหลังสมัครแล้วจะมีผลในรอบบิลถัดไป ส่วนผู้ใช้ไฟฟ้าของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) สามารถดูค่าไฟฟ้าได้ 2 ช่องทาง คือ เว็บไซต์ https://eservice.pea.co.th และ แอปพลิเคชัน PEA e-Bill
ค่าไฟจ่ายที่ไหนได้บ้าง ? ปี 2569
การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.)
อำนวยความสะดวกให้ลูกค้าเลือกชำระค่าไฟฟ้าได้หลายช่องทาง อาทิ
- ผ่าน PEA Smart Plus (ค่าบริการตามอัตราที่ผู้ให้บริการฯ กำหนด)
- ศูนย์บริการ PEA Front Office
- ผ่านตัวแทนเก็บเงินที่ได้รับแต่งตั้งจากการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค
- ผ่านตัวแทนจุดบริการรับชำระเงิน (ค่าบริการตามอัตราที่ตัวแทนฯ กำหนด)
- หักบัญชีเงินฝากธนาคาร (PEA รับภาระค่าธรรมเนียม)
- หักบัญชีบัตรเครดิต
- ผ่าน PEA e-Pay (ค่าบริการตามอัตราที่ผู้ให้บริการฯ กำหนด)
- ผ่าน Mobile Application ของผู้ให้บริการภายนอก (ค่าบริการตามอัตราที่ผู้ให้บริการฯ กำหนด)
- ผ่าน Website ของผู้ให้บริการภายนอก (ค่าบริการตามอัตราที่ผู้ให้บริการฯ กำหนด)
- ตู้เติมเงิน (ค่าบริการตามอัตราที่ผู้ให้บริการฯ กำหนด)
สามารถตรวจสอบรายละเอียดเพิ่มเติมได้ ที่นี่
การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.)
สำหรับช่องทางการชำระค่าไฟของ “การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.)” มีดังนี้
- ณ ที่ทำการ MEA: ทั้ง 18 เขต และสาขาย่อย รวมถึงเคาน์เตอร์บริการในห้างสรรพสินค้า (Government Center)
- MEA Smart Life Application: ชำระสะดวก 24 ชั่วโมง พร้อมระบบแจ้งเตือนเมื่อถึงกำหนด
- ช่องทางหักบัญชีอัตโนมัติ: ทั้งการหักบัญชีธนาคาร และหักบัญชีบัตรเครดิต (Master Card / VISA)
- ช่องทาง Digital Banking: ชำระผ่าน ATM, Internet Banking และ Mobile Banking ของธนาคารชั้นนำ
- เคาน์เตอร์ตัวแทน: เช่น เคาน์เตอร์เซอร์วิส (7-Eleven), ไปรษณีย์ไทย และจุดรับชำระที่มีสัญลักษณ์ MEA
- กระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ (E-Wallet): ชำระผ่านแอปพลิเคชันต่างๆ เช่น TrueMoney, BluePay, ShopeePay เป็นต้น
สามารถตรวจสอบรายละเอียดเพิ่มเติมได้ ที่นี่
ค้างค่าไฟได้กี่เดือน จ่ายค่าไฟช้าได้กี่วัน ปี 2569
การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) เดินหน้าช่วยเหลือประชาชนตามนโยบายเพื่อบรรเทาภาระค่าใช้จ่าย โดยขยายระยะเวลาการงดจ่ายกระแสไฟฟ้าให้แก่กลุ่มผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทบ้านอยู่อาศัยที่มียอดการใช้ไฟฟ้าน้อย ให้มีระยะเวลาในการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายได้ยืดหยุ่นยิ่งขึ้น โดยมีรายละเอียด ดังนี้
- เงื่อนไขผู้รับสิทธิ์: เป็นผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทบ้านอยู่อาศัย ที่มีค่าไฟฟ้าไม่เกิน 350 บาท/เดือน
- สิทธิ์ที่ได้รับ: ขยายระยะเวลางดจ่ายกระแสไฟฟ้า (ค้างชำระ) ได้รวมกันไม่เกิน 3 บิลเดือน โดยจะไม่มีการวางใบแจ้งเตือนและไม่งดจ่ายไฟฟ้าในระหว่างนี้
- เงื่อนไขเพิ่มเติม: ผู้ใช้ไฟฟ้าที่ได้รับสิทธิ์ต้องไม่มีค่าไฟฟ้าค้างชำระก่อนรอบบิลเดือนมกราคม 2569
- ระยะเวลาโครงการ: เริ่มต้นตั้งแต่บิลค่าไฟฟ้าเดือน มกราคม – ธันวาคม 2569
ทั้งนี้ ผู้ใช้ไฟฟ้าของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่หมายเลข 1129 PEA Contact Center ตลอด 24 ชั่วโมง ส่วนผู้ใช้ไฟฟ้าของการไฟฟ้านครหลวง สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ช่องทางโซเชียลมีเดียต่างๆ ได้แก่
ที่มา : การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค PEA
ทำอย่างไรเมื่อโดนตัดไฟ ?
