การยื่นภาษี อาจทำให้หลายคนกังวล โดยเฉพาะคนที่เพิ่งเริ่มทำงาน หรือต้องยื่นภาษีเป็นครั้งแรกว่าต้องทำไง และอาจจะมีบ้างที่ยังสับสนระหว่าง ภ.ง.ด. 90 กับ 91 ว่าคืออะไร ต่างกันอย่างไร ต้องยื่นแบบไหน ความจริงคือการยื่นภาษีไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด ถ้าเข้าใจระบบและรู้จักใช้สิทธิที่มีอยู่ และอาจได้เงินคืนจากกรมสรรพากรอีกด้วย รวมถึงเรื่องที่หลายคนอาจไม่รู้อย่างการใช้สิทธิลดหย่อนผ่านบัตรเครดิตจะช่วยให้คุณบริหารกระแสเงินสดได้ดีขึ้น บทความนี้จะพาคุณทำความเข้าใจตั้งแต่ต้น ว่า ใครต้องยื่นแบบไหน มีสิทธิลดหย่อนอะไรบ้าง และจะบริหารการจ่ายภาษีให้ได้ประโยชน์สูงสุดได้อย่างไร
ใครบ้างต้องยื่น ภ.ง.ด. 90 และ 91? เช็กเกณฑ์รายได้และเงื่อนไขล่าสุด
ใครบ้างต้องยื่น ภ.ง.ด. 90 และ 91
ผู้มีเงินได้ทุกคนที่มีรายได้เกินเกณฑ์ที่กำหนด ต้องยื่นแบบแสดงรายการภาษีภายในวันที่ 31 มีนาคม ของปีถัดไป (หรือภายใน 8 เมษายนสำหรับการยื่นออนไลน์) แม้จะไม่มีภาษีต้องชำระก็ตาม
ภ.ง.ด. 91 ภ.ง.ด. 90 คืออะไร มนุษย์เงินเดือนยื่นภาษีอะไร?
ภ.ง.ด. 91 คือแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสำหรับผู้ที่มีรายได้จาก "เงินเดือน" เพียงอย่างเดียว (มาตรา 40(1)) ส่วน ภ.ง.ด. 90 ใช้สำหรับผู้ที่มีรายได้หลายทาง เช่น ฟรีแลนซ์ เงินปันผล หรือค้าขาย ร่วมกับเงินเดือน โดยทั่วไปมนุษย์เงินเดือนยื่นภาษี ภ.ง.ด. 91 ส่วน ภ.ง.ด. 90 ซึ่งมีเกณฑ์รายได้ยื่นภาษีดังนี้
ภ.ง.ด. 91 สำหรับมนุษย์เงินเดือน
ใช้สำหรับผู้ที่มีรายได้จากเงินเดือน ค่าจ้าง โบนัส หรือบำนาญ ตามมาตรา 40(1) เพียงประเภทเดียว
เกณฑ์รายได้ยื่นภาษี
- โสด / หย่า / หม้าย: รายได้เกิน 60,000 บาท/ปี
- สมรส (คู่สมรสไม่มีรายได้): รายได้เกิน 120,000 บาท/ปี
- สมรส (ต่างคนต่างยื่น): รายได้เกิน 60,000 บาท/ปี ต่อคน
ภ.ง.ด. 90 สำหรับผู้มีรายได้หลายทาง
ใช้สำหรับผู้ที่มีรายได้จากหลายแหล่ง ครอบคลุมตั้งแต่มาตรา 40(1) ถึง 40(8) ได้แก่ รายได้จากฟรีแลนซ์ ค้าขาย ให้เช่าทรัพย์สิน วิชาชีพอิสระ เงินปันผล ดอกเบี้ย หรือกำไรจากการขายหุ้น
เกณฑ์รายได้ยื่นภาษี
- โสด / หย่า / หม้าย: รายได้เกิน 60,000 บาท/ปี
- กรณีมีรายได้นอกมาตรา 40(1) ร่วมด้วย: เกิน 30,000 บาท/ปี ก็ต้องยื่นแล้ว
กรณีที่มักเข้าใจผิดเกี่ยวกับรายได้ขั้นต่ำที่ต้องยื่นภาษี
พนักงานประจำที่มีรายได้เสริมหลายคนอาจคิดว่ายื่นแค่ ภ.ง.ด. 91 อย่างเดียวก็พอ เพราะรายได้เล็กน้อย ไม่ได้เยอะมาก แต่ในความเป็นจริง แม้จะมีรายได้เล็กน้อย ไม่ว่าจะเป็นจากการขายของออนไลน์ รับงานฟรีแลนซ์ หรือได้รับเงินปันผล ต้องยื่น ภ.ง.ด. 90 เท่านั้น การยื่น ภ.ง.ด. 91 เพียงอย่างเดียวถือว่าไม่ถูกต้อง และอาจมีค่าปรับพร้อมเบี้ยปรับย้อนหลังสูงถึง 1.5% ต่อเดือน
วิธีคำนวณภาษีและรายการลดหย่อนที่ห้ามพลาด
