อาชีพรับราชการนับเป็นอีกหนึ่งอาชีพที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการพัฒนาประเทศ เพราะจะนำพาประเทศชาติสู่ความเจริญรุ่งเรือง จึงไม่แปลกที่อาชีพนี้จะเป็นเป้าหมายของใครหลายคน เพราะนอกจากจะได้รับใช้ประเทศชาติแล้ว การทำงานราชการยังมาพร้อมกับความมั่นคงในชีวิต มีเงินเดือนและสวัสดิการที่แน่นอน ไม่ต้องกังวลกับความเสี่ยงในการตกงานเหมือนภาคเอกชน ทำให้หลายคนตั้งเป้าหมายนี้ไว้ตั้งแต่ยังเรียนอยู่

แต่การจะก้าวเข้าสู่เส้นทางนี้ได้ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะต้องผ่านกระบวนการสอบคัดเลือกที่มีมาตรฐานและขั้นตอนที่ชัดเจน บทความนี้จึงจะพามือใหม่ที่กำลังวางแผนสอบ ก.พ. ไปทำความเข้าใจกับสิ่งที่ควรรู้ก่อนเริ่มต้น ไม่ว่าจะเป็น ขั้นตอนการสมัคร ไปจนถึงวิธีเตรียมตัวให้พร้อมที่สุดก่อนก้าวเข้าสู่ห้องสอบ

เช็กคุณสมบัติและกำหนดการสำคัญในการสอบ ก.พ. 69

ใครสอบ ก.พ.ได้บ้าง?

  • คนที่มีอายุไม่ต่ำกว่า 18 ปี (ไม่กำหนดอายุสูงสุด)
  • มีสัญชาติไทย
  • ผู้สมัครสอบต้องมีคุณสมบัติทั่วไปและไม่มีลักษณะต้องห้าม (ตามมาตรา 36 แห่งพ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551)
  • ต้องเป็นผู้มีวุฒิการศึกษาดังนี้

o   ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) หรือคุณวุฒิอย่างอื่นที่เทียบได้ในระดับเดียวกัน

o   ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพเทคนิค (ปวท.) อนุปริญญา หรือประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) หรือคุณวุฒิอย่างอื่นที่เทียบได้ในระดับเดียวกัน

o   ระดับปริญญาตรี หรือคุณวุฒิอย่างอื่นที่เทียบได้ในระดับเดียวกัน

o   ระดับปริญญาโท หรือคุณวุฒิอย่างอื่นที่เทียบได้ในระดับเดียวกัน

 

ก.พ. 69 สอบวันไหน สรุป Timeline สำคัญที่ห้ามพลาด

กำหนดการ

วันที่

รับสมัคร, อัปโหลดรูป, เลือกศูนย์สอบ และพิมพ์ใบชำระเงิน

14 ม.ค. – 3 ก.พ. 69

 

ประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ์สอบ

ภายใน 20 ก.พ. 69

ประกาศวัน เวลา และสถานที่สอบ

ภายใน 28 ก.พ. 69

พิมพ์บัตรประจำตัวสอบ

ภายใน 28 ก.พ. 69

สอบข้อเขียว paper & pencil

5 ก.ค. 69

ประกาศรายชื่อผู้สอบผ่าน

ภายใน 15 ก.ย. 69

พิมพ์หนังสือรับรอบการสอบผ่าน

ตั้งแต่ 25 ก.ย. 69 เป็นตั้งไป

 


เจาะลึกโครงสร้างข้อสอบ ก.พ. ภาค ก. ต้องเจอวิชาอะไรบ้าง?

1. วิชาความสามารถและการคิดวิเคราะห์ 100 คะแนน

  • ระดับต่ำกว่าปริญญาตรีและระดับปริญญาตรี ต้องสอบได้คะแนนมากกว่า 60%
  • ระดับปริญญาโท ต้องสอบได้คะแนนมากกว่า 65%

วิชาความสามารถและการคิดวิเคราะห์เป็นการ ทดสอบความสามารถในการคิดวิเคราะห์ด้านต่าง ๆ ดังนี้

1.   การคิดวิเคราะห์เชิงภาษา ได้แก่ การใช้ภาษาไทยเพื่อการสื่อสาร ความเข้าใจในการอ่านภาษาไทย การจับใจความสำคัญ การสรุปความ การตีความจากบทความ ข้อความ หรือสถานการณ์ต่าง ๆ

2.  การคิดวิเคราะห์เชิงนามธรรม ได้แก่ การคิดหาความสัมพันธ์เชื่อมโยงคำ ข้อความ หรือรูปภาพ ตลอดจนการหาข้อสรุปอย่างสมเหตุสมผลจากข้อความ สัญลักษณ์ รูปภาพ สถานการณ์ หรือแบบจำลองต่างๆ

3.  การคิดวิเคราะห์เชิงปริมาณ ได้แก่ ความเข้าใจ ความคิดรวบยอด และการแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์เบื้องต้น การเปรียบเทียบและวิเคราะห์เชิงปริมาณ ตลอดจนการประเมินความพอเพียงของข้อมูล