ผู้ใช้ไฟของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) หากถูกงดจ่ายไฟฟ้าเกิน 90 วัน จะถูกยกเลิกสัญญาและต้องยื่นคำร้องขอติดตั้งมิเตอร์ใหม่ ส่วนผู้ใช้ไฟของการไฟฟ้านครหลวง (MEA) หากถูกตัดไฟเพราะไม่ชำระค่าไฟฟ้าตามกำหนด ทางการไฟฟ้านครหลวงมีสิทธิ์งดจ่ายไฟฟ้า โดยสามารถขอต่อกลับได้ภายใน 1 ปี ซึ่งแบ่งเป็น 2 ช่วงเวลาดังนี้
1. กรณีขอต่อกลับภายใน 6 เดือน
- ติดต่อการไฟฟ้าเพื่อชำระค่าต่อกลับ: รวมถึงชำระยอดค้างชำระทั้งหมด
- การวางหลักประกัน: ผู้ใช้จะต้องวางหลักประกันการใช้ไฟฟ้าใหม่ ในกรณีผู้ขอต่อกลับไม่เคยวางหลักประกันมาก่อน (ยกเว้นผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทบ้านอยู่อาศัยและกิจการขนาดเล็กที่ได้รับยกเว้นตามระเบียบ)
- ค่าตรวจสอบอุปกรณ์: ผู้ใช้ต้องชำระค่าตรวจสอบอุปกรณ์ภายใน กรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงระบบไฟฟ้า
- ค่าปรับปรุงระบบ: หาก MEA ต้องเสียค่าปรับปรุงหรือเปลี่ยนแปลงอุปกรณ์ระบบจ่ายไฟฟ้าอันเนื่องมาจากการใช้ไฟฟ้าของผู้ต่อกลับ ผู้ใช้ต้องชำระค่าใช้จ่ายตามจริง
- ระยะเวลาดำเนินการ: MEA จะดำเนินการต่อกลับไฟฟ้าภายใน 24 ชั่วโมง หลังจากชำระค่าไฟฟ้าหรือวางหลักประกันครบถ้วน
2. กรณีขอต่อกลับเกิน 6 เดือน แต่ไม่เกิน 1 ปี
- ติดต่อการไฟฟ้าเพื่อชำระค่าต่อกลับ: และยอดค้างชำระทั้งหมด
- การวางหลักประกัน: ผู้ใช้จะต้องวางหลักประกันการใช้ไฟฟ้าใหม่ (ยกเว้นประเภทบ้านอยู่อาศัยและกิจการขนาดเล็ก)
- ค่าปรับปรุงระบบ: หากต้องมีการปรับปรุงอุปกรณ์ระบบจ่ายไฟฟ้า ผู้ใช้จะต้องชำระค่าอุปกรณ์ระบบจำหน่ายตามค่าใช้จ่ายจริง
- ค่าตรวจอุปกรณ์ภายใน: ผู้ใช้ต้องชำระค่าตรวจอุปกรณ์ไฟฟ้าภายในบ้าน "ทุกกรณี" ไม่ว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงอุปกรณ์หรือไม่ก็ตาม เพื่อความปลอดภัยก่อนจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบ
ข้อยกเว้น: กรณีที่การไฟฟ้าไม่สามารถงดจ่ายไฟได้
- วันหยุด: วันเสาร์และวันอาทิตย์ รวมถึงวันหยุดนักขัตฤกษ์
- กรณีมีผู้ป่วย: ผู้ใช้ไฟฟ้าที่มีบุคคลในความดูแล หรือมีผู้ป่วยที่ต้องใช้ไฟฟ้าในการเดินเครื่องมือทางการแพทย์เพื่อรักษาพยาบาล ที่ได้ลงทะเบียนรายชื่อไว้ กับการไฟฟ้านครหลวงหรือการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคแล้ว
- มาตรการพิเศษปี 2569: ผู้ใช้ไฟฟ้าบ้านอยู่อาศัยที่มียอดบิลไม่เกิน 350 บาท/เดือน (และไม่มีหนี้ค้างก่อน ม.ค. 2569) จะได้รับสิทธิ์ขยายเวลางดจ่ายไฟฟ้ากรณีค้างชำระรวมกันไม่เกิน 3 บิลเดือน
สถานที่ติดต่อ: สามารถติดต่อได้ที่แผนกบริการการไฟฟ้านครหลวงเขตทุกแห่ง, สำนักงานการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคในพื้นที่ หรือผ่านแอปพลิเคชัน MEA Smart Life / PEA Smart Plus ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
แนะนำวิธีประหยัดไฟ
การประหยัดพลังงานไฟฟ้าเป็นหนึ่งในวิธีที่ช่วยลดค่าใช้จ่ายได้ เพียงแค่เราปรับเปลี่ยนพฤติกรรมบางอย่าง ก็ช่วยลดปริมาณการใช้ไฟฟ้าได้อย่างมีนัยสำคัญแล้ว เช่น
- เลือกซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5: เช่น ตู้เย็น เครื่องปรับอากาศ และเครื่องซักผ้า เพื่อประสิทธิภาพการใช้พลังงานสูงสุด
- ปิดอุปกรณ์ไฟฟ้าเมื่อไม่ใช้งานและไม่ควรเสียบปลั๊กคาไว้ตลอดเวลา: เพราะการเสียบปลั๊กทิ้งไว้ยังคงมีกระแสไฟฟ้าเลี้ยงวงจร (Standby Power) ทำให้สิ้นเปลืองพลังงานโดยเปล่าประโยชน์
- ติดตั้งมิเตอร์ TOU (Time of Use Rate): เปลี่ยนมาใช้มิเตอร์ที่คิดค่าไฟฟ้าตามช่วงเวลา โดยค่าไฟจะ ราคาถูกลงในช่วง Off-Peak (จันทร์-ศุกร์ เวลา 22.00-09.00 น. และวันเสาร์-อาทิตย์/วันหยุดราชการ ทั้งวัน) ซึ่งเหมาะมากสำหรับบ้านที่เน้นใช้ไฟช่วงกลางคืน หรือใช้ชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า (EV)
- ติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์ หรือ Solar Roof: เพื่อช่วยผลิตกระแสไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ ซึ่งนับเป็นแหล่งพลังงานสะอาดที่ช่วยลดค่าไฟฟ้าในช่วงกลางวันได้อย่างมาก
- ใช้หลอดประหยัดไฟหรือหลอด LED: ช่วยลดการใช้ไฟฟ้าลงได้ถึง 75% เมื่อเทียบกับหลอดฟลูออเรสเซนต์แบบเดิม โดยให้ความสว่างสูงแต่กินไฟน้อยและมีอายุการใช้งานยาวนานกว่า
- ปรับอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศให้อยู่ระหว่าง 25-27 องศาเซลเซียส: พร้อมเปิดพัดลมช่วยกระจายความเย็น จะช่วยให้เครื่องปรับอากาศไม่ทำงานหนักเกินไปและประหยัดไฟได้มากขึ้น
- ใช้ผ้าม่านกันแสงแดด: เพื่อลดความร้อนสะสมภายในห้อง ช่วยให้เครื่องปรับอากาศทำงานน้อยลงและรักษาความเย็นได้นานขึ้น
- ใช้พัดลมแทนเครื่องปรับอากาศ: ในวันที่อากาศไม่ร้อนจัด การใช้พัดลมจะกินไฟน้อยกว่าเครื่องปรับอากาศหลายเท่าตัว ช่วยประหยัดค่าไฟได้อย่างเห็นผล
มาตรการลดหย่อนภาษีโซล่าเซลล์ 2569
รัฐบาลมีมาตรการทางภาษีเพื่อกระตุ้นให้ประชาชนหันมาใช้พลังงานสะอาดมากขึ้น โดยให้สิทธิ บุคคลธรรมดาที่ติดตั้งโซล่าเซลล์บนบ้านอยู่อาศัย สามารถนำค่าใช้จ่ายมาลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา
สิทธิประโยชน์หลัก
- ลดหย่อนค่าซื้ออุปกรณ์และค่าติดตั้งตามที่จ่ายจริง
- วงเงินลดหย่อนสูงสุด ไม่เกิน 200,000 บาท
- ใช้สิทธิได้ 1 ครั้งต่อ 1 ระบบตลอดโครงการ
มาตรการนี้มีผลตั้งแต่วันที่กฎหมายประกาศในราชกิจจานุเบกษา จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2571 เพื่อกระตุ้นให้ประชาชนติดตั้ง Solar Rooftop ภายในช่วงเวลาที่กำหนด
นอกจากเทคนิคประหยัดไฟที่จะช่วยประหยัดเงินในกระเป๋าได้แล้ว อีกหนึ่งวิธีที่จะช่วยให้คุณบริหารจัดการการใช้จ่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น คือการจ่ายค่าไฟฟ้าด้วยบัตรเครดิต เพราะมีข้อดีหลายอย่าง เช่น ได้รับคะแนนสะสมจากการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิต ซึ่งสามารถนำไปแลกของรางวัลหรือส่วนลดต่างๆ ได้ด้วย และบางแอปพลิเคชันช้อปปิ้งออนไลน์ยังมีโปรโมชั่นส่วนลดสำหรับการจ่ายค่าไฟผ่านบัตรเครดิตอีกด้วย สำหรับผู้ที่สนใจสมัครบัตรเครดิต สามารถสมัครบัตรเครดิต KTC ออนไลน์ได้ง่ายๆ ตลอด 24 ชม.
ใช้จ่าย คุ้มค่า นึกถึงบัตรเครดิต KTC

