การลาออกจากงานประจำไม่ได้หมายความว่าสิทธิ์ประกันสังคมจะต้องสิ้นสุดลงเสมอไป เพราะผู้ที่เคยเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 33 สามารถยื่นสมัครเป็นผู้ประกันตนมาตรา 39 หรือ ผู้ประกันตน ม.39 เพื่อรักษาสิทธิประโยชน์ด้านการรักษาพยาบาล เงินทดแทนการขาดรายได้ เงินสงเคราะห์บุตร เงินคลอดบุตร เงินทุพพลภาพ และเงินบำนาญชราภาพไว้ได้ หากมีคุณสมบัติตรงตามที่สำนักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงาน กำหนดไว้
ในปี 2569 ผู้ประกันตน ม.39 อาจจะยังมีข้อสงสัยว่า ต้องจ่ายเงินสมทบเดือนละเท่าไร สิทธิประโยชน์ยังเหมือนเดิมหรือไม่ มีอะไรบ้าง และการจ่ายเงินสมทบอย่างต่อเนื่องคุ้มค่ากับการรักษาสิทธิ์ในระยะยาวหรือเปล่า ในบทความนี้ KTC จะพาไปสรุปข้อมูลสำคัญของการเป็นผู้ประกันตนมาตรา 39 พร้อมวิเคราะห์ข้อดี ข้อควรรู้ และแนวทางตัดสินใจว่าการคงสิทธิ์ ม.39 เหมาะกับใครบ้าง
ผู้ประกันตน ม.39 ปี 2569 ต้องจ่ายเงินสมทบเท่าไหร่ และมีเงื่อนไขอย่างไร?
ผู้ประกันตน มาตรา 39 คือ ผู้ที่เคยเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 33 หรือลูกจ้างในระบบประกันสังคมมาก่อน และลาออกจากงานแล้ว แต่ยังคงต้องการรักษาสิทธิประโยชน์ของประกันสังคมไว้อย่างต่อเนื่อง จึงสมัครเป็นผู้ประกันตนโดยสมัครใจ พร้อมส่งเงินสมทบด้วยตนเองทุกเดือนเป็นจำนวน 432 บาท อย่างต่อเนื่องทุกเดือน โดยรัฐบาลจะช่วยสมทบอีก 120 บาทต่อเดือน เพื่อรักษาสถานะความเป็นผู้ประกันตนและรับสิทธิประโยชน์ตามกฎหมายประกันสังคม แม้ว่าจะลาออกจากงานประจำแล้วก็ตาม
อัตราเงินสมทบดังกล่าวไม่ได้คำนวณจากรายได้จริงของผู้ประกันตน แต่คำนวณจากฐานค่าจ้างที่กฎหมายกำหนดไว้ที่ 4,800 บาทต่อเดือน ซึ่งแตกต่างจากผู้ประกันตนมาตรา 33 ที่เงินสมทบจะขึ้นอยู่กับฐานเงินเดือนของแต่ละคนภายใต้เพดานที่กฎหมายกำหนด
ทั้งนี้ เงื่อนไขการสมัครเป็นผู้ประกันตน มาตรา 39 กำหนดไว้ว่า จำเป็นต้องเคยส่งเงินสมทบตามมาตรา 33 มาแล้วไม่น้อยกว่า 12 เดือน และยื่นสมัครภายใน 6 เดือนนับจากวันที่สิ้นสุดความเป็นผู้ประกันตนมาตรา 33 และผู้ประกันตน มาตรา 39 จะขาดสิทธิ์ทันที เมื่อไม่ส่งเงินสมทบ 3 เดือนติดต่อกัน หรือภายในระยะเวลา 12 เดือน ส่งเงินสมทบมาแล้วไม่ครบ 9 เดือน
สิทธิ์ความคุ้มครอง ผู้ประกันตน ม.39 มีอะไรบ้าง?
เมื่อสมัครเป็นผู้ประกันตน ม.39 แล้ว ผู้ประกันตนยังคงได้รับความคุ้มครองที่สำคัญ 6 กรณี ได้แก่
- กรณีเจ็บป่วยและรักษาพยาบาล
- กรณีคลอดบุตร
- กรณีทุพพลภาพ
- กรณีเสียชีวิต
- กรณีสงเคราะห์บุตร
- กรณีชราภาพ
เงินสมทบที่จ่ายในแต่ละเดือนจึงไม่ใช่เพียงค่าใช้จ่ายด้านการรักษาพยาบาล แต่เป็นการร่วมสะสมสิทธิประโยชน์ในหลายมิติ ซึ่งจะมอบความคุ้มครองตลอดช่วงเวลาที่ผู้ประกันตนยังคงส่งเงินสมทบอย่างต่อเนื่องในหลายด้าน ทั้งด้านสุขภาพ การช่วยเหลือครอบครัว และเงินบำนาญหลังเกษียณ
ความแตกต่างเงินสมทบผู้ประกันตน ม.39 ส่งผลต่อยอดเงินบำนาญชราภาพอย่างไร?