 2. วิชาภาษาอังกฤษ 50 คะแนน

  • ทุกระดับต้องสอบได้คะแนนมากกว่า 50%

ข้อสอบภาษาอังกฤษของการสอบ ก.พ. เป็นการวัดทักษะด้านภาษาอังกฤษในระดับเบื้องต้น โดยจะแยกเป็น 4 หมวดหมู่ ได้แก่ การพูด การเขียน การอ่าน และการฟัง

3. วิชาความรู้และลักษณะการเป็นข้าราชการที่ดี 50 คะแนน

  • ทุกระดับต้องสอบได้คะแนนมากกว่า 60%

วิชาความรู้และลักษณะการเป็นข้าราชการที่ดี เป็นการทดสอบความรู้ที่เป็นพื้นฐานของการเป็นข้าราชการที่ดี จะมีเนื้อหาครอบคลุม ได้แก่

  1. ระเบียบบริหาราชการแผ่นดิน
  2. หลักการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี
  3. วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง
  4. หน้าที่และความรับผิดในการปฏิบัติหน้าที่ราชการ
  5. เจตคติและจริยธรรมสำหรับข้าราชการ

 

5 ข้อควรรู้และเทคนิคเตรียมตัวสำหรับคนสอบ ก.พ. มือใหม่"

  • รู้ข้อจำกัดเรื่องเวลา: ข้อสอบ ก.พ. มีทั้งหมด 100 ข้อ (200 คะแนน) แบ่งเป็น วิชาความรู้และความคิดวิเคราะห์ 50 ข้อ (100 คะแนน) วิชาภาษาอังกฤษ 25 ข้อ (50 คะแนน) และวิชากฎหมาย หรือวิชาความรู้และลักษณะการเป็นข้าราชการที่ดี 25 ข้อ (50 คะแนน) โดยมีเวลาให้ทำข้อสอบ 3 ชั่วโมง ซึ่งเฉลี่ยแล้วมีเวลาทำในแต่ละข้อไม่ถึง 2 นาที
  • ลำดับการทำข้อสอบ: เมื่อเวลาทำข้อสอบมีจำกัด การวางแผนในการทำข้อสอบจึงสำคัญ แทนที่จะนั่งไล่ทำทีละข้อตามลำดับในข้อสอบ ให้ลองเลือกพาร์ทที่ถนัดที่สุดมาก่อน พาร์ทที่คิดว่าตัวเองไม่ต้องใช้เวลาทำนาน หรือมองแล้วตอบได้เลย เพื่อประหยัดเวลา พอเวลาเหลือก็ค่อยย้อนกลับมาทำข้อที่ข้ามไปตอนแรกให้ครบ วิธีนี้จะทำให้เราไม่ต้องเสียเวลาอยู่กับข้อที่ใช้เวลาคิดนานจนเกินไป
  • การเลือกหนังสือและแหล่งติว: แนะนำการหาข้อสอบเก่ามาทำ (ย้อนหลัง 3-5 ปี) ดูคลิปติวฟรีในอินเตอร์เน็ต หรือซื้อคอร์สติวสอบ ก.พ. เพื่อให้เข้าใจการทำข้อสอบรวมถึงอาจจะได้เทคนิคต่าง ๆ มาเป็นตัวช่วยให้สามารถทำข้อสอบได้เร็วขึ้น
  • จัดตารางอ่านหนังสือ: สูตรสำเร็จสำหรับคนมีเวลาน้อย เพราะบางคนยังต้องเรียนหรือทำงานไปด้วย แนะนำให้แบ่งเวลาอ่านทีละนิด เตรียมตัวตั้งแต่เนิ่น ๆ เช่น อ่านวันละ 1-2 ชั่วโมง ดีกว่าอัดฉีดก่อนสอบไม่กี่วัน

Check-list สิ่งที่ต้องเตรียมในวันสอบ ก.พ. 69

  • เอกสารสำคัญ: บัตรประชาชน, บัตรประจำตัวสอบ (พิมพ์จากระบบ)
  • อุปกรณ์การสอบ (สำหรับ Paper & Pencil): ดินสอ 2B, ยางลบ, กบเหลาดินสอ, ปากกาน้ำเงิน
  • การแต่งกาย: กฎระเบียบเสื้อผ้า/รองเท้าที่ถูกต้องตามประกาศของสำนักงาน ก.พ.

 

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการสอบ ก.พ. 69

Q: รูปถ่ายสมัครสอบ ก.พ. ต้องเป็นแบบไหน ถ้าอัปโหลดผิดแก้ไขได้ไหม? 

ต้องเป็นรูปถ่ายหน้าตรง ชุดสุภาพ ไม่สวมหมวก ไม่สวมแว่นตาดำ พื้นหลังไม่มีลวดลาย (ถ่ายไว้ไม่เกิน 6 เดือน) ซึ่งถ้าหากอัปโหลดรูปผิด สามารถแก้ไขได้เฉพาะผู้ที่ชำระค่าธรรมเนียมในการสอบเรียบร้อยแล้วเท่านั้น โดยระบบจะเปิดให้ยื่นคำร้องขอเปลี่ยนรูปถ่ายแค่รอบเดียวภายในวันที่กำหนด

Q: สอบ ก.พ.ผ่านแล้วอยู่ได้ตลอดชีพจริงไหม?

