อีกก้าวสำคัญในชีวิตที่จะเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ คือการก้าวสู่วัยเกษียณอายุข้าราชการ ซึ่งเป็นการออกจากราชการโดยผลของกฎหมายว่าด้วยบำเหน็จบำนาญข้าราชการโดยมีผลทำให้ “ข้าราชการที่มีอายุครบ 60 ปีบริบูรณ์ จะต้องพ้นจากราชการเมื่อสิ้นปีงบประมาณที่มีอายุครบ 60 ปีบริบูรณ์” โดยกฎหมายได้กำหนดให้วันที่ 30 กันยายนของทุกปี เป็นวันสิ้นสุดปีงบประมาณ

ดังนั้น เมื่อสิ้นสภาพการเป็นข้าราชการ คำถามที่ตามมาคือ เรื่องของการรับเงิน“บําเหน็จ บํานาญ” ทั้งบําเหน็จ คืออะไร ? บํานาญ คืออะไร ? บําเหน็จ บํานาญ ต่างกันอย่างไร ? และบําเหน็จ บํานาญ คิดยังไง ?เก็บเงินวัยเกษียณแบบไหนดี? มาหาคำตอบของเรื่องราวเหล่านี้ไปพร้อมๆ กัน


บําเหน็จ คืออะไร ?

บำเหน็จ คือเงินตอบแทนความชอบที่ได้รับราชการมา ซึ่งจ่ายให้ครั้งเดียว หรือเข้าใจง่ายๆ ว่า เงินบำเหน็จ เป็นเงินก้อนใหญ่ได้ครั้งเดียว


บำนาญ คืออะไร ?

บำนาญ คือเงินตอบแทนความชอบที่ได้รับราชการมา ซึ่งจ่ายให้เป็นรายเดือน หรือเข้าใจง่ายๆ ว่า เงินบำนาญ เป็นเงินได้ประจำเป็นรายเดือน


สิทธิ์การขอรับเงินบำเหน็จ บำนาญ จากกระทรวงการคลัง

เหตุออกจากราชการ

อายุราชการ

สิทธิ์รับเงินบำเหน็จ บำนาญ จากกระทรวงการคลัง

เกษียณอายุ (60 ปีบริบูรณ์)

สูงอายุ (อายุ 50 ปี)


ทุพพลภาพ


ทดแทน (ยุบ ยกเลิกตำแหน่ง ให้ออกโดยไม่มีความผิด ออกนอกระบบเกษียณก่อนกำหนด)

ไม่ถึง 1 ปี

-

1 ปีแต่ไม่ถึง 10 ปี

บำเหน็จ

10 ปีขึ้นไป

เลือกรับบำนาญ หรือเลือกรับบำเหน็จ

รับราชการนาน

25 ปีขึ้นไป

เลือกรับบำนาญ หรือเลือกรับบำเหน็จ

ลาออก

ปลดออก

ไม่ถึง 10 ปี

-

10 ปี ขึ้นไปแต่ไม่ถึง 25 ปี

บำเหน็จ

25 ปี ขึ้นไป

เลือกรับบำนาญ หรือเลือกรับบำเหน็จ


สิทธิ์การขอรับเงินบำเหน็จ บำนาญ จากกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.)

เหตุออกจากราชการ

อายุราชการ

สิทธิ์รับบำเหน็จ บำนาญ

สิทธิ์รับเงินบำเหน็จ บำนาญ จาก กบข.

เกษียณอายุ (60 ปีบริบูรณ์)

สูงอายุ (อายุ 50 ปี)


ทุพพลภาพ


ทดแทน (ยุบ ยกเลิกตำแหน่ง ให้ออกโดยไม่มีความผิด ออกนอกระบบเกษียณก่อนกำหนด)

ไม่ถึง 1 ปี

-

สะสม+สมทบ+ผลประโยชน์ (สะสมส่วนเพิ่มถ้ามี)

1 ปีแต่ไม่ถึง 10 ปี

บำเหน็จ

10 ปีขึ้นไป

เลือกบำนาญ

ประเดิม (ถ้ามี)+ชดเชย+ สะสม+สมทบ+ผลประโยชน์ (สะสมส่วนเพิ่มถ้ามี)

เลือกบำเหน็จ

สะสม+สมทบ+ผลประโยชน์ (สะสมส่วนเพิ่มถ้ามี)


สิทธิประโยชน์ของบําเหน็จ และบํานาญ ต่างกันอย่างไร ?

สิทธิประโยชน์การเลือกรับบำเหน็จ บำนาญ มีข้อแตกต่างดังนี้

สิทธิประโยชน์

กรณีเลือกรับบำเหน็จ

กรณีเลือกรับบำนาญ

การรับเงิน

ได้รับเงินก้อนครั้งเดียว

ได้รับเงินเป็นรายเดือน ทุกเดือน ได้ตลอดชีวิต หรือหมดสิทธิ์รับบำนาญ

การเบิกค่ารักษาพยาบาล

ไม่มีสิทธิ์

- ผู้รับบำนาญเบิกค่ารักษาพยาบาลได้ตลอดชีวิต
- คู่สมรสเบิกค่ารักษาพยาบาลได้จนผู้รับบำนาญถึงแก่กรรม

- บิดา มารดา เบิกค่ารักษาพยาบาลได้จนผู้รับบำนาญถึงแก่กรรม

- บุตรเบิกค่ารักษาพยาบาลได้อายุครบ 20 ปีบริบูรณ์ ยกเว้นบุตรที่ไร้ความสามารถ หรือเสมือนไร้ความสามารถเบิกได้จนผู้รับบำนาญถึงแก่กรรม



การคิดบำนาญ นับอายุราชการสูงสุดที่ 35 ปี


บําเหน็จ บํานาญ คิดยังไง ?