แม้ผู้ประกันตน ม.39 จะยังได้รับความคุ้มครองในกรณีชราภาพไม่ต่างจากการส่งเงินสมทบประกันสังคม ม.33 แต่ด้วยการคำนวณเงินบำนาญจะอ้างอิงจากฐานค่าจ้าง 4,800 บาท ไม่ใช่ฐานเงินเดือนเดิมก่อนลาออกจากงานอย่างเช่นการเป็นผู้ประกันตน ม.33 จึงอาจส่งผลต่อมูลค่าเงินบำนาญในอนาคต
ตัวอย่างเช่น
ก่อนลาออกจากงานมีเงินเดือน 35,000 บาท เมื่อเปลี่ยนมาเป็น ม.39 ฐานเงินสมทบจะเหลือ 4,800 บาท ซึ่งหากส่งเงินสมทบ ม.39 ต่อเนื่องเป็นเวลานาน ช่วงเวลาดังกล่าวจะถูกนำมาคำนวณสิทธิประโยชน์ตามหลักเกณฑ์ของกฎหมาย ซึ่งอาจส่งผลให้มูลค่าเงินบำนาญในอนาคตแตกต่างจากกรณีที่ยังอยู่ในระบบ ม.33
อย่างไรก็ตาม ไม่ได้หมายความว่าการสมัครเป็นผู้ประกันตน ม.39 จะไม่คุ้มค่า เพราะเงินบำนาญชราภาพจะพิจารณาจากหลายองค์ประกอบร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็นระยะเวลาการส่งเงินสมทบจำนวนเดือนที่ส่งเงินสมทบ ฐานค่าจ้างเฉลี่ยตามหลักเกณฑ์ของสำนักงานประกันสังคม และเงื่อนไขการรับบำนาญหรือบำเหน็จชราภาพ
ข้อควรพิจารณา ก่อนตัดสินใจสมัครเป็นผู้ประกันตน ม.39 มีอะไรบ้าง?
การตัดสินใจว่าจะสมัครหรือคงสิทธิ์เป็นผู้ประกันตน ม.39 ต่อหรือไม่นั้น ไม่ควรพิจารณาเฉพาะจำนวนเงินสมทบ 432 บาทต่อเดือน แต่ควรมองภาพรวมของมูลค่าความคุ้มครองที่ได้รับในระยะยาว โดยสามารถพิจารณาได้ตามแนวทางดังนี้
- ด้านสุขภาพ : พิจารณาตนเองว่า มีโรคประจำตัวหรือจำเป็นต้องพบแพทย์เป็นประจำหรือไม่
- ด้านรายได้ : พิจารณาตนเองว่า มีรายได้สม่ำเสมอเพียงพอสำหรับส่งเงินสมทบทุกเดือนหรือไม่
- ด้านแผนการทำงาน : พิจารณาตนเองว่า จะมีโอกาสกลับไปทำงานประจำในอนาคตอันใกล้หรือไม่
- ด้านครอบครัว : พิจารณาตนเองว่า ในอนาคตมีแผนมีบุตร หรือต้องการรับสิทธิ์สงเคราะห์บุตรหรือไม่
- ด้านความมั่นคงหลังเกษียณ : พิจารณาตนเองว่า ต้องการสะสมสิทธิ์บำนาญชราภาพอย่างต่อเนื่องหรือไม่
การพิจารณาตามแนวทางต่าง ๆ เหล่านี้ จะช่วยให้สามารถเปรียบเทียบมูลค่าของสิทธิประโยชน์ที่อาจได้รับจากการรักษาพยาบาล การคลอดบุตร เงินสงเคราะห์บุตร หรือเงินบำนาญชราภาพในอนาคต ว่าเงินสมทบจำนวนดังกล่าวมอบสิทธิประโยชน์ที่คุ้มค่าและคุ้มครองครอบคลุมในทุกแง่มุมหรือไม่
สิ่งสำคัญที่สุดคือ อย่าพิจารณาเฉพาะค่าใช้จ่ายเดือนละ 432 บาท แต่ควรมองถึงความต่อเนื่องของสิทธิประโยชน์ในระยะยาว ทั้งด้านสุขภาพ ความมั่นคงของครอบครัว และการวางแผนชีวิตหลังเกษียณ ซึ่งเป็นปัจจัยที่มีมูลค่าสูงกว่าตัวเลขเงินสมทบรายเดือนเพียงอย่างเดียว
อัพเดทสิทธิประโยชน์ผู้ประกันตน ม.39 ล่าสุดปี 2569 ครอบคลุมทุกด้านไหม?
หลายคนเข้าใจว่าหลังลาออกจากงานและเปลี่ยนมาเป็นผู้ประกันตน ม. 39 สิทธิประโยชน์จะลดลงอย่างมาก แต่ความจริงแล้ว ผู้ประกันตน ม.39 จะยังคงได้รับความคุ้มครองจากกองทุนประกันสังคมครอบคลุมหลายด้านที่สำคัญ ดังนี้
- กรณีเจ็บป่วยและรักษาพยาบาล
- กรณีทุพพลภาพ
- กรณีคลอดบุตร
- กรณีสงเคราะห์บุตร
- กรณีชราภาพ
- กรณีเสียชีวิต
อย่างไรก็ตาม ก็ยังมีสิทธิประโยชน์บางรายการที่ผู้ประกันตน ม.39 ไม่ได้รับ เมื่อเทียบกับผู้ประกันตน ม. 33 ก็คือ สิทธิ์ความคุ้มครองกรณีว่างงาน ดังนั้น ก่อนตัดสินใจสมัครหรือคงสิทธิ์ ม.39 ควรทำความเข้าใจรายละเอียดของแต่ละสิทธิ์ที่จะได้รับให้ครบถ้วน เพื่อให้สามารถวางแผนด้านการเงินและสวัสดิการได้อย่างเหมาะสม
สิทธิประโยชน์ ผู้ประกันตน ม.39 คุ้มครองอะไรบ้าง?