การวางแผนภาษีที่ดีเริ่มจากการรู้ว่าตัวเองมีสิทธิลดหย่อนอะไรบ้าง สรรพากรเปิดให้ใช้สิทธิได้หลายหมวด ซึ่งรวมกันแล้วอาจช่วยประหยัดภาษีได้หลักหมื่นถึงหลักแสนบาทต่อปี
ขั้นตอนการคำนวณภาษีเบื้องต้น
- รวมเงินได้พึงประเมินทุกประเภทตลอดปีภาษี
- หักค่าใช้จ่าย เช่น มาตรา 40(1) หักได้ 50% ไม่เกิน 100,000 บาท
- หักค่าลดหย่อน ใช้สิทธิทุกรายการที่มีสิทธิ์ให้เต็มที่
- คำนวณภาษี นำ "เงินได้สุทธิ" คูณตามอัตราก้าวหน้า 0–35%
ข้อสังเกต: หากเงินได้สุทธิไม่เกิน 150,000 บาทต่อปี จะได้รับยกเว้นภาษี
รายการลดหย่อนภาษีที่ใช้สิทธิได้ในปีภาษี (อ้างอิงจากปี 2568)
หมวดที่ 1 ค่าลดหย่อนส่วนตัวและครอบครัว
- ค่าลดหย่อนส่วนตัว: 60,000 บาท
- คู่สมรสไม่มีรายได้: 60,000 บาท
- บุตร (คนที่ 1–2): 30,000 บาท/คน
- บุตร (คนที่ 3 ขึ้นไป เกิดตั้งแต่ปี 2561): 60,000 บาท/คน
- เลี้ยงดูบิดามารดา (ตนเองและคู่สมรส): 30,000 บาท/คน
- ดูแลผู้พิการหรือทุพพลภาพ: 60,000 บาท/คน
- ค่าฝากครรภ์และค่าคลอดบุตร: ตามจ่ายจริง ไม่เกิน 60,000 บาท
หมวดที่ 2 ประกันและเงินออมเพื่ออนาคต
- เบี้ยประกันชีวิต (อายุกรมธรรม์ 10 ปีขึ้นไป): ไม่เกิน 100,000 บาท
- เบี้ยประกันสุขภาพ (ตนเอง): ไม่เกิน 25,000 บาท
- เบี้ยประกันสุขภาพบิดามารดา: ไม่เกิน 15,000 บาท
- เงินสมทบประกันสังคม: ตามจ่ายจริง
- กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (PVD): รวมกับ RMF ไม่เกิน 500,000 บาท
- กองทุน SSF: ไม่เกิน 30% ของรายได้ และไม่เกิน 200,000 บาท
- กองทุน RMF: ไม่เกิน 30% ของรายได้ รวมกันทั้งหมดไม่เกิน 500,000 บาท
- กองทุน Thai ESG: ไม่เกิน 30% ของรายได้ และไม่เกิน 300,000 บาท
- กองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.): ไม่เกิน 30,000 บาท
หมวดที่ 3 บ้านและดอกเบี้ย
- ดอกเบี้ยเงินกู้ที่อยู่อาศัย: ไม่เกิน 100,000 บาท
หมวดที่ 4 บริจาคและส่งเสริมสังคม
- บริจาคเพื่อการศึกษา กีฬา หรือสาธารณประโยชน์: 2 เท่าของที่จ่ายจริง ไม่เกิน 10% ของรายได้สุทธิ
- บริจาคพรรคการเมือง: ไม่เกิน 10,000 บาท
- บริจาคทั่วไป: ไม่เกิน 10% ของรายได้สุทธิ
จ่ายภาษีด้วยบัตรเครดิตดีอย่างไร? 3 เหตุผลที่คนฉลาดเลือกใช้แทนเงินสด
การจ่ายภาษีถือเป็นภาระเงินก้อนที่เกิดขึ้นปีละครั้ง สำหรับผู้ที่วางแผนการเงินอย่างรอบคอบ การจ่ายภาษีผ่านบัตรเครดิตไม่ใช่แค่ทางเลือก แต่คือ กลยุทธ์บริหารกระแสเงินสด ที่ให้ประโยชน์หลายมิติพร้อมกัน
1. รักษาสภาพคล่อง เงินยังอยู่ในมือนานขึ้น ไม่ต้องจ่ายเงินก้อนใหญ่ออกไปทันที เงินยังคงอยู่ในบัญชีพร้อมใช้งานต่อเนื่อง ช่วยให้คุณบริหารรายจ่ายอื่นได้โดยไม่สะดุด
2. ได้เครดิตเงินหรือ หรือ CashBack ยอดชำระภาษีนับเป็นยอดใช้จ่ายผ่านบัตร สามารถสะสมแต้ม แลกไมล์ หรือรับเงินคืน Cash Back ได้ตามเงื่อนไขของแต่ละบัตร เปลี่ยนภาระภาษีให้มีมูลค่ากลับมา