วิธีคิดบำเหน็จ บำนาญ จากกระทรวงการคลัง ใช้วิธีการคำนวณดังนี้


การคำนวณบำเหน็จ คิดจาก อายุราชการ คูณด้วย เงินเดือนสุดท้าย

ตัวอย่างการคำนวณบําเหน็จ

อายุราชการ 27 ปี 8 เดือน ได้รับเงินเดือนสุดท้ายในอัตรา 32,740 บาท

28 x 32,740

=รับบําเหน็จ 916,720 บาท


การคำนวณบำนาญ*คิดจาก (อายุราชการ คูณด้วย เงินเดือนเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้าย) หารด้วย 50

ตัวอย่างการคำนวณบํานาญ

อายุราชการ 27 ปี 8 เดือน ได้รับเงินเดือนสุดท้ายในอัตรา 32,740 บาท

(28 x 32,740) หารด้วย 50

=รับบํานาญ 18,334.40 บาทต่อเดือน

*แต่ต้องไม่เกิน 70% ของเงินเดือนเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้าย สรุปง่ายๆ คือกรณีบำนาญ นับอายุราชการสูงสุดที่ 35 ปี


บําเหน็จ บํานาญ อย่างไหนดีกว่ากัน ?

หากอายุราชการน้อยกว่า 10 ปี จะได้รับเฉพาะเงินจากกระทรวงการคลังเป็น “บำเหน็จ” เท่านั้นไม่มีสิทธิ์เลือก แต่ถ้าเรามีอายุราชการตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป เราสามารถ “เลือกรับบำเหน็จ” หรือ “เลือกรับบำนาญ” ซึ่งหากเปรียบเทียบเงินที่ได้รับระหว่างบำเหน็จ กับ บำนาญ ถ้าเรามีชีวิตอยู่ต่อหลังจากได้รับบำนาญเกินกว่า 50 เดือน จำนวนเงินบำนาญที่เราได้รับจะมากกว่าการเลือกรับบำเหน็จ หมายความว่ายิ่งเราอายุยืนมากเท่าไหร่ จำนวนเงินบำนาญรวมจะมากกว่าเงินบำเหน็จมากเท่านั้น สำหรับคนที่เลือกรับเงินบำนาญ จะได้รับบำเหน็จดำรงชีพ 15 เท่าของเงินบำนาญ โดยแบ่งจ่ายเป็น 3 ครั้ง ในทุก 5 ปี รวมทั้ง 3 ครั้ง รับไม่เกิน 500,000 บาท

ตัวอย่างถ้าเงินเดือนเฉลี่ยสุดท้ายไม่เกิน 33,333.33 บาท หากเรามีอายุหลังจากได้รับบำนาญเกินกว่า 35 เดือน จำนวนเงินบำนาญ + บำเหน็จดำรงชีพที่ได้รับก็จะมากกว่าการเลือกรับบำเหน็จแล้ว

แต่หากเราเสียชีวิตลงก่อนรับบำนาญครบ 50 เดือน ทายาทก็จะได้รับเงินช่วยเหลือเพื่อใช้ในการจัดการงานศพ เป็นจำนวน 3 เท่าของเงินบำนาญ และรับบำเหน็จตกทอด โดยรัฐจะจ่ายให้กับทายาทเมื่อเราเสียชีวิต จำนวน 30 เท่าของเงินบำนาญ - บำเหน็จดำรงชีพที่ได้รับไปแล้ว

บทสรุป บําเหน็จ บํานาญ อย่างไหนดีกว่ากัน ? คือ ถ้าเราเสียชีวิตก่อนรับบำนาญครบ 50 เดือน ทายาทจะได้รับเงินรวม 33 เท่าของเงินบำนาญ จำนวนเดือนที่เงินบำนาญรวมเท่ากับเงินบำเหน็จจะลดเหลือ 50 – 33 = 17 เดือน หรือ 1 ปี 5 เดือนเท่านั้น หมายความว่า ถ้าหากเราเสียชีวิตหลังได้รับบำนาญมาแล้ว 1 ปี 5 เดือน การ “เลือกรับบำนาญ” จะคุ้มกว่าการ “เลือกรับบำเหน็จ”

ดังนั้น ถ้าเราออกจากราชการโดยผลของกฎหมาย เช่น เกษียณอายุ และมีอายุราชการตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป การเลือกรับ “บำนาญ” จึงเป็นทางเลือกที่ดีกว่านั่นเอง



อ่านมาถึงตรงนี้แล้วเข้าใจเรื่องบําเหน็จ บํานาญ คืออะไร ต่างกันอย่างไร คิดยังไง อย่างไหนดีกว่ากัน ?มากขึ้นกว่าเดิมไหม สำหรับวัยทำงานที่ยังไม่เข้าสู่วัยเกษียณ การมีบัตรเครดิตที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ จะช่วยให้การใช้จ่ายคล่องตัวมากขึ้น พร้อมได้สิทธิพิเศษมากมายเมื่อจ่ายผ่านบัตร คุ้มค่าทุกการใช้จ่าย สะสมคะแนนแลกสินค้า และเป็นส่วนลดได้ หรือโปรโมชั่นผ่อนสินค้า 0%สมัครบัตรเครดิต KTC ได้เลย


ใช้จ่าย คุ้มค่า นึกถึงบัตรเครดิต KTC