แม้ว่าผู้ประกันตนจะลาออกจากงานประจำและเปลี่ยนสถานะมาเป็นผู้ประกันตน ม. 39 แต่ยังคงได้รับความคุ้มครองจากกองทุนประกันสังคมใน 6 กรณีสำคัญ โดยมีรายละเอียดเป็นดังนี้
1. สิทธิประโยชน์กรณีเจ็บป่วย
ผู้ประกันตน ม.39 สามารถเข้ารับการรักษาพยาบาลที่สถานพยาบาลตามสิทธิ์ได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายตามหลักเกณฑ์ของสำนักงานประกันสังคม ครอบคลุมทั้งการรักษาโรคทั่วไป การรักษาฉุกเฉิน อุบัติเหตุ การรักษาทันตกรรมบางรายการ (ถอนฟัน อุดฟัน ขูดหินปูน และผ่าตัดฟันคุด ได้รับค่าบริการทางการแพทย์เท่าที่จ่ายจริง ในอัตราสูงสุด 900 บาทต่อครั้งต่อปี) การปลูกถ่ายไขกระดูก และการบำบัดทดแทนไต ในกรณีที่เข้าเงื่อนไข รวมถึงมีสิทธิ์ได้รับเงินทดแทนการขาดรายได้ หากแพทย์สั่งให้หยุดพักรักษาตัวตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด
เงินทดแทนการขาดรายได้
ผู้ประกันตนมาตรา 39 ที่เจ็บป่วยจนแพทย์สั่งให้หยุดพักรักษาตัว และมีคุณสมบัติตามหลักเกณฑ์ของสำนักงานประกันสังคม มีสิทธิ์ได้รับเงินทดแทนการขาดรายได้ ในอัตราร้อยละ 50 ของค่าจ้างที่ใช้เป็นฐานคำนวณ หรือที่ 4,800 บาท โดยจ่ายครั้งละไม่เกิน 90 วัน และรวมไม่เกิน 180 วันต่อปี ส่วนผู้ที่ป่วยด้วยโรคเรื้อรังตามเกณฑ์ที่กำหนด อาจได้รับเงินทดแทนสูงสุด ไม่เกิน 365 วัน ตามเงื่อนไขของสำนักงานประกันสังคม ซึ่งปัจจุบันได้กำหนดไว้ 6 โรค/อาการเรื้อรัง ดังนี้
- โรคมะเร็ง
- โรคไตวายเรื้อรัง
- โรคเอดส์
- โรคหรือการบาดเจ็บของสมอง เส้นเลือดสมอง หรือกระดูกสันหลังที่ส่งผลให้เกิดอัมพาต
- ภาวะกระดูกหักที่มีภาวะแทรกซ้อน
- โรคหรืออาการเจ็บป่วยอื่นที่ต้องรักษาตัวต่อเนื่องเกิน 180 วัน โดยต้องได้รับการพิจารณาตามหลักเกณฑ์ของคณะกรรมการการแพทย์
2. สิทธิประโยชน์กรณีทุพพลภาพ
ผู้ประกันตน ม. 39 ที่เจ็บป่วยหรือประสบอันตรายจนเกิดภาวะทุพพลภาพ ซึ่งหมายถึงการสูญเสียอวัยวะ สูญเสียสมรรถภาพของร่างกาย หรือมีความผิดปกติทางจิตใจจนไม่สามารถประกอบอาชีพได้ และมีคุณสมบัติตามหลักเกณฑ์ของสำนักงานประกันสังคม กล่าวคือ จ่ายเงินสมทบครบ 3 เดือน ภายในระยะเวลา 15 เดือน ก่อนเดือนที่สำนักงานประกันสังคมกำหนดให้เป็นผู้ทุพพลภาพ และเจ็บป่วยหรือประสบอันตรายจนถึงขั้นทุพพลภาพ ก็จะได้รับความคุ้มครองทั้งด้านค่ารักษาพยาบาลและเงินช่วยเหลือเพื่อบรรเทาผลกระทบจากการสูญเสียความสามารถในการทำงาน
สิทธิประโยชน์ที่ได้รับ ได้แก่ ค่ารักษาพยาบาลตามหลักเกณฑ์ของสำนักงานประกันสังคม ค่าเดินทางหรือค่าพาหนะรับ-ส่งเพื่อเข้ารับการรักษา ค่าฟื้นฟูสมรรถภาพ รวมถึงเงินทดแทนการขาดรายได้ในอัตราร้อยละ 50 ของค่าจ้างที่ใช้เป็นฐานคำนวณ หรือที่ 4,800 บาท ต่อเนื่องตลอดชีวิต
นอกจากนี้ หากผู้ประกันตนทุพพลภาพเสียชีวิต ทายาทหรือผู้จัดการศพยังสามารถยื่นขอรับค่าทำศพและเงินสงเคราะห์กรณีเสียชีวิต ตามหลักเกณฑ์ที่สำนักงานประกันสังคมกำหนดได้อีกด้วย
3. สิทธิประโยชน์กรณีคลอดบุตร