3. ผ่อนชำระดอกเบี้ย 0% นาน 3–10 เดือน สำหรับผู้ที่ไม่ต้องการจ่ายก้อนเดียว การผ่อนชำระ 0% ช่วยกระจายภาระออกไปโดยไม่มีต้นทุนดอกเบี้ยเพิ่มเติม ลดแรงกดดันทางการเงินในเดือนที่ยื่นภาษี
เทคนิครอบรูดให้ได้ปลอดดอกเบี้ยสูงสุด 45–55 วัน
เลือกรูดบัตรชำระภาษีในช่วงหลังวันตัดรอบบัญชีของบัตรทันที เช่น หากบัตรตัดรอบวันที่ 5 ของเดือน ให้รูดในวันที่ 6–10 เพื่อให้ยอดไปอยู่ในรอบถัดไป และดึงระยะเวลาปลอดดอกเบี้ยออกไปได้สูงสุด 45–55 วัน โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมแม้แต่บาทเดียว
ตารางเปรียบเทียบ: จ่ายภาษีด้วยเงินสด vs จ่ายผ่านบัตรเครดิต / บัตรกดเงินสด
อยากมีบัตรเครดิตไว้จ่ายภาษีและรับสิทธิพิเศษ ต้องเตรียมตัวอย่างไร?
สำหรับพนักงานประจำที่มีอายุงาน 4 เดือนขึ้นไป และมีรายได้รวมเริ่มต้น 12,000 - 15,000 บาท สามารถสมัครบัตรเครดิตหรือบัตรกดเงินสดได้ง่าย ๆ เพียงเตรียมสลิปเงินเดือนล่าสุดและรายการเดินบัญชีย้อนหลัง เพื่อรับวงเงินพร้อมใช้ในการจัดการภาษีและสิทธิประโยชน์ไลฟ์สไตล์อื่น ๆ
เงื่อนไขสมัครบัตรเครดิต KTC
คุณสมบัติผู้สมัคร
- อายุ 20 – 80 ปี
- รายได้รวมขั้นต่ำ 15,000 บาท/เดือน
- ทำงานในสถานที่ทำงานปัจจุบันไม่น้อยกว่า 4 เดือน
เอกสารประกอบการสมัคร
เอกสารยืนยันตัวตน
- สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน
เอกสารแสดงรายได้
- เอกสารแสดงรายได้ (อย่างใดอย่างหนึ่ง) : หนังสือรับรองเงินเดือน หรือสลิปเงินเดือนล่าสุด (ฉบับจริง) หรือหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย 50 ทวิ
- สำเนาบัญชีธนาคารย้อนหลัง 6 เดือน พร้อมหน้าสมุดบัญชีที่ระบุชื่อ-นามสกุล และเลขที่บัญชี
เงื่อนไขสมัครบัตรกดเงินสด KTC PROUD
คุณสมบัติผู้สมัคร
- สัญชาติไทย อายุ 20-60 ปี
- รายได้ขั้นต่ำ 12,000 บาท/เดือน
- อายุงานที่ทำงานปัจจุบัน 4 เดือนขึ้นไป
- มีเบอร์มือถือ และเบอร์ที่ทำงาน
เอกสารการสมัคร
- สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน
- หนังสือรับรองเงินเดือน หรือสลิปเงินเดือนล่าสุด
- สำเนาบัญชีธนาคารย้อนหลัง 6 เดือน พร้อมหน้าสมุดบัญชีที่ ระบุชื่อ-นามสกุล และเลขที่บัญชี
- สำเนาหน้าแรกของสมุดบัญชีที่ต้องการรับเงินโอนก้อนแรก
ทั้งนี้ หากฐานเงินเดือนยังไม่สูงพอ ให้รวมฐานเงินเดือนกับเงินพิเศษอื่น ๆ ที่ได้รับจากบริษัทสม่ำเสมอทุกเดือน เช่น ค่าครองชีพ ค่าโทรศัพท์ หรือค่าน้ำมัน เข้าไปในรายได้รวมที่แจ้งกับธนาคาร วิธีนี้ช่วยเพิ่มวงเงินอนุมัติได้อย่างถูกต้องตามหลักเกณฑ์ โดยไม่ต้องมีฐานเงินเดือนสูง
FAQ: คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการยื่นภาษีและบัตรเครดิต
Q: ยื่นภาษีผิดประเภท ภ.ง.ด. 90 / 91 ต้องทำอย่างไร?