จริง ใบรับรองผลการสอบผ่าน ก.พ. (ภาค ก) มีอายุการใช้งาน ตลอดชีพ (ไม่มีวันหมดอายุ) สามารถเก็บไว้ใช้เป็นหลักฐานสมัครสอบแข่งขันเพื่อบรรจุเข้ารับราชการในตำแหน่งที่ตรงกับวุฒิการศึกษาได้ตลอดไป โดยไม่ต้องกลับมาสอบใหม่

Q: สอบผ่าน ก.พ. ภาค ก. แล้วได้บรรจุเป็นข้าราชการทันทีเลยไหม?

ไม่ใช่ การสอบผ่าน ก.พ. ภาค ก. แล้ว ไม่ได้แปลว่าได้บรรจุเป็นข้าราชการทันที แต่ต้องไปสอบ ภาค ข. และ ค. ของแต่ละหน่วยงานต่อ)

Q: สอบ ก.พ. Paper & Pencil กับ e-Exam ต่างกันอย่างไร?

โดยรวมแล้วข้อสอบระหว่างรอบ paper & pencil กับ e-Exam นั้นเหมือนกันทุกประการแต่จะแตกต่างกันในส่วนของลักษณะการสอบ โดยรอบ Paper คือการสอบในรูปแบบดั้งเดิม ผู้เข้าสอบจะได้รับข้อสอบเป็นกระดาษ และตอบโดยใช้ดินสอฝนคำตอบลงบนกระดาษคำตอบ ในขณะที่ e-Exam นั้นจะเป็นการสอบโดยใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ของศูนย์สอบ ซึ่งแต่ละแบบก็จะมีข้อได้เปรียบที่แตกต่างกันออกไป เช่น รอบ e-Exam อาจจะสบายตรงที่ไม่ต้องมานั่งฝนคำตอบ แต่ก็จะเต็มเร็ว ในขณะที่รอบ paper & pencil แม้จะมีศูนย์เยอะ แต่ก็อาจจะเสี่ยงในการฝนคำตอบผิดได้

Q: เรียนยังไม่จบ สมัครสอบ ก.พ. ได้ไหม?

สามารถสมัครได้ หากเป็นผู้ที่กำลังศึกษาอยู่ในชั้นปีสุดท้ายของระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) อนุปริญญา ปริญญาตรี หรือปริญญาโท ในปีการศึกษานั้นๆ

Q: ใช้วุฒิ ปริญญาโท สมัครสอบ ก.พ. ของ ปริญญาตรี ได้ไหม?

สามารถทำได้ แต่ทั้งนี้เมื่อสอบผ่านแล้ว หนังสือรับรองผลการสอบจะระบุระดับวุฒิที่คุณไปสอบ (เช่น สอบผ่านของ ป.ตรี ก็จะได้ใบรับรองของ ป.ตรี) ซึ่งนำไปใช้สมัครงานราชการในตำแหน่งระดับ ป.ตรี แต่ไม่สามารถใช้สมัครงานในตำแหน่งระดับ ป.โทได้

 

สำหรับใครที่ไม่มีเวลาเข้าคอร์สติวหรือเรียนพิเศษ ก็ไม่ต้องกังวล เพราะปัจจุบันมีหนังสือเตรียมสอบราชการให้เลือกมากมาย ครอบคลุมทั้งวิชาความรู้ความสามารถทั่วไป วิชาเฉพาะตำแหน่ง และแนวข้อสอบที่ผ่านมา เพียงจัดสรรเวลาอ่านอย่างสม่ำเสมอในแต่ละวัน ก็สามารถเตรียมตัวได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วยตัวเองได้เช่นกัน แต่นอกจากจะวางแผนอ่านหนังสือแล้ว ก็อย่าลืมวางแผนทางการเงินโดยเใช้บัตรเครดิต KTC ซื้อหนังสือติวสอบที่ร้านหนังสือต่าง ๆ เพื่อรับสิทธิประโยชน์มากมาย ไม่ว่าจะเป็นส่วนลดหรือเครดิตเงินคืน แต่ถ้าใครยังไม่มีก็สามารถสมัครบัตรเครดิต KTC ผ่านช่องทางออนไลน์ได้ ทุกที่ทุกเวลา พร้อมรับคะแนน KTC FOREVER จากการใช้จ่ายผ่านบัตรฯ สะสมได้ไม่จำกัด และไม่มีวันหมดอายุ สามารถใช้คะแนนแลกรับส่วนลดหรือเครดิตเงินคืนได้ สมัครบัตรเครดิต KTC ไม่ยาก กดสมัครได้ตลอด 24 ชั่วโมง

 

ใช้จ่าย คุ้มค่า นึกถึงบัตรเครดิต KTC