ผู้ประกันตน ม. 39 ที่ส่งเงินสมทบไม่น้อยกว่า 5 เดือน ภายในระยะเวลา 15 เดือนก่อนเดือนคลอดบุตร มีสิทธิ์ได้รับค่าคลอดบุตรแบบเหมาจ่าย 13,000 บาทต่อการคลอด 1 ครั้ง โดยสามารถเลือกฝากครรภ์และคลอดบุตรกับสถานพยาบาลได้ตามต้องการ โดยไม่จำเป็นต้องเป็นสถานพยาบาลตามสิทธ์ นอกจากนี้ ยังสามารถเบิกค่าฝากครรภ์ได้ตามหลักเกณฑ์ที่สำนักงานประกันสังคมกำหนด ในจำนวนไม่เกิน 1,000 บาท
สำหรับผู้ประกันตนหญิง ยังมีสิทธิ์ได้รับเงินสงเคราะห์การหยุดงานเพื่อการคลอดบุตร ในอัตราร้อยละ 50 ของค่าจ้างที่ใช้เป็นฐานคำนวณ หรือที่ 4,800 บาท เป็นระยะเวลา 90 วัน เพื่อเป็นการชดเชยการขาดรายได้ระหว่างลาคลอด
ทั้งนี้ การใช้สิทธิ์ต้องเป็นไปตามเงื่อนไขของสำนักงานประกันสังคม และสามารถยื่นขอรับประโยชน์ทดแทนภายในระยะเวลาที่กำหนด
4. สิทธิประโยชน์กรณีสงเคราะห์บุตร
ผู้ประกันตน ม.39 ที่ส่งเงินสมทบไม่น้อยกว่า 12 เดือน ภายในระยะเวลา 36 เดือน ก่อนเดือนที่มีสิทธิ์รับประโยชน์ทดแทน สามารถรับเงินสงเคราะห์บุตรเดือนละ 600 บาทต่อคน สำหรับบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายที่มีอายุตั้งแต่แรกเกิด จนถึง 6 ปีบริบูรณ์ โดยรับสิทธิ์ได้คราวละไม่เกิน 3 คน ตามหลักเกณฑ์ของสำนักงานประกันสังคม เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายในการเลี้ยงดูบุตร
ทั้งนี้ สิทธิ์เงินสงเคราะห์บุตรจะสิ้นสุดเมื่อบุตรมีอายุครบ 6 ปีบริบูรณ์ บุตรเสียชีวิต ถูกยกให้เป็นบุตรบุญธรรมของบุคคลอื่น หรือเมื่อผู้ประกันตนสิ้นสุดความเป็นผู้ประกันตน ม. 39
5. สิทธิประโยชน์กรณีชราภาพ
ผู้ประกันตน ม. 39 ที่ส่งเงินสมทบครบตามหลักเกณฑ์ เมื่อมีอายุ 55 ปีบริบูรณ์ และสิ้นสุดความเป็นผู้ประกันตน จะมีสิทธิ์ได้รับเงินบำเหน็จชราภาพ หรือเงินบำนาญชราภาพ ขึ้นอยู่กับระยะเวลาการส่งเงินสมทบ ดังนี้
- ส่งเงินสมทบไม่ครบ 12 เดือน จะได้รับเงินบำเหน็จชราภาพเป็นเงินก้อน เท่ากับจำนวนเงินสมทบที่ผู้ประกันตนส่งเข้ากองทุน
- ส่งเงินสมทบตั้งแต่ 12 เดือนขึ้นไป แต่ไม่ครบ 180 เดือน (15 ปี) จะได้รับเงินบำเหน็จชราภาพเป็นเงินก้อน โดยคำนวณจากเงินสมทบที่สะสมไว้ พร้อมผลตอบแทนจากการลงทุนตามหลักเกณฑ์ของสำนักงานประกันสังคม
- ส่งเงินสมทบครบ 180 เดือน (15 ปี) ขึ้นไป จะได้รับเงินบำนาญชราภาพเป็นรายเดือนตลอดชีวิต โดยคำนวณจากฐานค่าจ้างเฉลี่ยที่ใช้ส่งเงินสมทบ และหากส่งเงินสมทบเกิน 15 ปี อัตราเงินบำนาญจะเพิ่มขึ้นอีก 1.5% ทุก ๆ 12 เดือน ที่ส่งเงินสมทบเพิ่มเติม
6. สิทธิประโยชน์กรณีเสียชีวิต
หากผู้ประกันตน ม. 39 เสียชีวิตโดยไม่ได้เกิดจากการทำงาน และได้ส่งเงินสมทบอย่างน้อย 1 เดือน ภายในระยะเวลา 6 เดือนก่อนถึงแก่ความตาย ผู้มีสิทธิ์สามารถยื่นขอรับประโยชน์ทดแทนจากสำนักงานประกันสังคมได้ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด โดยสิทธิประโยชน์ที่ได้รับ ได้แก่
- ค่าทำศพจำนวน 40,000 บาท ซึ่งจ่ายให้แก่ผู้จัดการศพ
- เงินสงเคราะห์กรณีเสียชีวิต โดยจำนวนเงินจะขึ้นอยู่กับระยะเวลาการส่งเงินสมทบของผู้ประกันตนก่อนเสียชีวิต หากส่งเงินสมทบตั้งแต่ 36 เดือน แต่ไม่ถึง 120 เดือน ผู้มีสิทธิ์จะได้รับเงินสงเคราะห์ เท่ากับค่าจ้างเฉลี่ย 2 เดือน แต่หากส่งเงินสมทบ ตั้งแต่ 120 เดือนขึ้นไป จะได้รับเงินสงเคราะห์เพิ่มเป็นเท่ากับค่าจ้างเฉลี่ย 6 เดือน
สิทธิ์ผู้ประกันตน ม.39 เหมาะกับใครบ้าง?