A: ไม่ต้องกังวล สามารถ ยื่นแบบเพิ่มเติม ออนไลน์ผ่านเว็บไซต์กรมสรรพากร (rd.go.th) ได้ทันที โดยไม่ต้องเดินทางไปสำนักงาน หากยื่นแก้ไขก่อนที่เจ้าหน้าที่จะตรวจพบ โทษจะเบากว่ามาก ควรรีบดำเนินการโดยเร็วที่สุด
Q: จ่ายภาษีผ่านบัตรเครดิตเสียค่าธรรมเนียมไหม?
A: ขึ้นอยู่กับ โปรโมชั่นของแต่ละธนาคารและช่องทางที่เลือกชำระ บางธนาคารร่วมโปรฯ กับกรมสรรพากรในช่วงฤดูยื่นภาษี (มกราคม–มีนาคม) โดยยกเว้นค่าธรรมเนียมให้ทั้งหมด บางช่องทางอาจมีค่าธรรมเนียม 0.5–1% ควรเปรียบเทียบก่อนว่าสิทธิประโยชน์ที่ได้คืนมา เช่น แต้มหรือ Cash Back คุ้มค่ากว่าค่าธรรมเนียมหรือไม่
Q: ไม่มีเงินก้อนจ่ายภาษี ใช้บัตรกดเงินสดคุ้มไหม?
A: คุ้มกว่าการค้างชำระกับกรมสรรพากรอย่างแน่นอน เพราะสรรพากรคิดเบี้ยปรับ 1.5% ต่อเดือน บนยอดภาษีค้างชำระ ซึ่งสูงกว่าดอกเบี้ยบัตรกดเงินสดในหลายโปรโมชั่น แต่ทั้งนี้ควรเปรียบเทียบอัตราดอกเบี้ยจริงก่อนตัดสินใจทุกครั้ง
Q: ยื่นภาษีออนไลน์ 2569 ทำผ่านช่องทางไหน?
A: ยื่นออนไลน์ได้ผ่านเว็บไซต์ rd.go.th > e-Filing หรือแอปพลิเคชัน RD Smart Tax ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม ถึง 8 เมษายน (การยื่นออนไลน์ได้รับการขยายเวลา 8 วันเพิ่มจากช่องทางปกติ) ต้องลงทะเบียนและผูกบัญชีธนาคารล่วงหน้าก่อนยื่นครั้งแรก
Q: ฟรีแลนซ์ต้องยื่น ภ.ง.ด. ภาคกลางปีด้วยหรือไม่?
A: ใช่ ผู้ที่มีรายได้ตามมาตรา 40(5)–(8) เช่น ฟรีแลนซ์ ค้าขาย หรือวิชาชีพอิสระ ต้องยื่น ภ.ง.ด. 94 (ภาษีครึ่งปี) ภายในเดือนกันยายนของทุกปี สำหรับเงินได้ที่เกิดขึ้นในช่วงเดือนมกราคม–มิถุนายน เพื่อกระจายการชำระภาษีและหลีกเลี่ยงเบี้ยปรับ
การเตรียมความพร้อมเรื่อง ภ.ง.ด. 90 และ 91 ไม่ใช่แค่เรื่องของการทำหน้าที่พลเมืองดีเท่านั้น แต่คือโอกาสในการวางแผนการเงินอย่างชาญฉลาด หากคุณต้องการเพิ่มความคล่องตัวในการใช้จ่ายและไม่อยากพลาดสิทธิพิเศษในการเปลี่ยนยอดภาษีให้เป็นคะแนนสะสมหรือยอดผ่อนชำระเบาๆ การมีบัตรเครดิตหรือบัตรกดเงินสดติดกระเป๋าไว้คือตัวช่วยที่ตอบโจทย์ที่สุด สมัครวันนี้เพื่อรับสิทธิประโยชน์และวงเงินพร้อมใช้ก่อนถึงกำหนดการยื่นภาษีปีหน้า สำหรับใครที่สนใจ บัตรเครดิต KTC หรือ บัตรกดเงินสด KTC PROUD บัตรกดเงินสด สมัครออนไลน์ได้อย่างสะดวกสบาย ตลอด 24 ชั่วโมง ไม่มีค่าธรรมเนียมแรกเข้า และรายปี
ใช้จ่าย คุ้มค่า นึกถึงบัตรเครดิต KTC