- ผู้ที่มีโรคประจำตัวหรือจำเป็นต้องรักษาต่อเนื่อง ถือเป็นกลุ่มที่ได้รับประโยชน์จากมาตรา 39 มากที่สุด เพราะยังสามารถใช้สิทธิ์รักษาพยาบาลตามประกันสังคมได้อย่างต่อเนื่อง ช่วยลดภาระค่ารักษาพยาบาลและค่ายาในระยะยาว
- สำหรับฟรีแลนซ์ ผู้ประกอบอาชีพอิสระ และเจ้าของกิจการ ที่แม้จะไม่มีนายจ้างคอยส่งเงินสมทบเหมือนมาตรา 33 แต่การส่งเงินสมทบเดือนละ 432 บาท จะทำให้ยังได้รับความคุ้มครองด้านสุขภาพ รวมถึงสิทธิ์กรณีคลอดบุตร สงเคราะห์บุตร ชราภาพ และเสียชีวิต ซึ่งเป็นหลักประกันที่สำคัญในช่วงที่ไม่มีสวัสดิการจากองค์กร
- ผู้ที่กำลังหางานใหม่ การเป็นผู้ประกันตน ม. 39 จะช่วยให้สิทธิ์รักษาพยาบาลไม่ขาดตอนในช่วงเปลี่ยนผ่านอาชีพ และเมื่อกลับเข้าทำงานกับนายจ้าง ก็สามารถกลับไปเป็นผู้ประกันตนมาตรา 33 ได้ตามหลักเกณฑ์
- ผู้ที่วางแผนเกษียณ การส่งเงินสมทบอย่างต่อเนื่องยังช่วยสะสมสิทธิ์กรณีชราภาพ เพื่อรับเงินบำเหน็จหรือเงินบำนาญในอนาคต โดยเฉพาะผู้ที่ใกล้ส่งเงินสมทบครบ 180 เดือน ซึ่งเป็นเกณฑ์สำคัญในการรับเงินบำนาญรายเดือน
สมัครผู้ประกันตน ม.39 ต้องมีคุณสมบัติอะไรบ้าง?
ผู้ที่ต้องการสมัครเป็นผู้ประกันตนมาตรา 39 จะต้องเป็นผู้ที่เคยอยู่ในระบบประกันสังคมตามมาตรา 33 มาก่อน และมีคุณสมบัติตามที่สำนักงานประกันสังคมกำหนด ดังนี้
- เคยเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 33 และส่งเงินสมทบมาแล้ว ไม่น้อยกว่า 12 เดือน
- ยื่นสมัครภายใน 6 เดือนนับจากวันที่สิ้นสุดความเป็นผู้ประกันตนมาตรา 33 (วันที่ลาออกจากงาน)
- ไม่เป็นผู้รับประโยชน์ทดแทนกรณีทุพพลภาพจากกองทุนประกันสังคม
หากมีคุณสมบัติครบถ้วน ผู้ประกันตนสามารถสมัครเพื่อรักษาสิทธิประโยชน์ด้านประกันสังคมต่อเนื่องได้ โดยไม่ต้องเริ่มต้นสะสมสิทธิ์ใหม่
สมัครเป็นผู้ประกันตน ม.39 ได้ที่ไหน?
การสมัครเป็นผู้ประกันตนมาตรา 39 ต้องยื่นคำขอด้วยตนเอง โดยกรอกแบบคำขอเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 39 (แบบ สปส. 1 - 20) และยื่นภายในระยะเวลาที่กำหนด ดังนี้
- กรุงเทพมหานคร ยื่นได้ที่สำนักงานประกันสังคมกรุงเทพมหานครพื้นที่
- ต่างจังหวัด ยื่นได้ที่สำนักงานประกันสังคมจังหวัด หรือสำนักงานประกันสังคมสาขา ยกเว้นสำนักงานใหญ่บริเวณกระทรวงสาธารณสุข
วิธีสมัครเป็นผู้ประกันตน ม.39 ออนไลน์ ทำอย่างไร?
ผู้ที่มีคุณสมบัติครบถ้วนสามารถสมัครเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 39 ผ่านระบบ e-Service ของสำนักงานประกันสังคมได้ โดยมีขั้นตอนดังนี้
- เข้าเว็บไซต์ www.sso.go.th และเลือกสมัครผ่านระบบ e-Service
- สมัครสมาชิกและเข้าสู่ระบบด้วย Username และ Password (หากยังไม่เคยใช้งาน ต้องลงทะเบียนสมาชิกก่อน)
- เลือกเมนู “สมัครมาตรา 39” เพื่อเข้าสู่หน้าระบบการสมัคร
- ตรวจสอบคุณสมบัติผู้สมัคร อ่านข้อตกลงและเงื่อนไขให้ครบถ้วน จากนั้นติ๊กยอมรับเงื่อนไขและกด “ยอมรับข้อตกลง”
- กรอกข้อมูลในใบสมัครให้ครบถ้วน รับรองความถูกต้องของข้อมูล กด "บันทึก" ตรวจสอบรายละเอียดอีกครั้ง และเลือก “ยืนยันการสมัคร”
- รอผลการพิจารณาผ่านระบบ e-Service ซึ่งโดยปกติจะใช้เวลาประมาณ 2 - 4 วันทำการ เมื่อได้รับอนุมัติแล้ว จะมีสถานะเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 39
เอกสารที่ใช้สมัครผู้ประกันตน ม.39
ก่อนยื่นสมัครเป็นผู้ประกันตน ม.39 ควรเตรียมเอกสารเหล่านี้ให้ครบถ้วน ได้แก่
- แบบคำขอเป็นผู้ประกันตนมาตรา 39 (แบบ สปส.1 - 20)
- บัตรประจำตัวประชาชน หรือบัตรที่ทางราชการออกให้ซึ่งมีรูปถ่าย พร้อมสำเนา
ทั้งนี้ ผู้ที่ลาออกจากงานและต้องการคงสิทธิ์ประกันสังคม ควรยื่นสมัคร ภายใน 6 เดือน นับจากวันที่สิ้นสุดความเป็นผู้ประกันตนมาตรา 33 เพราะหากพ้นกำหนดดังกล่าว จะไม่สามารถสมัครเป็นผู้ประกันตนมาตรา 39 ได้ และอาจต้องพิจารณาทางเลือกอื่น เช่น การสมัครเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 40 แทน
แนวทางการเลือกและเปลี่ยนสถานพยาบาลประจำปี ผู้ประกันตน ม.39 เป็นอย่างไร?
การเลือกสถานพยาบาลประจำ เป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อความสะดวกในการเข้ารับบริการและการรักษาอาการเจ็บป่วย โดยทั่วไป ผู้ประกันตนสามารถยื่นคำขอเปลี่ยนสถานพยาบาลประจำปีได้ตามช่วงเวลาที่สำนักงานประกันสังคมกำหนด หากมีเหตุจำเป็น เช่น ย้ายที่อยู่อาศัย เปลี่ยนสถานที่ทำงาน หรือมีความประสงค์เลือกสถานพยาบาลที่เหมาะสมกว่าเดิม โดยก่อนตัดสินใจเลือกสถานพยาบาล ควรพิจารณาปัจจัยต่อไปนี้
- ระยะทางจากบ้านหรือที่ทำงาน
- ระยะเวลารอรับบริการ
- ความเชี่ยวชาญของแพทย์เฉพาะทาง
- ความพร้อมของศูนย์รักษาโรคเฉพาะด้าน
- การรองรับบริการ Telemedicine หรือ การแพทย์ทางไกล
- ชั่วโมงการให้บริการ
- ความสะดวกในการเดินทางเพื่อเข้ารับบริการ
แม้ว่าหลายคนจะต้องการเลือกโรงพยาบาลเอกชนที่มีชื่อเสียง แต่ควรตรวจสอบก่อนว่าโรงพยาบาลดังกล่าวยังเป็นสถานพยาบาลคู่สัญญาของสำนักงานประกันสังคมหรือไม่ รวมถึงศึกษาขอบเขตการให้บริการและเงื่อนไขต่าง ๆ เนื่องจากอาจแตกต่างกันในแต่ละแห่ง และสำหรับผู้ประกันตนที่มีโรคประจำตัว หากต้องเข้ารับการรักษาอย่างต่อเนื่อง ควรเลือกสถานพยาบาลที่มีแพทย์เฉพาะทางและระบบนัดหมายที่มีประสิทธิภาพ เพื่อให้การรักษาเป็นไปอย่างต่อเนื่อง ลดภาระการเดินทาง และช่วยให้ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสมในระยะยาว
วิธีจ่ายเงินสมทบ ม.39 ปี 2569 ช่องทางไหนสะดวกที่สุด? และไม่พลาดสิทธิ์ประกันสังคม
หลังสมัครเป็นผู้ประกันตนมาตรา 39 แล้ว สิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้ามคือ การส่งเงินสมทบให้ตรงเวลาทุกเดือน โดยจะต้องนำส่งเงินสมทบภายในวันที่ 15 ของทุกเดือน แต่หากเกินกำหนดต้องเสียเงินเพิ่ม ในอัตราร้อยละ 2 ต่อเดือน และหากไม่ส่งเงินสมทบ 3 เดือนติดต่อกัน หรือภายในระยะเวลา 12 เดือน ส่งเงินสมทบมาแล้วไม่ครบ 9 เดือน จะถือว่าสิ้นสุดความเป็นผู้ประกันตน และสูญเสียสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ที่สะสมมา
อย่างไรก็ดี ปัจจุบันสำนักงานประกันสังคมได้เพิ่มช่องทางการชำระเงินให้มีความสะดวกมากขึ้น ทั้งผ่านแอปพลิเคชันของธนาคาร ระบบชำระเงินออนไลน์ และจุดรับชำระหลายแห่ง ทำให้ผู้ประกันตนสามารถเลือกวิธีที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของตนเองได้
วิธีชำระเงิน ม.39 ฉบับอัพเดท ปี 2569 มีช่องทางไหนบ้าง?
ผู้ประกันตน ม.39 สามารถเลือกชำระเงินสมทบผ่านหลายช่องทาง โดยไม่มีค่าธรรมเนียม ดังนี้
อยากจ่ายเงินสมทบผ่านบัตรเครดิตทำได้ไหม? แนะนำวิธีใช้ ShopeePay ผูกบัตรเครดิต
ปัจจุบันสำนักงานประกันสังคมยังไม่มีระบบหักชำระเงินสมทบ มาตรา 39 จากบัตรเครดิตโดยตรง แต่หากต้องการใช้วงเงินบัตรเครดิตในการจ่ายเงินสมทบเป็นประจำทุกเดือน ผู้ประกันตนสามารถใช้บริการของแอปพลิเคชันที่รองรับการชำระบิล เช่น ShopeePay โดยผูกบัตรเครดิต เช่น บัตรเครดิต KTC ไว้กับแอปพลิเคชัน จากนั้นเลือกชำระเงินสมทบผ่านเมนูชำระบิล
ขั้นตอนการจ่ายเงินสมทบด้วยบัตรเครดิต KTC
- ผูกบัตรเครดิต KTC กับบัญชี ShopeePay ที่แอปพลิเคชัน ShopeePay
- เลือก “หน้าหลัก” และเข้าเมนู “จ่ายบิล”
- เลือกหมวดหมู่ “จ่ายประกันสังคม”
- เลือกรูปแบบประกันสังคม “ประกันสังคม มาตรา 39”
- กรอกข้อมูลหมายเลขบัตรประชาชน และกด “ตรวจสอบข้อมูล”
- ดำเนินการชำระเงิน โดยเลือกเมนู “บัตรเครดิต/บัตรเดบิต” และเลือกบัตรเครดิต KTC ที่ผูกไว้กับบัญชี
- กรอก OTP ที่ได้รับทราบ SMS และยืนยันการชำระเงิน
ข้อดีของการใช้บัตรเครดิตจ่ายเงินสมทบ
- ไม่ต้องพกเงินสด
- ทำรายการได้ทุกที่ผ่านสมาร์ทโฟน
- ตรวจสอบประวัติการชำระย้อนหลังได้สะดวก
- ช่วยรวมรายจ่ายไว้ในรอบบิลเดียว ทำให้บริหารค่าใช้จ่ายได้ง่ายขึ้น
เปิด 4 เทคนิคง่าย ๆ ที่ช่วยให้ไม่พลาดการส่งเงินสมทบ มีอะไรบ้าง?
การส่งเงินสมทบอย่างสม่ำเสมอ ถือเป็นสิ่งสำคัญของผู้ประกันตนทุกคนที่ต้องการรักษาสิทธิ์ความคุ้มครองให้ต่อเนื่อง เพราะหากขาดส่งตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด อาจกระทบต่อสถานะผู้ประกันตนและสิทธิประโยชน์ที่ได้รับ โดยสามารถสร้างวินัยในการชำระเงินด้วยวิธีดังต่อไปนี้
1. ตั้งแจ้งเตือนในโทรศัพท์
กำหนดการแจ้งเตือนล่วงหน้าก่อนวันครบกำหนดชำระ 2 - 3 วัน เพื่อให้มีเวลาตรวจสอบยอดเงินและเตรียมจ่ายเงินสมทบ
2. เปิดแจ้งเตือนจากแอปพลิเคชันธนาคาร
หลายธนาคารมีบริการแจ้งเตือนการทำธุรกรรมและกำหนดชำระบิล ช่วยลดโอกาสลืมชำระเงิน
3. ตรวจสอบสถานะการส่งเงินสมทบเป็นประจำ
หลังชำระเงินแล้ว ควรตรวจสอบว่าระบบบันทึกข้อมูลการจ่ายเงินสมทบเรียบร้อย เพื่อให้มั่นใจว่าสิทธิ์ประกันสังคมยังคงต่อเนื่อง
4. เก็บหลักฐานการจ่ายเงินสมทบทุกเดือน
ไม่ว่าจะชำระผ่านแอปพลิเคชันธนาคาร จุดรับชำระ หรือชำระด้วยบัตรเครดิต KTC ผ่าน ShopeePay ก็ควรเก็บสลิปการทำรายการ หรือใบเสร็จชำระเงินไว้ทุกครั้ง เพื่อใช้เป็นหลักฐานหากเกิดปัญหาในการตรวจสอบภายหลัง
ด้วยความที่ช่องทางการชำระเงินสมทบผู้ประกันตน ม.39 ในปี 2569 มีให้เลือกหลากหลาย ผู้ประกันตนสามารถเลือกวิธีที่สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ของตนเองได้ ไม่ว่าจะเป็นการชำระผ่าน Mobile Banking, ShopeePay ที่ผูกบัตรเครดิต, การหักบัญชีเงินฝากอัตโนมัติ หรือการชำระผ่านเคาน์เตอร์บริการ สิ่งสำคัญที่สุดคือการส่งเงินสมทบอย่างต่อเนื่องและตรงเวลา เพื่อรักษาสิทธิประโยชน์จากประกันสังคมไว้ได้อย่างครบถ้วน
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับผู้ประกันตน ม.39 (FAQ)
Q : ผู้ประกันตน ม.39 ปี 2569 ต้องจ่ายเงินสมทบเดือนละเท่าไหร่?
A : ผู้ประกันตนมาตรา 39 ต้องส่งเงินสมทบเดือนละ 432 บาท โดยคำนวณจากฐานค่าจ้างที่กฎหมายกำหนดไว้ 4,800 บาทต่อเดือน ไม่ได้คำนวณจากรายได้จริงของผู้ประกันตน
Q : หากลืมจ่ายเงินสมทบ 1 เดือน สิทธิประกันสังคมจะหายทันทีหรือไม่?
A : หากลืมส่งเงินสมทบเพียง 1 เดือน สิทธิ์จะยังไม่ได้สิ้นสุดลงทันที แต่จะต้องเสียเงินเพิ่ม ในอัตราร้อยละ 2 ต่อเดือน ในกรณีชำระล่าช้า และหากไม่ส่งเงินสมทบ 3 เดือนติดต่อกัน หรือภายในระยะเวลา 12 เดือน ส่งเงินสมทบมาแล้วไม่ครบ 9 เดือน สิทธิ์ความเป็นผู้ประกันตนจะสิ้นสุดลง
Q : ผู้ประกันตน ม.39 ได้รับสิทธิ์รักษาพยาบาลเหมือน ม.33 หรือไม่?
A : โดยหลักแล้ว ผู้ประกันตน ม.39 ยังคงได้รับสิทธิ์รักษาพยาบาลผ่านสถานพยาบาลตามสิทธิ์ รวมถึงสิทธิประโยชน์ด้านเจ็บป่วย คลอดบุตร ทุพพลภาพ เสียชีวิต สงเคราะห์บุตร และชราภาพ แต่จะไม่ได้รับสิทธิ์กรณีว่างงานเหมือนผู้ประกันตน ม. 33
Q : ผู้ประกันตน ม.39 มีสิทธิ์ได้รับเงินชดเชยกรณีว่างงานหรือไม่?
A : ผู้ประกันตน ม. 39 ไม่มีสิทธิ์ได้รับเงินประโยชน์ทดแทนกรณีว่างงาน เนื่องจากสิทธิ์ดังกล่าวครอบคลุมเฉพาะผู้ประกันตนตามมาตรา 33 เท่านั้น
Q : ผู้ประกันตน ม.39 สามารถจ่ายเงินสมทบผ่านบัตรเครดิตได้หรือไม่?
A : สำนักงานประกันสังคมยังไม่มีระบบตัดบัตรเครดิตโดยตรง แต่ผู้ประกันตนสามารถเลือกชำระผ่านแอปพลิเคชันที่รองรับการชำระบิลและสามารถผูกบัตรเครดิตเป็นแหล่งชำระเงินได้ เช่น ShopeePay อย่างไรก็ดี ควรตรวจสอบเงื่อนไขการชำระด้วยบัตรเครดิตผ่านแอปพลิเคชัน ShopeePay เสมอ ก่อนทำรายการชำระเงิน
Q : ผู้ประกันตน ม.39 สามารถกลับไปเป็น ม.33 ได้หรือไม่?
A : ได้ หากกลับเข้าทำงานกับนายจ้างที่อยู่ในระบบประกันสังคม นายจ้างจะดำเนินการขึ้นทะเบียนเป็นผู้ประกันตนมาตรา 33 ตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด
ผู้ประกันตนมาตรา 39 ถือเป็นทางเลือกสำคัญสำหรับผู้ที่ลาออกจากงานประจำแต่ยังต้องการรักษาหลักประกันด้านสุขภาพและสวัสดิการจากประกันสังคม ด้วยเงินสมทบ 432 บาทต่อเดือน ผู้ประกันตนยังคงได้รับความคุ้มครองครอบคลุมในหลากหลายด้าน ทั้งการรักษาพยาบาล คลอดบุตร สงเคราะห์บุตร ทุพพลภาพ ชราภาพ และเสียชีวิต แม้ว่าจะไม่ได้รับเงินชดเชยกรณีว่างงานเหมือนผู้ประกันตนมาตรา 33 ก็ตาม
นอกจากนี้ การวางแผนส่งเงินสมทบอย่างสม่ำเสมอก็เป็นอีกปัจจัยสำคัญที่จะช่วยให้สิทธิประโยชน์ยังคงต่อเนื่อง โดยผู้ประกันตนสามารถเลือกช่องทางชำระเงินที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของตนเอง ไม่ว่าจะเป็น Mobile Banking การหักบัญชีเงินฝากอัตโนมัติ หรือการชำระผ่านแอปพลิเคชันที่รองรับ และสำหรับผู้ที่นิยมใช้บัตรเครดิตเพื่อบริหารกระแสเงินสดและรวบรวมค่าใช้จ่ายรายเดือน แม้ในปัจจุบัน สำนักงานประกันสังคมจะยังไม่มีบริการหักชำระผ่านบัตรเครดิตโดยตรง แต่สามารถเลือกใช้ช่องทางตัวกลางที่รองรับการผูกบัตรเครดิต KTC เช่น ShopeePay เพื่อเพิ่มความสะดวกในการชำระเงินได้ ทั้งยังช่วยให้การบริหารจัดการค่าใช้จ่ายรายเดือนมีความคล่องตัวและเกิดประสิทธิภาพสูงสุด
สมัครบัตรเครดิต KTC ออนไลน์ได้ทุกที่ทุกเวลา ไม่มีค่าธรรมเนียมแรกเข้า พร้อมรับความคุ้มค่าในทุกการใช้จ่ายด้วยสิทธิประโยชน์จากโปรโมชั่นที่ร้านค้าพันธมิตรตลอดทั้งปี
ใช้จ่ายคุ้มค่า นึกถึงบัตรเครดิต KTC
https://www.sso.go.th/wpr/main/service/%Eขอบคุณข้อมูลจาก 0%B8%81%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%97%E0%B8%B8%E0%B8%99%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B8%A1_detail_detail_1_125_697/237_237






